ในหมวดนี้
(๑) “รายรับ”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆอันมี มูลค่าที่ได้รับหรือพึ ได้รับไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการประกอบกิจ
(๒) “มูลค่า”หมายความว่าราคาตลาดของทรัพย์สิน ของกิจการ ของค่าตอบแทน หรือของประโยชน์ใดๆ
(๓) “ราคาตลาด”หมายความว่า ราคาที่ซื้อขายกันหรือที่คิดค่าบริการกันตามความ เป็นจริงทั่วไปในขณะใดขณะหนึ่ง ในกรณีที่ราคาตลาดมีหลายราคาหรือไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้ราคาตลาดเป็นมูลค่าของสินค้าหรือ บริการได้
(๔) “ขาย”หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย ขายฝากแลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอนไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ ให้นำบทนิยามคำว่า “บุคคล”“บุคคลธรรมดา”“คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” “นิติ บุคคล”“ตัวแทน”“สถานประกอบการ”และ“เดือนภาษี”ตามมาตรา๗๗/๑มาใช้บังคับ มาตรา ๙๑/๒๓๘๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๙๑/๔การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ใน ราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามบทบัญญัติในหมวดนี้
(๑) การธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ
(๒) การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุ กิจเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (๓)๓๘๓ การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
(๔) การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
(๕) การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การใหู้้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออกซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ
(๖) การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มา โดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา
(๗) การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน ตลาดหลักทรัพย์ มาตรา ๙๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๒(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๓)พ.ศ. ๒๕๔๑
(๘) การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการ หรือตัวแทนของตนที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักรตามมาตรานี้ ในกรณีที่มีปัญหาว่ กิจการใดเป็นกิจการตาม
(๕) หรือไม่ อธิบดีจะเสนอให้ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดขอบเขต และเงื่อนไขของการประกอบกิจการที่อยู่ ภายใต้บังคับตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้ว ให้ประกาศ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรในราชกิจจานุเบกษา มาตรา๙๑/๓๓๘๔ ให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการดังต่อไปนี้
(๑) กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทยธนาคารออมสินธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ารเกษตร
(๒) กิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๓) กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์เฉพาะการให้กู้ ยืมแก่สมาชิกหรือแก่สหกรณ์ออม ทรัพย์อื่น
(๔) กิจการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(๕) กิจการของการเคหะแห่งชาติเฉพาะการขายหรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
(๖) กิจการรับจำนำของกระทรวง ทบวงกรมและราชการส่วนท้องถิ่น
(๗) กิจการอื่นตามมาตรา๙๑/๒ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา มาตรา๙๑/๔๓๘๕ กิจการเฉพาะอย่างของกิจการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา๙๑/๒ ดังต่อไปนี้ ให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔
(๑) กิจการเฉพาะอย่างที่มิใช่กิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา๙๑/๒
(๒) กิจการเฉพาะอย่างที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา ๙๑/๒ซึ่งพระราช กากำหนดให้เป็นกิจการที่เสียภาษีูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา ๙๑/๒หรือไม่ อธิบดีจะเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดขอบเขต และ เงื่อนไขของการประกอบกิจการก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้ว ให้ ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรในราชกิจจานุเบกษา มาตรา๙๑/๕๓๘๖ ฐานภาษีสำหรับการประกอบกิจการตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ได้แก่รายรับดังต่อไปนี้ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับหรือพึงได้รับเนื่องจากการประกอบกิจการ
(๑) สำหรับกิจการธนาคารตามมาตรา ๙๑/๒(๑) รายรับจากการประกอบกิจการ มาตรา๙๑/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ คือ (ก) ดอกเบี้ย ส่วนลดค่าธรรมเนียม ค่าบริก หรือกำไรก่อนหัรายจ่ายใด ๆ จากการซื้อหรือขายหรือที่ได้จากตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆและ (ข) กำไรก่อนหักรายจ่ายใดๆจากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราการออก ตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆหรือการส่งเงินไปต่างประเทศ
(๒) สำหรับกิจการธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ตาม มาตรา๙๑/๒(๒) รายรับจากการประกอบกิจการคือ (ก) รายรับตาม(๑) (ก) และ (ข) รายรับตาม(๑) (ข) (๓)๓๘๗ สำหรับกิจการรับประกันชีวิตตามมาตรา ๙๑/๒(๓) รายรับจากการ ประกอบกิจการได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ
(๔) สำหรับกิจการโรงรับจำนำตามมาตรา ๙๑/๒(๔) รายรับจากการประกอบ กิจการคือ (ก) ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และ (ข) เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆอันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึง ได้รับจากการขายของที่จำนำหลุดเป็นสิทธิ
(๕) สำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา ๙๑/๒(๕) รายรับจากการ ประกอบกิจการคือ (ก) รายรับตาม(๑) (ก) และ (ข) รายรับตาม(๑) (ข)
(๖) สำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/๒
(๖) รายรับจากการประกอบกิจการคือ รายรับก่อนหักรายจ่ ยใดๆทั้งสิ้น
(๗) สำหรับกิจการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทยในตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา๙๑/๒(๗) รายรับจากการประกอบกิจการคือรายรับก่อนหัก รายจ่ายใด ๆทั้งสิ้น
(๘) สำหรับกิจการอื่นตามมาตรา ๙๑/๒(๘) รายรับจากการประกอบกิจการ ให้ เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา มาตรา๙๑/๖๓๘๘ อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะมีดังต่อไปนี้
(๑) ร้อยละ ๐.๑สำหรับรายรับตามมาตรา ๙๑/๕(๗)
(๒) ร้อยละ๒.๕สำหรับรายรับตามมาตรา๙๑/๕(๓) (ก) และมาตรา๙๑/๕(๔)
(๓) ร้อยละ ๓.๐สำหรับรายรับตามมาตรา ๙๑/๕นอกจากกรณีตาม(๑) และ(๒) มาตรา๙๑/๗๓๘๙ ให้บุคคลซึ่งประกอบกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับของหมวดนี้มีหน้าที่ มาตรา๙๑/๕(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๓)พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา๙๑/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เสียภาษีตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ในกรณีผู้ประกอบกิจการอยู่ อกราชอาณาจัรให้ผู้มีหน้าที่ บผิดชอบในการ ประกอบกิจการรวมตลอดถึงลูกจ้าง ตัวแทนหรือผู้ทำการแทนซึ่งมีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรง หรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีร่วมกับบุคคลตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๙๑/๘๓๙๐ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะเสียภาษีโดยคำนวณจากฐาน ภาษีตามมาตรา๙๑/๕ในเดือนภาษีของผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้ตาม มาตรา๙๑/๖แต่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินภาษีตามบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ ในส่วน๒หมวด๒ลักษณะ๒ การคำนวณรายรับตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามวิธีการ หลักเกณฑ์ และการปฏิบัติ ทางบัญชี และเพื่อประโยชน์ในการคำนวณรายรับเมื่อได้เลือกปฏิบัติเป็นอย่างใดแล้วให้ถือปฏิบัติเป็น อย่างเดียวกันตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เปลี่ยนแปลงได้ ความในวรรคหนึ่ งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/๒(๖) และให้ผู้มีหน้าที่เสีย ภาษีกรณีดังกล่าวเสียภาษีโดยคำนวณจากฐานภาษีตามมาตรา๙๑/๕(๖) ในขณะที่จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙๑/๖รวมทั้งมีสิทธิ อุทธรณ์การประเมินภาษีตามบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ในส่วน ๒หมวด๒ลักษณะ๒๓๙๑ มาตรา๙๑/๙๓๙๒ ในกรณีกิจการขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๙๑/๒(๗) ให้สมาชิกที่ เป็นตัวแทนของผู้ขายหักภาษีธุรกิจเฉพาะจากเงินที่ขาย และยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี ตามมาตรา๙๑/๑๐แทนผู้ขายในนามของตนเอง โดยผู้ขายไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีก และ ให้ถือว่าสมาชิกเป็ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะในกรณีนี้ด้วย มาตรา ๙๑/๑๐๓๙๓ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีตามแบบที่ อธิบดีกำหนดโดยให้ยื่นเป็นรายเดือนภาษีพร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ไม่ว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะมีรายรับ ในเดือนภาษีหรือไม่ก็ตาม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีใดให้ยื่นภายใน วันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษี ให้ยื่น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่ มาตรา๙๑/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๘วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา๙๑/๙เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๐เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ถ้ามีผู้มีหน้าที่เสียภาษีีสถานประกอบการหลายแห่ง การยื่นแบบแสดงรายการภาษี และการชำระภาษีตามวรรคหนึ่งให้แยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี จะยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอยื่นแบบแสดงรายการภาษีรวมกัน ที่ว่าการอำเภอท้องที่แห่ ใดแห่งหนึ่ง หรือ ณสถานที่ที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสามก็ได้ และเมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะอนุมัติก็ได้ ความในวรรคหนึ่งถึงวรรคสี่มิให้ใช้บังคับแก่การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการ ชำระภาษีของผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา๙๑/๒(๖) และให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีกรณีดังกล่าวยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามแบบที่ อธิบดีกำหนดในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับชำระภาษีต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น๓๙๔ ในการชำระภาษีตามวรรคห้า ให้กรมที่ ดิ เรียกเก็บภาษีธุ กิจเฉพาะเพื่อ กรมสรรพากรและห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่ลงนามรับรู้ ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้รับเงินภาษี ที่ต้องชำระให้ครบถ้วนถู ต้องแล้ว๓๙๕ ภาษีที่ได้ชำระแล้วตามวรรคห้า ให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบที่รัฐมนตรี กำหนด๓๙๖ มาตรา๙๑/๑๑๓๙๗ การขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะให้กระทำได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมี สิ ทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายในสามปีนับแต่วันพ้น กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี
(๒) คำร้องขอคืนภาษีให้เป็ไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ยื่น ที่ว่า อำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีรวมกัน ที่ว่าการอำเภอท้องที่แห่ ใดแห่งหนึ่งหรือ สถานที่อื่นตาม มาตรา๙๑/๑๐วรรคสี่ ก็ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษี ณที่แห่งนั้น มาตรา๙๑/๑๒๓๙๘ บุคคลซึ่งประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา๙๑/๒โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๙๑/๓และผู้ประกอบกิจการไม่ได้รับ ยกเว้นการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๑๓ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะโดยให้ ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ คำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด ๙๑/๑๐วรรคห้า เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๔)พ.ศ. ๒๕๔๑ ๙๑/๑๐วรรคหกเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๔)พ.ศ. ๒๕๔๑ ๙๑/๑๐วรรคเจ็ด เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา๙๑/๑๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ยื่น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ถ้าผู้กระทำกิจการมีสถานประกอบการหลายแห่ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจ เฉพาะณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ หลัเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ และการออก ใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด ในกรณีผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักรให้บุคคลซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ ดังกล่าวเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่นอก ราชอาณาจักรด้วย มาตรา๙๑/๑๓๓๙๙ ผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
(๑) ผู้ประกอบกิจการขายหลักทรัพย์ตามมาตรา๙๑/๒(๗)
(๒) ผู้ประกอบกิจการที่ประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว
(๓) ผู้ประกอบกิจการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเมื่อมีเหตุอันสมควร ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่จะพิจารณากำหนดว่าการ ประกอบกิจการในลักษณะใดเป็นการประกอบกิจการชั่วคราวตาม(๒) มาตรา ๙๑/๑๔๔๐๐ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีหน้าที่ทำรายงานแสดง รายรับก่อนหักรายจ่ายที่ต้องเสียภาษี และรายรับที่ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษี รายงานที่ต้องจัดทำตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้จัดทำ เป็นรายสถานประกอบการ วิธีลงรายการในรายงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดี กำหนดและการลงรายการในรายงานให้ลงภายในสามวันทำการนับแต่วันที่มีรายรับ ทั้งนี้ เว้นแต่ใน กรณีที่อธิบดีเห็นสมควรสำหรับการประกอบกิจการบางประเภทหรือในกรณีจำเป็นเฉพาะราย อธิบดี จะกำหนดเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้ มาตรา๙๑/๑๕๔๐๑ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงิน เพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ
(๑) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
(๒) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดง รายการไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป หรือ
(๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนผู้ประกอบกิจการ มาตรา๙๑/๑๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมิน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อการคำนวณภาษี มาตรา ๙๑/๑๖๔๐๒ เพื่อประโยชน์ในการดำเนิ การตามมาตรา ๙๑/๑๕เจ้า พนักงานประเมินมีอำนาจ
(๑) จัดทำรายการลงในแบบแสดงรายการตามหลักฐานที่เห็นว่าถูกต้อง เมื่อผู้ ประกอบกิจการมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมรายการในแบบแสดงรายการหรือในเอกสารอื่นประกอบแบบ แสดงรายการเพื่อให้ถูกต้อง
(๓) กำหนดราคาขายสินค้าโดยเทียบเคียงกับราคาขายในวันเดียวกัน หรือใกล้เคียง กันของสินค้าประเภทหรือชนิดเดียวกันตามราคาตลาดที่อาจเทียบเคียงกันได้
(๔) กำหนดดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ กำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากการซื้อหรือขายตั๋วเงินหรือแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา การออกตั๋วเงิน หรือการส่งเงินไป ต่างประเทศตามราคาตลาดที่อาจเทียบเคียงได้
(๕) กำหนดรายรับซึ่งผู้ประกอบกิจการควรได้รับเพราะผู้ประกอบกิจการกับผู้ซื้อมี การควบคุมหรือความสัมพันธ์กันในด้านทุนหรือด้านการจัดการ
(๖) กำหนดดอกเบี้ย ราคาทรัพย์สิน หรือค่าบริการตามราคาตลาดในวันให้กู้ยืมเงิน วันที่โอน หรือให้บริการในกรณีที่การให้กู้ยืมเงินการโอนทรัพย์สิน หรือการให้บริการนั้นไม่มีดอกเบี้ย ค่าตอบแทนหรือค่าบริการ หรือมีดอกเบี้ย ค่าตอบแทนหรือค่าบริการต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุ อันสมควร
(๗) กำหนดรายรับโดยพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่หรือพฤติการณ์ของผู้ประกอบ กิจการ หรือสถิติการค้าของผู้ประกอบกิจการเองหรือของผู้ประกอบกิจการอื่นที่กระทำกิจการทำนอง เดียวกัน หรือพิจารณาจากหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงรายรับได้โดยสมควร
(๘) ประเมินภาษีตามที่รู้เห็นหรือพิจารณาว่าถูกต้องเมื่อมีกรณีตามมาตรา๙๑/๑๕
(๓) โดยไม่ต้องปฏิบัติตาม
(๑) ถึง
(๗) ก็ได้ มาตรา๙๑/๑๗๔๐๓ ภาษีตามหมวดนี้ ถ้าในเดือนภาษีใดมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท เป็นอันไม่ต้องเสียสำหรับเดือนภาษีนั้น มาตรา๙๑/๑๘๔๐๔ บุคคลใดประกอบกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับต้องเสียภาษีธุรกิจ เฉพาะประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๑๒ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา๙๑/๑๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๙๑/๑๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ บุคคลตามมาตรา๙๑/๑๒วรรคห้า ละเลยไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียน ของผู้ประกอบกิจการที่อยู่นอกราชอาณาจัต้องระวางโทษเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง มาตรา๙๑/๑๙๔๐๕ ผู้มีหน้ ที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะผู้ใด ไม่จัดทำรายงานตามมาตรา ๙๑/๑๔ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา๙๑/๒๐๔๐๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะผู้ใดจัดทำรายงานโดยไม่เป็นไป ตามแบบหรือไม่จัดทำเป็นรายสถานประกอบการ หรือลงรายการในรายงานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา๙๑/๑๔วรรคสองหรือวรรคสามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองพันบาท มาตรา๙๑/๒๑๔๐๗ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๔ดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
(๑) ส่ว ๗การยื่นแบบและการชำระภาษี มาตรา๘๓/๒และมาตรา๘๓/๓
(๒) ส่วน ๘เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๔/๓
(๓) ส่วน ๙การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๕/๔มาตรา ๘๕/๕มาตรา ๘๕/๖มาตรา๘๕/๗มาตรา๘๕/๘มาตรา๘๕/๙มาตรา๘๕/๑๒มาตรา๘๕/๑๓มาตรา๘๕/๑๔ มาตรา๘๕/๑๕มาตรา๘๕/๑๖มาตรา๘๕/๑๗มาตรา๘๕/๑๘และมาตรา๘๕/๑๙
(๔) ส่วน๑๑การจัดทำรายงาน และการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา๘๗/ ๓
(๕) ส่ว ๑๒อำนาจเจ้ พนักงานประเมิ มาตรา๘๘/๓มาตรา๘๘/๔และมาตรา ๘๘/๕
(๖) ส่ว ๑๓เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม ทุกมาตรา
(๗) ส่วน ๑๔บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติมาตราดังกล่าวข้างต้น รวมทั้ง มาตรา๙๐/๕