ข้อ ๔ ในกรณีที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมได้ เป็นเหตุ ให้ต้องทำการสละวัสดุกัมมันตรังสีและทำการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งสาเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจาก หลุมสำรวจปิโตรเลียม และความจำเป็นในการสละวัสดุกัมมันตรังสี ให้เลขาธิการทราบทางโทรศัพท์ หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมโดยทันที
(๒) ตรวจสอบการรั่วไหลหรือการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสี โดยใช้เครื่องสำรวจรังสี ตรวจสอบเศษดิน หิน โคลน หรือของเหลวที่นำขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม
(๓) แก้ไขหรือขจัดการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นกับบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือเครื่องมือและอุปกรณ์ จากการรั่วไหลของวัสดุกัมมันตรังสี
(๔) การสละวัสดุกัมมันตรังสีและการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม โดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) กระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม ยึดติดอยู่กับที่และอัดปิดทับหลุมด้วยซีเมนต์ชนิดผสมสีที่ได้มาตรฐาน (ข) ติดตั้งอุปกรณ์หรือดำเนินการใดๆเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทบกระเทือนหลุมสำรวจ ปิโตรเลียมที่มีวัสดุกัมมันตรังสีตกค้างอยู่จากการเจาะหลุมอื่น เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๓๒ ก หนา้ ๓ ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๒
(๕) แสดงตำแหน่งหรือพิกัดของหลุมสำรวจปิโตรเลียมที่วัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ ทั้งนี้ โดยระบุรายละเอียดของตำแหน่งหรือพิกัดของหลุมสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าวในแบบรายงานตามข้อ ๖ ให้ชัดเจน