ข้อ ๒ ให้ธนาคารดำรงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ เป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ และ ภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) นำรายการในงบการเงินทางด้านสินทรัพย์ทุกรายการ และภาระผูกพันทุกรายการ มาคำนวณโดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงานมาคำนวณกับน้ำหนักความเสี่ยงส่วนสินทรัพย์และ ภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้แปลงค่าเป็นเงินบาทก่อน โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย ระหว่างอัตราซื้อถัวเฉลี่ยขั้นต่ำสุดและอัตราขายถัวเฉลี่ย จากอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ณ วันที่จัดทำ รายงานตามข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ สำหรับสกุลเงินซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงไว้ ให้ใช้วิธีการ คำนวณจากอัตราไขว้
(๒) คูณสินทรัพย์แต่ละรายการด้วยน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์
(๓) คูณภาระผูกพันแต่ละรายการด้วยค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันแล้วนำผลลัพธ์ที่ได้คูณ กับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๔๙
(๔) รวมผลคูณของสินทรัพย์ตาม
(๒) กับผลคูณของภาระผูกพันตาม
(๓) ทุกรายการ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อผลลัพธ์ที่ได้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดจุดห้า และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง ต่อผลลัพธ์ที่ได้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละสี่จุดสองห้า น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์และค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด ให้ไว้ ณวันที่ ๒๔มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๔๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕บัญญัติให้ธนาคารพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือ ภาระผูกพัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้