ข้อ ๒ ให้ข้าราชการของกรมทางหลวงชนบทซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้เป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐคนเดียวเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย สำหรับความผิดตามมาตรา ๖๙แห่งพระราชบัญญัติ ทางหลวงพ.ศ. ๒๕๓๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ๒๕๔๙ที่เกิดขึ้น ในเขตทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
(๑) สำนักบำรุงทาง (๑.๑) ผู้อำนวยการสำนักบำรุงทาง (๑.๒) วิศวกรโยธาตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป (๑.๓) นายช่างโยธาตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป
(๒) แขวงทางหลวงชนบท (๒.๑) ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท (๒.๒) วิศวกรโยธาตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป (๒.๓) นายช่างโยธาตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป ข้อ ๓ ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐคนเดียว เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดตามมาตรา ๖๙แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ที่เกิดขึ้นในเขตทางหลวงชนบท ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
(๑) เจ้าพนักงานจราจรตามมาตรา ๔(๓๗) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) และ (ฉ) แห่ง พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒เว้นแต่เจ้าพนักงานจราจรตามมาตรา ๔(๓๗)(ฉ) จะต้อง ผ่านการอบรมและการทดสอบด้านงานจราจรตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
(๒) พนักงานสอบสวนที่ เกี่ ยวข้องกับการสอบสวนความผิดในความผิดตาม พระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. ๒๕๓๕ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๒๕กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๖๗ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๒๒๑ง/หน้า ๑๔/๑๕สิงหาคม๒๕๖๗