พระราชบัญญัติส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. 2551
这是哪个版本
This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.
本法目录
Preamble
เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติ ส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
All sections
以列表显示- Section ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. ๒๕๕๑”
- Section ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
- Section ๓
ในพระราชบัญญัตินี้ “ศิลปะร่วมสมัย” หมายความว่า ศิลปะที่สร้างสรรค์จากความคิดและประยุกต์อย่างบูรณาการ โดยมีวัฒนธรรมเป็นฐานรากสำคัญในการสร้างสรรค์เพื่อรับใช้สังคม “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “ผู้ขอรับการส่งเสริม” หมายความว่า ผู้ขอรับการอุดหนุนหรือกู้ยืมเงินจากกองทุน “กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย “สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาที่มีการสอนด้านศิลปะร่วมสมัย “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี อำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
- หมวด ๑ คณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย9 条
- Section ๕
ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นรองประธาน กรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ อธิบดีกรมศิลปากรและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัยจำนวนแปดคน และนักวิชาการ ด้านศิลปะร่วมสมัยจากสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนสี่คน เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ
- Section ๖
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
- Section ๗
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
- Section ๘
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๖ (๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
- Section ๙
การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการ เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมสำหรับ การประชุมคราวนั้น การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียง ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียง ชี้ขาด ให้มีการประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าปีละสี่ครั้ง
- Section ๑๐
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะร่วมสมัยต่อคณะรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๒) กำหนดแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริม ศิลปะร่วมสมัย (๓) กำหนดแนวทางในการจัดทำและให้ความเห็นชอบแผนงานและยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิด การสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติ และเพื่อส่งเสริม การเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ (๔) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน (๕) วางระเบียบเกี่ยวกับลักษณะของโครงการ การเสนอและการพิจารณาอนุมัติโครงการ หลักเกณฑ์ และวิธีการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุน (๖) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุน โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง (๗) วางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (๘) วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดทำรายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุน (๙) วางระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๑
คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นหรือ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่มอบหมายแล้วรายงานต่อคณะกรรมการก็ได้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
- Section ๑๒
ให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยรับผิดชอบในงานธุรการและงานวิชาการ ของคณะกรรมการและให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำแผนงานและยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติ และเพื่อให้การส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ เสนอคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นชอบ (๒) จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลของผู้ขอรับการส่งเสริมและโครงการที่ได้รับการส่งเสริม (๓) สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติในการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (๔) สนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือ การดำเนินงาน การเผยแพร่และแลกเปลี่ยน ทางด้านศิลปะร่วมสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
- Section ๑๓
ให้กรรมการและอนุกรรมการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
- หมวด ๒ การส่งเสริมโครงการศิลปะร่วมสมัย3 条
- Section ๑๔
ผู้ประกอบอาชีพหรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยไม่ว่าจะเป็น บุคคลธรรมดา กลุ่มบุคคล มูลนิธิ สมาคม หรือสถานศึกษา ถ้าประสงค์จะขอรับการอุดหนุนหรือ กู้ยืมเงินจากกองทุนเพื่อดำเนินงานด้านศิลปะร่วมสมัย ให้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมต่อสำนักงาน โดยจัดทำ โครงการขอรับการส่งเสริมซึ่งต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อผู้ขอรับการส่งเสริม ชื่อสมาชิกทั้งหมดของผู้ขอรับการส่งเสริมในกรณีที่เป็นกลุ่มบุคคล ชื่อกรรมการบริหารในกรณีที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคม หรือชื่อผู้บริหารในกรณีที่เป็นสถานศึกษา (๒) รายละเอียดแห่งสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันต่างๆ ของผู้ขอรับการส่งเสริม (๓) รายละเอียดของโครงการ ได้แก่ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ แผนปฏิบัติการ สถานที่ ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และผลที่คาดว่า จะได้รับ (๔) ชื่อของผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือประโยชน์อื่นพร้อมรายละเอียดในการให้ การสนับสนุน ถ้ามี (๕) รายละเอียดอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ให้สำนักงานจัดทำระบบทะเบียนผู้ได้รับการส่งเสริมและโครงการที่ได้รับการส่งเสริมไว้เป็นข้อมูล คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับการส่งเสริม การตรวจสอบคุณสมบัติ การยื่นคำขอรับการส่งเสริม และการขึ้นทะเบียนผู้ได้รับการส่งเสริมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๕
ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่ากิจกรรมทางศิลปะร่วมสมัยใดเป็นประโยชน์ต่อ แผนงานหรือยุทธศาสตร์ตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้จัดทำเป็นโครงการเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อขอรับการส่งเสริมจากกองทุน เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
- Section ๑๖
โครงการที่จะได้รับการส่งเสริม ต้องเป็นโครงการศิลปะร่วมสมัยที่คณะกรรมการ เห็นว่าเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และสังคมในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นการสร้างเสริมภูมิปัญญาทางศิลปะร่วมสมัย (๒) เป็นการสร้างสรรค์ สะสม และเพิ่มคุณค่าทางศิลปะร่วมสมัยให้แก่สังคมในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ (๓) เป็นการพัฒนาให้เกิดคุณประโยชน์ต่อชาติในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ ศิลปะร่วมสมัย (๔) เป็นการพัฒนาความรู้ให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์ทางด้าน ศิลปะร่วมสมัย (๕) เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมศิลปะ ร่วมสมัย ลักษณะของโครงการ การเสนอและการพิจารณาอนุมัติโครงการให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการกำหนด
- หมวด ๓ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย12 条
- Section ๑๗
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน เกี่ยวกับการให้การอุดหนุนหรือให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ขอรับการส่งเสริม ตลอดจนการดำเนินการอื่นเกี่ยวกับ การส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๘
กองทุนประกอบด้วย (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ (๔) เงินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมาย (๖) ดอกผลหรือรายได้ของกองทุน รวมทั้งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (๗) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนหรือที่ได้จากการจัดหารายได้ (๘) เงินตอบแทนที่ได้จากการให้การอุดหนุนหรือให้กู้ยืมเงินกองทุนไปลงทุนดำเนินงาน เงินตอบแทนตาม (๘) ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ
- Section ๑๙
เงินและดอกผลตามมาตรา ๑๘ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
- Section ๒๐
การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเข้ากองทุน ให้ผู้บริจาคนำไปหักลดหย่อนหรือ ยกเว้นภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด
- Section ๒๑
ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ เป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง (๒) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การคลัง หรือกองทุน จำนวนสองคน เป็นกรรมการ (๓) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวนสี่คน เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นรองประธานกรรมการ ให้ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นกรรมการและเลขานุการกองทุน และให้แต่งตั้งข้าราชการในศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน อีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
- Section ๒๒
คณะกรรมการบริหารกองทุนมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการบริหารกองทุนโดยอนุโลม
- Section ๒๓
คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมจากกองทุน (๒) บริหารกองทุน รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการ กำหนด
- Section ๒๔
ในการพิจารณาโครงการ คณะกรรมการบริหารกองทุนอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับโครงการที่ขอรับ การส่งเสริมเป็นผู้ตรวจสอบกลั่นกรองโครงการและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด การพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะกรรมการบริหารกองทุนให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน สี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นก็ให้ขยายได้ไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา ให้คณะกรรมการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายในสามสิบวัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้ถือเป็นที่สุด
- Section ๒๕
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการที่มีวงเงินไม่เกินสองแสนบาท ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด เมื่อผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติโครงการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานคณะกรรมการบริหารกองทุน ทราบในการประชุมครั้งถัดไป
- Section ๒๖
ภายหลังได้รับแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติโครงการแล้ว ผู้ได้รับการส่งเสริมที่ได้รับ เงินกู้ยืมจากกองทุนต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับคณะกรรมการบริหารกองทุน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ซึ่งต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนเงินที่กู้ยืม (๒) หลักประกัน ในกรณีที่เป็นการกู้ยืมเงินในจำนวนเกินกว่าที่คณะกรรมการบริหารกองทุน กำหนด (๓) อัตราดอกเบี้ย (๔) วิธีการและกำหนดเวลาในการชำระเงินกู้คืน (๕) ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
- Section ๒๗
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุน เสนอต่อคณะกรรมการ
- Section ๒๘
ให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง แยกตามประเภทส่วนงาน ที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการแยกตามประเภทของสินทรัพย์ หนี้ ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย ตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชี ภายในเป็นประจำ การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศิลปะร่วมสมัยมีส่วนในการสร้างสรรค์ และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชาติให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะผลงานทางศิลปะนอกจากจะทำให้เยาวชน ของชาติเกิดการเรียนรู้การเข้าถึงคุณค่าและสุนทรียภาพของศิลปะแล้วยังเป็นการพัฒนาและเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณธรรมสร้างความสมานฉันท์และมีความสุขทางจิตใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม ประกอบกับศิลปะร่วมสมัยเป็นทุนและพลังในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้ดีขึ้น ดังนั้น สมควรส่งเสริม ศิลปะร่วมสมัยโดยสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ ปลูกจิตสำนึก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและ จัดตั้งกองทุนขึ้นโดยความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา法制委员会法律索引
- 法制委员会索引页
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/769ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmE4YzlhYTYtZmZiYi00OWNkLWJjN2UtNDk5ZDQ5NDNmZTBjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDgxIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTUxLTQ04LiBLTE4LlBERiJ9.B0441NPV1Zy1mvIzaaat-nvRqI12_BKmU_M9stp-awc10 pp.
- File checksum
- sha256:60fff0b12cc45e214000305b331ea92a9586c35c5fef752e274652848f330577Pulled at 2026-08-23T15:31:26.974Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证