ข้อ ๕ ค่าภาคหลวงค่าจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการจ่ายค่าจ้าง
(๑) เมื่อมีการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมให้กรมจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับ สัญญาในรอบระยะเวลาเดียวกับการจ่ายค่าภาคหลวง ทั้งนี้ ให้คำนวณค่าจ้างจากปริมาณผลผลิต ปิโตรเลียมที่กรมได้ขายหรือจำหน่ายไปในรอบระยะเวลานั้น ดังนี้ (ก) ค่าจ้างสำหรับก๊าซธรรมชาติ ให้คำนวณในอัตรา ........................ ดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (...................................) ต่อค่าความร้อนหนึ่งล้านบีทียู (ข) ค่าจ้างสำหรับน้ามันดิบให้คำนวณในอัตรา........................ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (...................................) ต่อหนึ่งบาร์เรล เพื่อประโยชน์ในการจ่ายค่าจ้างและรับค่าจ้างสำหรับกรณีก๊าซธรรมชาติเหลว ที่มีการขายหรือจำหน่าย ให้ใช้อัตราค่าจ้างตาม (ข) สำหรับก๊าซธรรมชาติเหลวด้วย การวัดปริมาณผลผลิตปิโตรเลียมเพื่อคำนวณค่าจ้างตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี โดยให้วัดค่าที่สถานที่ขายหรือจำหน่าย ตามที่กรมกำหนด อัตราค่าจ้างตามวรรคหนึ่งให้มีการทบทวนปรับทุกๆห้าปี โดยให้คำนวณแบบ ทบต้นเป็นรายปีตามอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในรอบห้าปีที่ผ่านมาตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ไม่เกินร้อยละสิบของอัตราค่าจ้างในรอบสุดท้ายก่อนมีการทบทวน หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าจ้าง ให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด
(๒) เงินที่จ่ายค่าจ้างให้นำมาจากรายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียม ภายหลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว ในกรณีที่รายได้จากการขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมภายหลังจาก จ่ายค่าภาคหลวงไม่พอต่อการจ่ายค่าจ้างที่ผู้รับสัญญาพึงจะได้รับในแต่ละรอบระยะเวลาตาม
(๑) ให้กรมจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระในรอบระยะเวลาถัดไปจนกว่าจะชำระครบถ้วนโดยไม่ถือเป็นการผิดนัด จ่ายค่าจ้างตาม
(๕) ในการจ่ายค่าจ้างในรอบระยะเวลาตาม
(๑) กรมจะจ่ายค่าจ้างสำหรับ การขายที่ได้รับเงินนั้นเป็นลำดับแรก หากมีเงินคงเหลือและยังมีค่าจ้างที่ค้างชำระตามวรรคหนึ่ง กรมจะจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระจากการขายก่อนค่าจ้างที่ค้างชำระจากการจำหน่ายตามลำดับรอบ ระยะเวลาที่ค้างชำระ หากภายหลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว รายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิต ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ก่อนสัญญานี้สิ้นอายุหรือสิ้นสุดลง ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระ ให้ค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระนั้นตกเป็นพับ เว้นแต่ค่าจ้างที่กรมต้องจ่ายตามข้อ ๖(๕) และข้อ ๗(๕) หรือเป็นกรณีที่สัญญานี้สิ้นสุดลงเพราะเหตุที่เป็นความผิดของผู้ให้สัญญา ๘
(๓) กรมอาจจ่ายค่าจ้างเป็นผลผลิตปิโตรเลียมได้ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการปิโตรเลียมกำหนด
(๔) กรมมีสิทธิหักกลบลบหนี้ ซึ่งค่าปรับค่าเสียหาย หรือความสูญเสียอื่นใด ที่ผู้รับสัญญาต้องรับผิดชอบต่อกรมตามสัญญาหรือตามกฎหมาย จากค่าจ้างที่ผู้รับสัญญาจะได้รับจากกรม
(๕) ถ้ากรมผิดนัดจ่ายค่าจ้างที่ถึงกำหนดกรมต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินนั้นในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่จ่ายครบถ้วน
(๖) บรรดาภาษีอากรค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตาม สัญญานี้ ซึ่งกฎหมายหรือสัญญากำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคู่สัญญาฝ่ายใดให้คู่สัญญาฝ่ายนั้น เป็นผู้ชำระ