法律数据集

พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

Consolidated edition — not the text as first promulgated2483182 条52 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 90 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

Preamble

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

本章条文

以列表显示
  1. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้
  2. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้18 条
  3. Section ๙๑

    เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณา คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจัเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์จะขยาย กำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน คำขอรับชำระหนี้นั้นต้องทำตามแบบพิมพ์ โดยมีบัญชีแสดงรายละเอียดแห่งหนี้สิน และข้อความระบุถึงหลักฐานประกอบหนี้และทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดของลูกหนี้ที่ยึดไว้เป็น มาตรา ๙๐/๑๒๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลักประกัน หรือตกอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้ที่ยื่นขอรับ ชำระหนี้มาด้วย๙๗ มาตรา ๙๑/๑๙๘ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง ให้เจ้าหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลว่าเจ้าหนี้ประสงค์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ และแสดงถึงเหตุสุดวิสัยที่ตนไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทันภายในกำหนดเวลา เมื่อศาลเห็นว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้เจ้าหนี้รายนั้นยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เจ้าหนี้ ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ตามวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ จากกอง ทรัพย์สินของลูกหนี้เฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ภายหลังการแบ่งทรัพย์สินก่อนที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ทั้งนี้ ไม่กระทบถึงการใดที่ศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว

  4. Section ๙๒

    บุคคลใดได้ับความเสียหายเพราะสิ่งของของตนถู ยึดไปตามมาตรา ๑๐๙(๓) ก็ดี หรือเพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆถูกเพิกถอนตามมาตรา ๑๑๕ก็ดี หรือเพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญาตามมาตรา ๑๒๒ก็ดี มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับราคาสิ่ งของหรือหนี้เดิมหรือค่าเสียหายได้ แล้วแต่กรณี ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันที่อาจใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามีข้อโต้เถียงเป็นคดี ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  5. Section ๙๓

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีที่ค้างพิจารณาอยู่แทน ลูกหนี้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แพ้คดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิขอรับชำระหนี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  6. Section ๙๔

    เจ้าหนี้ไม่ีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่ หนี้ได้เกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม เว้นแต่ (๑) หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือหนี้ที่จะ ฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ (๒)๙๙ หนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว แต่ไม่รวมถึงหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้กระทำขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้

  7. Section ๙๕

    เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลัประกันซึ่งลูกหนี้ ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดู ทรัพย์สินนั้น

  8. Section ๙๖

    เจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ภายในเงื่อนไขดัต่อไปนี้ มาตรา ๙๑วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๔(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) เมื่อยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายแล้ว ขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวน (๒) เมื่อได้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับ จำนวนที่ยังขาดอยู่ (๓) เมื่อได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็น หลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ (๔) เมื่อตีราคาทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยัง ขาดอยู่ ในกรณีเช่นนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจไถ่ถอนทรัพย์สินตามราคานั้นได้ ถ้าเห็นว่า ราคานั้นไม่สมควร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นตามวิธีการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์และเจ้าหนี้ตกลงกัน ถ้าไม่ตกลงกัน จะขายทอดตลาดก็ได้แต่ต้องไม่ให้เสียหายแก่เจ้าหนี้นั้น และเจ้าหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดได้เมื่ อขายได้เงิน เป็นจำนวนสุทธิเท่าใด ให้ถือว่าเป็นราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมาในคำขอ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งโดยหนังสือให้เจ้าหนี้ทราบว่าจะใช้สิทธิไถ่ถอน หรือตกลงให้ขายทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันภายในกำหนดเวลาสี่เดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ ให้ถือว่ายินยอมให้ทรัพย์สินนั้นเป็กรรมสิทธิ์แก่เจ้าหนี้ตามราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมา และ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมดสิทธิไถ่ถอนหรือขายทรัพย์สินนั้น บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ให้ใช้บังคับในกรณีที่ตามกฎหมายลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่า ราคาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

  9. Section ๙๗

    ถ้าเจ้าหนี้มีประกันขอรับชำระหนี้โดยไม่แจ้งว่าเป็เจ้าหนี้มีประกัเจ้าหนี้นั้นต้องคืนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และสิทธิเหนือทรัพย์นั้น เป็นอันระงับ เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะแสดงต่อศาลได้ว่า การละเว้นนั้นเกิดขึ้นโดยพลั้งเผลอ ในกรณีเช่นนี้ ศาลอาจอนุญาตให้แก้ไขข้อความในรายการแห่งคำขอรับชำระหนี้ โดยกำหนดให้คืนส่วนแบ่งหรือ กำหนดอย่างอื่นตามที่เห็สมควรก็ได้

  10. Section ๙๘

    ถ้าหนี้ที่ขอรับชำระได้กำหนดไว้เป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คิดเป็น เงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

  11. Section ๙๙

    ถ้าเป็นหนี้ค่าเช่าหรือหนี้อย่างอื่นซึ่งมีกำหนดระยะเวลาให้ชำระและ วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไม่ตรงกับวันกำหนด เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ตามส่วนจนถึงวันที่ศาลมี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ได้

  12. Section ๑๐๐

    ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้

  13. Section ๑๐๑

    ถ้าลูกหนี้ร่วมบางคนถูกพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ร่วมคนอื่นอาจยื่นคำ ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับ ชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติในวรรคก่อนให้ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันร่วม หรือบุคคลที่อยู่ ในลักษณะเดียวกันนี้โดยอนุโลม

  14. Section ๑๐๒

    ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ ถึงแม้ว่ามูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือ เงื่อนเวลาก็ดี ก็อาจหักกลบลบกันได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์แล้ว

  15. Section ๑๐๓

    เมื่อบุคคลซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้ที่อยู่ในเงื่อนไขบังคับ ก่อนขอหักกลบลบหนี้ บุคคลนั้นจะต้องให้ประกันสำหรับจำนวนที่ขอหักกลบลบหนี้นั้น

  16. Section ๑๐๔

    เมื่อพ้นกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาดแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รีบ ดลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมกัเพื่อตรวจคำขอรับ ชำระหนี้ โดยแจ้งความให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  17. Section ๑๐๕

    ในการพิจารณาและมีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาหรือไม่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือ บุคคลใดมาสอบสวนหรือให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับหนี้สินได้

  18. Section ๑๐๖

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ายใดถ้าเจ้าหนี้อื่ ลูกหนี้ หรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์อื่นไม่โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณาสั่งอนุญาตให้ ได้รับชำระหนี้ได้ เว้ แต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็อย่างอื่น คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวนแล้วมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ยกคำขอรับชำระหนี้ (๒) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน (๓) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วน ได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ การพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องคัดค้านตามวรรคสามให้ศาลมีอำนาจเรีย สำนวนคำขอรับชำระหนี้มาตรวจและสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำคำชี้แจงในเรื่องที่เป็นปัญหา ตามที่เห็นสมควรได้ หากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้ดำเนินการไต่สวนโดยเร็ว เท่าที่จำเป็น

  19. Section ๑๐๗

    (ยกเลิก) มาตรา ๑๐๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  20. Section ๑๐๘

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่ง อนุญาตแล้วนั้นถ้าต่อมาปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สั่งไปโดยผิดหลงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจยกคำขอรับชำระหนี้ หรือลดจำนวนหนี้ที่ได้มีคำสั่งอนุญาตไปแล้วได้

  21. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้1 条
  22. Section ๑๐๙

    ทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจ แบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ (๑)๑๐๕ ทรัพย์สินทั้งหลายอันลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลาย รวมทั้ง สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เว้นแต่ ก. เครื่องใช้สอยส่วนตัวอันจำเป็นแก่การดำรงชีพ ซึ่งลูกหนี้รวมทั้งคู่สมรสและ บุตรผู้เยาว์ของลูกหนี้ จำเป็นต้องใช้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป และ ข. สัตว์ พืชพันธุ์ เครื่องมือและสิ่งของสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพของลูกหนี้ ราคารวมกันไม่เกินหนึ่งแสนบาท (๒) ทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายจนถึงเวลาปลด จากล้มละลาย (๓) สิ่งของซึ่งอยู่ในครอบครองหรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่ายของลูกหนี้ ในทาง การค้าหรือธุรกิจของลูกหนี้ ด้วยความยินยอมของเจ้าของอันแท้จริง โดยพฤติการณ์ซึ่งทำให้เห็นว่า ลูกหนี้เป็นเจ้าของในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้นั้นล้มละลาย

  23. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้ว7 条
  24. Section ๑๑๐

    คำสั่งของศาลที่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ชั่วคราว หรือ หมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้นั้น จะใช้ยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไม่ได้ เว้นแต่ การบังคับคดีนั้นได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ การบัคับคดีนั้น ให้ถือว่าได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้ กำหนดเวลาที่ อนุญาตให้เจ้าหนี้ อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๗ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๐๙(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบถึงสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันในการบังคับคดีแก่ ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันหรือถึงการที่ผู้ใดได้ชำระเงินโดยสุจริตแก่ศาล หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามคำสั่งศาล หรือถึงความสมบูรณ์แห่งการซื้อโดยสุจริตในการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามคำสั่งศาล

  25. Section ๑๑๑

    เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จำหน่ายทรัพย์สินแล้วแต่ยังไม่ได้ จ่ายเงิน ถ้าได้รับคำแจ้งความว่าได้มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก่อนที่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินไว้ และถ้าต่อไปศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีคิดหักไว้เป็นค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานบังคับคดีและค่าธรรมเนียมโจทก์ในชั้นบังคับคดี เหลือเท่าใดให้ส่งเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายในกรณีเช่นว่านี้มิให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  26. Section ๑๑๒

    ถ้าในระหว่างที่การบังคับคดียังไม่สำเร็จบริบูรณ์ เจ้าพนักงาน บังคับคดีได้รับคำแจ้งความว่าลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้ รายการทรัพย์สิน ของลูกหนี้ที่อยู่ในอำนาจหรือความยึดถือของตนแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และให้ปฏิบัติตามคำขอ ของเจ้าพนักงานพิทัษ์ทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์สินนั้ ค่าใช้จ่ายของเจ้าพนังานบัคับคดีและ ค่าธรรมเนียมโจทก์ในชั้นบังคับคดี ให้หักจากทรัพย์สินนั้นได้ก่อน ในกรณีเช่นว่านี้มิให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  27. Section ๑๑๓

    การขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์นั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอได้โดยทำเป็นคำร้อง การขอให้เพิกถอนตามวรรคหนึ่งห้ามมิให้ขอเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิ ถอนหรือพ้นสิบปีนับแต่ได้ทำนิติกรรมนั้น๑๐๘

  28. Section ๑๑๔

    ถ้านิติ รรมที่ขอเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา ๑๑๓นั้น เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น หรือเป็นการทำให้โดยเสน่หาหรือ เป็นการที่ลูกหนี้ได้รับค่าตอบแทนน้อยเกินสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการกระทำที่ลูกหนี้และ ผู้ที่ได้ลาภงอกแต่การนั้นรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ

  29. Section ๑๑๕

    การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอม ให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น โดยมุ่งหมายให้ เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้นได้ มาตรา ๑๑๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑๓วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเจ้าหนี้ผู้ได้เปรียบเป็นบุคคลภายในของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอน หรือการกระทำตามวรรคหนึ่งที่ได้กระทำขึ้นในระหว่างระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและ ภายหลังนั้น๑๑๐

  30. Section ๑๑๖

    บทบัญญัติในมาตรา ๑๑๕ ไม่กระทบถึงสิทธิของ บุคคลภายนอกอันได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย

  31. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สิน7 条
  32. Section ๑๑๗

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ศาลหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ คู่สมรสของลูกหนี้ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งได้ความ หรือสงสัยว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง หรือเชื่อว่าเป็นหนี้ลูกหนี้ หรือเห็นว่าสามารถแจ้ง ข้อความเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของลูกหนี้มาไต่สวน หรือสอบสวนและมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของ ลูกหนี้๑๑๒ ถ้าบุคคลนั้นจงใจขัดขืนหมายเรียกหรือคำสั่ง ศาลมีอำนาจออกหมายจับบุคคลนั้น มาขังไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  33. Section ๑๑๘

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจบังคับให้บุคคลที่ รับว่าเป็นหนี้ลูกหนี้หรือรับว่ามีทรัพย์สินของลู หนี้อยู่ในครอบครอง ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรถ้าไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบัคับคดีเสมือนหนึ่งว่าบุ คลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

  34. Section ๑๑๙

    เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชำระเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลนั้นให้ ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามจำนวนที่ได้แจ้งไปและให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะปฏิเสธ ให้แสดง เหตุผลประกอบข้อปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่ วันได้รับแจ้งความ มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการ เด็ดขาด ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความนั้นปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน กำหนดเวลาตามวรรคก่อนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นหนี้ ให้จำหน่ายชื่อจากบัญชีลูกหนี้ และแจ้งให้บุคคลนั้นทราบ ถ้าเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นหนี้เท่าใด ให้แจ้ง มาตรา ๑๑๕วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๗วรรคหนึ่ง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จำนวนเป็นหนังสือยืนยันไปยังบุคคลที่จะต้องรับผิดนั้น และให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะคัดค้านประการใด ให้ร้องคัดค้านต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งความยืนยัน ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความยืนยันนั้นคัดค้านต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องภายใน กำหนดเวลาตามวรรคก่อนให้ศาลพิจารณา ถ้าพอใจว่าเป็หนี้ ให้มีคำบังคับให้บุคคลนั้นชำระเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าเห็นว่าไม่ได้เป็นหนี้ ให้มีคำสั่งให้จำหน่ายจาก บัญชีลูกหนี้ ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ปฏิเสธต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือมิได้ร้องคัดค้านต่อศาลตามกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจ มีคำขอต่อศาลให้บังคับให้บุคคลนั้นชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้ เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในกรณีที่ผู้ถูกทวงหนี้ร้องคัดค้านต่อศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอโดย ทำเป็นคำร้องต่อศาลให้สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิ ของผู้้องคัดค้านไว้ชั่วคราวก่อนมีคำสั่งในเรื่องหนี้นั้นได้

  35. Section ๑๒๐

    ถ้าลักษณะแห่งธุรกิจของลูกหนี้มีเหตุอันสมควรที่จะดำเนินต่อไป เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินธุรกิจของลูกหนี้ นั้นเองเพื่อชำระสะสางธุรกิจนั้นให้เสร็จไปหรือจะตั้งบุคคลใดหรือลูกหนี้เป็นผู้จัดการโดยกำหนด อำนาจหน้าที่ไว้ก็ได้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตั้งบุคคลใดนอกจากลูกหนี้เป็นผู้จัดการ บุคคลนั้นต้อง ให้ประกันตามที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์สั่ง และมีสิทธิได้ับบำเหน็จตามที่ที่ประชุ เจ้าหนี้กำหนด ถ้ามิได้กำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้กำหนด ผู้จัดการต้องทำบัญชียื่นตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่ง

  36. Section ๑๒๑

    ถ้าลูกหนี้เป็ข้าราชการเมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิรับเงินเดือน บำนาญบำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือเงินในทำนองเดียวกันนี้ของลูกหนี้จาก เจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้ และครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป บทบัญญัติในวรรคก่อน ให้ใช้บังคับในกรณีที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับเงินจากบุคคลหรือ องค์การอื่นที่มิใช่รัฐบาลด้วย

  37. Section ๑๒๒

    ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ทราบว่า ทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญานั้นได้ บุคคลใดได้รับความเสียหายโดยเหตุที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับดังกล่าว มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับค่าเสียหายได้

  38. Section ๑๒๓

    ทรัพย์สินซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมได้มา เมื่อลูกหนี้ ล้มละลายแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดนั้นต้องได้รับความเห็นชอบของ กรรมการเจ้าหนี้ เว้นแต่ทรัพย์สินที่เป็นของเสียง่ายหรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกิน ส่วนกับค่าของทรัพย์สินนั้น ผู้ได้ับโอนทรัพย์สินจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการขายหรือการแบ่ง ไม่ต้องรับ ผิดในค่าภาษีอากรหรือจังกอบสำหรับปีก่อนที่ได้รับโอน

  39. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สิน10 条
  40. Section ๑๒๔

    ทรัพย์สินซึ่งเหลือจากที่กันไว้ำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องจัดการแบ่งในระหว่างเจ้าหนี้โดยเร็ว การแบ่งทรัพย์สินต้องกระทำทุกระยะเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ให้ลูกหนี้ล้มละลาย เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปโดยมีเหตุสมควร

  41. Section ๑๒๕

    เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องกันเงินส่วนแบ่งรายที่มีเงื่อนไขหรือมีข้อ โต้แย้ง และค่าธรรมเนียมกับค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นไว้ตามสมควรแล้วแบ่งเงินที่เหลือให้แก่เจ้าหนี้ นอกนั้นไป

  42. Section ๑๒๖

    ก่อนกระทำการแบ่งครั้งใด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องโฆษณาใน หนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และส่งแจ้งความไปยังเจ้าหนี้และบุคคลล้มละลายล่วงหน้าไม่ น้อยกว่าเจ็ดวัน กำหนดวันเวลาให้มาตรวจบัญชีส่วนแบ่ง ถ้าไม่ีผู้ใดคัดค้าน ให้ถือว่าบัญชีนั้นถูกต้อง และเป็นที่สุด แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาการแบ่งไว้ ณสำนักงานและแจ้งจำนวนส่วน แบ่งที่จะจ่ายไปยังเจ้าหนี้

  43. Section ๑๒๗

    ถ้ามีผู้มีส่วนได้เสียคนใดคัดค้านบัญชีส่วนแบ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์พิจารณาคำคัดค้านและคำชี้แจงของเจ้าหนี้และบุคคลล้มละลายแล้วสั่งตามที่เห็นสมควร ผู้มีส่วนได้เสียอาจคัดค้านคำสั่งนั้นโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลได้ภายใน กำหนดเวลาเจ็ดวัน บแต่วันที่ได้ฟังคำสั่ง ถ้ามีผู้คัดค้านต่อศาล ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการจ่ายเงินไปจนกว่าศาลได้ มีคำสั่งแล้ว แต่ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าการเลื่อนนั้นจะทำให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับความ เสียหาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกันเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นไว้ตามสมควร แล้วแบ่งเงินที่เหลือให้แก่เจ้าหนี้รายที่ไม่มีข้อโต้แย้งไปก่อนได้

  44. Section ๑๒๘

    ห้ามมิให้จ่ายส่วนแบ่งแก่เจ้าหนี้คนใดเมื่อรวมส่วนแบ่ ทุกครั้งแล้วเป็น เงินไม่ถึงหนึ่งบาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  45. Section ๑๒๙

    สามีหรือภริยาของบุคคลล้มละลายจะได้รับส่วนแบ่งในฐานะเจ้าหนี้ ต่อเมื่อเจ้าหนี้อื่นได้รับชำระหนี้เป็นที่พอใจแล้ว

  46. Section ๑๓๐

    ในการแบ่ ทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้นั้น ให้ชำระค่าใช้จ่ายและหนี้สิน ตามลำดับดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดกของลูกหนี้ (๒) ค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ (๓) ค่าปลงศพลูกหนี้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป (๔)๑๑๔ค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินตามมาตรา ๑๗๙(๔) (๕) ค่าธรรมเนียมของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และค่าทนายความตามที่ศาล หรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด (๖) ค่าภาษีอากรที่ถึงกำหนดชำระภายในหกเดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเงิน ที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เพื่อการงานที่ได้ทำให้ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้างตามมาตรา ๒๕๗แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (๗) หนี้อื่น ๆ ถ้ามีเงินไม่พอชำระเต็มจำนวนหนี้ในลำดับใดให้เจ้าหนี้ในลำดับนั้นได้รับเฉลี่ยตามส่วน

  47. Section ๑๓๐ ทวิ

    ในกรณีที่หนี้ตามมาตรา ๑๓๐(๗) รายใดมีการกำหนดโดย กฎหมายหรือสัญญาให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้อื่นได้รับชำระหนี้จนเต็มจำนวนแล้ว เจ้าหนี้ดังกล่าวนั้นยังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สินตามสิทธิที่ตนมีอยู่ตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมาย หรือสัญญานั้น

  48. Section ๑๓๑

    ก่อนกระทำการแบ่งครั้งที่สุด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งแจ้ง ความไปยังผู้ที่เกี่ยวค้างค่าจ้างแรงงานหรือเงินที่ได้ออกไปโดยคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ให้ส่งบัญชีเงินที่เกี่ยวค้างนั้นภายในสิบสี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งความ ถ้าไม่ส่งตามกำหนด เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์จะจัดการแบ่งครั้งที่สุด และจ่ายเงินไปโดยไม่คำนึงถึงเงินที่เกี่ยวค้างอยู่นั้น ถ้าผู้ที่ได้รับ แจ้งความไม่ปฏิบัติดังว่านี้ ผู้นั้นหมดสิทธิเรียกร้องต่อไป กำหนดเวลาดังกล่าวไว้ในวรรคก่อน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขยายได้ เมื่อ มีเหตุสมควร

  49. Section ๑๓๒

    เมื่อได้ชำระหนี้ทั้ หมดโดยเต็จำนวนตามที่ บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินี้กับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆในคดีล้มละลายหมดแล้ว ถ้ายังมีทรัพย์สิน เหลืออยู่ให้คืนแก่บุคคลล้มละลายไป

  50. ส่วนที่ ๖ มาตรา ๑๓๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒2 条
  51. Section ๑๓๓

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์สินของลู หนี้ ครั้งที่สุด หรือได้หยุดกระทำการตามข้อตกลงในการประนอมหนี้ หรือเมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะให้แบ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจทำรายงานแสดงกิจการและบัญชีรับจ่ายในคดีล้มละลายยื่นต่อศาลและ ขอให้ศาลสั่งปิดคดีได้ เมื่อศาลได้พิจารณารายงานและบัญชีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกอบกับ คำคัดค้านของเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียแล้วศาลจะสั่งให้ปิดคดีหรือไม่ก็ได้ ถ้าศาลสั่งไม่ให้ปิดคดี เมื่อเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลอาจสั่งให้เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์รับผิดในการที่ได้กระทำหรือละเว้นกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ก็ได้ คำสั่งปิดคดีทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พ้นจากความรับผิดในหน้าที่จนถึงวันที่ ศาลสั่งนั้น ถ้าปรากฏว่าศาลได้สั่งไปโดยผิดหลง ศาลอาจเพิกถอนคำสั่งปิดคดีนั้นได้

  52. Section ๑๓๔

    คำสั่งปิดคดีมีผลเพียงให้ระงับการจัดการต่าง ๆไว้ แต่ไม่ทำให้คดี ล้มละลายสิ้นสุด และไม่ทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หลุดพ้นจากหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) หน้าที่ตามมาตรา ๑๖๐ (๒) หน้าที่อนุมัติการใด ๆที่กฎหมายบัญญัติไว้ (๓) หน้าที่ตรวจบัญชีรับจ่ายของบุคคลล้มละลาย ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าบุคคลล้มละลายมีทรัพย์สินขึ้นใหม่ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อาจขอให้ศาลเปิดคดีต่อไปได้

  53. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลาย4 条
  54. Section ๑๓๕

    เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจ สั่งยกเลิกการล้มละลายได้ ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ทั้งหลาย เพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายหรือวางเงินประกัตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง และไม่มีเจ้าหนี้อื่นสามารถและเต็มใจกระทำการดังกล่าวแล้ว ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ขัดขืนหรือละเลยนั้น (๒) ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย (๓) หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว ถ้าลูกหนี้ปฏิเสธหนี้สินรายใด แต่ลูกหนี้ยอมทำสัญญาและให้ประกันต่อศาลว่า จะใช้เงินให้เต็มจำนวนกับค่าธรรมเนียมด้วยก็ดี หรือถ้าหาตัวเจ้าหนี้ไม่พบ แต่ลูกหนี้ได้นำเงินเต็ม จำนวนมาวางต่อศาลก็ดี ให้ถือว่าหนี้สินรายนั้นได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์ครั้งที่สุด หรือไม่มีทรัพย์สินจะแบ่ง ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาภายในกำหนดเวลาสิบปี เจ้าพนักงานพิทัษ์ทรัพย์ไม่อาจรวบรวม ทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายได้อีก และไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวม ทรัพย์สินของบุคคลล้ ละลาย

  55. Section ๑๓๖

    คำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา ๑๓๕(๑) หรือ (๒) นั้นไม่ทำให้ ลูกหนี้หลุดพ้นหนี้สินแต่อย่างใด

  56. Section ๑๓๗

    คำสั่งยกเลิกการล้มละลายไม่กระทบถึงการใดที่ศาลหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้กระทำไปแล้ว ส่วนทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายให้ตกแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามที่ ศาลกำหนดหรือถ้าไม่ได้กำหนด ก็ให้คืนแก่บุ คลล้มละลาย

  57. Section ๑๓๘

    เมื่อศาลได้ีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ

附注与脚注 · 94,856 字
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 pp.
File checksum
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610Pulled at 2026-08-24T07:37:27.076Z
Text extraction
pdftotext -layout通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483