This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释24 行1 个版本

อรรถกถาทุพพัณณิยสูตรที่ ๒

พึงทราบวินิจฉัยในทุพพัณณิยสูตรที่ ๒ ต่อไปนี้ :-

บทว่า ทุพฺพณฺโณ ได้แก่ มีผิวเหมือนตอถูกไฟเผา.

บทว่า โอโกฏิมโก ได้แก่ ต่ำเตี้ยพุงพลุ้ย.

บทว่า อาสเน ได้แก่ บัณฑุกัมพลศิลา.

บทว่า โกธภกฺโข ยกฺโข นี้ เป็นชื่อที่ท้าวสักกะตั้งให้.

ก็ยักษ์ตนหนึ่งนั้นเป็นรูปาวจรพรหม.

นัยว่า ท้าวสักกะสดับมาว่า ยักษ์ถึงพร้อมด้วยกำลังคือขันติ จึงเสด็จมาเพื่อทดลองดู. ก็อวรุทธกยักษ์ไม่อาจเข้าไปยังที่ที่อารักขาไว้เห็นปานนี้ได้.

บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า ท้าวสักกะฟังพวกเทวดาแล้วคิดว่า ไม่สามารถให้ยักษ์นี้หวั่นไหวได้ด้วยถ้อยคำหยาบ อันผู้ประพฤติถ่อมตนตั้งอยู่ในขันติ จึงจะสามารถให้ยักษ์หนีไปได้ดังนี้ มีพระประสงค์จะให้ยักษ์นั้นหนีไปด้วยประการนั้น จึงเสด็จเข้าไปหา.

บทว่า อนฺตรธายิ ความว่า เมื่อท้าวสักกะทรงดำรงอยู่ในขันติ ทำความเคารพอย่างแรงกล้าให้ปรากฏแสดงความถ่อมตน ยักษ์นั้นไม่อาจจะอยู่บนอาสนะของท้าวสักกะได้ จึงหนีไป.

คำว่า สุ ในบทนี้ว่า น สุปหตจิตฺโตมฺหิ เป็นเพียงนิบาต. ท่านกล่าวว่า เราเป็นผู้มีจิตอันโทสะไม่กระทบแล้ว.

บทว่า นาวฏฺเฏน สุวานโย ท่านกล่าวว่า เราเป็นผู้อันความหมุนไปด้วยความโกรธ นำไปไม่ได้ง่าย คือเราเป็นผู้ไม่กระทำง่ายเพื่อเป็นไปในอำนาจด้วยความโกรธ.

คำว่า โว ในบทว่า น โว จิราหํ เป็นเพียงนิบาต. ท่านกล่าวว่า เราไม่โกรธมานานแล้ว. จบอรรถกถาทุพพัณณิยสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------

๒. ทุพพัณณิยสุตตวัณณนา [ฉบับมหาจุฬาฯ] พรรณนาพระสูตรว่าด้วยยักษ์ผู้มีผิวพรรณไม่งาม

[๒๖๘] ในพระสูตรที่ ๒ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้

คำว่า มีผิวพรรณไม่งาม (ทุพฺพณฺโณ) ได้แก่ มีผิวเหมือนตอถูกเผาไฟ

คำว่า ต่ำเตี้ย (โอโกฏิมโก) ได้แก่ ต่ำเตี้ยพุงพลุ้ย

คำว่า บนที่ประทับ (อาสเน) ได้แก่ บัณฑุกัมพลศิลา

คำนี้ว่า ยักษ์ ... คงเป็นผู้มีความโกรธเป็นอาหาร (โกธภกฺโข ยกฺโข) เป็นชื่อที่ท้าวสักกะตั้งให้ ก็ยักษ์ตนหนึ่งนั้นเป็นรูปาวจรพรหม นัยว่า ท้าวสักกะสดับมาว่า "ยักษ์ถึงพร้อมด้วยกำลังคือขันติ" จึงเสด็จมาเพื่อทดลองดู ก็อวรุทธกยักษ์ไม่อาจเข้าไปยังที่ที่อารักขาไว้เห็นปานนี้ได้

คำว่า เสด็จเข้าไปหา (อุปสงฺกมิ) ความว่า ท้าวสักกะฟังพวกเทวดาแล้วคิดว่า "ไม่สามารถให้ยักษ์นี้หวั่นไหวได้ ด้วยถ้อยคำหยาบ อันผู้ประพฤติถ่อมตนตั้งอยู่ในขันตินั้น จึงจะสามารถให้ยักษ์หนีไปได้" มีพระประสงค์จะให้ยักษ์นั้นหนีไปด้วยประการฉะนี้ จึงเสด็จเข้าไปหา

คำว่า ได้หายตัวไป (อนฺตรธายิ) ความว่า เมื่อท้าวสักกะทรงดำรงอยู่ในขันติ ทำความเคารพอย่างแรงกล้าให้ปรากฎ แสดงความถ่อมตน ยักษ์นั้นไม่อาจจะอยู่บนอาสนะของท้าวสักกะได้ จึงหนีไป

ในคำนี้ว่า เราเป็นผู้มีจิตไม่ถูกโทสะกระทบกระทั่ง (น สุปหตจิตฺโตมฺพิ) คำว่า (สุ) เป็นเพียงนิบาต ท้าวสักกะตรัสว่า "เราเป็นผู้มีจิตอันโทสะไม่กระทบแล้ว"

คำว่า เป็นผู้ที่ใครๆ จะชักนำไปไม่ได้ง่าย (นาวฏฺเฏน สุวานโย) ความว่า ท้วสักกะตรัสว่า "เราเป็นผู้อันความหมุนไปด้วยความโกรธนำไปไม่ได้ง่าย คือเราเป็นผู้ไม่กระทำง่ายเพื่อไปในอำนาจด้วยความโกรธ"

คำว่า โว ในคำว่า เราไม่ (โกรธใคร) มานานแล้ว (น โว จิราหํ) เป็นเพียงนิบาต ท้าวสักกะตรัสว่า "เราไม่โกรธมานานแล้ว" พระสูตรที่ ๒ จบ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

๑ 注释