法律数据集

ประมวลรัษฎากร

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

All sections

  1. Section กฎหมายนี้ให้เรียกว่า “ประมวลรัษฎากร”
  2. Section ในประมวลรัษฎากรนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามประมวลรัษฎากรนี้…
  3. Section บรรดารัฎากรประเภทต่าง ๆซึ่งเรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรนี้ จะ ตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อการต่อไปนี้ก็ได้ คือ (๑)…
  4. Section ๓ ทวิทวิ ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็ว่ ผู้ต้องหาไม่ควรต้องได้ับโทษจำคุก หรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง…
  5. Section ๓ ตรีตรี บุคคลใดจะต้องเสียเงินเพิ่มภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวล รัษฎากรนี้…
  6. Section ๓ จัตวาจัตวา ในกรณีที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคลไปเสีย ภาษีอากรณที่ว่าการอำเภอ…
  7. Section ๓ เบญจเบญจ เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ให้…
  8. Section ๓ ฉฉ บรรดาบัญชี เอกสารและหลักฐานต่าง ๆซึ่งเกี่ยวกับหรือสันนิษฐาน ว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสีย…
  9. Section ๓ สัตตสัตต เพื่อประโยชน์แห่งการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร…
  10. Section ๓ อัฏฐอัฏฐ กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการหรือแจ้งรายการต่าง ๆก็ดี กำหนดเวลาการอุทธรณ์ก็ดี…
  11. Section ๓ นวนว ผู้ใดรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกหรือขัดขวางเจ้าพนักงาน…
  12. Section ๓ ทศทศ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานประเมิน หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา…
  13. Section ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประมวลรัษฎากรนี้…
  14. Section ๔ ทวิทวิ คนต่างด้าวผู้ใดจะเดินทางออกจากประเทศไทยต้องเสียภาษีอากร ที่ค้างชำระ และหรือที่จะต้องชำระแม้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระ…
  15. Section ๔ ตรีตรี ให้คนต่างด้าวซึ่งจะเดินทางออกจากประเทศไทยยื่นคำร้องตาม…
  16. Section ๔ จัตวาจัตวา บทบัญญัติมาตรา ๔ทวิ และมาตรา๔ตรี ไม่ใช้บังคับแก่คนต่าง ด้าวผู้เดินทางผ่านประเทศไทย หรือเข้ามา…
  17. Section ๔ เบญจเบญจ ให้ผู้รับคำร้องตามมาตรา ๔ตรี ตรวจสอบว่า ผู้ยื่นคำร้องมีภาษี อากรที่จะต้องเสียตามมาตรา ๔ทวิ หรือไม่…
  18. Section ๔ ฉฉ ในกรณีที่ผู้รับคำร้องตามมาตรา ๔ตรี พิจารณาเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องมี…
  19. Section ๔ สัตตสัตต ภายใต้บงคับมาตรา ๔อัฏฐ ใบผ่านภาษีอากรให้มีอายุใช้ได้ สิบห้าวันนับแต่วันออก…
  20. Section ๔ อัฏฐอัฏฐ คนต่างด้าวซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็น…
  21. Section ๔ นวนว คนต่างด้าวผู้ใดเดินทางออกจากประเทศไทยโดยไม่มีใบผ่านภาษี อากรซึ่งต้องมีตามความในประมวลรัฎากรนี้…
  22. Section ๔ ทศทศ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงิน…
  23. ลักษณะ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากร
  24. หมวด๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
  25. Section ภาษีอากรซึ่ บัญญัติไว้ในลัษณะนี้ ให้อยู่ในอำนาจหน้ ที่และการ ควบคุมของกรมสรรพากร
  26. Section ในกรณีทั้งปวงซึ่งคณะบุคคลเป็นผู้มีหน้าที่และคณะนั้นมิใช่นิติบุคคล ให้ ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการคณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ
  27. Section บรรดารายการ รายงาน หรือเอกสารอื่น ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องทำยื่นนั้น ให้…
  28. Section หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรหรือหนังสืออื่นซึ่งมีถึงบุคคล ใดตามลักษณะนี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ…
  29. Section เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นถ้าจำเป็นต้องคำนวณเงินตรา มาตรา…
  30. Section ๙ ทวิทวิ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่ งอื่น ถ้าจะต้องตีราคาทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใดเป็นเงิน…
  31. Section ๑๐เจ้าพนักงานผู้ใดโดยหน้าที่ราชการตามลักษณะนี้ ได้รู้เรื่องกิจการของผู้ เสียภาษีอากร หรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง…
  32. Section ๑๐ ทวิทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร อธิบดีมีอำนาจเปิดเผย รายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑)๓๒…
  33. Section ๑๑เว้นแต่จะมีบทบัญญัติหรืออธิบดีจะสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ำเงินภาษีอากร ไปเสีย ณที่ว่าการอำเภอ…
  34. Section ๑๑ ทวิทวิ ถ้ ผู้เสียภาษีอากรต้องการขอใบแทนใบเสร็จที่เจ้าพนักงานได้ ออกให้ไปแล้ว ให้ขอรับได้…
  35. Section ๑๒ภาษีอากรซึ่งต้องเสียหรือนำส่งตามลักษณะนี้เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว ถ้ามิได้เสียหรือนำส่ง ให้ถือเป็นภาษีอากรค้าง เพื่…
  36. Section ๑๒ ทวิทวิ เมื่อได้ีคำสั่งยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๒แล้วห้ มผู้ใดทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น…
  37. Section ๑๒ ตรีตรี เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๑๒ให้ผู้มีอำนาจตาม มาตรา๑๒หรือสรรพากรจังหวัดมีอำนาจ (๑)…
  38. Section ๑๓เจ้าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๐มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน ๕๐๐บาทหรือจำคุกไม่เกิน ๖เดือน…
  39. Section ๑๓ ทวิทวิ ให้มี ณะกรรมการวิิ จฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัด กระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมศุลกากร…
  40. Section ๑๓ ตรีตรี ให้กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๓ทวิ มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสามปี…
  41. Section ๑๓ จัตวาจัตวา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๓ตรี กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓)…
  42. Section ๑๓ เบญจเบญจ การประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรต้องมีกรรมการมา…
  43. Section ๑๓ ฉฉ ให้กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
  44. Section ๑๓ สัตตสัตต คณะกรรมการตามมาตรา๑๓ทวิ มีอำนาจ (๑) กำหนดขอบเขตในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานประเมินและพนักงาน เจ้าหน้าที่ (๒)…
  45. Section ๑๓ อัฏฐอัฏฐ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดที่ต้อง วินิจฉัยตามมาตรา๑๓สัตต(๓) จะเข้…
  46. หมวด๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมิน
  47. Section ๑๔ภาษีอากรประเมิน คือที่มีระบุไว้ในหมวดนั้น ๆ ว่าเป็นภาษีอากร ประเมิ มาตรา…
  48. Section ๑๕เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในหมวดต่าง ๆแห่งลักษณะนี้ ให้…
  49. Section ๑๖“เจ้าพนักงานประเมิน” หมายความว่ บุคคลหรือคณะบุคคลซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้ง
  50. ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากร
  51. Section ๑๗การยื่นรายการ ให้ยื่นภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหมวดว่าด้วยภาษีอากร ต่าง ๆและตามแบบแสดงรายการที่อธิบดีกำหนด…
  52. Section ๑๘รายการที่ยื่นเพื่อเสียภาษีอากรนั้น ให้อำเภอหรือเจ้ พนักงานประเมิน เป็นผู้ประเมินตามที่กำหนดไว้ในหมวดภาษีอากรนั้น…
  53. Section ๑๘ ทวิทวิ ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร เจ้า…
  54. Section ๑๘ ตรีตรี ภายใต้บังคับมาตรา ๑๘ทวิ ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินได้ ประเมินให้เสียภาษี…
  55. Section ๑๙เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมี เหตุอันควรเชื่อว่า…
  56. Section ๒๐เมื่อได้จัดการตามมาตรา ๑๙และทราบข้อความแล้ว เจ้าพนักงาน ประเมินมีอำนาจที่จะแก้จำนวนเงินที่…
  57. Section ๒๑ถ้าผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงาน ประเมินตามมาตรา ๑๙หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม…
  58. Section ๒๒ในการประเมินตามมาตรา๒๐หรือมาตรา ๒๑ผู้ต้องเสียภาษีต้อง รับผิดเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระอีก
  59. Section ๒๓ผู้ใดไม่ยื่นรายการให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน แล้วแต่กรณี มี อำนาจออกหมายเรียกตัวผู้นั้นมาไต่สวน…
  60. Section ๒๔เมื่อได้จัดการตามมาตรา ๒๓และทราบข้อความแล้วอำเภอหรือเจ้า พนักงานประเมิ แล้วแต่กรณี มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากร…
  61. Section ๒๕ถ้าผู้ได้รับหมายหรือคำสั่งของอำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน แล้วแต่ รณี ไม่ปฏิบัติ ตามหมายหรือคำสั่…
  62. Section ๒๖เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในลักษณะนี้ ในการประเมินตาม…
  63. Section ๒๗บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ใน หมวดต่าง…
  64. Section ๒๗ ทวิทวิ เบี้ยปรับตามมาตรา ๒๒และมาตรา๒๖และเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๗ให้ถือเป็นเงินภาษี…
  65. Section ๒๗ ตรีตรี เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็อย่างอื่น การขอคืนภาษีอากรและ ภาษีที่ถูกหักไว้ ณที่จ่าย…
  66. Section ๒๗ จัตวาจัตวา เพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวล…
  67. ส่วน ๒ การอุทธรณ์
  68. Section ๒๘การอุทธรณ์นั้น ให้อุทธรณ์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
  69. Section ๒๙ในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอมีหน้าที่ประเมินให้ อุทธรณ์ได้ตามเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ (๑)…
  70. Section ๓๐ในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอไม่มีหน้าที่ประเมิน ให้…
  71. Section ๓๑การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร ถ้าไม่เสียภาษีอากร…
  72. Section ๓๒เพื่อการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๙หรือมาตรา ๓๐เจ้าพนักงาน ประเมิน…
  73. Section ๓๓ผู้อุทธรณ์คนใดไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งตามมาตรา ๓๒ หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามโดยไม่ีเหตุผลอันสมควร…
  74. Section ๓๔คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา๓๐ให้ทำเป็นหนังสือและให้ส่งไปยังผู้อุทธรณ์…
  75. ส่วน ๓ บทกำหนดโทษ
  76. Section ๓๕ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗มาตรา๕๐ทวิ หรือมาตรา ๕๑เว้นแต่ จะแสดงว่าได้มีเหตุสุดวิสัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
  77. Section ๓๕ ทวิทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และ ปรับไม่เกินสองแสนบาท…
  78. Section ๓๖ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือสรรพากรจังหวัด…
  79. Section ๓๗ผู้ใด (๑) โดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จหรือตอบคำถาม ด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ…
  80. Section ๓๗ ทวิทวิ ผู้ใดโดยเจตนาละเลยไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นตามลักษณะนี้ เพื่อ…
  81. หมวด๓ ภาษีเงินได้
  82. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไป
  83. Section ๓๘ภาษีเงินได้น้อยู่ในประเภทภาษีอากรประเมิ และให้เจ้าพนักงาน ประเมินเป็นผู้ประเมินเกี่ยวกับภาษีในหมวดนี้
  84. Section ๓๙ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “เงินได้พึงประเมิน”๗๙ หมายความว่า…
  85. ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา
  86. Section ๔๐เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงิน…
  87. Section ๔๐ ทวิทวิ ผู้ใดส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคำสั่งของานักงานใหญ่ สาขาตัวการตัวแทนนายจ้าง…
  88. Section ๔๑ผู้ เงิ ได้พึ ประเมิ ตามมาตรา ๔๐ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย…
  89. Section ๔๑ ทวิทวิ ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองใน…
  90. Section ๔๒เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ (๑) ค่าเบี้ยเลี้ยง…
  91. Section ๔๒ ทวิทวิ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา๔๐(๑) และ(๒) ยอมให้ หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ ๔๐แต่รวมกันต้องไม่เกิน…
  92. Section ๔๒ ตรีตรี เงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๓) เฉพาะที่เป็นค่าแห่ง ลิขสิทธิ์ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ…
  93. Section ๔๓เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐(๕) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
  94. Section ๔๔เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐(๖) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
  95. Section ๔๕เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา๔๐(๗) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
  96. Section ๔๖เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐(๘) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย…
  97. Section ๔๗เงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐เมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ทวิ ถึง มาตรา๔๖แล้ว…
  98. Section ๔๗ ทวิทวิ ให้ผู้มีเงิ ได้ตามมาตรา ๔๐(๔) (ข) ซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้าง…
  99. Section ๔๘เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ (๑)๑๕๒ เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ทวิ ถึงมาตรา ๔๗หรือมาตรา…
  100. Section ๔๘ ทวิทวิ ให้องค์การของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าทอดหนึ่ง ทอดใดหรือทุกทอดที่ซื้อสินค้าขององค์การของรัฐบาลตามวิธีการ…
  101. Section ๔๘ ตรีตรี (ยกเลิก)
  102. Section ๔๙ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มิได้ยื่นรายการเงินได้ หรือเจ้าพนักงานประเมิน พิจารณาเห็นว่า…
  103. Section ๔๙ ทวิทวิ ในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ รอบครองใน…
  104. Section ๕๐ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคมหรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้…
  105. Section ๕๐ ทวิทวิ ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษีให้แก่ผู้ถูกหักภาษี…
  106. Section ๕๑เจ้าพนักงานประเมินอาจส่ หนังสือแจ้งความแก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท…
  107. Section ๕๒บุคคลห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคมหรือคณะบุคคลซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ตามมาตรา๕๐(๑) (๒) (๓) และ(๔)…
  108. Section ๕๒ ทวิทวิ ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการตามความในมาตรา ๕๖ผู้มีเงิน ได้พึงประเมินประเภทที่ไม่ต้องถูกหักภาษี ที่จ่าย…
  109. Section ๕๓ในกรณีรัฐบาลหรือองค์การรัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม…
  110. Section ๕๔ถ้าผู้จ่ายเงินตามมาตรา ๕๐และมาตรา๕๓มิได้หักและนำเงินส่ง หรือได้หักและนำเงิ ส่งแล้วแต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ผู้จ่ายเงิ…
  111. Section ๕๕อำนาจการเก็บเงินภาษีโดยวิธีหักไว้ตามมาตรา ๕๐และมาตรา๕๓มิ…
  112. Section ๕๖ให้บุ คลทุ คนเว้ แต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่ ให้เป็คนไร้…
  113. Section ๕๖ ทวิทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๖ให้ผู้มีหน้าที่ยื่ รายการตามมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๕๗ทวิ…
  114. Section ๕๗ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๕๖วรรค๑เป็นผู้เยาว์ ผู้ที่ศาล…
  115. Section ๕๗ ทวิทวิ ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๕๖วรรค๑ถึงแก่ความตาย เสียก่อนที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖วรรค…
  116. Section ๕๗ ตรีตรี (ยกเลิก)
  117. Section ๕๗ จัตวาจัตวา ภายใต้บังคับมาตรา ๖๔การยื่นรายการตามมาตรา ๕๖ มาตรา๕๗มาตรา๕๗ทวิ มาตรา๕๗ตรี…
  118. Section ๕๗ เบญจเบญจ (ยกเลิก)
  119. Section ๕๗ ฉฉ ในการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยานั้น ให้ามีและภริยาต่าง…
  120. Section ๕๘ภายในเดือนมกราคมทุกๆปี (๑) ให้หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวง ทบวงกรมหัวหน้าส่วนราชการตามท้องที่…
  121. Section ๕๙พร้อมกับการนำเงินภาษีส่งตามมาตรา ๕๒ให้บุ คคลห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคมหรือคณะบุคคลอื่นยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด…
  122. Section ๖๐เพื่อประโยชน์แห่งการคำนวณยอดเงินได้พึงประเมิ ของผู้ต้องเสีย ภาษี ให้ถือว่าเงินภาษีที่ได้หักและนำส่งตามความในมาตรา…
  123. Section ๖๐ ทวิทวิ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามหมวดนี้ เจ้า พนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีจากบุคคลใด…
  124. Section ๖๑บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใด ๆแสดงว่า (๑)…
  125. Section ๖๒ในกรณีผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ที่ถึงแก่ความตาย…
  126. Section ๖๓บุคคลใดถูกหักภาษีไว้ ณที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกิน กว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนนี้…
  127. Section ๖๔เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๑๘ทวิ ถ้าภาษีที่ต้องเสียตามบทบัญญัติ แห่งส่วนนี้มีจำนวนตั้งแต่…
  128. ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓
  129. Section ๖๕เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้ จากรายได้จากกิจการ…
  130. Section ๖๕ ทวิทวิ การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตาม เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) รายการที่ระบุไว้ในมาตรา ๖๕ตรี…
  131. Section ๖๕ ตรีตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (๑)๒๑๗ เงินสำรองต่าง ๆนอกจาก (ก) เงินสำรองจากเบี้…
  132. Section ๖๕ จัตวาจัตวา ให้องค์การของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าทอด…
  133. Section ๖๖บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้ง…
  134. Section ๖๗การเสียภาษีตามความในส่วนนี้ให้เสียตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชี อัตราภาษีเงินได้ท้ ยหมวดนี้ เว้นแต่ในกรณีที่…
  135. Section ๖๗ ทวิทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา…
  136. Section ๖๗ ตรีตรี ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและ ชำระภาษีตามมาตรา ๖๗ทวิ (๑)…
  137. Section ๖๘ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี…
  138. Section ๖๘ ทวิทวิ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคลจัดทำบัญชีงบดุล บัญชีทำการ…
  139. Section ๖๙ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี…
  140. Section ๖๙ ทวิทวิ ภายใต้บังคับมาตรา ๗๐ถ้ารัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น…
  141. Section ๖๙ ตรีตรี ให้บุคคลห้างหุ้นส่วน บริษัทสมาคมหรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมิน ตามมาตรา ๔๐(๘) เฉพาะที่…
  142. Section ๗๐บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ…
  143. Section ๗๐ ทวิทวิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดจำหน่ายเงินกำไรหรือเงิน…
  144. Section ๗๐ ตรีตรี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ ให้แก่หรือตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่…
  145. Section ๗๑ในกรณีที่ (๑) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณ…
  146. Section ๗๒ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกัน ให้ผู้ชำระบัญชี…
  147. Section ๗๓ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันกับบริษัทหรือ…
  148. Section ๗๔ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้ ส่วนนิติบุคคลเลิกกันหรือควบเข้ากันกับ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น…
  149. Section ๗๕(ยกเลิก)
  150. Section ๗๖(ยกเลิก)
  151. Section ๗๖ ทวิทวิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศมีลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน…
  152. Section ๗๖ ตรีตรี (ยกเลิก) บัญชีอัตราภาษีเงินได้ (๑)๒๕๒ สำหรับบุคคลธรรมดา เงินได้สุทธิไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ร้อยละ ๕…
  153. หมวด๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔
  154. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไป มาตรา๗๗๒๕๕ ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมิน บัญชีอัตราภาษีเงินได้ (๒) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระ ราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด๔ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่ ๑ถึงส่วนที่ ๑๔มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๐/๕แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔(ยกเลิกหมวด ๔ภาษีการค้า มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๓และบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙) มาตรา๗๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๗๗/๑๒๕๖ ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่ งอื่น (๑) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติ บุคคล (๒) “บุคคลธรรมดา”หมายความรวมถึงกองมรดก (๓) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือ มูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคลและให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคล ธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล (๔) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา๓๙ องค์การของรัฐบาลตามมาตรา๒สหกรณ์และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล (๕) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่าบุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจ หรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ (๖) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา๘๕หรือมาตรา ๘๕/๑หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตาม มาตรา๘๕/๓ (๗) “ตัวแทน”หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการ เก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆอันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทน ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร (๘) “ขาย” หมายความว่ จำหน่ ย จ่ ย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือ ค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ เงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆเว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบ กิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา ๘๗(๓) หรือมาตรา ๘๗วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบ กิจการ ณวันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของ ผู้ประกอบการซึ่งได้ วบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓ (ช) กรณีอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวง (๙) “สินค้า”หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและ มาตรา ๗๗/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆและให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่ นำเข้า (๑๐) “บริการ” หมายความว่าการกระทำใด ๆอันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่ง มิใช่เป็นการขายสินค้ และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆแต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึง (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเอง โดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือ หลักทรัพย์ (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (๑๑)“ผู้นำเข้า”หมายความว่าผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นซึ่งนำเข้า (๑๒)๒๕๗ “นำเข้า” หมายความว่า นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และให้ หมายความรวมถึงการนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่ ด้วยศุลกากรออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย (๑๓)“ผู้ส่งออก” หมายความว่าผู้ประกอบการซึ่งส่งออก (๑๔) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไป ต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (ก)๒๕๘ การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี หนด (ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตาม กฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจัทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (๑๕)“ซื้อ”หมายความว่ การรับโอนหรือรับมอบสินค้าจากการขาย (๑๖)“ราคา”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆอันอาจคิดคำนวณ ได้เป็นเงินซึ่งได้มีการชำระหรือตกลงจะชำระเพื่อการซื้อขายสินค้าหรือการให้บริการ (๑๗) “ภาษีขาย” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรา ๘๒/๔ วรรคหนึ่งและ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียในกรณีที่เป็นการขายสินค้าตาม (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช) ของ(๘) หรือในกรณีที่เป็นการให้บริการตาม (๑๐) แต่ไม่รวมถึงภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา ๘๒/๑๖ (๑๘) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูก ผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา ๘๒/๔วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึ (ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า มาตรา ๗๗/๑(๑๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา๗๗/๑(๑๔) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอน สินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่ ด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่ ด้วยพิกัดอัตรา ศุลกากรตามมาตรา๘๒/๑๕ (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา ๘๓/๕มาตรา๘๓/๖และมาตรา ๘๓/๗ (๑๙) “ภาษีสรรพสามิต” หมายความรวมถึง ภาษีสุรา ค่าแสตมป์ยาสูบ ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันตามที่กำหนด โดยพระราชกฤษฎีกา (๒๐) “สถานประกอบการ”หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบ กิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของ ผู้ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการ เลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ (๒๑)๒๕๙ “เขตปลอดอากร”หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากร เขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและเขต ที่มีกฎหมายกำหนดให้ยกเว้นอากรขาเข้า (๒๒) “ใบกำกับภาษี”หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลด หนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา ๘๓/๕ และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากรหรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (๒๓)“เดือนภาษี”หมายความว่าเดือนประดิทิน เว้นแต่ (ก) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เริ่มนับเดือนภาษีแรกตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการหรือ วันที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑/๓ถึงวันสิ้นเดือนภาษีนั้น แล้วแต่ รณี (ข) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับอนุมัติให้ถอนทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเลิกประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือตายและผู้จัดการมรดก หรือ ทายาทมิได้ยื่นขอโอนกิจการหรือถูกอธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เดือนภาษีสุดท้ายสิ้นสุดลงในวันที่อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจากทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา๘๕/๑๙ (ค) ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีและชำระภาษีตามช่วงเวลาภาษีตามมาตรา๘๓/๑ มาตรา๗๗/๒๒๖๐ การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ มาตรา ๗๗/๑(๒๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๗/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. (๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ (๒) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึง ว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจัก การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่า การให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร มาตรา๗๗/๓๒๖๑ นอกจากกรณีตามมาตรา๙๑/๔กิจการใดที่อยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา๙๑/๒หรือได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๓ย่อมไม่อยู่ใน บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔นี้ มาตรา ๗๗/๔๒๖๒ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ บุคคลดังต่อไปนี้ ที่ได้ทำสัญญาซื้อขายสิ ค้ หรือสัญญาให้บริการกับผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องจัดส่ง สำเนาสัญญาหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ไปให้เจ้าพนักงานสรรพากร ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ได้ทำสัญญาดังกล่าว (๑) กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้จัดส่งสำเนาสัญญาตาม ประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาตามที่อธิบดีกำหนด (๒) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้จัดส่งสำเนาสัญญาหรือ เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาหรือเอกสาร ตามที่อธิบดี กำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มูลค่าของสัญญาตาม(๑) และ(๒) จะต้องกำหนดไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐บาท
  155. Section ๗๗ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นการขายสินค้าหรือการ ให้บริการ ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัย…
  156. ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษี มาตรา๗๘๒๖๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๗๘/๓ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ มาตรา ๗๗/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗๗/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗๗/๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๗๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ให้ความรับผิด ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี (๒) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ใน สินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึง กำหนดชำระราคาแต่ละงวดเว้นแต่กรณีที่ได้ีการกระทำดัต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคา แต่ละงวดก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสิ ค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี (๓) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบ สินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่า ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้ ไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี (๔) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระ อากรขาออกวางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออกแล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มี การออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)๒๖๕ การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา ๗๗/๑ (๑๔)(ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (๕) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ๐ตามมาตรา๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา๗๘(๔) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ ที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา๘๒/๑(๒) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็การบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวงกรมหรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (๑) (๒) และ(๓) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
  157. Section ๗๘ภายใต้บังคับมาตรา ๗๘/๓ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)…
  158. ส่วน ๓ ฐานภาษี มาตรา๗๙๒๗๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๗๙/๑ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการ ให้บริการ ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา ๗๗/๑(๑๙)ถ้ามีด้วย มูลค่าของฐานภาษีให้หมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการหรือ ประโยชน์ใดๆซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน มูลค่าของฐานภาษีไม่ให้รวมถึง (๑) ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ลดให้ในขณะขายสินค้า หรือให้บริการและได้หักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการ โดย ได้แสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้ ว่าได้มีการหักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้งที่ออก แล้ว ทั้งนี้ เว้นแต่ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนในการขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการจด ทะเบียนที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา ๘๖/๖หรือมาตรา ๘๖/๗ผู้ประกอบการจด ทะเบียนจะไม่แสดงส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวให้เห็นชัดแจ้งไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ได้ (๒) ค่าชดเชยหรือเงินอุดหนุนตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (๓) ภาษีขาย (๔) ค่าตอบแทนที่มีลักษณะ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
  159. Section ๗๙ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะ อย่าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)…
  160. ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๐๒๗๘ ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๑๐.๐ในการคำนวณภาษีูลค่าเพิ่มสำหรับ การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๐/๒ มาตรา ๗๙/๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๗๙/๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ (๑) การขายสินค้า (๒) การให้บริการ (๓) การนำเข้า อัตราภาษีตามวรรคหนึ่งให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแต่ต้องกำหนด อัตราภาษีให้เป็นอัตราภาษีเดียวกันสำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าทุกกรณี
  161. Section ๘๐ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ การประกอบกิจการประเภทต่างๆดังต่อไปนี้ (๑) การส่งออกสินค้าที่…
  162. ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๑๒๘๔ ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้ (ก) การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบเปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอกหัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆของพืชและวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือ ด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่ง ด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บดทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น ข้าวสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ ได้จากการสีข้าว แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟื หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ บรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิตไม่ว่าจะ เป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษา สภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็การชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็หรือด้วยการ จัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วย วิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บดทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด (ค) การขายปุ๋ย (ง) การขายปลาป่นอาหารสัตว์ (จ) การขายยาหรือเคมีภัฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุ รักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์ (ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน (ช) การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตาม มาตรา ๘๐/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (ซ) การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมในสาขาและลักษณะการ ประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฌ) การให้บริการการประกอบโรคศิลปะการสอบบัญชี การว่าความ หรือการ ประกอบวิชาชีพอิสระอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะวิชาชีพอิสระที่มี กฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพอิสระนั้น (ญ) การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาล (ฎ) การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ทั้ งนี้ ในสาขาและ ลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฏ) การให้บริารห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ (ฐ) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน (ฑ) การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น (ฒ) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ ทั้งนี้ เฉพาะบริการในสาขาและ ลักษณะการประกอบกิจการตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ด) การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศซึ่งมิใช่เป็นการขนส่งโดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล (ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ถ) การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ไม่รวมถึ บริการที่เป็น พาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการ สาธารณูปโภคหรือไม่็ตาม (ท) การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวงกรมซึ่งส่งรายรับ ทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย (ธ) การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการ สาธารณกุศลภายในประเทศซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น (น) การขายสินค้าหรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (๒) การนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้ (ก) สินค้าตาม(๑) (ก) ถึง (ฉ) (ข)๒๘๕ สินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะสินค้า ที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้ ตามกฎหมายว่ ด้วยการนั้น (ค) สินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตาม กฎหมายว่าด้วยพิัดอัตราศุลกากร (ง) สินค้าซึ่งนำเข้าและอยู่ในอารักขาของศุลกากร แล้วได้ส่งกลับออกไป ต่างประเทศโดยได้คืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (๓) การส่งออกซึ่งสินค้าหรือบริการของผู้ ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสีย มาตรา๘๑(๒) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ ที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๖ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มาหรับการประกอบกิจการตามมาตรานี้ อธิบดีจะเสนอให้ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดลักษณะของกิจการและเงื่อนไขในการประกอบ กิจการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้วให้ ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา และหากกิจการนั้นมิได้เป็นไปตาม ลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด กิจการนั้นจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้
  163. Section ๘๑ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ใน บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม…
  164. ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษี มาตรา ๘๑/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๑/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๑/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๒๒๘๙ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติ ในหมวดนี้ (๑) ผู้ประกอบการ (๒) ผู้นำเข้า
  165. Section ๘๒เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย (๑)…
  166. ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษี มาตรา๘๓๓๐๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๘๓/๑ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่นเป็นรายเดือนภาษีพร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ไม่ว่า จะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีใดให้ยื่นภายใน วันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีให้ยื่นและชำระ ณที่ว่าการอำเภอ ท้องที่ที่สถานประกอบตั้งอยู่ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดสถานที่เป็นอย่างอื่น ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง การยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษี ให้แยกยื่ และชำระเป็รายสถานประกอบการ ทั้ นี้ เว้ แต่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะยื่นคำร้องต่ออธิบดีขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี มาตรา๘๒/๑๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๒/๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมกัน ณที่ว่าการอำเภอท้องที่แห่งใดแห่งหนึ่ง หรือ ณสถานที่ที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสามก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้ ไป ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามวรรคหนึ่ง หากมีเครดิตภาษีหรือมีภาษีที่ต้อง ขอคืนให้ดำเนินการตามส่วน๘
  167. Section ๘๓สำหรับกิจการบางประเภทและหรือบางขนาดซึ่งผู้ประกอบการ…
  168. ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๔๓๑๙ เครดิตภาษีที่เหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษีจากการคำนวณภาษีตาม มาตรา๘๒/๓ให้ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีิทธินำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หรือมีสิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดง รายการภาษีของเดือนภาษีนั้นตามมาตรา ๘๓หรือมาตรา๘๓/๑เว้นแต่ในกรณีที่มารยื่นแบบแสดง รายการภาษีเพิ่มเติมเพราะการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา ๘๓/๔ก็ให้มี สิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมนั้น
  169. Section ๘๔การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ให้กระทำได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑)…
  170. ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๕๓๒๔ ผู้ประกอบการซึ่งจะเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ให้ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ยื่น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ถ้าผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นคำขอจดทะเบียน มาตรา ๘๔/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๔/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๔/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๔)พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา๘๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ การยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดและให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีูลค่าเพิ่ม
  171. Section ๘๕ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ต้อง ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (๑)…
  172. ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ มาตรา๘๖๓๔๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๘๖/๑มาตรา๘๖/๒และมาตรา๘๖/๘ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการ ให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตาม มาตรา๘๗/๓ ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๓จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็น อย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด มาตรา๘๕/๑๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔
  173. Section ๘๖ห้ามมิให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้ออกใบกำกับภาษี (๑)…
  174. ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสาร มาตรา๘๗๓๕๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๘๗/๑และมาตรา๘๗/๒ให้ผู้ประกอบการจด ทะเบียนมีหน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้ (๑) รายงานภาษีขาย (๒) รายงานภาษีซื้อ (๓) รายงานสินค้าและวัตถุดิบเฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการ ขายสินค้า ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖ให้มีหน้าที่ จัดทำรายงานมูลค่าของฐานภาษี และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ รายงานที่ต้องจัดทำตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้จัดทำเป็นรายสถานประกอบการ วิธีลงรายการในรายงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และการลงรายการให้ลงภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือ บริการนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีจำเป็น อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
  175. Section ๘๗ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหมาะสมอธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรี มี…
  176. ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา๘๘๓๖๓ เจ้าพนังานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่ เพิ่ม เบี้ยปรับและ เงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ (๑) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้ ที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (๒) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดง รายการภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าโดยแสดงจำนวนภาษีที่ต้องเสียต่ำกว่าความเป็น จริง (๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินหรือไม่ยอม ตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๔) ผู้ประกอบการไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีในกรณีภาษีซื้อ หรือสำเนาใบกำกับ ภาษีในกรณีภาษีขายพร้อมทั้งหลักฐานอื่นเพื่อการคำนวณภาษีหรือการเครดิตภาษี (๕) ผู้ประกอบการไม่เก็บสำเนาใบกำกับภาษีในกรณีภาษีขายและหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการลงรายงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือ (๖) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้ประกอบการซึ่งต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔
  177. Section ๘๘เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหมวดนี้ ในเมื่อปรากฏว่ บุ คลใดออกใบกำกับภาษี…
  178. ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม มาตรา๘๙๓๗๐ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุ คลตามมาตรา๘๖/๑๓เสียเบี้ยปรับ ในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้ (๑) ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕หรือมาตรา ๘๕/๑หรือประกอบกิจการเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๗แล้ว ให้ เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ ดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (๒) มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาให้เสียเบี้ย ปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งในเดือนภาษี (๓) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด อันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งในเดือนภาษีคลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่า ของเงินภาษีที่เสียคลาดเคลื่อนหรือที่นำส่งคลาดเคลื่อน (๔) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดอันเป็นเหตุให้จำนวน ภาษีขายหรือจำนวนภาษีซื้อในเดือนภาษีที่แสดงไว้คลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของ จำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปหรือจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไป (๕) มิได้จัดทำใบกำกับภาษีและส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามที่ กำหนดในส่วน๑๐ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี (๖) ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย ตามมาตรา๘๖/๑๓ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบลดหนี้นั้น (๗) นำใบกำกับภาษีปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้ในการคำนวณภาษีให้เสีย เบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น ในกรณีใบกำกับภาษีที่ผู้ได้รับประโยชน์ไม่สามารถนำพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออก ใบกำกับภาษี ให้ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม (๘) มิได้เก็บสำเนาใบกำกับภาษีในกรณีภาษีขายไว้ตามที่กฎหมายกำหนดให้เสียเบี้ย ปรับอีกร้อยละสองของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี (๙) มิได้เก็บใบกำกับภาษีในกรณีภาษีซื้อที่ใช้เครดิตภาษีในการคำนวณภาษีไว้ตามที่ มาตรา๘๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ กฎหมายกำหนดให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละสองของจำนวนภาษีที่นำมาเครดิตนั้น (๑๐)มิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตาม มาตรา๘๗/๑หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี ซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้อง เบี้ยปรับตามมาตรานี้อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติ รัฐมนตรี
  179. Section ๘๙บุคคลใดไม่ชำระภาษีหรือนำส่งภาษีให้ครบถ้วนภายใน กำหนดเวลาตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕ต่อเดือน…
  180. ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษ มาตรา ๙๐๓๗๓ บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท (๑) ผู้ไม่จัดส่งสำเนาสัญญาหรือเอกสารตามมาตรา๗๗/๔(๒) (๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓หรือ มาตรา๘๓/๑ (๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓/๒ (๔) ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓/๓ มาตรา ๘๙/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๙/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ (๕) ผู้มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มไม่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๓/๕ มาตรา๘๓/๖หรือมาตรา๘๓/๗ (๖) ผู้นำเข้าไม่ยื่นใบขนสินค้าตามมาตรา ๘๓/๘หรือมาตรา๘๓/๙ (๗) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้ การเปลี่ ยนแปลงรายการทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๖ (๘) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๗ วรรคสามมาตรา๘๕/๘วรรคสองมาตรา๘๕/๑๕วรรคสองหรือมาตรา๘๕/๑๗วรรคสอง (๙) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการย้ายสถานประกอบการตามมาตรา ๘๕/๘ วรรคหนึ่ง (๑๐) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๑๒ (๑๑) ผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ผู้จัดการมรดก หรือทายาทของผู้ประกอบการ จดทะเบียนไม่คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา๘๕/๑๖วรรคสามหรือวรรคห้ (๑๒)ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ โดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามมาตรา๘๖/๔มาตรา๘๖/๕ มาตรา๘๖/๖มาตรา๘๖/๗มาตรา๘๖/๙มาตรา๘๖/๑๐หรือมาตรา๘๖/๑๑ (๑๓)ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบแทนใบลดหนี้ตามมาตรา๘๖/๑๒ (๑๔) ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสินค้าเกินจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตาม มาตรา๘๗ (๑๕) ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำรายงานโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๘๗หรือตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๗/๑ (๑๖) ผู้ประกอบการจดทะเบียนจงใจไม่เก็บและรักษาใบกำกับภาษี หรือสำเนา ใบกำกับภาษี หรือเก็บรักษาเอกสารดักล่าวโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธ และเงื่อนไขที่ กำหนดตามมาตรา๘๗/๓
  181. Section ๙๐บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (๑)…
  182. หมวด๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙ มาตรา๙๑๓๘๐ ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีอากรประเมิน มาตรา ๙๐/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๙๐/๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด๕ภาษีธุรกิจเฉพาะ มาตรา๙๑ถึง มาตรา๙๑/๒๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔(หมวด๕ภาษีป้าย (เดิม) มาตรา๙๔ถึง มาตรา๑๐๒ถูก ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐)
  183. Section ๙๑ในหมวดนี้ (๑) “รายรับ”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆอันมี มูลค่าที่ได้รับหรือพึ…
  184. ลักษณะ๒ ภาษีป้าย๔๐๘ มาตรา๙๔ถึงมาตรา ๑๐๒และบัญชีอัตราภาษีป้าย (ยกเลิก) มาตรา๙๑/๑๙เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๒๐เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๒๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด๕ลักษณะ ๒ภาษีป้าย ๙๔ถึงมาตรา ๑๐๒ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐
  185. หมวด๖ อากรแสตมป์
  186. Section ๑๐๓ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “ตราสาร”หมายความว่าเอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้…
  187. ส่วน ๑ การเสียอากร
  188. Section ๑๐๔ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตาม อัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น
  189. Section ๑๐๕ในกรณีต่อไปนี้ผู้ขาย ผู้ให้เช่าซื้อ ผู้รับเงิน หรือผู้รับชำระราคาต้อง ออกใบรับให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงิน…
  190. Section ๑๐๕ ทวิทวิ ในการออกใบรับให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามมาตรา ๑๐๕(๑) หรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามมาตรา๑๐๕(๒)…
  191. Section ๑๐๕ ตรีตรี ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือผู้ ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ…
  192. Section ๑๐๕ จัตวาจัตวา ในการขายสินค้าให้ผู้ประกอบการตามหมวด ๔ที่เป็น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกหรือผู้ขายส่ง…
  193. Section ๑๐๖ใบรับที่ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ แม้ไม่อยู่ในบังคับให้จำต้องออกใบรับ ตามความในมาตรา๑๐๕เมื่อผู้มีส่วนได้เสียเรียกร้อง…
  194. Section ๑๐๗เว้นแต่ที่บัญญัติในมาตรา ๑๑๑ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นผู้มี…
  195. Section ๑๐๘ถ้าทำตราสารหลายลัษณะตามที่ ระบุในบัญชีท้ ยหมวดนี้บ กระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น เช่าและกู้ยืมรวมกันไว้…
  196. Section ๑๐๙สัญญาใดเป็นตราสารซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิด แสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า…
  197. Section ๑๑๐คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารใด แม้จะได้ปิดแสตมป์ หรับคู่ฉบับหรือ คู่ฉีกนั้นตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้แล้วก็ดี…
  198. Section ๑๑๑ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกสยาม ให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรง…
  199. Section ๑๑๒ถ้าตั๋วเงินที่ยื่นให้ชำระเงินมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้รับตั๋วจะเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่า…
  200. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ด
  201. Section ๑๑๓ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตรา สารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่…
  202. Section ๑๑๔โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา๑๒๓ก็ดโดยการกล่าวหา แจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า…
  203. Section ๑๑๕เงินอากรและเงินเพิ่มอากรที่กล่าวในมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔นั้น…
  204. Section ๑๑๖วิธเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรดังบัญญัติไว้ในมาตรา๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ให้เสียโดยวิธีชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่…
  205. Section ๑๑๗ตราสารหรือหลักฐานตามความในมาตรา ๑๑๖ที่มีผู้เสียอากร หรือเสียอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตามความในมาตรา๑๑๓หรือมาตรา๑๑๔แล้ว…
  206. Section ๑๑๘ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือ สำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้…
  207. Section ๑๑๙ตราสารซึ่งเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลต้องลงนามหรือรับรู้ก็ดี ตราสารซึ่งต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลก็ดี…
  208. Section ๑๒๐ผู้ใดได้เสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรโดยมิใช่เป็นผู้มีหน้าที่เสีย ผู้นั้นมี…
  209. Section ๑๒๑ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของ รัฐบาลโดยหน้ ที่ บุ คลผู้กระทำการในนามของรัฐบาล…
  210. Section ๑๒๒ผู้ใดได้เสียค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรเกินไปไม่น้อยกว่า ๒บาท สำหรับตราสารลักษณะเดียวหรือเรื่องเดียว…
  211. Section ๑๒๓เมื่อมีเหตุสมควรพนังานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจมีอำนาจเข้าไป…
  212. Section ๑๒๓ ทวิทวิ เพื่อให้การเสียอากรในหมวดนี้เป็นไปโดยรัดกุม ให้อธิบดีโดย…
  213. Section ๑๒๓ ตรีตรี ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำนวนเงินที่แสดงไว้ ในใบรับตามลักษณะแห่งตราสาร ๒๘. (ข) และ(ค)…
  214. ส่วน ๓ บทลงโทษ
  215. Section ๑๒๔ผู้ใดมีหน้าที่เสียอากร หรือขีดฆ่าแสตมป์เพิกเฉยหรือปฏิเสธไม่เสีย…
  216. Section ๑๒๕ผู้ใดออกใบรับไม่ถึง ๑๐บาทสำหรับมูลค่าตั้งแต่ ๑๐บาทขึ้นไป หรือแบ่งแยกมูลค่าที่ได้ชำระนั้น เพื่อหลี เลี่ยงการเสียอากรก็ดี…
  217. Section ๑๒๖ผู้ใดจงใจลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน…
  218. Section ๑๒๗ผู้ใดไม่ทำหรือไม่เก็บบันทึกตามมาตรา ๑๐๕ตรี หรือไม่ออกใบรับ ให้ในทันทีที่ถูกเรียกร้องตามมาตรา…
  219. Section ๑๒๗ ทวิทวิ ผู้ใดโดยตนเองหรือโดยสมคบกับผู้อื่นทำให้ไม่ีการออกใบรับ หรือไม่ออกใบรับให้ในทันทีที่รับเงินหรือรับชำระราคาตามมาตรา…
  220. Section ๑๒๘ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายตรวจในการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือโดยรู้อยู่แล้ว…
  221. Section ๑๒๙ผู้ใดโดยเจตนาทุจริตมีแสตมป์ซึ่งรู้อยู่ว่า เป็แสตมป์ปลอมก็ดี หรือค้าแสตมป์ที่ใช้แล้ว…
  222. หมวด๗ อากรมหรสพ๔๖๙ มาตรา๑๓๐ถึง มาตรา๑๔๓และบัญชีอัตราอากรมหรสพ(ยกเลิก) บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๘.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๘.“ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด๖ลักษณะแห่งตราสาร ๒๙. ยกเลิกโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด๖ลักษณะแห่งตราสาร ๓๐. ยกเลิกโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙ หมวด๗ลักษณะ ๒อากรมหรสพมาตรา ๑๓๐ถึง มาตรา ๑๔๓และบัญชีอัตราอากร มหรสพยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗
  223. ลักษณะ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐ มาตรา๑๔๔ถึง มาตรา๑๖๖(ยกเลิก)
  224. ลักษณะ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑ มาตรา๑๖๗ถึง มาตรา๑๗๙(ยกเลิก)
  225. ลักษณะ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒ มาตรา๑๖๕ถึง มาตรา๑๙๙ทวิ (ยกเลิก)
  226. ลักษณะ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓ มาตรา๑๘๐ถึง มาตรา๒๑๒(ยกเลิก)
  227. ลักษณะ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔ มาตรา๒๑๓ถึง มาตรา๒๔๗(ยกเลิก) ลักษณะ๓ภาษีบำรุงท้องที่ มาตรา๑๔๔ถึง มาตรา๑๖๖ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษี บำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ หมวด๗ลักษณะ๔เงินช่วยการประถมศึกษามาตรา๑๖๗ถึง มาตรา๑๗๙ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๔๙๔ หมวด๗ลักษณะ๔ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ มาตรา๑๖๕ถึง มาตรา๑๙๙ทวิ ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๐๔ หมวด ๗ ลักษณะ๕ ภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๑๘๐ถึง มาตรา ๒๑๒ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖ หมวด ๗ลักษณะ๖ภาษีการซื้อน้ำตาล มาตรา ๒๑๓ถึง มาตรา ๒๔๗ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖
  228. ลักษณะ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕ มาตรา๒๔๘ถึง มาตรา๒๖๒(ยกเลิก) หมวด๗ลักษณะ ๗ภาษีโรงแรมภัตตาคาร มาตรา ๒๔๘ถึง มาตรา ๒๖๒ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พุทธศักราช ๒๔๘๒๔๗๖ มาตรา๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒)พุทธศักราช ๒๔๘๓๔๗๗ มาตรา๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓)พุทธศักราช ๒๔๘๕๔๗๘ มาตรา๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔)พุทธศักราช๒๔๘๕๔๗๙ มาตรา๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๔๘๙๔๘๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันและเวลาประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓ถึงมาตรา ๑๔มาตรา๑๗และมาตรา๑๙ให้ใช้สำหรับ การจัดเก็บภาษีเงินได้ซึ่งพึงประเมินเรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๒๐ถึงมาตรา ๒๒ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีโรงค้าซึ่งพึง ประเมินเรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐เป็ต้ ไป (๓) บทบัญญัติมาตรา๒๓และมาตรา๒๔ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีการธนาคาร การเครดิตฟองซิเอร์ การออมสิ และการประกันภัยซึ่งพึงประเมิ เรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้น ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๖/-/หน้า๑๔๔๖/๖พฤศจิกายน๒๔๘๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/-/หน้า๔/๑มกราคม๒๔๘๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่๖/หน้า๒๕๒/๒๗มกราคม๒๔๘๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่๖๖/หน้า๑๘๑๓/๑๓ตุลาคม๒๔๘๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๖๓/ตอนที่ ๘๓/หน้า๗๔๔/๓๑ธันวาคม๒๔๘๙ ไป (๔) บทบัญญัติมาตรา ๓๐(๑) และ(๒) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้นไป (๕) บทบัญญัติตั้งแต่มาตรา ๓๑ถึงมาตรา ๓๕ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้นไป (๖) บทบัญญัติมาตรา ๓๖ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บเงินช่วยการประถมศึกษาจำนวน ปี พ.ศ. ๒๔๙๐- ๒๔๙๑เป็นต้นไป (๗) บทบัญญัติมาตรา ๓๙สำหรับภาษีโรงแรมภัตตาคาร ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้นไป มาตรา๔๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการจัดเก็บภาษีหรือเงินช่วยปีพุทธศักราชต่าง ๆหรืออากรที่ยังค้าง อยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๔๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๔๙๐๔๘๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๔๙๐๔๘๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๔๙๔๔๘๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๑๗ถึงมาตรา ๓๒แห่งพระราชบัญญัตินี้และบัญชีอัตราภาษี ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๔/ตอนที่๓๖/หน้า๕๑๘/๑๒สิงหาคม๒๔๙๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๔/ตอนที่๔๕/หน้า๖๓๕/๒๓กันยายน๒๔๙๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๖๘/ตอนที่ ๒๖/หน้า๕๖๗/๒๔เมษายน๒๔๙๔ เงินได้ (๑) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับในการจัดเก็บภาษีเงินได้าหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ในปีภาษี พ.ศ. ๒๔๙๔เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัตินี้และบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (๒) ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับแก่บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่ง รอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดลงในหรือหลังวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๗๖ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๓) บทบัญญัติมาตรา ๓๕ถึงมาตรา ๓๗แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับสำหรับ การจัดเก็บภาษีโรงค้าตั้งแต่ในปีภาษี พ.ศ. ๒๔๙๔เป็นต้นไป (๔) บทบัญญัติมาตรา๓๘ถึงมาตรา ๔๕แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากรแสตมป์ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๕) บทบัญญัติมาตรา๔๖ถึงมาตรา ๔๘แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากรมหรสพ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๖) บทบัญญัติมาตรา๔๙แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีโรงแรมภัตตาคาร ให้ใช้ บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๕๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (๑) มาตรา๑๙ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับ แก่การยื่นรายการซึ่งได้ยื่นไว้แล้วไม่เกินห้าปีนับแต่วันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๙ (๒) มาตรา๕๐ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๒๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับ แก่กรณีความผูกพันที่ต้องจ่ายเงินซึ่งได้เกิดขึ้นก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๕๐และความผูกพัน เช่นว่านี้ยังคงมีอยู่หลังวัใช้บังคับนั้น ในกรณีเช่นนี้เมื่อมีการจ่ายเงินตามข้อผูกพัครั้งสุดท้าย ให้ผู้ จ่ายเงินหักภาษีตามมาตรา ๕๐สำหรับเงินซึ่งได้จ่ายไปแล้วในครั้งก่อน ๆก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติ มาตรา๕๐ด้วย (๓) มาตรา๗๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับ แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเลิกกันก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๗๔แต่ยังชำระบัญชี อยู่ในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีเช่นว่านี้ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้ถือว่าวันใช้ บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีและให้นำมาตรา ๗๒และมาตรา๗๓ มาใช้บังคับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๔๙๕๔๘๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาและให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี ๒๔๙๕เป็นต้นไป ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๖๙/ตอนที่ ๑๖/หน้า๓๔๙/๑๑มีนาคม๒๔๙๕ มาตรา๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ บังคับใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่ที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖๔๘๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๑๔ถึงมาตรา ๓๐และมาตรา๓๗แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่า ด้วยการเก็บภาษีเงินได้จากบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี ๒๔๙๖ เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๓๑ถึงมาตรา ๓๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยการเก็บภาษี เงินได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดลงในหรือหลังวันใช้บังคับ พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๔๐แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีการค้า ให้ใช้บังคับเมื่อ พ้นสี่สิบห้าวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป (๔) บทบัญญัติมาตรา๔๐แห่งพระราชบัญญัติน้ว่าด้วยภาษีป้าย ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปี ภาษี ๒๔๙๖เป็นต้นไป (๕) บทบัญญัติมาตรา ๔๑ถึ มาตรา๕๑แห่ พระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากรแสตมป์ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นสี่สิบห้าวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป (๖) บทบัญญัติมาตรา ๕๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ให้ใช้ บังคับเมื่อพ้นสี่สิบห้าวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป มาตรา๕๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๕๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๔๙๗๔๘๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๐/ตอนที่๑๒/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๙กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๑/ตอนที่ ๑๓/หน้า๒๒๗/๑๖กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓มาตรา๔และมาตรา๕แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยการ เก็บภาษีเงินได้จากบุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. ๒๔๙๗เป็นต้น ไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๖ถึ มาตรา ๑๓แห่ พระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีบำรุง ท้องที่ ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี พ.ศ. ๒๔๙๗เป็นต้นไป มาตรา ๑๔ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ บังคับใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บเงินที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ มาตรา๑๕ ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยเงินได้พึงประเมินได้มีการ ถูกหักภาษี ณที่จ่ายไว้ยังน้อยประเภทอยู่ และการใช้จ่ายเงินบำรุงท้องที่ การลดหย่อน อัตราภาษี และวิธีปฏิบัติจัดเก็บยังไม่เหมาะสมตามกาลสมัยได้แก้ไขเพิ่มเติมให้รัดกุมยิ่งขึ้นเฉพาะเกี่ยวกับการหัก ภาษี ณที่จ่าย และว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินบำรุงท้องที่ การหักลดหย่อนอัตรา ภาษี และวิธีปฏิบัติจัดเก็บ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๔๙๗๔๘๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้ แต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๖ถึงมาตรา ๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี ๒๔๙๗เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๔และมาตรา ๑๕แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากร แสตมป์ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๔๙๘เป็นต้นไป มาตรา๒๕ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติ จัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๒๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยวิธีการเสียภาษีอากรกับวิธี ปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรเกี่ยวกับภาษีเงิ ได้, ภาษีการค้า, ภาษีป้าย, อากรแสตมป์, อากรมหรสพและ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ควรได้แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกและรัดกุมยิ่งขึ้นตามกาลสมัย จึงเห็นควร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๑/ตอนที่ ๖๔/หน้า๑๔๔๗/๑๒ตุลาคม๒๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ คือ :- ๑. ภาษีเงินได้, ภาษีการค้ , ภาษีป้าย เพิ่มให้มีการเรียกเก็บภาษีและการขอเสียภาษี ก่อนถึงกำหนดเวลาได้ ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ และเพื่อความสะดวกแก่ผู้เสียภาษีในบาง กรณี ๒. ภาษีเงินได้ (ก) แก้ไขเพิ่มเติมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้พึงประเมินบางประเภท เพื่อให้สะดวกแก่การคำนวณภาษีของผู้เสียภาษีและเจ้าพนักงานประเมินด้วย (ข) แก้ไขเพิ่มเติมการเสียภาษีให้ชำระพร้อมกับยื่นรายการ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวก ในการชำระภาษีของผู้เสียภาษีและการปฏิบัติของเจ้าพนักงานด้วย ๓. อากรแสตมป์ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำใบรับ เพื่อให้ารควบคุมการจัดเก็บอากรรัดกุมยิ่งขึ้น กับทั้งให้มีการผ่อนผันการปฏิบัติในบางกรณีได้ เพื่อความสะดวกของผู้เสียอากร ๔. อากรมหรสพ (ก) เพิ่มวิธีเสียอากรให้เป็นตัวเงินได้ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่ผู้เสียอากร (ข) กำหนดให้มีการจ่ายเงินสินบนรางวัลไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางควบคุมการ หลีกเลี่ยงอากรได้อีกทางหนึ่ง ๕. ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ เพิ่มให้มีการชำระภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการเสียภาษีของผู้ค้าโภคภัณฑ์ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่ เติมประมวลรัฎากรพ.ศ. ๒๕๐๑๔๘๘ มาตรา๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป มาตรา๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยประเภทการค้าและโภค ภัณฑ์ที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันยังไม่รัดกุม และอัตราภาษีการค้ากับอัตราภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ที่จัดเก็บ อยู่ในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงควรแก้ไขเพิ่มเติมให้รัดกุมและเหมาะสมยิ่งขึ้น และ จำเป็นจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินเพราะเป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยการภาษีอากร พระราชบัญญัติอนุัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากรพ.ศ. ๒๕๐๑พ.ศ. ๒๕๐๑๔๘๙ มาตรา๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๕/ตอนที่๒๗/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๙เมษายน๒๕๐๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๕/ตอนที่ ๓๐/ฉบับพิเศษหน้า๑/๑๕เมษายน๒๕๐๑ มาตรา๓ ให้อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรพ.ศ. ๒๕๐๑ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากรพ.ศ. ๒๕๐๑ประกาศใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๙เมษายน๒๕๐๑ไปแล้ว รัฐบาล จึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๘๙ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช ๒๔๙๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๐๑๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติ นี้ให้ใช้บังคับตั้ แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ภาษีการค้าสำหรับการรับจ้าง ทำของ การขายของและการขายผลิตภัณฑ์ และภาษีการซื้อโภคภัณฑ์สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง และ อุปกรณ์ของเครื่องบรรเลง รถยนต์ และรถอื่น ๆตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๕๐๑ยังไม่เหมาะสมบางประการ จึงเห็นควรแก้ไขใหม่ และเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๐๑๔๙๑ มาตรา๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๐๒เป็นต้น ไป มาตรา ๖ บัญชีอัตราภาษีบำรุงท้องที่ท้ ยลักษณะ๓แห่งประมวลรัฎากรที่ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับได้ในการปฏิบัติจัดเก็บเงินที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย คือ ผู้ประกอบการกสิกรรมประเภทไม้ล้มลุ ได้แบกภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมเกิ กว่าอัตภาพใน ขณะนี้ เงินที่นำมาชำระภาษีก็ได้จากการจำหน่ายผลิตผลที่เกิดจากการกสิกรรมในที่ดินของตน ปกติ พืชที่ปลูกมากก็คือข้ วในปัจจุบันราคาข้าวไม่ดการทำนาได้ผลน้อยอยู่แล้ว ฉะนั้น สมควรยิ่งที่จะลด ภาระภาษีบำรุงท้องที่ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติแก้ไขเพิม่ เติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๐๒๔๙๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๕/ตอนที่๓๑/ฉบับพิเศษหน้า ๗/๑๘เมษายน๒๕๐๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๕/ตอนที่ ๗๘/หน้า๔๙๘/๗ตุลาคม๒๕๐๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ยังค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันที่บทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเพื่อให้อัตราภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ประเภททองคำเป็นไปโดยเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและลดภาระภาษีให้แก่ประชาชน พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๐๒๔๙๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๖มาตรา๑๗มาตรา๑๙มาตรา๒๐มาตรา๒๑มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕และมาตรา ๒๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีเงินได้ของบุคคล ธรรมดาที่จะต้องยื่นรายการในพ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา๑๖มาตรา๒๙มาตรา๓๐มาตรา๓๑และมาตรา๓๕แห่ง พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุ คลที่จะต้องยื่น รายการในพ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป (๔) บทบัญญัติมาตรา ๔๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป (๕) บทบัญญัติมาตรา ๖๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีบำรุงท้องที่ ที่ถึงกำหนดชำระใน พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป มาตรา๗๘ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งยังมิได้มี คำวินิจฉัยและส่ ไปยัผู้ อุทธรณ์ เป็อุทธรณ์ที่ได้ยื่ ต่อผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ตามประมวล รัษฎากรที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๖/ตอนที่๕๙/ฉบับพิเศษหน้า ๗/๕มิถุนายน ๒๕๐๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๖/ตอนที่ ๑๐๔/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๔พฤศจิกายน๒๕๐๒ มาตรา๗๙ บทบัญญัติมาตรา๓๖มาตรา๔๖มาตรา๕๐มาตรา๖๒และมาตรา ๗๓ไม่กระทบกระทั่งสิทธิที่บุคคลมีอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๘๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวล รัษฎากรเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บภาษีอากรยังไม่รัดกุม เป็นโอกาสให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหลีกเลี่ยงได้ ง่าย และโทษที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรยังต่ำไป ไม่ได้ผลในทางระงับ ปราบปรามนอกจากนั้นอัตราภาษีอากรบางประเภทยังไม่เหมาะสม จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงเสียใหม่ ให้รัดกุมและเหมาะสมยิ่งขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๐๒๔๙๔ มาตรา๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้น ไปเว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓เฉพาะที่เกี่ยวกับบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคล ธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้น ไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๓เฉพาะที่เกี่ยวกับบัญชีอัตราภาษีเงินได้ หรับบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะต้องยื่น รายการในพ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๔ให้ใช้บังคับสำหรับภาษีการค้าที่ถึงกำหนดเวลาชำระในปี พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นต้นไป มาตรา๖ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ ค้างอยู่หรือที่ พึ งชำระก่อนวันที่ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น ปรากฏว่าอัตราก้ วหน้าแต่ละขั้นมีช่วงยาวเกิ ไปไม่เป็นธรรมจึ ได้แก้ให้มีช่วงสั้นกว่าเดิ อัตราภาษี เงินได้นิติบุคคลนั้นยังต่ำไปมาก และอัตราภาษีการค้าบางประเภทยังต่ำกว่าที่ควร แต่บางประเภทก็มี อัตราสูงไปกว่าที่ควรเฉพาะอัตราอากรแสตมป์สำหรับตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินมีอัตราสูงไป ได้แก้ลดอัตราลงเพื่ อช่วยส่งเสริมนโยบายลดอัตราดอกเบี้ ยที่เรียกเก็บกันอยู่ขณะนี้และเมื่อ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๖/ตอนที่ ๑๒๒/ฉบับพิเศษหน้า ๔๔/๓๑ธันวาคม๒๕๐๒ เปรียบเทียบกับอัตราภาษีอากรของประเทศอื่น ๆแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่าอัตราภาษีอากรของประเทศ ไทยยังไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอแก่การทำนุบำรุงประเทศชาติให้วัฒนาถาวรได้ เพื่อประโยชน์แห่ง รายได้ของรัฐที่จะนำมาใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้รุ่งเรือง จึงได้ปรับปรุงอัตราภาษี อากรดังกล่าวให้เป็ไปตามควรแก่สถานการณ์ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๐๔๔๙๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) มาตรา๕มาตรา๖มาตรา๗และมาตรา๘แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับดังนี้ (ก) กรณีภาษีหัก ณที่จ่าย ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในเดือน มกราคมพ.ศ. ๒๕๐๕เป็นต้นไป (ข) กรณีอื่นและกรณียื่นรายการเงินได้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมิน ประจำ พ.ศ. ๒๕๐๕ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๐๖เป็นต้นไป (๒) มาตรา๙แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีการค้า ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับ ของผู้ประกอบการค้าประจำเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ที่จะต้องชำระภาษีในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๔เป็นต้นไป (๓) มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑และมาตรา๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากร แสตมป์ให้ใช้บังคับสำหรับการรับเงินตั้ แต่เดือนกันยายนพ.ศ. ๒๕๐๔ที่จะต้องเสียอากรเป็นตัวเงิน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๔เป็นต้นไป (๔) มาตรา ๑๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่ ด้วยภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ให้ใช้บังคับ สำหรับการซื้อหรือนำเข้าซึ่งโภคภัณฑ์ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔เป็นต้นไป มาตรา ๑๔ ผู้ประกอบการค้าและหรือผู้ค้าโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรก่อน พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและคงเป็นผู้ประกอบการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อได้รับชำระหนี้ที่ค้าง ชำระอยู่ หรือได้รับชำระหนี้ตามข้อผูกพันที่มีหลักฐานเป็นหนังสืออันได้ทำไว้ก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้คงเสียภาษีการค้าและอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือผู้ประกอบการค้านั้นจะยื่นคำร้องตามแบบที่อธิบดีกำหนดขอเสียภาษีอากรดังกล่าวเหมาคราวเดียว ให้เสร็จไป โดยคำนวณภาษีอากรจากหนี้ที่ค้างชำระในวันยื่นคำร้องก็ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการค้า โภคภัฑ์ให้ผู้ซื้อเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรดังกล่าวด้วย บุคคลใดมีสินค้าคงเหลือจากการนำเข้าหรือการผลิตก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ และได้ขายสิ ค้านั้นเมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้าตาม พระราชบัญญัตินี้ ผู้ประกอบการค้าและหรือผู้ค้าโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรก่อนพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ซึ่งไม่เป็นผู้ประกอบการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ แต่มีสิทธิที่จะได้รับสินค้าตามข้อผูกพันหรือ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๗๘/ตอนที่ ๖๗/ฉบับพิเศษหน้า๑/๓๐สิงหาคม๒๕๐๔ มีสินค้าเหลืออยู่ หรือมีลูกหนี้จากการค้าค้างชำระอยู่ให้เสียภาษีการค้าและอากรแสตมป์ตามประมวล รัษฎากรก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ จนกว่าสินค้านั้นจะหมดหรือลูกหนี้ได้ชำระหนี้หมด หรือบุคคลนั้นจะยื่นคำร้องตามแบบที่อธิบดีกำหนดขอเสียภาษีอากรดังกล่าวเหมาในคราวเดียวให้ เสร็จไป โดยคำนวณภาษีอากรจากราคาตลาดของสินค้าและหรือจากหนี้ที่ค้างชำระในวันยื่นคำร้องก็ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการค้าโภคภัณฑ์ ให้ผู้ซื้อเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรดังกล่าว ด้วย มาตรา๑๕ เพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร ให้ผู้ประกอบการค้าและ ผู้ ค้าโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและผู้ประกอบการค้าตาม พระราชบัญญัตินี้ มีหน้าที่ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดแสดงประเภท ปริมาณและราคาของ สินค้าที่จะได้รับตามข้อผูกพันหรือสินค้าที่เหลืออยู่ หรือจำนวนหนี้สินที่ลูกหนี้ค้างชำระอยู่ในวันที่ ๓๑ สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๐๔ แบบแสดงรายการตามวรรคก่อนให้ยื่นต่อ (๑) อธิบดี ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ยื่นมีสถานการค้าอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัด ธนบุรี (๒) สรรพากรจังหวัด ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ยื่นมีสถานการค้าอยู่ในเขตจังหวัดอื่น การยื่นแบบแสดงรายการดังกล่าว ให้ยื่นภายในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔และถ้า ได้ยื่น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานการค้าตั้งอยู่ ก็ให้ถือว่าได้ยื่นแล้ว มาตรา๑๖ ผู้ใดฝ่าฝื ไม่ยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา๑๕หรือยื่นแบบแสดง รายการตามมาตรา ๑๕เป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา๑๗ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ (๑) ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ และ (๒) ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรตามมาตรา ๑๔ มาตรา๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ (๑) ภาษีเงินได้ เพื่อบรรเทาภาระภาษีแก่ผู้มีเงินได้ให้ลดน้อยลง (๒) ภาษีการค้า เพื่อให้ง่ายและสะดวกแก่การจัดเก็บภาษีทั้งทางฝ่ายผู้เสียภาษีและ เจ้าพนักงานทั้งทำให้รัดกุมยิ่งขึ้น (๓) อากรแสตมป์ยกเลิกอากรสำหรับใบรับที่ผู้ประกอบการค้าต้องเสีย เพราะจะมิให้มี การเก็บภาษีซ้อนกับภาษีการค้าซึ่งสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย ไม่สะดวก ควรเก็บภาษีการค้าอย่าง เดียว (๔) ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ยกเลิกเพราะเหตุผลเช่นเดียวกับอากรแสตมป์ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๐๘๔๙๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓และมาตรา๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินของบุคคลธรรมดาประจำ พ.ศ. ๒๕๐๙ที่จะต้อง ยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๐เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัตินี้ ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทและห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สิ้นสุดลงในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคม๒๕๐๙เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๖มาตรา ๗มาตรา ๘มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒มาตรา ๑๓มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๒๓มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕และมาตรา ๒๖แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ว่าด้วยภาษีการค้า ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับของผู้ประกอบการค้าในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๙เป็นต้นไป มาตรา๒๘ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยัคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ ค้างอยู่หรือที่ พึ ชำระก่อนวัที่ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๒๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อความชัดเจน ความเป็นธรรมและ เหมาะสมแก่สถานการณ์ปัจจุบันกับป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีอากร พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๓๔๙๗ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวล รัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีการค้าและยังใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปโดยถือว่าเป็นการลดจากบัญชีอัตราภาษีการค้าซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนด นี้จนกว่าจะมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒/ตอนที่๑๑๔/ฉบับพิเศษหน้า ๓๕/๓๑ธันวาคม๒๕๐๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๘๗/ตอนที่ ๕๘/ฉบับพิเศษหน้า๒๙/๓๐มิถุนายน๒๕๑๓ มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือโดยที่อัตราภาษีการค้ ที่จัดเก็บอยู่ ตามประมวลรัษฎากรในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์สมควรแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และโดย ที่การแก้ไขจำเป็นจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน จึง จำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๒๐)พ.ศ. ๒๕๑๓๔๙๘ มาตรา๒ พระราชบัญญัติี้ให้ใช้บังคับเมื่ อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๑๙ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรสำหรับรายรับก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ มาตรา๒๐ บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามประมวลรัษฎากรและยังใช้อยู่ก่อนวัน พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศ หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา๔แห่ ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๒๑ ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อความชัดเจนและเหมาะสมแก่ สถานการณ์ปัจจุบัน พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๓พ.ศ. ๒๕๑๓๔๙๙ มาตรา๓ ให้อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่ได้มีพระราชกำหนดแก้ไข เพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๓ประกาศใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๓๐มิถุนายน ๒๕๑๓ไปแล้ว จึงจำเป็ต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่ออนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๓ ราชกิจจานุเบก เล่ม ๘๗/ตอนที่๘๐/หน้า๕๙๑/๒๕สิงหาคม๒๕๑๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๘๗/ตอนที่ ๙๓/ฉบับพิเศษหน้า๑๐/๗ตุลาคม๒๕๑๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๕ลงวัที่ ๔มิถุนายน พุทธศักราช๒๕๑๕๕๐๐ โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า อัตราภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรที่จัดเก็บอยู่ ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมและเป็นธรรมกับการส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมและการประกอบ การค้าบางประเภท สมควรปรับปรุงโดยยกเว้นหรือลดอัตราภาษีอากรบางประเภท รวมทั้งกำหนด อัตราการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับกิจการบางประเภทเสียใหม่ด้วย ข้อ ๑๑ ให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราช กฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๓และมาตรา๔๖แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖ ข้อ ๑๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ ๙และข้อ ๑๐ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๑๕ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๖เป็นต้นไป ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๐๖ลงวันที่ ๑๕กันยายนพุทธศักราช ๒๕๑๕๕๐๑ โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า อัตราภาษีเงินได้ การคำนวณภาษีการค้า จำนวน เงินที่ยอมให้หัค่าใช้จ่ายและลดหย่อนสำหรับกิจการหรือบุคคลรวมทั้งวิธีจัดเก็บภาษีดังกล่าวข้างต้น ยังไม่เหมาะสมกับสภาพครอบครัวและกิจการบางประเภท นอกจากนี้บางบทบัญญัติในประมวล รัษฎากรยังมีข้อความไม่ชัดเจนก่อให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างเจ้ หน้ ที่กับประชาชนผู้เสียภาษีอยู่เสมอ สมควรปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ กรมสรรพากรต้องคืนเงิ ภาษีที่ได้เรียกเก็บไว้โดยไม่ถูกต้องให้แก่ผู้เสียภาษี สมควรที่จะคิดดอกเบี้ย ให้แก่ผู้รับคืนตามจำนวนที่ต้องคืนด้วย ข้อ ๒๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ข้อ ๒๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) ข้อ๑ให้ใช้บังคับสำหรับการคืนเงินภาษีอากรที่ได้ชำระหรือนำส่ ในหรือหลัง วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ (๒) ข้อ๒ให้ใช้บังคับ หรับเงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ได้รับก่อนวันที่ประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับด้วยแต่ไม่รวมถึงเงินได้พึงประเมินที่ได้ชำระภาษีเงินได้ไปแล้ว ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่๘๙/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๖มิถุนายน ๒๕๑๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๘๙/ตอนที่ ๑๓๘/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๕กันยายน๒๕๑๕ (๓) ข้อ ๓ข้อ ๔ข้อ ๕ข้อ ๖ข้อ ๗ข้อ ๘ข้อ ๙ข้อ ๑๐และข้อ ๑๔ในส่วนที่ว่า ด้วยภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำพ.ศ. ๒๕๑๕ที่ จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๖เป็นต้นไป (๔) ข้อ ๑๔ในส่วนที่ว่าด้วยภาษีเงินได้ส หรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะภาษีจากกำไรสุทธิ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรอบ ระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลังวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ (๕) ข้อ๑๕ข้อ ๑๖และข้อ๑๘ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับของผู้ประกอบการค้า ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๑๕เป็นต้นไป ข้อ ๒๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๑๖๕๐๒ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวล รัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีการค้าและยังใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้ บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปโดยถือว่าเป็การลดจากบัญชีอัตราภาษีการค้า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้จนกว่าจะมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตรา ภาษีการค้าสำหรับสินค้าบางชนิดให้เหมาะสมแก่สถานการณ์ยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราช กำหนดนี้ขึ้น พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๑๖๕๐๓ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๓มาตรา๔มาตรา๕มาตรา๖มาตรา๗มาตรา๘ มาตรา ๙และมาตรา ๑๐แห่งพระราชกำหนดนี้ ให้ใช้บังคับาหรับเงินได้พึงประเมิ ของบุคคล ธรรมดาประจำพ.ศ. ๒๕๑๗ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๘เป็นต้นไป มาตรา๑๑ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐/ตอนที่๑๖๒/หน้า๖๑๙/๑๑ธันวาคม๒๕๑๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๐/ตอนที่ ๑๖๗/หน้า๖๓๕/๑๘ธันวาคม๒๕๑๖ โดยพระราชกำหนดนี้ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อน วันที่บทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง ประมวลรัษฎากรเพื่อลดภาระภาษีเงินได้ที่เก็บจากบุคคลธรรมดาและแก้ไขวิธีการจัดเก็บเพื่อความ เป็นธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๑๖ลงวัที่ ๑กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗๕๐๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๒๑)พ.ศ. ๒๕๑๗๕๐๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๔มาตรา๕มาตรา๖มาตรา๗มาตรา๘และมาตรา๙ แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินของบุคคล ธรรมดาประจำพ.ศ. ๒๕๑๘ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๙เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๐แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีเงิ ได้บริษัทและห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สิ้นสุดลงในหรือหลัวัที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๑๘เป็นต้นไป มาตรา๑๒ ความใน(๘) ของมาตรา๔๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งถูกยกเลิกโดย มาตรา๕แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปสำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตรของ รัฐบาลที่ออกจำหน่ายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๑๓ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติ นี้ ให้คงใช้บังคับได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีกฎหมายว่าด้วย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใช้บังคับและเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ สมควรปรับปรุงประมวลรัษฎากรเพื่อพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑/ตอนที่๒๕/หน้า๑๐๓/๑๒กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๑/ตอนที่ ๒๒๘/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๓๑ธันวาคม๒๕๑๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๒๒)พ.ศ. ๒๕๑๘๕๐๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ บทบัญญัติมาตรา ๔๒ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๑๗ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๑๘เป็นต้นไป มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่วิธีการหักค่ ใช้จ่ ยสำหรับเงิน ที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงานยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเสียใหม่ให้เหมาะสม และเป็น การบรรเทาภาระภาษีเงินได้ให้แก่ลูกจ้างทั้งหลายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๘ลงวันที่ ๗พฤศจิกายนพุทธศักราช ๒๕๒๐๕๐๗ โดยที่ในปัจจุบันเจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรและเจ้าพนักงานตำรวจต่างมี อำนาจในการตรวจสอบการชำระภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรทำให้พ่อค้าประชาชนมีภาระต้อง ชี้แจงแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย สมควรขจัดภาระดังกล่าวด้วยการให้เจ้าพนักงานตาม ประมวลรัษฎากรดำเนินการไปแต่ฝ่ายเดียว และโดยที่สมควรเร่งรัดการตรวจสอบภาษีอากรให้แล้ว เสร็จโดยเร็ว ข้อ ๑ ในกรณีที่เจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรได้ออกหมายเรียกหรือหนังสือ เชิญผู้มีหน้าที่ชำระหรือนำส่งภาษีอากรมาทำการตรวจสอบไต่สวนก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรดำเนินการประเมินหรือออกคำสั่งให้ชำระหรือ นำส่งภาษีอากรให้แล้วเสร็จภายในเวลาสองปีนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ และ ให้อธิบดีกรมสรรพากรรายงานจำนวนผู้ถู กเรียกตรวจสอบไต่สวน และผลการตรวจสอบต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างน้อยทุกหกเดือน เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสองปีดังกล่าว ถ้า เจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรยังประเมินหรือออกคำสั่งให้ชำระภาษีอากรไม่แล้วเสร็จสำหรับราย ใด ให้ระงับการตรวจสอบไต่สวนและการประเมินหรือการออกคำสั่งให้ชำระหรือนำส่งภาษีอากร สำหรับรายนั้น เว้ แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่อาจประเมิ หรือสั่งภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะสั่งขยายกำหนดเวลาออกไปตามควรแก่กรณีก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน หนึ่งปีนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่๓๒/ฉบับพิเศษหน้า ๔/๑๒กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๔/ตอนที่ ๑๐๖/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๘พฤศจิกายน๒๕๒๐ ข้อ ๓ บรรดาคดีที่เกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ ทำการค้นและยึดบัญชีหลักฐานและเอกสารไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานตำรวจทำการตรวจสอบไต่สวนให้แล้วเสร็จ และส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานตามประมวล รัษฎากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ และให้เจ้าพนักงานตาม ประมวลรัษฎากรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ ๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐ลงวันที่ ๗พฤศจิกายนพุทธศักราช๒๕๒๐๕๐๘ โดยที่ คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า บทบัญญัติและอัตราภาษีอากรของประมวล รัษฎากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ชัดเจน รัดกุม เป็นธรรม และให้ารจัดเก็บเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น ข้อ ๒๑ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (๑) ถ้าผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรในหรือหลังวันที่ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งเป็นดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากที่ได้ฝากไว้ ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดอกเบี้ยดังกล่าวส่วนที่เฉลี่ย เป็นของระยะเวลาก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่ต้องนำมา รวมคำนวณภาษี (๒) ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ได้รับในหรือหลัวัที่ประกาศของ คณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถ้าเป็นดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากที่ครบ กำหนดเวลาฝากก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ต้องนำมา รวมคำนวณภาษี ข้อ ๒๒ เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๔๒(๒๒) แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ (๑) ที่ได้รับก่อนหรือในวันที่ ๓๐เมษายนพ.ศ. ๒๕๒๑ให้ยังคงได้รับยกเว้น (๒) ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ ๑พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๒๑จนถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ๑๐ของเงินได้หักค่าใช้จ่ายแล้วโดยไม่ต้องนำไปรวม คำนวณตามมาตรา๔๘(๑) และ(๒) แห่งประมวลรัษฎากรก็ได้ (๓) ที่ได้รับภายหลังระยะเวลาตาม (๒) ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามมาตรา๔๘ (๑) และ(๒) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ ๒๓ ตราสารเช็คที่ลงวันเดือนปีที่ออกเช็คในวันหรือหลังวันที่ประกาศของคณะ ปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เสียอากรให้ครบตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ทั้งนี้ ตามวิธีการที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราช ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๔/ตอนที่ ๑๐๖/ฉบับพิเศษหน้า ๑๐/๘พฤศจิกายน๒๕๒๐ กิจจานุเบกษา ข้อ ๒๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ข้อ๒๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) ข้อ ๓ข้อ ๔ข้อ ๖ข้อ๗ข้อ ๘ข้อ ๙ข้อ ๑๐ข้อ ๑๑ข้อ ๑๒และข้อ๑๓ใน ส่วนที่ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๐ที่ จะต้องยื่นรายการภายใน พ.ศ. ๒๕๒๑เป็นต้ ไป (๒) ข้อ ๑๔และข้อ ๑๕ในส่วนที่ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีิ้นสุดลงในหรือ หลังวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๐เป็นต้นไป ข้อ ๒๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๒๑๕๐๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกข้อ ๒๒แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา๑๑ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรและประกาศของคณะปฏิวัติที่ ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บ ภาษีอากรสำหรับการขายหรือโอนโดยมีค่าตอบแทนซึ่งหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่เป็นการสมควรเก็บภาษีการค้า จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังที่ เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อขจัดความยุ่งยากในทางปฏิบัติและเพื่อให้เกิดความสะดวกรัดกุมและแน่นอน ในการเสียภาษี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๕/ตอนที่ ๗๔/หน้า๔๓๘/๒๕กรกฎาคม๒๕๒๑ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๑๕๑๐ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๖มาตรา ๗มาตรา ๘มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๓ และมาตรา๑๔แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึง ประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๓เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา๑๕มาตรา๑๖และมาตรา๑๗แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วย ภาษีเงินได้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา๑๘และมาตรา๑๙แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วยภาษีการค้า ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับของผู้ประกอบการค้าในเดือนมกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒เป็นต้ ไป มาตรา ๒๓ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรและประกาศของคณะปฏิวัติที่ถูก ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บ ภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นที่จะต้อง ปรับปรุงประมวลรัฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุารณ์ในปัจจุบัซึ่ จะต้องได้รับการ พิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ความเป็น ธรรมความสะดวกรัดกุ และแน่นอน จึ จำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๑ลงวันที่ ๙มกราคม๒๕๒๒๕๑๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๒๒๕๑๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) ในกรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับแก่เงินได้พึงประเมินาหรับ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๓เป็นต้นไป (๒) ในกรณีภาษีเงินได้บริัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้บังคับแก่เงินได้ สำหรับ ราชกิจานุเบกษา เล่ม ๙๕/ตอนที่๑๕๕/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๓๐ธันวาคม๒๕๒๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่๕/หน้า๗/๑๖มกราคม๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๖/ตอนที่ ๒๒๐/ฉบับพิเศษหน้า ๔/๓๐ธันวาคม๒๕๒๒ รอบระยะเวลาบัญชีซึ่งสิ้นสุดลงในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๒เป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ได้เพิ่มบทบัญญัติเป็นกรณีพิเศษสำหรับภาษีเงินได้ปิโตรเลียมขึ้น และเพื่อให้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และเงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งของกำไรเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณที่จ่ายสำหรับ กรณีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้ตาม ประมวลรัษฎากรสมควรแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติที่เพิ่มขึ้นในกฎหมาย ว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๓๕๑๓ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา๓มาตรา๔มาตรา๕มาตรา๖มาตรา๗มาตรา๘มาตรา ๙มาตรา๑๒มาตรา๑๓และมาตรา๑๕แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๓ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๔เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๐แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ.๒๕๒๔ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ.๒๕๒๕เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๑๕แห่งพระราชกำหนดนี้ว่าด้วยภาษีเงิ ได้บริษัทและห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สิ้นสุดในหรือหลังวัที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๓เป็นต้นไป มาตรา๑๖ บทบัญญัติใ (จ) ของมาตรา๔๗(๑) แห่งประมวลรัฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐ลงวันที่ ๗พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๒๐ที่ถูกยกเลิกโดย พระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๓ที่จะต้องยื่น รายการในพ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา๑๗ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็ต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรเพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้มีเงินได้ประจำซึ่งมีรายได้น้อย รวมทั้งปรับปรุงอัตรา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๗/ตอนที่ ๗๘/ฉบับพิเศษหน้า๑๔/๒๑พฤษภาคม๒๕๒๓ ภาษีเงินได้ให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งในการนี้จะต้องได้รับการพิจารณาโดย ด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่ ดิ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๓ลงวันที่ ๗มิถุนายน ๒๕๒๓๕๑๔ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๓๕๑๕ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่พระ ราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดนี้ คือโดยที่มีความจำเป็นต้องเพิ่มอัตราภาษี การค้าสำหรับสินค้าบางชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งในกรณีนี้จะต้อง ได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรัษาประโยชน์ของแผ่นดิน และโดยที่กรณีี้เกิดขึ้นในระหว่าง ที่ปิดสมัยประชุมรัฐสภา และเป็นกรณีฉุกเฉินซึ่งมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจ จึงจำเป็ต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๓ลงวันที่ ๒๖พฤษภาคม๒๕๒๔๕๑๖ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๒๔๕๑๗ มาตรา๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงิ ได้พึงประเมิน ประจำ พ.ศ. ๒๕๒๔ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๕เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๔แห่ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมิน ประจำ พ.ศ. ๒๕๒๕ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่๙๐/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๓มิถุนายน ๒๕๒๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่๑๖๑/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๑๖ตุลาคม๒๕๒๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘/ตอนที่๘๐/ฉบับพิเศษหน้า ๒/๒๗พฤษภาคม๒๕๒๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๘/ตอนที่ ๕๐/ฉบับพิเศษหน้า๑/๓๑มีนาคม๒๕๒๔ (๓) บทบัญญัติมาตรา ๕แห่งพระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๔เป็นต้น ไป (๔) บทบัญญัติมาตรา ๖แห่งพระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นไป มาตรา๘ บทบัญญัติในวรรคหนึ่ง และวรรคสองของมาตรา๔๗ทวิ แห่งประมวล รัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ ที่ถูกยกเลิกโดยพระราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับได้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๔ที่ จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา๙ การยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา๖๗ทวิ แห่ ประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้เฉพาะรอบระยะเวลาบัญชีดังต่อไปนี้ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลคำนวณและชำระภาษีจากประมาณการกำไรสุทธิดังนี้ (๑) รอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดลงในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ให้ คำนวณและชำระภาษีจากจำนวนร้อยละ๒๐ของประมาณการกำไรสุทธิ (๒) รอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดลงในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ให้ คำนวณและชำระภาษีจากจำนวนร้อยละ๓๓ของประมาณการกำไรสุทธิ มาตรา๑๐ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบันและป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี อากรซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน และโดยที่กรณีนี้เกิดขึ้นใน ระหว่างที่ปิดสมัยประชุมรัฐสภาและเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๒๔ลงวันที่ ๒๖พฤษภาคม๒๕๒๔๕๑๘ พระราชกำหนดแก้ไขเพิม่ เติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๒๕๕๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๐/ตอนที่๙๘/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๒๒พฤษภาคม๒๕๒๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๒๘/ฉบับพิเศษหน้า๕/๒๖กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติ มาตรา๖มาตรา๗มาตรา๘มาตรา๙มาตรา๑๐มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘และมาตรา๒๐ว่าด้วยภาษีเงิ ได้สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ใช้บังคับ สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๕ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๒๖เป็นต้นไป มาตรา๒๒ บทบัญญัติใน (๙) ของมาตรา๔๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งถูกยกเลิก โดยพระราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับสำหรับเงินได้จากการขายทรัพย์สินอันเป็นมรดก หรือการขาย ทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ทั้งนี้ เฉพาะที่ได้กระทำก่อนวันที่ พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๒๓ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือโดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรเพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางให้เหมาะสมกับสภาพ และเหตุการณ์ในปัจจุบักับให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมและป้องกันการหลีกเลี่ ยงภาษีอากรบาง กรณีซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน และโดยที่กรณีนี้เกิดขึ้นใน ระหว่างที่ปิดสมัยประชุมรัฐสภาและเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๒๕ลงวันที่ ๒๖พฤษภาคม๒๕๒๕๕๒๐ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๑๑ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไป เฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่ถึงกำหนด ชำระก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่๗๖/ฉบับพิเศษหน้า ๔/๓มิถุนายน ๒๕๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๒๘/ฉบับพิเศษหน้า๒๑/๒๖กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ มาตรา๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง อัตราภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้อง พิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน และโดยที่กรณีนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ปิดสมัย ประชุมรัฐสภา และเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของ ประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ลงวันที่ ๒๖พฤษภาคม๒๕๒๕๕๒๒ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕)พ.ศ. ๒๕๒๕๕๒๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๑๖มาตรา๑๘มาตรา๑๙มาตรา๒๐และมาตรา๒๑ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๖เป็นต้นไป มาตรา ๒๙ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึง ชำระก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บทบัญญัติมาตรา ๖๕ทวิ (๒) วรรคหนึ่ง และ(๙) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา๖๕ตรี (๒) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่ เติ โดยมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะมีารออกพระราช กฤษฎีกาหรือออกกฎกระทรวงตามบทบัญญัติซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ๆ มาตรา๓๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากรเพื่อความเป็นธรรม ความชัดเจน ความรัดกุม และความเหมาะสมแก่สถานการณ์ และเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีอากรให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๒๕๕๒๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่๗๖/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๓มิถุนายน ๒๕๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่๙๑/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒กรกฎาคม๒๕๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๑๒๑/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๗สิงหาคม๒๕๒๕ นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓มาตรา๖มาตรา๗และมาตรา๘แห่ พระราชบัญญัตินี้ ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๕ที่จะต้องยื่น รายการในพ.ศ. ๒๕๒๖เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๙และมาตรา๑๐แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีเงินได้ บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรอบ ระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๕เป็นต้นไป มาตรา ๑๒ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึง ชำระก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้เงิน ปันผลที่ได้จากสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อ ส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม เป็นเงินได้พึงประเมินประเภทเดียวกับเงินปัน ผลที่ได้จากบริษัทจำกัดโดยให้เงินปันผลดังกล่าวนี้ได้รับการปฏิบัติเหมือนกับเงินปันผลที่ได้รับจาก กองทุนรวมและยกเลิกการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเสียภาษีเงินได้อย่างบุคคลธรรมดา เพื่อ ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี และให้องค์ารของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้จากการขายสิ ค้าขององค์ ของรัฐบาลแทนผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเช่นเดียวกับผู้ขายสินค้าซึ่งเป็น บุคคลธรรมดา จึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๕๒๕๕๒๕ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๑๑และมาตรา๑๒ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ใช้ บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำพ.ศ. ๒๕๒๖ที่จะต้องยื่นรายการในพ.ศ. ๒๕๒๗เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๓ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้ บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๖เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๑๔ว่าด้วยภาษีการค้ ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๒๕เป็นต้นไป มาตรา๑๕ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๑๕๐/ฉบับพิเศษหน้า ๗๙/๑๖ตุลาคม๒๕๒๕ ราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน กับให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม และป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีอากรบางกรณี ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษา ประโยชน์ของแผ่นดินและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๕๒๕ลงวันที่ ๑๘กุมภาพัธ์ ๒๕๒๖๕๒๖ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖๕๒๗ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๗มาตรา ๘และมาตรา๙ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาแห่งพระราชกำหนดนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๗ที่จะต้องยื่น รายการในพ.ศ. ๒๕๒๘เป็นต้นไป มาตรา๑๖ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบนซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินและเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ลงวันที่ ๑๔มิถุนายน ๒๕๒๗๕๒๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่๒๓/ฉบับพิเศษหน้า ๓/๒๓กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่๑๘๕/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๘พฤศจิกายน๒๕๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๑/ตอนที่ ๗๙/ฉบับพิเศษหน้า ๖/๒๒มิถุนายน๒๕๒๗ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗๕๒๙ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้ แต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๑๐มาตรา๑๑มาตรา๑๒มาตรา๑๓มาตรา๑๔มาตรา ๑๕มาตรา๑๖มาตรา๑๗และมาตรา๑๘ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแห่งพระราชกำหนดนี้ให้ ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๘ที่จะต้องยื่นรายการในพ.ศ. ๒๕๒๙เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๒๓มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕มาตรา ๒๖มาตรา ๒๗และ มาตรา๒๘ว่าด้วยภาษีการค้าแห่งพระราชกำหนดนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับรายรับในเดือนมกราคมพ.ศ. ๒๕๒๘เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๒๙ว่าด้วยอากรมหรสพแห่ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๘เป็นต้นไป มาตรา๓๐ เงินค่าภาษีอากรที่นายจ้างหรือผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘เป็นต้นไป สำหรับเงินได้ตามมาตรา ๔๐(๑) และ(๒) แห่งประมวลรัษฎากรของปีภาษี ก่อน พ.ศ. ๒๕๒๘ให้ถือเป็นเงินได้ของปีภาษี พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา๓๑ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๓๒ ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็ต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน และเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗ลงวันที่ ๒๔พฤษภาคม๒๕๒๘๕๓๐ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙๕๓๑ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่๑๙๙/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๓๑ธันวาคม๒๕๒๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่๗๑/หน้า๓๗/๔มิถุนายน ๒๕๒๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๓/ตอนที่ ๑๕/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๓๑มกราคม๒๕๒๙ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑มาตรา ๑๔มาตรา ๑๖และ มาตรา ๑๘ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแห่ พระราชกำหนดนี้ ให้ใช้บังคับ หรับเงินได้พึ ประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๒๙ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๓๐เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา๑๗มาตรา๑๙และมาตรา๒๐ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทและ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแห่งพระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑มกราคม๒๕๒๙เป็นต้นไป มาตรา๓๐ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรผู้ใดซึ่งยังไม่ได้เสียภาษีอากร หรือเสีย ไว้ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ได้ยื่นคำขอเสียภาษีอากรตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายใน เดือนกรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๒๙และได้ชำระภาษีอากรตามจำนวนที่ต้องเสียตามมาตรานี้ภายใน ระยะเวลาและหลัเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสองปี บแต่วันยื่นคำขอให้ผู้นั้นได้รับยกเว้น จากการเรียกตรวจสอบไต่สวน ประเมินหรือสั่งให้เสียภาษีอากรและความผิดทางอาญาตามประมวล รัษฎากรสำหรับเงินได้หรือรายรับที่มีอยู่ก่อนหรือในปีภาษี พ.ศ. ๒๕๒๗หรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ สิ้นสุดลงก่อนหรือในวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๗ การคำนวณภาษีอากรตามวรรคหนึ่งให้คำนวณดังนี้ (๑) ในอัตราร้อยละ ๓.๐ของมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดหักด้วยมูลค่าของหนี้สิน ทั้งหมดที่มีอยู่ ณวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗หรือ ณวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุด ลงในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ (๒) ในอัตราร้อยละของยอดเงินได้ดังต่อไปนี้ ยอดเงิ ได้ไม่เกิน ๑๐๐ล้านบาท ร้อยละ ๑.๕ ยอดเงินได้ส่วนที่เกิน ๑๐๐ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ล้านบาท ร้อยละ๑.๐ ยอดเงินได้ส่วนที่เกิน ๕๐๐ล้านบาท ร้อยละ ๐.๕๐ ยอดเงิ ได้ หมายความถึงยอดเงินได้พึงประเมินหรือยอดรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ถัวเฉลี่ยตามจำนวนปีที่มีเงินได้หรือรายได้แต่ไม่เกินห้าปีก่อนปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุด ก่อนหรือในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีจาก ยอดเงินได้หรือยอดรายได้จำนวนใด ในปีภาษีใด หรือในรอบระยะเวลาบัญชีใด การคำนวณเฉลี่ย ดังกล่าวให้ถือยอดเงินได้หรือยอดรายได้จำนวนนั้นเป็นเกณฑ์สำหรับปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ มีการประเมิน ภาษีอากรที่คำนวณตาม (๑) หรือ (๒) ถ้าจำนวนใดสูงกว่า ให้เสียตามจำนวนนั้น ในกรณีภาษีอากรที่ผู้ใดขอชำระตามวรรคหนึ่งถึงกำหนดชำระแล้วถ้าไม่ชำระไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะได้รับ การยกเว้นตามวรรคหนึ่ง และไม่มีสิทธิได้รับคื ภาษีอากรจำนวนที่ชำระไว้แล้ว บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ (๑) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้เสียภาษีเงินได้จาก กำไรสุทธิ (๒) บุคคลที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินหรือสั่งให้เสียหรือนำส่งภาษี อากรสำหรับเงินได้หรือรายรับที่มีอยู่ก่อนหรือในปี พ.ศ. ๒๕๒๗หรือสำหรับเงินได้หรือรายรับที่มีอยู่ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดลงก่อนหรือในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗โดยทำการประเมินหรือ สั่งก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ เฉพาะเงินได้หรือรายรับสำหรับระยะเวลาที่เจ้าพนักงาน ประเมินได้ทำการประเมินหรือส่งให้เสียหรือนำส่ง บริัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีอากรตามบทบัญญัติมาตรานี้จะนำผล ขาดทุนสุทธิที่มีอยู่ในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดลงก่อนหรือในวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๒๗มาถือ เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๘เป็นต้นไปไม่ได้ มาตรา๓๑ บทบัญญัติมาตรา๔๘(๔) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่ งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกำหนดนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงภาษีที่ได้เสียหรือนำส่งไว้แล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้ บังคับ มาตรา๓๒ บทบัญญัติาตรา ๗๙ทวิ (๔) แห่ ประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกโดย พระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์หรือโอนการครอบครองซึ่งสินค้าที่ ได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามมาตรา๗๙ตรี (๑๑)แห่งประมวลรัษฎากรหรือการนำสินค้านั้นไปใช้ใน การใดๆที่มิใช่การผลิตของตนเอง แต่ไม่รวมถึงการนำไปใช้ในการรับจ้างผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือบริษัทการค้า ซึ่งได้แก่บริษัทการค้าระหว่าง ประเทศซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน มาตรา๓๓ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๓๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินและเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๒๕๓๒ มาตรา๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๒เป็นต้น ไป มาตรา๑๑ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๖/ตอนที่ ๘/ฉบับพิเศษหน้า๑/๑๔มกราคม๒๕๓๒ ราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับต่อไป เฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบันซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินและเป็นกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อ การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๒ลงวันที่ ๒๑พฤษภาคม๒๕๓๒๕๓๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๓๓๕๓๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการตรากฎหมายว่าด้วย การประกันสังคมขึ้นใช้บังคับโดยมีหลัการให้ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันส่งเงินเข้ สมทบในกองทุ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างในกรณีที่มิใช่เนื่องจากการทำงาน สมควรให้การ สนับสนุนแก่ผู้ซึ่งต้องส่งเงินเข้าสมทบในกองทุ ดังกล่าว โดยการให้นำเงินที่ได้ส่งเข้าสมทบในกองทุน นั้นไปหักลดหย่อนได้ และเงินประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนได้รับจากกองทุนให้ได้รับยกเว้นไม่ต้อง รวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ ๓๗เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔๕๓๕ โดยที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า บทบัญญัติและอัตรา ภาษีอากรของประมวลรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับการเก็บภาษีเงินได้จากบุคคลธรรมดาที่ใช้บังคับอยู่ ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มี เงินได้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ข้อ ๑๒ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษี ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่๘๒/ฉบับพิเศษหน้า ๑๔/๒๔พฤษภาคม๒๕๓๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่๑๖๓/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒กันยายน๒๕๓๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๘/ตอนที่ ๓๗/ฉบับพิเศษหน้า ๑๒/๒๘กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ อากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ข้อ ๑๓ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๔เป็นต้นไป ข้อ ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศคณะรักษาความ สงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๓๔๕๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติ นี้ให้ใช้บังคับตั้ แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๔ การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขาย อสังหาริมทรัพย์นั้นโดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น มาตรา๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง บทบัญญัติว่าด้วยการคำนวณภาษีเงินได้จากการโอนอสังหาริ ทรัพย์ที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากร ให้เป็นไปในแนวเดียวกันกับหลักเกณฑ์การคำนวณค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน โดยให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายอสังหาริมทรัพย์โดยถือตามราคา ประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้เกิดความสะดวกและเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้ขอจดทะเบียนดังกล่าวมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๒๙)พ.ศ. ๒๕๓๔๕๓๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๑ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่๑๖๔/ฉบับพิเศษหน้า ๑๐/๑๘กันยายน๒๕๓๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๘/ตอนที่ ๑๙๓/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๖พฤศจิกายน๒๕๓๔ มาตรา๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔๕๓๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา๓มาตรา๔มาตรา๕มาตรา๖มาตรา๗มาตรา๙มาตรา ๑๐มาตรา๑๑มาตรา๑๒และมาตรา๑๓ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕เป็นต้น ไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๘ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕เป็นต้นไป นอกจากบทบัญญัติดังต่อไปนี้ ในหมวด๔และหมวด๕ลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป (ก) มาตรา๘๑/๑และมาตรา๘๑/๓เกี่ยวกับสิทธิการขอจดทะเบียนและเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ข) มาตรา๘๕/๑และมาตรา๘๕/๓เกี่ยวกับการขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว (ค) มาตรา ๘๖/๒ เกี่ ยวกับการขอให้ตัวแทนออกใบกำกับภาษีโดย ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร มาตรา ๑๔ กฎหมายกฎระเบียบหรือข้อบังคับใดที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ที่กล่าวถึง หรืออ้างถึงภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรไม่ให้มีความหมายเป็น การกล่าวถึง หรืออ้างถึงภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด๔ในลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ นอกจากกฎหมายว่ ด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมกฎหมายใดที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งได้บัญญัติให้บุคคลใดหรือกิจการใดได้รับการยกเว้นภาษีอากรตามประมวล รัษฎากรโดยมิได้ะบุถึงภาษีอากรประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะไม่ให้มีความหมายเป็นการยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ นี้ มาตรา๑๕ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ บทบัญญัติหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๘/ตอนที่ ๒๐๑/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๑พฤศจิกายน๒๕๓๔ บังคับแล้ว ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิดำเนินการตามมาตรานี้ได้ก่อน วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๑) ผู้ประกอบการที่พึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด๔ในลัษณะ๒แห่ ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ จดทะเบียนภาษีมูลค่ เพิ่มชั่วคราว ตามกำหนดเวลาและหลัเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดและให้ นำมาตรา๘๕และมาตรา๘๕/๓มาใช้บังคับ (๒) ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑(๑) (ก) ถึง (ฉ) และ มาตรา๘๑/๑มีสิทธิขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามกำหนดเวลาและ หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และให้นำมาตรา ๘๑/๑มาตรา๘๑/๓และมาตรา๘๕/๑(๒) มาใช้บังคับ (๓) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือ ให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศและมีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรที่ประสงค์จะให้ตัวแทนของตนออกใบกำกับภาษีแทนตามมาตรา๘๖/๒ มีสิทธิขออนุมัติต่ออธิบดีได้ตามกำหนดเวลาและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และให้นำมาตรา ๘๖/๒ วรรคหนึ่งมาใช้บังคับ (๔) ผู้ประกอบกิจการที่พึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด ๕ในลักษณะ๒แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามกำหนดเวลาและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดและให้นำมาตรา ๙๑/๑๒มาใช้บังคับ มาตรา๑๖ บุคคลซึ่งประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอันเป็น กิจการที่พึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือพึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด ๔หรือหมวด๕แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมิได้ใช้สิทธิขอจดทะเบียนตามมาตรา๑๕ หากมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑หรือตามมาตรา ๙๑/๑๒ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ต้องระวางโทษตามที่ก หนดไว้ในมาตรา๙๐/๒(๒) หรือมาตรา ๙๑/๑๘วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี มาตรา ๑๗ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖และ มีสินค้าทุนอยู่ในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนพิสูจน์ได้ว่า สินค้าทุน นั้นเป็นไปตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขทุกข้อโดยครบถ้วนดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบการจด ทะเบียนดังกล่าวได้รบเครดิตในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าทุนนั้นในอัตราร้อยละ๓.๕ของ มูลค่าต้นทุนสินค้าดังกล่าว (๑) เป็สินค้าทุนประเภทเครื่องจัเครื่องมือ เครื่องกล หรือยานพาหนะ (ก) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายสินค้าโดยตนเอง เป็นผู้ผลิต สินค้ ทุ นั้ จะต้องเป็เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่ องกล หรือยานพาหนะ ที่ใช้ใน กระบวนการผลิตของตนเองและถ้าเป็นยานพาหนะยานพาหนะนั้นจะต้องมิใช่ยานพาหนะที่นำมาใช้ เป็นการส่วนตัวหรือที่ใช้ในงานบริหารกิจ (ข) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการให้บริการสินค้าทุนนั้น จะต้องเป็นเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องกล หรือยานพาหนะที่ใช้ในการให้บริการของตนเอง และถ้า เป็นยานพาหนะยานพาหนะนั้นจะต้องมิใช่ยานพาหนะที่นำมาใช้เป็นการส่วนตัวหรือที่ใช้ในงาน บริหารกิจการ (๒) เป็สินค้าทุนเฉพาะที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีกรรมสิทธิ์ และมีหลักฐาน พิสูจน์ได้ว่าได้มาในเวลาระหว่างวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔หรือระหว่ งวัที่ ๑พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๓๔ถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔และยังคงมี กรรมสิทธิ์อยู่ในวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) เป็นสินค้าทุนที่มีอายุการใช้งานเกินหนึ่งปีและมีมูลค่าต้นทุนไม่น้อยกว่าหนึ่ง แสนบาท (๔) เป็นสินค้าทุนที่ผู้ขายมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และไม่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้า ตามกฎหมายใดๆและ (๕) เป็นสินค้าทุนที่อยู่ในบัคับต้องเสียภาษีูลค่าเพิ่มตามหมวด๔ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และเป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจด ทะเบียนมีสิทธินำภาษีซื้อที่ต้องชำระมาหัในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะได้รับเครดิตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอ เครดิตภาษีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และเมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้วให้หมด สิทธิในการยื่นคำขอเครดิตภาษีอีกต่อไป คำขอเครดิตตามวรรคสองให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยให้ยื่น ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้ นที่ที่สถานประกอบการตั้ งอยู่ และในกรณีที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอเครดิตเป็นรายสถาน ประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษีรวมกันก็ให้ยื่นคำขอเครดิตรวมกัน ณที่ว่าการอำเภอท้องที่หรือสำนักงาน ภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เครดิตตามมาตรานี้ให้เฉลี่ยออกเป็นหกส่วนเท่าๆกันและให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน นำเครดิตภาษีที่เฉลี่ยได้ไปหักในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละเดือนภาษีของสถานประกอบการ ของตน โดยให้เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕เป็นต้นไป และในกรณีที่ผู้ประกอบการจด ทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่งให้เครดิตภาษีดังกล่าวเป็นเครดิตในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ของสถานประกอบการที่ครอบครองสินค้าทุนตามความเป็นจริง เครดิตตามมาตรานี้ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๓๙ หรือรายได้ตามมาตรา๖๕แห่งประมวลรัฎากร คำว่ามูลค่าต้นทุนสินค้า ได้แก่ ราคาของสินค้าโดยไม่รวมดอกเบี้ย ค่าติดตั้ง หรือ ค่ ใช้จ่ายอย่างอื่น ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติและในการวินิจฉัยตามมาตรานี้ ให้อธิบดีมีอำนาจ วินิจฉัยและคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด มาตรา ๑๘ ภายใต้บ คับมาตรา ๒๐เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้กับ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขายส่งหรือขายปลีกสินค้าซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียน ดังกล่าวมิได้เป็นผู้ผลิต และมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖ ซึ่งยังมีสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าคงเหลืออยู่ในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ถ้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนพิสูจน์ได้ว่าสินค้าคงเหลือนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อโดยครบถ้วน ดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับเครดิตในการชำระภาษีมูลค่ เพิ่ม ในกรณีที่ได้ ซื้อจากผู้ผลิตให้คำนวณจากราคาทุนของสินค้าคงเหลือที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ซื้อจากผู้ผลิตนั้น ในกรณีที่ได้นำเข้ ให้ำนวณจากราคาซี.ไอ.เอฟ. บวกอากรขาเข้ บวกกำไรมาตรฐานของสินค้านั้น ทั้งนี้ ในอัตราเท่ากับอัตราภาษีการค้ารวมกับอัตราภาษีการค้าที่กรุงเทพมหานครหรือราชการส่วน ท้องถิ่นเรียกเก็บเพิ่มตามกฎหมาย แต่จำนวนเครดิตในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวให้ได้รับอย่าง สูงไม่เกินร้อยละ ๙.๙ ของราคาทุนของสินค้า หรือราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกอากรขาเข้าบวกกำไร มาตรฐานของสินค้าแล้วแต่กรณี (๑) เป็นสินค้าคงเหลือที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีไว้เพื่อขาย และได้ซื้อจากผู้ผลิต หรือได้นำเข้านับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔หรือใน ระหว่างวันที่ ๑พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๓๔ถึ วันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๔โดยได้ีการส่งมอบ สินค้าหรือนำเข้าในระหว่างเวลาดังกล่าว และมีหนังสือรับรองการขายที่ผู้ขายซึ่งเป็นผู้ผลิตออกให้ตาม มาตรา๑๙หรือใบเสร็จรับเงินที่กรมศุลกากรออกให้ (๒) เป็นสินค้าคงเหลือที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีกรรมสิทธิ์อยู่ในวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕แต่ไม่รวมถึงสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ให้เช่าซื้อ หรือได้ขายผ่อน ชำระไปแล้วโดยกรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ได้โอนไปยังผู้ซื้อ (๓) เป็นสินค้าคงเหลือที่ผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และไม่ได้รับการยกเว้นภาษี การค้าตามกฎหมายใดๆและ (๔) เป็สินค้าคงเหลือที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔ในลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และเป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน มีสิทธินำภาษีซื้อที่ต้องชำระมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ การคำนวณราคาทุนของสินค้าคงเหลือ ณวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ให้ถือ ตามหลักบัญชีเข้าก่อนออกก่อน ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะได้รับเครดิตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอ เครดิตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และเมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้วให้หมดสิทธิ ในการยื่นคำขอเครดิตอีกต่อไป คำขอเครดิตตามวรรคสาม ให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่น ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้ นที่ที่สถานประกอบการตั้ งอยู่ และในกรณีที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นคำขอเครดิตเป็นรายสถาน ประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษีรวมกันก็ให้ยื่นคำขอเครดิตรวมกัน ณที่ว่าการอำเภอท้องที่หรือสำนักงาน ภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เครดิตตามมาตรานี้ ให้เฉลี่ยออกเป็นสองส่วนเท่า ๆกัน และให้ผู้ประกอบการจด ทะเบียนนำเครดิตที่เฉลี่ยได้ไปหักในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีมกราคม และเดือนภาษี กุมภาพันธ์ของปี พ.ศ. ๒๕๓๕และในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้เครดิตดังกล่าวเป็นเครดิตในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการที่เก็บรักษาสินค้า คงเหลือดังกล่าวตามความเป็นจริง เว้นแต่ในกรณีผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเป็นคดีในศาล ให้นำเครดิตไปหักในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดจากเดือนที่ได้รับแจ้ง คำวินิจฉัยข้อโต้แย้งเป็นหนังสือหรือนับแต่เดือนที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับเครดิตตามมาตรานี้จัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ ณวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ตามแบบที่อธิบดีกำหนด และในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน มีสถานประกอบการหลายแห่งให้จัดทำรายงานเป็นรายสถานประกอบการ และเพื่อประโยชน์ในการ เก็บรักษาเอกสารให้ถือว่ารายงานสินค้าคงเหลือตามมาตรานี้เป็นรายงานตามมาตรา ๘๗(๓) แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ เครดิตตามมาตรานี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๓๙ หรือรายได้ตามมาตรา๖๕แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติและในการวินิจฉัยตามมาตรานี้ ให้อธิบดีมีอำนาจ วินิจฉัยและคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด มาตรา ๑๙ ให้ผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตาม หมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งขาย สินค้าที่ตนผลิตให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๑๘ในระหว่างวันที่ ๑ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๓๔ถึงวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๔โดยได้มีการส่งมอบสินค้านั้นในระหว่าง เวลาดังกล่าว ต้องจัดทำและส่งมอบหนังสือรับรองตามวรรคสอง เพื่อเป็นหลักฐานการขายสินค้าให้แก่ ผู้ซื้อดังกล่าวในวันที่ส่งมอบสินค้า หนังสือรับรองการขายสินค้า ให้มีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ ที่อยู่ และเลขทะเบียนการค้าของผู้ผลิตที่ออกหนังสือรับรอง (๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้า (๓) เลขที่ของหนังสือรับรอง (๔) ชื่อ ชนิด ปริมาณของสินค้า และราคาสินค้าเป็นเงินตราไทย (๕) อัตราภาษีการค้าที่ผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องเสีย (๖) วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือรับรอง ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสถานการค้าหลายแห่ง ให้ออกหนังสือรับรองเป็นรายสถานการค้า ผู้ผลิตที่ออกหนังสือรับรองจะต้องจัดทำสำเนาหนังสือรับรองดังกล่าวและเก็บรักษา สำเนานั้นไว้ ณสถานการค้าที่ออกเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง ผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าผู้ใดไม่ออกหนังสือรับรองตามที่ผู้ซื้อร้องขอหรือออก หนังสือรับรองแล้วไม่ส่งมอบให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้าตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ จัดทำสำเนาหนังสือรับรองตามวรรคสี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิ หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพัน บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าที่ออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่งผู้ใดจงใจไม่เก็บ รักษาสำเนาหนังสือรับรองตามวรรคสี่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา ๒๐ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขายส่งหรือขายปลีกสินค้าบางประเภทซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวมิได้เป็น ผู้ผลิต และมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา๘๒/๑๖ซึ่งยังมี สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าคงเหลืออยู่ในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียน พิสูจน์ได้ว่ สิ ค้ คงเหลือนั้นเป็นไปตามประเภทและเงื่ อนไขทุกข้อโดยครบถ้วนดัต่อไปนี้ ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้เมื่อขายสิ ค้าคงเหลือดังกล่าว (๑) เป็นสินค้าประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์รถแทรกเตอร์เรือกำปั่น หรือเรือที่มี ระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป (๒) สินค้าตาม (๑) ต้องเป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีไว้เพื่อขายโดยได้ซื้อ สินค้าดังกล่าวจากผู้ผลิตหรือจากผู้นำเข้าและได้มีการส่งมอบก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕หรือ เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำเข้าก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีกรรมสิทธิ์อยู่ในวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕แต่ไม่รวมถึ สินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ให้เช่าซื้อหรือได้ขายผ่อนชำระไปแล้วโดย กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ได้โอนไปยังผู้ซื้อ (๔) เป็สินค้าที่อยู่ในบัคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่ง ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และ (๕) เป็นสินค้าที่ยังมิได้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้นๆ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้ ยื่นคำขอยกเว้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และเมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้วให้ หมดสิทธิในการยื่นคำขอยกเว้นอีกต่อไป คำขอยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคสอง ให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่น ที่ว่าการอำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และในกรณี ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นคำขอยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นราย สถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดักล่ วได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบ แสดงรายการภาษีและชำระภาษีรวมกันก็ให้ยื่นคำขอยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน ณที่ว่าการอำเภอ ท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติและในการวินิจฉัยตามมาตรานี้ ให้อธิบดีมีอำนาจ วินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด มาตรา๒๑ บทบัญญัติหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปสำหรับ (๑) กรณีตามมาตรา๒๒มาตรา๒๓มาตรา๒๔มาตรา๒๕และมาตรา๒๖ ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขบทบัญญัติแห่งมาตรานั้น ๆ (๒) การจัดเก็บภาษีการค้าที่ค้างอยู่หรือที่ถึงกำหนดชำระก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) กรณีที่ผู้ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนได้นำเข้า เครื่องจักรโดยได้มีการออกใบขนสินค้าขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และหากต่อมาปรากฏว่าสิทธิและประโยชน์เกี่ยวกับภาษีอากรถูกระงับไปไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ในกรณีนี้ผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องเสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยถือสภาพของสินค้าและอัตราภาษีการค้าที่เป็นอยู่ใน วันนำเข้าเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีการค้าต่อไป (๔) กรณีที่ผู้ได้รับการส่ เสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีการค้า สำหรับการนำเข้ เครื่องจักรก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ไม่ว่าจะได้มีการนำเข้าเครื่องจักร ดังกล่าวก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕หรือไม่ และหากต่อมาปรากฏว่าสิทธิและประโยชน์ เกี่ยวกับภาษีอากรถูกระงับไปไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ในกรณีนี้ผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องเสียภาษี การค้าตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยถือสภาพของสินค้าและอัตราภาษีการค้าที่เป็นอยู่ในวันนำเข้าเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีการค้า ต่อไป มาตรา ๒๒ เพื่ อเป็การบรรเทาภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งประกอบกิจการให้บริการตามสัญญาที่มีข้อกำหนดให้ชำระค่าตอบแทนตามส่วนของ บริการที่ทำ โดยได้ทำสัญญาไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับถ้ากรณีเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิขอยกเว้นการเรียกเก็บภาษีขายจากผู้ว่าจ้างตามมาตรา ๘๒/๔วรรค หนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และขอเสียภาษีการค้าตามหมวด๔ ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อไป (๑) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องมิใช่กระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่นหรือ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องเสีย ภาษีตามมาตรา๘๒/๑๖และ (๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นได้ส่งมอบงานบางส่วนให้แก่คู่ สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง และได้มีการชำระค่าตอบแทนตามส่วนของงานที่ได้ส่งมอบตามข้อผูกพันที่กำหนดในสัญญาแล้ว ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ โดยค่าตอบแทนและงานที่ได้่งมอบต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ ค่าตอบแทนและงานตามสัญญา ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และเมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้วให้หมดสิทธิในการยื่น คำขออีกต่อไป คำขอรับสิทธิตามวรรคหนึ่งให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่น ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่และในกรณีที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอรับสิทธิเป็นรายสถาน ประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษีรวมกัน ก็ให้ยื่นคำขอรวมกัน ที่ว่าการอำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษี สรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมทั้งส่งมอบสำเนาสัญญาและ หลักฐานอื่นตามที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีขายตามมาตรานี้ เสียภาษีารค้ ตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่ ประมวลรัฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่ เติ โดย พระราชบัญญัตินี้ต่อไปเฉพาะสำหรับการให้บริการตามสัญญาดังกล่าวจนกว่าการให้บริการนั้นจะแล้ว เสร็จ แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันที่สิทธิได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีขายสิ้นสุดลง สิทธิได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีขายตามมาตรานี้ให้สิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕เว้นแต่ในกรณีที่เป็นสัญญารับเหมาก่อสร้างให้สิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติและการวินิจฉัยตามมาตรานี้ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด มาตรา๒๓ ในกรณีสินค้าตามประเภทที่ ๐๓.๐๑ถึง ๐๓.๙๐ประเภทที่ ๐๔.๐๑ ถึง ๐๔.๙๐ประเภทที่ ๐๕.๐๑ถึง ๐๕.๙๐ประเภทที่ ๐๖.๐๑ถึง ๐๖.๙๐และประเภทที่ ๐๗.๐๑ถึง ๐๗.๙๐แห่งพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔ได้นำออก จากโรงอุตสาหกรรมก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และยังมิได้เสียภาษีการค้าประเภทการขาย ของตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้านั้นตามมาตรา ๗๗แห่งประมวลรัษฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และยังคงมี รรมสิทธิ์ในสินค้านั้นอยู่ในวัที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าโดยให้ภาษีการค้ามีจำนวนเท่ากับภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตพ.ศ. ๒๕๒๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีตามมาตรานี้ ให้ถือว่าความรับผิดในการเสียภาษี การค้าตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕เว้นแต่สินค้าที่เป็นรถยนต์และสินค้าอื่น ที่เป็นประเภทที่อธิบดีกำหนด ก็ให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามมาตรา ๗๘แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามวรรคหนึ่งยื่นแบบแสดงรายการเสีย ภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมทั้งชำระภาษีภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ความรับผิด เกิดขึ้น และให้นำบทบัญญัติตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา๒๔ บทบัญญัติแห่งหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปแก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉพาะการขายสินค้าที่มีการขายเสร็จเด็ดขาดหรือการให้บริการที่สิ้นสุดลงก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้รับชำระค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ นั้นในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และให้ความรับผิดของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็น ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ไม่เป็นผู้ผลิต เป็นไปตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวล รัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา๒๕ การคืนภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่ เติ โดยพระราชบัญญัตินี้ตั้ แต่วัที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ให้ ระทำได้ ดังต่อไปนี้ (๑) การคืนภาษีการค้าให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับคืนภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒ แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ผู้ที่ประสงค์จะได้รับคืนภาษีการค้าต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงาน ประเมินภายในวันที่ ๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๗ (๒) ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้าประเภทการขายของซึ่งได้ขายสินค้าก่อนวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และได้ชำระภาษีการค้าตามหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากร ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไว้แล้ว หากมีหนี้สูญจากการขายสินค้าดังกล่าวในหรือหลัง วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และหนี้สูญนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗๙จัตวา (๔) แห่ง ประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอ คืนภาษีการค้าที่คำนวณจากส่วนหนี้สูญได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาตาม(๑) (๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้านำสินค้าเข้าในราชอาณาจักรก่อนวันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕และได้ชำระภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไว้แล้ว ถ้าต่อมาได้มีการส่งสิ ค้านั้นหรือสินค้ ที่ผลิตหรือผสมหรือ ประกอบด้วยสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ให้มีสิทธิยื่น คำร้องขอคืนภาษีการค้ ที่เรียกเก็บจากสินค้านั้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราส่วน เช่นเดียวกับการคืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร มาตรา๒๖ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะการขายสินค้าหรือการ ให้บริการตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ มีสิทธิขอเสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ใน ลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อไป (๑) การขายสินค้าตามสัญญาจะขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าตามมาตรา ๗๙จัตวา (๓) วรรคสองและวรรคสามแห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยได้มี ทำสัญญาและได้มีการผ่อนชำระตามสัญญานั้นแล้วก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ไม่ว่าการขาย สินค้าดังกล่าวจะกระทำโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ผลิตหรือไม่เป็นผู้ผลิต (๒) การให้เช่าเครื่องจักร เครื่องมือ หรือเครื่องกลที่มีมูลค่าต้นทุนไม่น้อยกว่าห้าแสน บาทเพื่อใช้ในการผลิตหรือการให้บริก โดยได้มีการทำสัญญาและได้มีการชำระค่ เช่านั้นบางส่วน แล้วก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕และเมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้วให้หมดสิทธิในการยื่น คำขออีกต่อไป คำขอรับสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นตามแบบที่ อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่น ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และในกรณีที่ ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ ให้ยื่ นคำขอรับสิทธิเป็รายสถาน ประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษีรวมกัน ก็ให้ยื่นคำขอรวมกันณที่ว่าการอำเภอท้องที่หรือสำนักงานภาษี สรรพากรเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่พร้อมทั้งหลักฐานตามที่อธิบดี กำหนด ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิตามวรรคหนึ่งและได้ยื่นคำขอตามวรรคสอง เสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ต่อไป ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวไม่มีสิทธิตาม มาตรานี้ ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบพร้อมทั้งเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัย และคำ วินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด บทบัญญัติแห่งหมวด ๔ในลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติให้เสียภาษีการค้าต่อไปตาม มาตรานี้ มาตรา๒๗ บทบัญญัติแห่งหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การขายสินค้าและการนำเข้าสินค้าตามกฎหมายว่าด้วย ภาษีสรรพสามิตในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การขายสินค้าโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นผู้ประกอบ อุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตและเป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าว ได้เสียภาษีสรรพสามิตโดยใช้แสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีตาม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ครบถ้วนแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ใช้บังคับ ไม่ว่าจะได้นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนก่อน หรือหลังวันที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ใช้บังคับหรือไม่ก็ตาม (๒) การขายสินค้าประเภทที่ได้รับการขยายเวลาการชำระภาษีตามมาตรา ๑๔ วรรคสองหรือมาตรา ๕๒แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗โดยผู้ ประกอบการจด ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตและ ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้นำสินค้ ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตาม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตพ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) การขายสินค้าที่ เป็น้ำมัและผลิตภัฑ์น้ำมันตามพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นผู้ขายส่ง หรือขายปลีกเฉพาะน้ำมันและ ผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตได้นำสินค้าออกจาก โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ (๔) การนำเข้าสินค้าประเภทที่ระบุในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งความรับผิดของผู้นำเข้าในอันจะต้องเสียภาษีสรรพสามิตได้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ไม่ว่าจะได้รับชำระภาษีสรรพสามิตไว้่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ หรือไม่ก็ตาม (๕) การขายสินค้านำเข้ ตาม(๔) หลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕โดยผู้นำเข้าซึ่ง เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าได้มีการขายสินค้าตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ(๕) ภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ให้ผู้ ประกอบการจดทะเบียนที่ มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖มีสิทธิออกหลักฐานการขายสินค้านั้นให้แก่ผู้ซื้อที่ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่ส่งมอบสินค้าได้และหลักฐานการขายสินค้ ดักล่าวให้ถือเป็น ใบกำกับภาษี และให้ผู้ซื้อใช้เป็นหลักฐานของภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ภาษีซื้อตามวรรคสองให้มีจำนวนเท่ากับเจ็ดในหนึ่งร้อยเจ็ดส่วนของมูลค่าสินค้า ตามที่ปรากฏในหลักฐานดังกล่าว หลักฐานการขายสินค้าตามวรรคสองให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบการและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (๒) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า (๓) เลขที่ของหลักฐาน (๔) ชื่อ ประเภทชนิด ปริมาณสินค้า และราคาสินค้าเป็นเงินตราไทย (๕) วัน เดือน ปี ที่ออกหลักฐาน (๖) ข้อความแสดงว่าเป็นสินค้าตามวรรคหนึ่ง หลักฐานการขายสินค้ ตามวรรคสองในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถาน ประกอบการหลายแห่งให้ออกหลักฐานเป็นรายสถานประกอบการ และให้เก็บรักษาสำเนาหลักฐาน นั้นไว้ ณสถานประกอบการที่ออกหลักฐานเป็นเวลาห้าปีนับตั้งแต่วันที่ออกหลักฐาน และให้นำมาตรา ๘๗/๓แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ มาตรา๒๘ บทบัญญัติแห่งหมวด๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ประกอบการที่ ซื้อสุราหรือได้ับใบอนุญาตทำสุราที่มีสัญญาผูกพันกับกรม สรรพสามิตหรือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ที่จะต้องชำระเงินแก่ รัฐบาลเป็นการเหมาจ่ ยและอยู่ในบังคับมาตรา ๖แห่งพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒) ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการขายปลีกหรือขายส่งซึ่งสุราที่ซื้อหรือได้มาจาก ผู้ประกอบการตาม (๑) ทุกทอด แต่ไม่ วมถึงผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่ เพิ่มที่ประกอบ กิจการภัตตาคาร กิจการภัตตาคาร ได้แก่ กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆรวมทั้ง กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม ทั้งนี้ ไม่ว่าในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้ประชาชนเข้าไป บริโภคได้ มาตรา๒๙ บทบัญญัติแห่งหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การขายและการนำเข้าสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุาใน กรณีดังต่อไปนี้ (๑) สุราที่อยู่ในบังคับมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒) สุราที่ทำในราชอาณาจักรโดยได้เสียภาษีสุราครบถ้วนแล้วและได้นำออกจาก โรงงานสุราก่อนพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ใช้บังคับ (๓) สุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ได้เสียภาษีสุราโดยปิดแสตมป์สุราแล้ว และได้ นำออกจากด่านศุลกากรก่อนวันที่พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ใช้บังคับ ถ้าได้มีการขายสุราตามวรรคหนึ่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีสิทธิออกหลักฐานการขายสุรานั้นให้แก่ผู้ซื้อที่ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่ส่งมอบสุราได้ และให้นำมาตรา ๒๗วรรคสองวรรคสามวรรคสี่ และวรรคห้ามาใช้บังคับ มาตรา๓๐ บทบัญญัติแห่งหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การขายและการนำเข้ายาเส้นหรือยาสูบตามกฎหมายว่า ด้วยยาสูบในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ยาเส้นหรือยาสูบที่อยู่ในบังคับมาตรา ๖แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒) ยาเส้นหรือยาสูบที่ทำในราชอาณาจักรโดยบรรจุซองและปิดแสตมป์ครบถ้วน แล้วและได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบก่อนวันที่พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ ใช้บังคับ (๓) ยาสูบตามมาตรา ๗๙/๕ แห่ ประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่ เติ โดย พระราชบัญญัตินี้ เฉพาะยาสูบที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบได้บรรจุซอง และปิดแสตมป์ยาสูบครบถ้วนแล้วและได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบก่อนวันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ (๔) ยาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ได้ปิดแสตมป์ยาสูบและได้นำ ออกจากด่านศุลกากรก่อนวันที่พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ใช้บังคับ ถ้าได้มีการขายยาเส้นหรือยาสูบตามวรรคหนึ่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีสิทธิออกหลักฐานการขายยาเส้ หรือยาสูบนั้นให้แก่ผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่ส่งมอบยาเส้นหรือยาสูบได้ และให้นำ มาตรา๒๗วรรคสองวรรคสามวรรคสี่ และวรรคห้ามาใช้บังคับ มาตรา๓๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบันโดยนำภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจ เฉพาะมาใช้แทนภาษีการค้า และปรับปรุงบทบัญญัติว่าด้วยบทเบ็ดเสร็จทั่วไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล และอากรแสตมป์ของประมวลรัษฎากรให้สอดคล้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ ม จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๑)พ.ศ. ๒๕๓๔๕๓๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา๓และมาตรา๔ให้ใช้บังคับสำหรับเงิ ได้ของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลังวันที่ ๓๑ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔เป็นต้น ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๘/ตอนที่ ๒๐๕/ฉบับพิเศษหน้า ๓๐/๒๕พฤศจิกายน๒๕๓๔ ไป มาตรา ๘ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบันเพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี เงินได้นิติบุคคล จึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔๕๔๐ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๕มาตรา ๖มาตรา ๗มาตรา ๘มาตรา ๙มาตรา ๑๐ มาตรา๑๑มาตรา๑๒มาตรา๑๓มาตรา๑๔มาตรา๑๕มาตรา๑๙มาตรา๒๐และมาตรา๒๖ แห่งพระราชกำหนดนี้ ว่าด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่จะต้องยื่ รายการในพ.ศ. ๒๕๓๖เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕และ มาตรา๒๗เฉพาะบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้ งหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (๒) (ข) (ค) และ (ง) แห่งพระราชกำหนดนี้ ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๒๓และมาตรา ๒๗เฉพาะบัญชี อัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (๒) (ก) และ(จ) แห่งพระราชกำหนดนี้ ว่าด้วยภาษีเงินได้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕เป็นต้นไป มาตรา๒๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ ของมาตรา๒๓แห่งพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ “สินค้าใดที่ถูกกำหนดให้เป็นสินค้าตามประเภทที่กล่าวในวรรคหนึ่งและได้มีการ นำเข้าในราชอาณาจัรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรก่อนวันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๓๕ให้ผู้นำเข้ามี หน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามหมวด ๔ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ต่อไป” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๘/ตอนที่ ๒๒๘/ฉบับพิเศษหน้า ๗/๒๕ธันวาคม๒๕๓๔ มาตรา๒๙ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๓๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือโดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ประมวลรัษฎากรให้เหมาะสมกับสภาพและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินและเป็นกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ลงวันที่ ๙มกราคม๒๕๓๕๕๔๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๒)พ.ศ. ๒๕๔๐๕๔๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากในปัจจุบันนี้ประมวล รัษฎากรได้บัญญัติให้ผู้มีเงินได้จากเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้ ตามกฎหมายไทยได้รับเครดิตในการคำนวณภาษีสามในเจ็ดส่วนของเงิน ปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับทุกกรณี ในขณะที่การประกอบกิจการของบริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิในกิจการต่ ๆในอัตราที่ แตกต่างกัน สมควรแก้ไขให้ผู้มีเงินได้จากเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับจากบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้รับเครดิตในการคำนวณภาษีให้สอดคล้องกับการเสียภาษีของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่ งมีอยู่หลายอัตราเพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และสมควร กำหนดความรับผิดของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินได้ซึ่งแสดงข้อความในหนังสือรับรอง การหักภาษี ณที่จ่ายไม่ถูกต้อง เพื่อให้ารเครดิตภาษีเป็นไปโดยรอบคอบและถูกต้อง จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๐๕๔๓ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา๓ให้ใช้บังคับสำหรับเงิ ได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่๔/หน้า๑๐/๑๖มกราคม๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๔/ตอนที่๙ก/หน้า ๑/๑เมษายน๒๕๔๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๑๔/ตอนที่ ๖๐ก/หน้า ๓๒/๒๔ตุลาคม๒๕๔๐ บุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๔๐เป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีปัญหาวิกฤตการณ์ทาง การเงิน ส่งผลทำให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลัทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จำเป็นต้องกันเงินสำรองไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญสูงขึ้นกว่าเดิม แต่บทบัญญัติของ ประมวลรัษฎากรที่ให้นำเงินสำรองดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้มีข้อจำกัด ก่อให้เกิดภาระภาษีแก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทเดรดิตฟองซิเอร์ เกินสมควร ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระภาษีให้แก่สถาบันการเงินซึ่งจะทำให้ฐานะทางการเงินของ สถาบันการเงินดีขึ้น สมควรกำหนดให้เงินสำรองดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ เต็มจำนวน และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษา ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๐ลงวันที่ ๑๐พฤศจิกายน๒๕๔๐๕๔๔ พระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๓)พ.ศ. ๒๕๔๑๕๔๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ การบริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดิ ทะเลที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็น นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายของต่างประเทศ ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐ในการ คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงอัตราเดียว เพื่อให้เกิดความเป็นกลางและเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าวที่เข้ามาประกอบกิจการในราชอาณาจักรและเพื่อลดปัญหาความยุ่งยากที่เกิดจากการที่ต้องมี การติดตามวิธีการปฏิบัติทางภาษีของประเทศคู่ค้าอื่น ๆตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่ง ระหว่างประเทศทางทะเลที่ตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งมักจะรับเป็นตัวแทนให้กับหลายบริษัท หากมี แนวปฏิบัติในแนวทางเดียวกันแล้วจะลดภาระแก่ตัวแทนเหล่านั้นได้ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาค ประกอบกับสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ารรับประกันวินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยซึ่งเดิมเป็นการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี ธุรกิจเฉพาะเป็นการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทนเพื่อให้ีการประกอบ กิจการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการจัดเก็บภาษีในระยะยาว จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๓๔)พ.ศ. ๒๕๔๑๕๔๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่๗๐ก/หน้า ๓๖/๑๔พฤศจิกายน๒๕๔๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่๑๐๒ก/หน้า ๑๒/๓๑ธันวาคม๒๕๔๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๑๕/ตอนที่ ๑๐๒ก/หน้า ๑๔/๓๑ธันวาคม๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๔มาตรา๕และมาตรา๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา๖ บทบัญญัติตามหมวด ๕ในลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรก่อนการ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปสำหรับการจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่หรือที่ถึง กำหนดชำระก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๗ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจด ทะเบียน และโดยที่ในปัจจุบันการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้า หรือหากำไรไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้อง ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีดังกล่าวในเดือนถัดไป ซึ่งปรากฏว่ามีการ หลีกเลี่ยงภาษีไม่ชำระภาษีเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐขาดรายได้ส่วนนี้ไป ดังนั้น สมควรปรับปรุง ประมวลรัษฎากรเพื่อให้การบริหารจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกรณีนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อัน จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีและป้องกันการหลี เลี่ยงการเสียภาษี ส่งผลทำให้ัฐมี รายได้เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔๕๔๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยศุลกากรเพื่อกำหนดให้มีการจัดตั้งเขตปลอดอากรขึ้นเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการ ส่งออก โดยผู้ประกอบการในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในทำนองเดียวกันกับเขต อุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิ มอุตสาหกรรมแห่ ประเทศไทยแต่โดยที่บทบัญญัติ ของประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเขตอุตสาหกรรมส่งออกเท่านั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติ ประมวลรัษฎากรเพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีครอบคลุมถึงเขตปลอดอากร และเขตที่มีกฎหมายกำหนดให้ยกเว้นอากรขาเข้าตามที่จะได้มีการจัดตั้งขึ้นต่อไปด้วย จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๑๘/ตอนที่ ๘๕ก/หน้า ๑/๒๗กันยายน๒๕๔๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๖)พ.ศ. ๒๕๔๘๕๔๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๗ แห่ง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖กำหนดให้ผู้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับการหักลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ในประมวลรัษฎากร ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาผู้ให้ กำเนิดบุตร สมควรกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตนหรือบิดามารดาของสามี หรือภริยาของตนสามารถนำค่าอุปการะเลี้ยงดูดังกล่าวมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๗)พ.ศ. ๒๕๕๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตของคนพิการหรือทุพพลภาพสมควรกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งอุปการะเลี้ ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วย กฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงิ ได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการโดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ สามารถ นำค่าอุปการะเลี้ยงดูบุคคลดังกล่าวมาหัลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอันเป็น การสนับสนุนการอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๗/๒๕๕๕เรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๒๔๕(๑) ว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา๔๐(๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ(๘) ประกอบมาตรา๕๗ตรี และมาตรา๕๗เบญจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญมาตรา ๔๓ประกอบมาตรา ๒๙และมาตรา ๓๐หรือไม่ ลงวันที่ ๔กรกฎาคม พุทธศักราช๒๕๕๕๕๕๐ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๕๕๕๕๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่๔ก/หน้า ๑๓/๑๓มกราคม๒๕๔๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่๘๔ก/หน้า ๕/๖พฤศจิกายน๒๕๕๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙/ตอนที่๑๑๗ก/หน้า ๕๓/๑๒ธันวาคม๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๙/ตอนที่ ๑๒๔ก/หน้า ๑/๒๔ธันวาคม๒๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๓และมาตรา๖ให้ใช้บังคับสำหรับเงิ ได้พึงประเมิน ประจำปีภาษี พ.ศ. ๒๕๕๕ที่จะต้องยื่นรายการใน พ.ศ. ๒๕๕๖เป็นต้นไป มาตรา๗ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดนี้ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อน วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือโดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ีคำวินิจฉัยที่ ๑๗/๒๕๕๕ว่า มาตรา๕๗ตรี และมาตรา๕๗เบญจแห่งประมวลรัษฎากร ขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๓๐ของรัฐธรรมนูญแห่ ราชอาณาจักรไทยบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นอันใช้บังคับมิได้ตามมาตรา๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งทำให้มีความจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสียภาษี เงินได้และการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ที่เป็นสามีและภริยาขึ้นใหม่บาง ประการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรในเรื่องดังกล่าว เพื่อใช้บังคับสำหรับ การยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี พ.ศ. ๒๕๕๕เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี พ.ศ. ๒๕๕๕ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ซึ่งต้องเริ่มต้นยื่น ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ประกอบกับการจัดเก็บภาษีเงินได้และการบริหารจัดเก็บภาษีเงินได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญในอัที่จะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษี อากรซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ และโดยที่ เป็นกรณีฉุกเฉินที่ีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๘)พ.ศ. ๒๕๕๗๕๕๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่มาตรา ๖๓แห่งประมวล รัษฎากร กำหนดให้การขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ ควรต้องเสีย ให้ยื่นคำร้องขอคืนได้ภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งปีซึ่งถูกหักภาษีเกินไป ซึ่ง ระยะเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรา ๒๗ตรี แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติในลักษณะ ทำนองเดียวกันทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย สมควรปรับปรุงระยะเวลาการยื่นคำร้องขอ คืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณที่จ่าย ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๙)พ.ศ. ๒๕๕๗๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนที่๗๗ก/หน้า ๒๑/๑๓พฤศจิกายน๒๕๕๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๓๑/ตอนที่ ๘๗ก/หน้า ๑/๒๖ธันวาคม๒๕๕๗ มาตรา๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมของปีภาษีถัดจากปีที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๕ บทบัญญัติแห่ ประมวลรัษฎากรที่ ถู ยกเลิ หรือแก้ไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการ จัดเก็บภาษีเงินได้จากห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลที่มิใช่ิติบุคคล ให้เกิดความชัดเจนและเป็น ธรรมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ศรตม์, ธิติกานต์/ปรับปรุง กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ อุดมลักษณ์/ตรวจ มิถุนายน ๒๕๕๖ จุฑามาศ/เพิ่มเติม ๑๗พฤศจิกายน๒๕๕๗ วิชพงษ์/เพิ่มเติม ๗มกราคม๒๕๕๘
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 pp.
File checksum
sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29Pulled at 2026-08-24T00:38:18.393Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证