法律数据集

พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

Consolidated edition — not the text as first promulgated2483182 条52 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 90 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

  1. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาตรา ๗–๘๑ · 75
  2. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๗–๒๙ · 23
  3. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๓๐ · 1
  4. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๓๑–๓๖ · 6
  5. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้มาตรา ๓๗–๔๑ · 5
  6. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยมาตรา ๔๒–๔๔ · 3
  7. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา ๔๕–๖๐ · 16
  8. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา ๖๑–๖๒ · 2
  9. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๖๓ · 1
  10. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิมาตรา ๖๔–๖๗ · 4
  11. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลายมาตรา ๖๘–๘๑ · 14
  12. หมวด ๒ มาตรา ๘๑/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗มาตรา ๘๒–๘๗ · 6
  13. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๘๘–๙๐ · 3
  14. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม0
  15. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการ0
  16. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผน0
  17. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ0
  18. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้0
  19. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา0
  20. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ0
  21. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ0
  22. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ0
  23. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด0
  24. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖0
  25. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้0
  26. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม0
  27. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน0
  28. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน0
  29. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน0
  30. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ0
  31. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษ0
  32. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้มาตรา ๙๑–๑๓๘ · 49
  33. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้มาตรา ๙๑–๑๐๘ · 18
  34. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้มาตรา ๑๐๙ · 1
  35. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้วมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7
  36. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7
  37. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สินมาตรา ๑๒๔–๑๓๒ · 10
  38. ส่วนที่ ๖ มาตรา ๑๓๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๓๓–๑๓๔ · 2
  39. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลายมาตรา ๑๓๕–๑๓๘ · 4
  40. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๑๓๙–๑๔๘ · 10
  41. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอนมาตรา ๑๓๙ · 1
  42. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่มาตรา ๑๔๐–๑๔๘ · 9
  43. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๔๙–๑๕๙ · 11
  44. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาลมาตรา ๑๔๙–๑๕๒ · 4
  45. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๕๓–๑๕๙ · 7
  46. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๐–๑๗๕ · 16
  47. ส่วนที่ ๑ การสอบสวนมาตรา ๑๖๐ · 1
  48. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · 15
  49. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จมาตรา ๑๗๖–๑๘๑ · 6
  50. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๑๗๖ · 1
  51. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศมาตรา ๑๗๗–๑๗๘ · 2
  52. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๗๙–๑๘๑ · 3

Preamble

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

本章条文

以列表显示
  1. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษ

  2. ส่วนที่ ๑ การสอบสวน

    1 条
  3. ๑๖๐

    ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายถ้ามีเหตุควรเชื่อได้ ว่าลูกหนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้กระทำความผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการล้มละลาย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ในกรณีที่พนักงานอัยการมีความเห็นว่าไม่ควรฟ้อง ซึ่งแย้งกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ ให้ส่งสำนวนไปยัอธิบดีกรมอัยการเพื่อสั่ง

  4. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษ

    15 条
  5. ๑๖๑

    ลูกหนี้คนใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๖๗(๓) โดยไม่มีข้อแก้ตัว อันสมควรมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่ นบาทหรือจำคุกไม่เกินสองเดือนหรือทั้งปรับ ทั้งจำ

  6. ๑๖๒

    ลูกหนี้คนใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๖๔มาตรา ๖๕มาตรา ๗๙หรือมาตรา ๘๐โดยไม่มีข้อแก้ตัวอัสมควรหรือขัดขืนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการปฏิบัติ หน้าที่ตามมาตรา ๑๖(๑) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสี่เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

  7. ๑๖๓

    ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๓มาตรา ๓๐หรือมาตรา ๖๗(๑) หรือ (๒) โดย ไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร (๒) ละเว้นไม่แจ้งข้อความอันเป็นสาระสำคัญ หรือกล่าวเท็จเกี่ยวกับกิจการหรือ ทรัพย์สินของตนต่อศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุ เจ้าหนี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มี เจตนาฉ้อฉล มาตรา ๑๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือน เมื่อได้ ทราบหรือมีเหตุผลอันสมควรเชื่อได้ว่ามีผู้นำหนี้สินอันเป็นเท็จมาขอรับชำระในคดีล้มละลาย

  8. ๑๖๔

    ในระหว่างเวลาหนึ่งปีก่อนมีารขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย หรือภายหลัง นั้น แต่ก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) ยักย้าย ซุกซ่อน ทำลายก่อความชำรุดหรือเปลี่ยนแปลงดวงตรา สมุดบัญชี หรือเอกสารอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตน หรือรู้เห็นเป็นใจด้วยการกระทำนั้น ๆเว้นแต่จะ พิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาปกปิดสภาพแห่งกิจการของตน ถ้าปรากฏว่า ดวงตราสมุดบัญชี หรือเอกสารสูญหาย ชำรุด หรือเปลี่ยนแปลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้เป็นผู้ ระทำ (๒) ละเว้นจดข้อความอันเป็นสาระสำคัญ หรือจดข้อความเท็จลงในสมุดบัญชีหรือ เอกสารอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตนหรือรู้เห็นเป็นใจในการนั้น (๓) นำทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยเชื่อและยังมิได้ชำระราคาไปจำนำ จำนองหรือจำหน่าย เว้นแต่การนั้นเป็นปกติธุระของลูกหนี้ และพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล (๔) รับสินเชื่อจากบุคคลอื่นโดยใช้อุบายหลอกลวง หรือซุกซ่อนโอนหรือส่งมอบ ทรัพย์สินของตนโดยทุจริต หรือกระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำให้ทรัพย์สินของตนต้องมีภาระผูกพัน ขึ้นโดยทุจริต หรือยอมหรือสมยอมกับบุคคลอื่นให้ศาลพิพากษาให้ตนต้องชำระหนี้ซึ่งตนมิควรต้องชำระ

  9. ๑๖๕

    ในระหว่างเวลาตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จนถึงเวลาที่พ้นจาก ล้มละลาย ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือจำคุ ไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑)รับสินเชื่อจากผู้อื่นมีจำนวนตั้งแต่สองพันบาทขึ้นไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้นั้นทราบว่าตน ถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย (๒)ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามตัวหรือนามสมญาผิดจากที่ตนถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลายและในการนั้นได้รับสินเชื่อจากบุคคลอื่นโดยมิได้แจ้งให้ผู้นั้นทราบว่าตนถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลาย (๓) ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามหรือนามสมญาของผู้อื่นบังหน้า (๔) ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามตัวหรือนามสมญาผิดไปจากที่ตนถูก พิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย โดยมิได้โฆษณารายการดังต่อไปนี้ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยสองฉบับ ก. นามตัวและนามสมญาที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย ข. ตำบลที่ตนประกอบการค้าหรือธุรกิจในขณะที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ค. นามตัวและนามสมญาซึ่งประสงค์จะใช้ต่อไปในการค้าหรือธุรกิจ ง. ลักษณะของการค้าหรือธุรกิจที่จะประกอบต่อไป จ. ตำบลที่จะประกอบการค้าหรือธุรกิจ มาตรา ๑๖๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  10. ๑๖๖

    ลูกหนี้คนใดมีหนี้สินเนื่องในการค้าหรือธุรกิจอยู่ในขณะที่ถูกพิทักษ์ ทรัพย์กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถามหรือศาลทำการไต่สวนลูกหนี้ไม่สามารถ ให้เหตุผลอันสมควรถึงการที่ได้เสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากในระหว่างเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ ล้มละลายหรือภายหลังนั้นแต่ก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ (๒) กระทำหนี้สินอันพึงขอรับชำระได้ในคดีล้มละลายโดยไม่มีเหตุอันน่าเชื่อว่าจะ สามารถชำระหนี้นั้นได้

  11. ๑๖๗

    บุคคลซึ่งประกอบพาณิชยกิจตามที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยการ ทะเบียนพาณิชย์ นใดไม่มีบัญชีย้อนหลังขึ้นไปสามปีนับแต่วันที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งจะแสดง ให้เห็นการประกอบพาณิชยกิจหรือฐานะการเงินของตนอย่างเพียงพอตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย การบัญชีซึ่งใช้อยู่ในเวลานั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  12. ๑๖๘

    ในระหว่างเวลาหกเดือนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือ ภายหลังนั้นแต่ก่อนเวลาที่พ้นจากล้มละลาย ลูกหนี้คนใดออกไปหรือพยายามจะออกไปนอก ราชอาณาจักรโดยนำทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายต้องเอาไว้แบ่งใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ราคาเกินกว่าสองพันบาท ออกไปด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  13. ๑๖๙

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดซ่อนตัวหรือหลบ ไปเสียจากที่ ๆเคยอยู่หรือที่ทำการค้า หรือประกอบธุรกิจแห่งสุดท้าย หรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยเจตนาหลีกเลี่ยงหมายเรียกหรือหมายนัดของศาลในคดีล้มละลายหรือหลี เลี่ ยงการที่จะถูก สอบสวนหรือไต่สวนเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตนหรือทำให้เกิดความลำบากขัดข้องแก่ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  14. ๑๗๐

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดกระทำการฉ้อฉล หรือให้ หรือเสนอให้ หรือตกลงว่าจะให้ประโยชน์ใด ๆแก่เจ้าหนี้ โดยมุ่งหมายที่จะได้รับความยินยอม ของเจ้าหนี้นั้นในการขอประนอมหนี้หรือข้อตกลงเกี่ยวกับกิจการหรือการล้มละลายของตนหรือเพื่อมิให้ มีการคัดค้านการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุก ไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๑๖๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  15. ๑๗๑

    เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้คนใดกล่าวอ้าง หรือขอรับชำระหนี้ในคดี ล้มละลายหรือการขอประนอมหนี้ หรือในการตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้โดยไม่เป็นความจริง ในส่วนสาระสำคัญเว้ แต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มี วามผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  16. ๑๗๒

    เจ้าหนี้หรือผู้ แทนเจ้าหนี้คนใด เรียกหรือรับหรือยินยอมที่ จะรับ ทรัพย์สินหลักประกันหรือผลประโยชน์ใด ๆไว้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น เพื่อที่จะยินยอม หรือไม่คัดค้านในการขอประนอมหนี้ หรือการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่ เกินห้าเท่าของราคาผลประโยชน์อันมิควรได้นั้น

  17. ๑๗๓

    ผู้ใดรู้ว่าได้มีหรือจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วยักย้าย ซุกซ่อนรับ จำหน่ายหรือจัดการแก่ทรัพย์สินของลู หนี้โดยเจตนาทุจริต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง เท่าราคาทรัพย์สินนั้น หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันหรือผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สาธารณะอื่นใดแทนตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีประกาศกำหนดแล้ว บุคคลทุกคนได้ทราบว่ามีคำสั่งนั้น๑๓๒ มาตรา ๑๗๓/๑๑๓๓ ผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา ๒๔/๑แล้วไม่ปฏิบัติตามมาตรา ดังกล่าว มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่ งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือ กระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิดผู้นั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งด้วย ถ้าบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ยื่นคำขอต่อศาลแสดงถึงเหตุที่ตนไม่อาจแจ้ง ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๔/๑เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุอัน สมควรจะให้บุคคลนั้นแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ เมื่อบุคคลดังกล่าวได้แจ้งข้อมูลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน

  18. ๑๗๔

    ผู้ใดกล่าวอ้างโดยไม่เป็นความจริงว่าตนเป็นเจ้าหนี้ โดยมุ่งหมายที่ จะได้ดูหรือคัดสำเนาเอกสารใด ๆที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๑๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗๓วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  19. ๑๗๕

    บุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่และความรับผิดทางอาญาเช่ เดียวกับลูกหนี้ สำหรับกิจการที่ตนได้กระทำในขณะที่เป็นผู้ประกอบการงานของลูกหนี้ (๑) ถ้าลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงาน หรือผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนนั้น (๒) ถ้าลูกหนี้เป็นบริษัทจำกัด ผู้เริ่มก่อการ กรรมการพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ชำระ บัญชีของบริษัทนั้น (๓) ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคลอื่นนอกจากที่กล่าวไว้ใน (๑) และ(๒) ผู้จัดการหรือผู้ชำระ บัญชีของนิติบุคคลนั้น (๔) ถ้าลูกหนี้มีตัวแทนหรือลูกจ้างเป็นผู้ประกอบการงาน ตัวแทนหรือลูกจ้างของ ลูกหนี้นั้น (๕) ถ้าลูกหนี้ตาย ทายาทผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์ของลูกหนี้นั้น

附注与脚注 · 94,856 字
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 pp.
File checksum
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610Pulled at 2026-08-24T07:37:27.076Z
Text extraction
pdftotext -layout通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483