ข้อ ๒ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๑(๑) -
(๒) เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดทางพินัยในกรณีความผิดเกี่ยวกับสมาคม ตามความในมาตรา๔๙มาตรา๕๒และมาตรา๕๙ ในกรณีความผิดเกี่ยวกับมูลนิธิ ตามความในมาตรา ๖๐และมาตรา๖๒และในกรณีความผิดเกี่ยวกับ การดำเนินกิจการของสมาคมหรือมูลนิธิ ตามความในมาตรา๖๙ประกอบความในมาตรา๓๒มาตรา๓๓ มาตรา๓๔มาตรา๓๕มาตรา๓๗มาตรา๓๘มาตรา๓๘/๑และมาตรา๔๑แห่งพระราชบัญญัติ กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ ทั้งนี้ ในการพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัย ต้องทำเป็นองค์คณะประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งมีหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคนและองค์คณะอีกไม่น้อยกว่า สองคนตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๘สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๑๖ง/หน้า ๑๗/๕กันยายน๒๕๖๖