This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๘

本册其他条目

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๒. อัชฌัตติกทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๔. พาหิรอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๕. พาหิรทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๖. พาหิรอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑๐. พาหิรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑. สัมโพธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๒. สัมโพธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๓. อัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๔. อัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๕. โนอัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๖. โนอัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๗. อภินันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๘. อภินันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. อุปปาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปปาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑. สัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๒. ปหานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๓. ปหานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๔. ปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๕. ปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๖. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๗. อันธภูตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๘. สารูปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๙. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑๐. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ชาติธรรมวรรคที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑. อวิชชาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๒. สังโยชนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๓. สังโยชนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๔. อาสวสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๕. อาสวสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๖. อนุสัยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๗. อนุสัยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๘. ปริญญาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๙. ปริยาทานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑๐. ปริยาทานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑. มิคชาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๒. มิคชาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๓. สมิทธิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๔. สมิทธิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๕. สมิทธิสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๖. สมิทธิสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๗. อุปเสนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๘. อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๙. ผัสสายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๐. ผัสสายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๑. ผัสสายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑. คิลานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๒. คิลานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๓. ราธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๔. ราธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๕. ราธสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๖. อวิชชาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๗. อวิชชาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๘. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๙. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑๐. ผัคคุณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑. ปโลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๒. สุญญสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๓. สังขิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๔. ฉันนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๕. ปุณณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๖. พาหิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๗. เอชสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๘. เอชสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๙. ทวยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑๐. ทวยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑. สังคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๒. สังคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๓. ปริหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๔. ปมาทวิหารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๕. สังวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๖. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๗. ปฏิสัลลีนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๘. นตุมหากสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๙. นตุมหากสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑๐. อุทกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑. โยคักเขมีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๒. อุปาทายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๓. ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๔. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๕. เสยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๖. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๗. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๘. อปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๙. อปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑๐. อุปัสสุติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑. มารปาสสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๒. มารปาสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๓. โลกกามคุณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๔. โลกกามคุณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๕. สักกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๖. ปัญจสิขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๗. สารีปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๘. ราหุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๙. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑. เวสาลีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๒. วัชชีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๓. นาฬันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๔. ภารทวาชสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๕. โสณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๖. โฆสิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๗. หาลิททกานิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๘. นกุลปิตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๙. โลหิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. เวรหัญจานีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑. เทวทหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๒. ขณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๓. ปัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๔. ปัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๕. อัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๖. อัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๗. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๘. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๙. เหตุพาหิรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑๐. เหตุพาหิรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑. กรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๒. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๓. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๔. สัปปายสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๕. สัปปายสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๗. ติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๘. ปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๙. อินทรียสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑๐. ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑. นันทิขยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๒. นันทิขยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๓. นันทิขยสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๔. นันทิขยสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๕. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๖. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๗. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๘. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๙. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๑. สักกายทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑-๓. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔-๖. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๗-๙. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๐-๑๒. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๓-๑๕. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๖-๑๘. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๙. อตีตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๐. อนาคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๑. ปัจจุปันนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๒-๒๔. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๕-๒๗. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๘-๓๐. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๑-๓๓. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๔-๓๖. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๗. อนิจจสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๘. อนิจจสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๙. อนิจจสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๐-๔๒. ทุกขสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๓-๔๕. อนัตตสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๖-๔๘ อนิจจสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๙-๕๑ ทุกขสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๒-๕๔. อนัตตสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๕. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๖. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๗. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๘. พาหิรายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๙. พาหิรายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๖๐. พาหิรายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑. สมุทรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๒. สมุทรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๓. พาลิสิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๔. ขีรรุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๕. โกฏฐิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๖. กามภูสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๗. อุทายีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๘. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๙. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑๐. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑. อาสีวิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๒. รถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๓. กุมมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๔. ทารุขันธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๕. ทารุขันธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๖. อวัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๗. ทุกขธรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๘. กึสุกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๙. วีณาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๐. ฉัปปาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๑. ยวกลาปิสูตร-๑๒. เทวาสุรสังคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๒. สุขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๓. ปหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๔. ปาตาลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๕. ทัฏฐัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๖. สัลลัตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๗. เคลัญญสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๘. เคลัญญสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๙. อนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑๐. ผัสสมูลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑. รโหคตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๒. วาตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๓. วาตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๔. นิวาสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๕. อานันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๖. อานันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๗. สัมพหุลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๘. สัมพหุลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๙. ปัญจกังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑๐. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑. สิวกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๒. อัฏฐสตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๓. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๔. ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๕. ญาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๖. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๘. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๙. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๐. สุทธิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๑. นิรามิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑. อมนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๒. มนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๓. อาเวณิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๔. มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๕. อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๖. อุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๗. อิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๘. มัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๙. อติจารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๐. ทุสสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๑. อัปปัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๒. กุสีตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๓. มุฏฐัสสติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๔. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อมัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ ปัญจสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๒. ปัสสัยหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๓. อภิภุยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๔. อังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๕. นาสยิตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๖. เหตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๗. ฐานสูตร - ๘. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๙. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑๐. วัฑฒิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ชัมพุขาทกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สามัณฑกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค โมคคัลลานสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๒. อิสิทัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๓. อิสิทัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๔. มหกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๕. กามภูสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๖. กามภูสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๗. โคทัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๘. นิคัณฐสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๙. อเจลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑๐. คิลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑. จัณฑสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๒. ตาลปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๓. โยธาชีวสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๔. หัตถาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๕. อัสสาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๖. ภูมกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๗. เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๘. อสังขาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๙. กุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๐. มณิจูฬกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๑. คันธภกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๒. ราสิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๓. ปาฏลิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑. เขมาเถรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๒. อนุราธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๗. โมคคัลลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๘. วัจฉสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๙. กุตุหลสาลาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๐. อานันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๑. สภิยสูตร

经典

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๒. รถสูตร

อรรถกถาแปลไทย

79 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถารถสูตรที่ ๒

ในรถสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้

บทว่า สุขโสมนสฺสพหุโล ความว่า ภิกษุชื่อว่าผู้มากด้วยสุขและโสมนัส เพราะภิกษุนั้นมีสุขทางกายและมีสุขทางใจมาก.

บทว่า โยนิ จสฺส อารทฺธา โหติ ความว่า และเหตุของภิกษุนั้นบริบูรณ์.

ในบท อาสวานํ ขยา นี้ท่านประสงค์เอาพระอรหัตตมรรคว่าอาสวักขัย. อธิบายว่า เพื่อประโยชน์แก่พระอรหัตนั้น.

บทว่า โอธตปโทโต ได้แก่ แส้ที่วางขวางไว้กลางรถ.

บทว่า เยนิจฺฉกํ ได้แก่ ปรารถนาไปทางทิศใด.

บทว่า ยทิจฺฉกํ ได้แก่ ปรารถนาการไปใดๆ.

บทว่า สาเรยฺย แปลว่า พึงส่งไปวิ่งไปข้างหน้า.

บทว่า ปจฺจาสาเรยฺย แปลว่า พึงวิ่งกลับ (ถอยหลัง).

บทว่า อารกฺขาย แปลว่า เพื่อประโยชน์แก่อันรักษา.

บทว่า สญฺญมาย ได้แก่ เพื่อห้ามความสลดใจ.

บทว่า ทมาย ได้แก่ เพื่อหมดพยศ.

บทว่า อุปสมาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่การเข้าไปสงบกิเลส.

ในบทว่า เอวเมวโข มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

เหมือนอย่างว่า เมื่อนายสารถีผู้ไม่ฉลาด เทียมม้าสินธพที่ไม่ได้ฝึก ขับรถไปตามทางขรุขระ (ไม่สม่ำเสมอ) แม้ล้อก็ย่อมแตก แม้เพลาและกีบของม้าสินธพ ก็ถึงความย่อยยับกับทั้งตนเอง และไม่สามารถจะให้แล่นไปได้ตามทางไปตามที่ต้องการได้ฉันใด

ภิกษุผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖ ก็ฉันนั้น ไม่สามารถเสวยความยินดีในความสงบตามที่ต้องการได้.

ส่วนนายสารถีผู้ฉลาดเทียมม้าสินธพที่ฝึกแล้ว ให้รถแล่นในพื้นที่ที่เรียบ จับเชือก ตั้งสติไว้ที่กีบม้าสินธพทั้งหลาย ถือแส้จับให้หมดพยศขับไป ให้มันวิ่งไปตามทาง ไปที่ตนต้องการๆ ฉันใด ภิกษุผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้ง ๖ ก็ฉันนั้น ย่อมเสวยความยินดีในความสงบ ตามที่ตนต้องการๆ ในพระศาสนานี้.

ถ้าภิกษุเป็นผู้ประสงค์จะส่งญาณมุ่งตรงต่ออนิจจานุปัสสนาไซร้ ญาณก็ไปตรงทางอนิจจานุปัสสนานั้น แม้ในทุกขานุปัสสนาก็นัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า โภชเน มตฺตญฺญู แปลว่า รู้จักประมาณในโภชนะ. ในบทว่า รู้จักประมาณนั้น ประมาณมี ๒ อย่าง คือประมาณในการรับและประมาณในการบริโภค.

ใน ๒ อย่างนั้น ประมาณในการรับ พึงทราบโดยสามารถของทายก พึงทราบโดยสามารถของไทยธรรม พึงทราบโดยกำลังของตน.

จริงอยู่ ภิกษุเห็นปานนี้ ถ้าไทยธรรมมีมาก ทายกประสงค์จะให้น้อย ย่อมรับแต่น้อย. ไทยธรรมมีน้อย ทายกประสงค์จะให้มาก ก็รับแต่น้อยด้วยอำนาจไทยธรรม ทั้งไทยธรรมก็มีมาก ทั้งทายกก็ประสงค์จะให้มาก ย่อมรู้กำลังของตน รับโดยประมาณ. ภิกษุนั้นย่อมทำลาภที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และทำลาภที่เกิดขึ้นแล้วให้มั่นคง เพราะความที่ตนเป็นผู้รู้จักประมาณในการรับนั้น เหมือนสามเณรผู้มีอายุ ๗ ขวบในรัชสมัยแห่งพระเจ้าติสสมหาราชผู้ทรงธรรม.

ได้ยินว่า ราชบุรุษทั้งหลายขนงบน้ำอ้อยมา ๕๐๐ เล่มเกวียนถวายแด่พระราชา. พระราชาทรงพระดำริว่า เครื่องบรรณาการน่าชอบใจ ไม่ถวายพระผู้เป็นเจ้าก่อน เราจักไม่กิน จึงส่งเกวียน ๒๕๐ เล่มไปยังมหาวิหาร ฝ่ายพระองค์เสวยพระกระยาหารเช้าแล้วก็เสด็จไป.

เมื่อเขาตีกลอง ภิกษุ ๑๒,๐๐๐ รูปประชุมกัน พระราชาประทับยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง รับสั่งให้เรียกคนวัดมาตรัสว่า ในการถวายทานของพระราชา ถวายองค์ละประมาณเต็มบาตรหนึ่ง บรรจุเต็มภาชนะที่ถือมาแล้วจงบอก ถ้าองค์ไรๆ มั่นอยู่ในการรับพอประมาณก็จะไม่รับ ก็พึงบอกแก่เรา.

ลำดับนั้น พระมหาเถระรูปหนึ่งประสงค์จะไหว้ต้นพระมหาโพธิ์ พระมหาเจดีย์ ก็มาจากเจติยบรรพตเข้าไปยังวิหาร เห็นพวกภิกษุถืองบน้ำอ้อย ณ ที่มณฑปใหญ่ จึงกล่าวกะสามเณรผู้ตามมาข้างหลังว่า เธอไม่ต้องการงบน้ำอ้อยหรือ.

สามเณรตอบว่า ขอรับ กระผมไม่ต้องการ.

(พระเถระ) พ่อสามเณร พวกเราเดินทางมาลำบาก ต้องการอาหารเพียงผลมะขวิดสักผลหนึ่ง. สามเณรจึงนำภาชนะออกมา แล้วได้วางเรียงไว้ตามลำดับพรรษาของพระเถระ.

คนวัดบรรจุเต็มภาชนะที่พอรับ แล้วยกขึ้น. สามเณรกระดิกนิ้ว.

คนวัดกล่าวว่า พ่อสามเณร ในทานของราชสกุล กำหนดถวายเต็มภาชนะทั้งนั้น โปรดรับภาชนะที่เต็มเถิด.

สามเณรกล่าวว่า อย่างนั้น อุบาสก ธรรมดาพระราชาทั้งหลายมีพระราชอัธยาศัยใหญ่ พระอุปัชฌาย์ของพวกอาตมาต้องการเพียงเท่านี้แหละ.

พระราชาทรงฟังถ้อยคำของคนวัดนั้นแล้ว ตรัสถามว่า ท่านผู้เจริญ สามเณรพูดอะไร จึงเสด็จมายังสำนักของสามเณร.

คนวัดทูลว่า ภาชนะของสามเณรเล็กมาก.

พระราชาตรัสว่า ท่านบรรจุเต็มภาชนะที่ท่านนำมารับไว้เถิด พ่อสามเณร.

สามเณรทูลว่า มหาบพิตร ธรรมดาว่า พระราชาทั้งหลายมีพระราชอัธยาศัยใหญ่ และมีพระราชประสงค์จะบรรจุเต็มภาชนะที่ยกขึ้นแล้ว จึงถวาย แต่อุปัชฌาย์ของอาตมภาพต้องการของมีประมาณเท่านี้แหละ.

พระราชาทรงพระดำริว่า สามเณรนี้มีอายุ ๗ ขวบ แม้แต่ปากของเธอก็ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เธอยังไม่กล่าวว่าเราจะรับเอาเต็มหม้อหรือตุ่ม แล้วจักฉันทั้งในวันนี้ทั้งในวันพรุ่งนี้ ใครๆ ไม่สามารถที่จะรักษาพระศาสนาของพระพุทธเจ้าไว้ได้ จึงทรงสั่งราชบุรุษทั้งหลายว่า ท่านผู้เจริญ เราเลื่อมใสสามเณรจริงๆ พวกท่านจงนำเกวียนบรรทุกน้ำอ้อยงบ ๒๕๐ เล่มมาอีกแล้ว ถวายแก่สงฆ์.

ก็พระราชานั้นนั่นแล วันหนึ่งมีพระราชประสงค์จะเสวยเนื้อนกกระทา จึงทรงพระดำริว่า ถ้าเราประสงค์จะบริโภคเนื้อนกกระทาปิ้งไฟ จึงทรงดำริว่า ถ้าเราจักบอกแก่คนอื่นว่าเราอยากกินเนื้อนกกระทาปิ้งไฟ คนทั้งหลายก็จักกระทำฆ่านกกระทา ในที่รอบๆ โยชน์หนึ่ง จึงทรงอดกลั้นบ่วงมาร แม้ที่เกิดขึ้นแล้วทรงยับยั้งถึง ๓ ปี.

ต่อมา พระราชานั้นเกิดเป็นน้ำหนวก. ท้าวเธอ เมื่อไม่อาจจะอดกลั้นได้ จึงตรัสถามว่า ใครๆ ที่เป็นอุบาสกผู้อุปัฏฐากเราเป็นคนรักษาศีลมีอยู่บ้างไหม.

ราชบุรุษเหล่านั้นทูลว่า เทวะ มีอยู่พระเจ้าข้า เขาชื่อว่าติสสะ รักษาศีลไม่ขาด.

ลำดับนั้น พระราชาประสงค์จะทดลองอุบาสกนั้น จึงรับสั่งให้เรียกตัวมา. อุบาสกนั้นก็มาเฝ้ายืนถวายบังคมพระราชา. ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะอุบาสกนั้นว่า แน่ะพ่อ ท่านชื่อติสสะหรือ. อุบาสกทูลรับว่า พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านจงไปได้. เมื่ออุบาสกนั้นไปแล้ว พระราชารับสั่งให้นำไก่มาตัวหนึ่ง แล้วตรัสสั่งราชบุรุษผู้หนึ่งว่า เจ้าจงไปบอกกะติสสะว่า เธอจงปิ้งไก่ให้สุก ๓ เวลาและจงให้ปรนนิบัติเรา.

ราชบุรุษนั้นได้ไปบอกอย่างนั้น.

อุบาสกนั้นกล่าวว่า ผู้เจริญ ถ้าไก่ตัวนี้พึงเป็นไก่ตายแล้วไซร้ เราจะพึงปิ้งตามที่เรารู้และปรนนิบัติ ความจริง เราไม่ทำปาณาติบาต. ราชบุรุษนั้นได้ไปทูลแด่พระราชา.

พระราชาทรงส่งไปสั่งว่า เธอจงไปอีกครั้ง. เขาไปบอกว่า ท่านผู้เจริญ ขึ้นชื่อว่าการปรนนิบัติพระราชาเป็นภาระหนัก ท่านอย่าทำอย่างนี้ ศีลท่านสามารถจะสมาทานได้อีก จงปิ้งไก่นั้นเถิด.

ลำดับนั้น ติสสะได้กล่าวกะบุรุษนั้นว่า ผู้เจริญธรรมดาว่า ในอัตภาพหนึ่ง ความตายมีหนเดียวแน่นอน เราจักไม่ทำปาณาติบาต. ราชบุรุษนั้นได้กราบทูลแด่พระราชาอีกครั้ง. พระราชาส่งไปเป็นครั้งที่ ๓ แล้วรับสั่งให้เรียกอุบาสกผู้ไม่รับ มาตรัสถามด้วยพระองค์เอง.

อุบาสกก็ถวายคำตอบแม้แก่พระราชาเหมือนอย่างนั้น.

ลำดับนั้น พระราชาสั่งราชบุรุษทั้งหลายว่า คนผู้นี้ขัดพระราชโองการ พวกเจ้าจงไป จงวางมันไว้ในซองสำหรับฆ่าคนแล้วจงตัดศีรษะเสีย แต่ได้ประทานสัญญาในที่ลับแก่ราชบุรุษเหล่านั้นว่า พวกเจ้าขู่อุบาสกนี้นำไปวางศีรษะของมันไว้ในซองสำหรับฆ่าคน แล้วมาบอกเรา.

ราชบุรุษเหล่านั้นให้อุบาสกนั้นนอนในซองสำหรับฆ่าคนแล้ววางไก่ตัวนั้นไว้ในมือของเขา อุบาสกนั้นวางไก่นั้นไว้ตรงหัวใจแล้ว พูดว่า พ่อเอ๋ย ข้าให้ชีวิตของข้าแทนเจ้า ข้าจะคงชีวิตของเจ้าไว้ เจ้าจงปลอดภัยไปเถิด ดังนี้แล้วก็ปล่อยไก่ไป ไก่ปรบปีกแล้วก็บินไปทางอากาศแอบอยู่ที่ต้นไทรย้อย สถานที่ๆ อุบาสกให้อภัยแก่ไก่นั้น ชื่อว่ากุกกุฏคีรี.

พระราชาทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว รับสั่งให้เรียกอุบาสกบุตรอำมาตย์มา ทรงประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทั้งปวง ตรัสว่า พ่อเอย เราทดลองเจ้าเพื่อประโยชน์นี้เอง เมื่อเราประสงค์จะกินเนื้อนกกระทา ล่วงไปถึง ๓ ปี เจ้าจักอาจกระทำเนื้อให้บริสุทธิ์โดยส่วนสาม แล้วปรนนิบัติเราได้หรือไม่.

บุตรอำมาตย์ทูลว่า เทวะ ขึ้นชื่อว่ากรรมนี้เป็นกรรมของข้าพระองค์เองดังนี้แล้ว ออกไปยืนอยู่ที่ระหว่างประตู เห็นบุรุษคนหนึ่งถือเอานกกระทา ๓ ตัวเข้าไปแต่เช้าตรู่ให้ทรัพย์ ๒ กหาปณะ ซื้อเอานกกระทำชำระให้สะอาด แล้วอบด้วยผักชีเป็นต้น ปิ้งให้สุกดีที่ถ่านไฟ แล้วปรนนิบัติแก่พระราชา.

พระราชาประทับนั่งบนบัลลังก์ (พระแท่น) อันมีพื้นใหญ่ ถือเอานกกระทาตัวหนึ่ง ตัดหน่อยหนึ่งแล้วใส่เข้าในพระโอษฐ์. ทันใดนั้นเอง เนื้อนกกระทาได้แผ่ซ่านตลอดเส้นประสาทเครื่องรับรส ๑๗,๐๐๐ ของพระราชานั้น.

ในสมัยนั้น พระราชาทรงระลึกถึงภิกษุสงฆ์ ทรงพระดำริว่า ราชาผู้เป็นเจ้าแผ่นดินเช่นเรา ประสงค์จะกินเนื้อนกกระทายังไม่ได้ถึง ๓ ปี ภิกษุสงฆ์ผู้ไม่ประมาท จักได้แต่ที่ไหน. จึงทรงคายเนื้อชิ้นที่ใส่เข้าในพระโอษฐ์ลงที่พื้น. บุตรอำมาตย์คุกเข่าเอาปากรับ.

พระราชาตรัสว่า หลีกไปเสียพ่อ เรารู้ว่าท่านไม่มีความผิด ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงทิ้งก้อนเนื้อนี้ แล้วจึงตรัสว่า ท่านจงเก็บงำเนื้อนกกระทาที่เหลือไว้อย่างนั้นนั่นแล.

วันรุ่งขึ้น พระเถระผู้เป็นราชกุลุปกะ (ประจำราชสกุล) เข้าไปบิณฑบาต. บุตรอำมาตย์เห็นท่านเข้าจึงรับบาตร ให้เข้าไปในกรุงราชคฤห์. ภิกษุบวชเมื่อแก่ แม้รูปหนึ่งติดตามเข้าไป เหมือนปัจฉาสมณะของพระเถระ. พระเถระสำคัญผิดว่า เป็นภิกษุที่พระราชารับสั่งให้เฝ้า แม้บุตรแห่งอำมาตย์ก็สำคัญผิดไปว่า เป็นอุปัฏฐากของพระเถระ.

พวกเจ้าหน้าที่ให้ท่านนั่งแล้วถวายข้าวยาคูแก่ท่านทั้งสองนั้น. เมื่อท่านดื่มข้าวยาคูแล้ว พระราชาได้น้อมนกกระทาเข้าไปถวาย. แม้พระเถระก็รับตัวหนึ่ง. ฝ่ายอีกรูปหนึ่งก็รับตัวหนึ่ง. พระราชาทรงพระดำริว่า ยังมีส่วนน้อยอยู่ส่วนหนึ่ง การไม่บอกเล่าเสียก่อนแล้วเคี้ยวกิน ไม่สมควร ดังนี้แล้วจึงบอกเล่าพระเถระ. พระเถระหดมือ. พระเถระแก่ยื่นมือรับ. พระราชาก็ไม่พอพระทัย จึงรับเอาบาตรแล้วตามส่งพระเถระผู้เสร็จภัตตกิจไป ตรัสว่า ท่านผู้เจริญ การที่ท่านมาสู่เรือนตระกูล พาภิกษุแม้ผู้ศึกษาวัตรแล้วมาจึงควร ขณะนั้น พระเถระรู้ว่าภิกษุรูปนี้พระราชามิได้รับสั่งให้เฝ้า.

วันรุ่งขึ้นจึงพาสามเณรผู้อุปัฏฐากเข้าไป. พระราชา เมื่อท่านดื่มยาคูแล้ว แม้ในเวลานั้นก็น้อมนกกระทาเข้าไป พระเถระได้รับส่วนหนึ่ง. สามเณรสั่นนิ้วมือ ให้ตัดตรงกลาง รับไว้ส่วนหนึ่งเท่านั้น.

พระราชาน้อมส่วนนั้นเข้าไปถวายพระเถระ พระเถระหดมืด ฝ่ายสามเณรก็หดมือ. พระราชาประทับนั่ง ตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสวย ตรัสว่า เราอาศัยภิกษุผู้ศึกษาวัตรมาแล้ว จึงได้กินนกกระทาหนึ่งส่วนครึ่ง. พอเสวยเนื้อนกกระทานั้นเท่านั้น น้ำหนวกก็ไหลออกจากพระกรรณทั้งสองข้าง แต่นั้นก็บ้วนพระโอษฐ์แล้วเข้าไปหาสามเณร ตรัสว่า พ่อสามเณร โยมเลื่อมใสจริงๆ โยมจะถวายธุวภัตตาหารประจำทั้ง ๘ อย่างแด่พ่อสามเณร.

สามเณรทูลว่า มหาบพิตร อาตมภาพจะถวายแด่พระอุปัชฌาย์. พระราชาตรัสว่า โยมจะถวายธุวภัตอีก ๘. สามเณรทูลว่า อาตมภาพจะถวายภัตเหล่านั้นแด่พระเถระปูนอุปัชฌาย์. พระราชาตรัสว่า จะถวายอีก ๘. สามเณรทูลว่า อาตมภาพจะถวายแด่ภิกษุสงฆ์. พระราชาตรัสว่า จะถวายอีก ๘. สามเณรก็ทูลรับ.

ภิกษุเมื่อรู้จักประมาณในการรับอย่างนี้ จึงทำลาภที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ทำลาภที่เกิดขึ้นแล้วให้มั่นคง. นี้ชื่อว่าประมาณในการรับ.

ก็การที่ภิกษุคิดว่า เราจะบริโภคโภชนะที่มีอยู่แล้วบริโภคปัจจัยตามที่พิจารณาแล้ว ชื่อว่าประมาณในการบริโภค.

ประมาณในการบริโภคนั้น ท่านประสงค์เอาในที่นี้.

ด้วยเหตุนั้น นั่นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส ดังนี้เป็นต้น. ประมาณในการบริโภคแม้นอกนี้ ก็ควรเหมือนกัน.

ในบทว่า สีหเสยฺยํ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ชื่อว่า การนอนมี ๔ อย่าง การนอนของผู้บริโภคกาม ๑ การนอนของเปรต ๑ การนอนของสีหะ ๑ การนอนของพระตถาคต ๑.

ในการนอน ๔ อย่างนั้น การนอนที่ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ผู้บริโภคกาม โดยมากย่อมนอนตะแคงซ้าย นี้ชื่อว่าการนอนของผู้บริโภคกาม.

จริงอยู่ ขึ้นชื่อว่าการนอนโดยตะแคงข้างขวาของสัตว์ผู้บริโภคกามเหล่านั้น โดยมากไม่มี.

การนอนที่ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย โดยมากพวกเปรต ย่อมนอนหงาย นี้ชื่อว่าการนอนของเปรต.

จริงอยู่ พวกเปรต ชื่อว่ามีร่างกระดูกพันกันยุ่ง เพราะมีเนื้อเลือดน้อย ไม่สามารถจะนอนตะแคงได้ จึงนอนหงายเท่านั้น.

การนอนที่ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย โดยมากสีหมฤคราชสอดหางเข้าไปตามหว่างขา นอนตะแคงข้างขวา แม้นี้ก็ชื่อว่าการนอนของสีหะ.

จริงอยู่ สีหราชาแห่งมฤค เพราะตัวมีอำนาจมาก จึงวางเท้าหน้าทั้ง ๒ ไว้ข้างหนึ่ง เท้าหลังทั้ง ๒ ไว้ข้างหนึ่ง แล้วสอดหางเข้าไปในหว่างขา กำหนดโอกาสที่ตั้งของเท้าหน้า เท้าหลังและหาง แล้วนอนวางศีรษะไว้เหนือเท้าหน้าทั้ง ๒. แม้นอนทั้งวันเมื่อตื่นก็ไม่สะดุ้งตื่น. ชะเง้อศีรษะกำหนดโอกาสที่เท้าหน้าเป็นต้นตั้งอยู่. ถ้าอะไรๆ ละเคลื่อนที่ไป ก็จะเสียใจว่า ข้อนี้ไม่ควรแก่ชาติและแก่ความแกล้วกล้าของท่าน จึงนอนลงเสียในที่นั้นนั่นแลอีกไม่ออกไปหาเหยื่อ. แต่เมื่อไม่ละ ตั้งคงที่อยู่ มันก็ร่าเริงยินดีว่า นี้สมควรแก่ชาติและแก่ความแกล้วกล้าของท่าน ลุกขึ้นสะบัดกายสะบัดสร้อยคอ แผดสีหนาท ๓ ครั้ง แล้วออกไปหาเหยื่อ.

ส่วนการนอนในจตุตถฌาน ท่านเรียกว่า การนอนของพระตถาคต. ก็ในการนอนเหล่านั้น การนอนของสีหะมาแล้วในสูตรนี้. ก็การนอนของสีหะนี้เป็นการนอนอย่างสูงสุด เพราะเป็นอิริยาบถของสัตว์ผู้มีอำนาจมาก.

บทว่า ปาเทน ปาทํ ได้แก่ เท้าซ้ายทับเท้าขวา.

บทว่า อจฺจาธาย แปลว่า เหลื่อมกัน คือวางเลยไปหน่อยหนึ่ง.

จริงอยู่ เมื่อข้อเท้ากับข้อเท้า หรือเข่ากับเข่าขบกัน เวทนาก็เกิดเนืองๆ จิตย่อมไม่มีอารมณ์เป็นอันเดียว นอนก็ไม่ผาสุก. แต่เมื่อวางให้เหลื่อมกัน โดยอาการที่มันไม่ขบกัน เวทนาก็ไม่เกิด จิตก็มีอารมณ์เป็นอันเดียว นอนก็ผาสุก. เพราะฉะนั้น ราชสีห์จึงนอนอย่างนี้.

บทว่า สโต สมฺปชาโน ความว่า ประกอบด้วยสติและสัมปชัญญะ

ถามว่า นอนอย่างไรชื่อเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ.

แก้ว่า เพราะไม่ละสติและสัมปชัญญะ.

จริงอยู่ ภิกษุนี้ชำระจิตให้หมดจดจากธรรมเป็นเครื่องกั้นตลอดวันตลอดยามทั้งสิ้น ลงจากที่จงกรมที่สุดแห่งปฐมยาม แม้ล้างเท้าก็ไม่ละมูลกรรมฐานเลย. ไม่ละมูลกรรมฐานนั้น เปิดประตู นั่งบนเตียงลงนอนก็ไม่ละ เมื่อตื่นก็ยังถือกรรมฐานแล้วตื่น. ชื่อว่าเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ แม้เมื่อลงนอนหลับอย่างนี้. แต่พระอาจารย์ทั้งหลายไม่บอกความข้อนั้นว่า เป็นญาณธาตุ.

ก็ภิกษุนั้น ครั้นชำระจิตให้หมดจดโดยนัยดังกล่าวแล้ว ที่สุดแห่งปฐมยาม คิดว่า เราจะพักผ่อนสรีระที่มีใจครองด้วยการหลับนอน แล้วลงจากที่จงกรม ไม่ละมูลกรรมฐานเลย ล้างเท้า เปิดประตู นั่งบนเตียง ไม่ละมูลกรรมฐาน คิดว่า ขันธ์นั่นแลขัดกันในขันธ์ ธาตุนั่นแลขัดกันในธาตุ ดังนี้แล้ว พิจารณาเสนาสนะ ไม่จงกรมหลับ เมื่อตื่นก็ถือมูลกรรมฐานไว้แล้วตื่น. เมื่อหลับด้วยอาการอย่างนี้ พึงทราบว่าเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ.

ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวิปัสสนาอันส่วนเบื้องต้นอันมีองค์ ๓ ด้วยประการฉะนี้. ก็ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ภิกษุยังไม่ถึงที่สุด ก็ชุมนุมอินทรีย์ พละและโพชฌงค์เหล่านั้นนั่นแล เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต. พึงกล่าวเทศนาจนถึงพระอรหัตดังกล่าวมา.

จบอรรถกถารถสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๒. รถสูตร 注释 · 第18册