This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๘

本册其他条目

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๒. อัชฌัตติกทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๔. พาหิรอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๕. พาหิรทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๖. พาหิรอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑๐. พาหิรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑. สัมโพธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๒. สัมโพธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๓. อัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๔. อัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๕. โนอัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๖. โนอัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๗. อภินันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๘. อภินันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. อุปปาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปปาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑. สัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๒. ปหานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๓. ปหานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๔. ปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๕. ปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๖. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๗. อันธภูตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๘. สารูปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๙. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑๐. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ชาติธรรมวรรคที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑. อวิชชาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๒. สังโยชนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๓. สังโยชนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๔. อาสวสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๕. อาสวสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๖. อนุสัยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๗. อนุสัยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๘. ปริญญาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๙. ปริยาทานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑๐. ปริยาทานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑. มิคชาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๒. มิคชาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๓. สมิทธิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๔. สมิทธิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๕. สมิทธิสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๖. สมิทธิสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๗. อุปเสนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๘. อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๙. ผัสสายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๐. ผัสสายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๑. ผัสสายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑. คิลานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๒. คิลานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๓. ราธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๔. ราธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๕. ราธสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๖. อวิชชาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๗. อวิชชาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๘. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๙. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑๐. ผัคคุณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑. ปโลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๒. สุญญสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๓. สังขิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๔. ฉันนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๕. ปุณณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๖. พาหิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๗. เอชสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๘. เอชสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๙. ทวยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑๐. ทวยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑. สังคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๒. สังคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๓. ปริหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๔. ปมาทวิหารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๕. สังวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๖. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๗. ปฏิสัลลีนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๘. นตุมหากสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๙. นตุมหากสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑๐. อุทกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑. โยคักเขมีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๒. อุปาทายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๓. ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๔. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๕. เสยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๖. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๗. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๘. อปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๙. อปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑๐. อุปัสสุติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑. มารปาสสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๒. มารปาสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๓. โลกกามคุณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๔. โลกกามคุณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๕. สักกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๖. ปัญจสิขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๗. สารีปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๘. ราหุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๙. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑. เวสาลีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๒. วัชชีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๓. นาฬันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๔. ภารทวาชสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๕. โสณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๖. โฆสิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๗. หาลิททกานิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๘. นกุลปิตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๙. โลหิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. เวรหัญจานีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑. เทวทหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๒. ขณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๓. ปัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๔. ปัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๕. อัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๖. อัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๗. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๘. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๙. เหตุพาหิรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑๐. เหตุพาหิรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑. กรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๒. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๓. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๔. สัปปายสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๕. สัปปายสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๗. ติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๘. ปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๙. อินทรียสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑๐. ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑. นันทิขยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๒. นันทิขยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๓. นันทิขยสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๔. นันทิขยสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๕. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๖. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๗. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๘. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๙. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๑. สักกายทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑-๓. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔-๖. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๗-๙. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๐-๑๒. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๓-๑๕. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๖-๑๘. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๙. อตีตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๐. อนาคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๑. ปัจจุปันนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๒-๒๔. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๕-๒๗. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๘-๓๐. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๑-๓๓. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๔-๓๖. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๗. อนิจจสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๘. อนิจจสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๙. อนิจจสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๐-๔๒. ทุกขสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๓-๔๕. อนัตตสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๖-๔๘ อนิจจสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๙-๕๑ ทุกขสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๒-๕๔. อนัตตสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๕. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๖. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๗. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๘. พาหิรายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๙. พาหิรายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๖๐. พาหิรายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑. สมุทรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๒. สมุทรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๓. พาลิสิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๔. ขีรรุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๕. โกฏฐิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๖. กามภูสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๗. อุทายีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๘. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๙. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑๐. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑. อาสีวิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๒. รถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๓. กุมมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๔. ทารุขันธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๕. ทารุขันธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๖. อวัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๗. ทุกขธรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๘. กึสุกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๙. วีณาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๐. ฉัปปาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๑. ยวกลาปิสูตร-๑๒. เทวาสุรสังคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๒. สุขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๓. ปหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๔. ปาตาลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๕. ทัฏฐัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๖. สัลลัตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๗. เคลัญญสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๘. เคลัญญสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๙. อนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑๐. ผัสสมูลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑. รโหคตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๒. วาตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๓. วาตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๔. นิวาสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๕. อานันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๖. อานันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๗. สัมพหุลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๘. สัมพหุลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๙. ปัญจกังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑๐. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑. สิวกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๒. อัฏฐสตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๓. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๔. ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๕. ญาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๖. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๘. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๙. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๐. สุทธิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๑. นิรามิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑. อมนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๒. มนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๓. อาเวณิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๔. มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๕. อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๖. อุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๗. อิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๘. มัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๙. อติจารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๐. ทุสสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๑. อัปปัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๒. กุสีตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๓. มุฏฐัสสติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๔. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อมัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ ปัญจสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๒. ปัสสัยหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๓. อภิภุยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๔. อังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๕. นาสยิตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๖. เหตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๗. ฐานสูตร - ๘. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๙. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑๐. วัฑฒิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ชัมพุขาทกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สามัณฑกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค โมคคัลลานสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๒. อิสิทัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๓. อิสิทัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๔. มหกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๕. กามภูสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๖. กามภูสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๗. โคทัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๘. นิคัณฐสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๙. อเจลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑๐. คิลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑. จัณฑสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๒. ตาลปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๓. โยธาชีวสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๔. หัตถาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๕. อัสสาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๖. ภูมกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๗. เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๘. อสังขาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๙. กุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๐. มณิจูฬกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๑. คันธภกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๒. ราสิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๓. ปาฏลิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑. เขมาเถรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๒. อนุราธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๗. โมคคัลลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๘. วัจฉสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๙. กุตุหลสาลาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๐. อานันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๑. สภิยสูตร

经典

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๙. วีณาสูตร

อรรถกถาแปลไทย

115 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถาวีณาสูตรที่ ๙

ในวีโณปมสูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

พระศาสดาทรงเริ่มคำว่า ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ดังนี้ไว้ เพื่อทรงแสดงว่า เปรียบเหมือนว่า มหากุฏุมพีทำกสิกรรมมาก เสร็จนาได้ข้าวกล้าแล้ว สร้างปะรำไว้ที่ประตูเรือน เริ่มถวายทานแด่สงฆ์ทั้งหลาย. ถึงแม้เขาจะตั้งใจถวายแด่พระสงฆ์ทั้งสองฝ่าย (เท่านั้น) ก็จริง ถึงกระนั้น เมื่อบริษัททั้งสองฝ่ายอิ่มหนำสำราญแล้ว แม้ชนที่เหลือก็พลอยอิ่มหนำสำราญไปด้วยฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทรงบำเพ็ญบารมีมา ๔ อสงไขยเศษ ทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณที่ควงโพธิพฤกษ์ ทรงแสดงธรรมจักรอันประเสริฐ ประทับนั่งที่พระเชตวันมหาวิหาร เมื่อประทานธรรมบูชาแก่ภิกษุบริษัทและภิกษุณีบริษัท จึงทรงปรารภวีโณปมสูตร.

ก็วีโณปมสูตรนี้นั้น ถึงจะทรงปรารภหมายเอาบริษัททั้งสอง (เท่านั้น) ก็จริง ถึงกระนั้น ก็มิได้ทรงห้ามบริษัททั้ง ๔. เพราะฉะนั้น แม้บริษัททั้งมวลก็ควรฟังได้ ทั้งมีศรัทธาได้ด้วย ทั้งบำเพ็ญให้บริบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดื่มอรรถรส แห่งพระธรรมเทศนานั้น.

____________________________

ปาฐะว่า ปริโยคาหิตฺวา ปสฺส ฉบับพม่าเป็น ปริโยคาหิตฺวา จสฺส แปลตามฉบับพม่า.

บรรดาบทเหล่านั้น ในบทว่า ฉนฺโท เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ตัณหาที่มีกำลังอ่อนแรกเกิด ชื่อว่าฉันทะ ฉันทะนั้นไม่สามารถเพื่อให้กำหนัดได้. แต่ตัณหาที่มีกำลัง เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ จึงชื่อว่าราคะ. ราคะนั้นสามารถทำให้กำหนัดยินดีได้. ความโกรธที่มีกำลังน้อย แรกเกิดไม่สามารถ เพื่อจะถือท่อนไม้เป็นต้นได้ ชื่อว่าโทสะ. ส่วนความโกรธที่มีกำลังมาก เกิดขึ้นติดต่อกันมา สามารถจะทำการเหล่านั้นได้ ชื่อว่าปฏิฆะ. ส่วนความไม่รู้ที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งความหลงและความงมงาย ชื่อว่าโมหะ. เมื่อเป็นเช่นนั้น ในสูตรนี้เป็นอันท่านสงเคราะห์อกุศลมูล ๓ ไว้ด้วยบททั้ง ๕. เมื่อถือเอาอกุศลมูลเหล่านั้นแล้ว กิเลสที่มีอกุศลธรรมเหล่านั้นเป็นมูล ก็เป็นอันทรงหมายเอาแล้วแล.

____________________________

ปาฐะว่า สมตฺโถ ฉบับพม่าเป็น อสมตฺโถ แปลตามฉบับพม่า.

อีกอย่างหนึ่ง ด้วยบททั้ง ๒ ว่า ฉนฺโท ราโค นี้ เป็นอันทรงหมายเอาจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภจิต ๘ ดวง.

ด้วยบททั้ง ๒ ว่า โทโส ปฏิฆํ เป็นอันทรงหมายเอาจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ ดวง.

ด้วยบทว่า โมหะ เป็นอันทรงหมายเอาจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและวิจิกิจฉาสองดวง ปราศจากโลภะและโทสะ. สรุปแล้วเป็นอันทรงแสดงจิตตุปบาท (ฝ่ายอกุศล) ๑๒ ดวงทั้งหมดไว้แล้ว.

____________________________

โมหมานโทสรหิตา ฉบับพม่า โมหปเทน โลภโทสรหิตา แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า สภโย ความว่า มีภัย เพราะเป็นสถานที่อยู่อาศัยของพวกโจรคือกิเลส.

บทว่า สปฺปฏิภโย ความว่า มีภัยเฉพาะหน้า เพราะเป็นเหตุแห่งการฆ่าและการจองจำเป็นต้น.

บทว่า สกณฺฏโก ความว่า มีหนาม เพราะมีหนามมีราคะ เป็นต้น

____________________________

ปาฐะว่า ราคาทีหิ กณฺฏโก ฉบับพม่าเป็น ราคาทีหิ กณฺฏเกหิ แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า อุมฺมคฺโค ความว่า ไม่ใช่ทางสำหรับผู้จะดำเนินไปสู่เทวโลก มนุสสโลก หรือพระนิพพาน.

บทว่า กุมฺมคฺโค ความว่า ชื่อว่าทางชั่ว เพราะเป็นทางให้ถึงอบาย เหมือนทางเท้าที่ทอดไปสู่สถานที่ซึ่งน่ารังเกียจ สะอิดสะเอียน.

บทว่า ทุหิติโก มีอรรถวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า อิริยนา เพราะเป็นที่ดำเนินไป. ทางชื่อว่า ทุหิติโก เพราะเป็นที่ไปลำบาก.

เพราะว่าทางใดไม่มีของขบเคี้ยวมีมูลผลาหารเป็นต้นหรือของลิ้ม ทางนั้นมีการไปลำบาก. คนเดินไปทางนั้นแล้ว ไม่สามารถจะถึงที่มุ่งหมายได้ (ฉันใด) คนดำเนินไปแม้สู่ทางคือกิเลส ก็ไม่อาจถึงสัมปัตติภพได้ (ฉันนั้น) เพราะฉะนั้น ทางคือกิเลสพระองค์จึงตรัสว่า ทุหิติโก (เป็นทางที่ไปลำบาก). ปาฐะว่า ทฺวีหิติโก ก็มี. ความหมายก็แนวเดียวกันนั่นแหละ.

บทว่า อสปฺปุริสเสวิโต ความว่า เป็นทางที่อสัตบุรุษมีพระโกกาลิกะเป็นต้นเดินไปแล้ว.

บทว่า ตโต จิตฺตํ นิวารเย ความว่า พึงห้ามจิตนั้นที่เป็นไปแล้วด้วยอำนาจแห่งฉันทะเป็นต้น จากรูปเหล่านั้นที่จะพึงรู้แจ้งได้ทางจักษุ ด้วยอุบายมีการระลึกถึงอสุภารมณ์เป็นต้น.

อธิบายว่า เมื่อความกำหนัดในเพราะอิฏฐารมณ์ เกิดขึ้นในจักษุทวาร จิตของผู้ระลึกถึง (มัน) โดยความเป็นอสุภะ จะหมุนกลับ. เมื่อความขัดเคืองในเพราะอนิฏฐารมณ์เกิดขึ้น จิตของผู้ระลึกถึงมันโดยเมตตา จะหมุนกลับ. เมื่อความหลงในเพราะมัชฌัตตารมณ์เกิดขึ้น จิตของผู้ระลึกถึงการสอบถามอุทเทส การอยู่กับครู จะหมุนกลับ. แต่บุคคลเมื่อไม่สามารถทำอย่างนี้ได้ ควรระลึกถึงความที่พระศาสดาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ความที่พระธรรมเป็นสวากขาตธรรม และความปฏิบัติของพระสงฆ์ เพราะว่า เมื่อภิกษุพิจารณาความที่พระศาสดาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็ดี ความที่พระธรรมเป็นสวากขาตธรรมก็ดี พิจารณาการปฏิบัติชอบของพระสงฆ์ก็ดี จิตจะหมุนกลับ. ด้วยเหตุนั้น จึงได้กล่าวไว้ว่า อสุภาวชฺชนาทีหิ อุปาเยหิ นิวารเย.

____________________________

ปาฐะว่า สุปฏิปตฺตึ ฉบับพม่าเป็น สุปฏิปตฺติ แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า กิฏฺฐํ ได้แก่ หัวคล้าที่เกิดขึ้นในที่ๆ แออัด.

บทว่า สมฺปนฺนํ ได้แก่ บริบูรณ์แล้ว คืองอกงามดีแล้ว.

บทว่า กิฏฺฐาโต ได้แก่ เคี้ยวกินข้าวกล้า.

ในบทว่า เอวเมว โข นี้ พึงเห็นเบญจกามคุณเหมือนข้าวกล้าที่สมบูรณ์แล้ว. จิตโกงพึงเห็นเหมือนโคที่กินข้าวกล้าในที่แออัด. เวลาที่ภิกษุละทิ้งสติ (ปล่อยใจ) เที่ยวไปในทวารทั้ง ๖ เหมือนกับในเวลาที่ผู้เฝ้าข้าวกล้าประมาทฉะนั้น. ภาวะที่ภิกษุไม่ได้บรรลุสามัญญผล เพราะธรรมฝ่ายกุศลเสื่อมไป ในเมื่อจิตอาศัยการอยู่ปราศจากสติ [ที่]มีหน้าที่รักษาทวาร ๖ ชอบใจเบญจกามคุณ พึงทราบว่าเหมือนเจ้าของข้าวกล้าไม่ได้รับผลแห่งข้าวกล้า เพราะข้าวกล้าที่กำลังท้องถูกโคกิน โดยอาศัยความประมาทของผู้รักษาข้าวกล้า ฉะนั้น.

บทว่า อุปริฆฏาย ได้แก่ ในระหว่างเขาทั้งสอง.

____________________________

ปาฐะว่า ฆาตานํ ฉบับพม่าเป็น ฆฏายํ แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า สุนิคฺคหิตํ นิคฺคณฺเหยฺย ความว่า จับให้มั่นที่เชือกสนสะพายที่พาดอยู่เหนือเขา.

บทว่า ทณฺเฑน ความว่า ด้วยตะพด มีลักษณะคล้ายค้อน.

บทว่า เอวํ หิ โส ภิกฺขเว โคโณ ความว่า โคนั้นอาศัยความเผลอของคนเฝ้าข้าวกล้าอย่างนี้แล้ว ในขณะที่อยากจะกินข้าวกล้าจะถูกเจ้าของปราบให้หมดพยศ โดยการกำหราบ ตี แล้วปล่อยไปอย่างนี้.

บทว่า เอวเมว โข ความว่า แม้ในพระสูตรนี้ กามคุณทั้ง ๕ พึงเห็นเหมือนข้าวกล้าที่สมบูรณ์จิตโกง พึงเห็นเหมือนโคที่เป็นเหมือนความไม่เผลอของผู้เฝ้าข้าวกล้า. พระสูตร เปรียบเหมือนไม้ตะพด. การระลึกถึงพระสูตรนั้นๆ ในบรรดาพระสูตรทั้งหลายมีอนมตคฺติยสูตร เทวทูตสูตร อาทิตตสูตร อาสีวิสูปมสูตร อนาคตภยสูตรเป็นต้น ในเวลาที่จิตมุ่งหน้าสู่อารมณ์หยาบในภายนอก แล้วหักห้ามจิตตุปบาทไว้จากอารมณ์ที่หยาบ แล้วหยั่งลงในมูลกัมมัฏฐาน พึงทราบว่า เป็นเหมือนการตีโคด้วยไม้ตะพด ในเวลาที่มันบ่ายหน้าลงสู่ข้าวกล้า.

____________________________

ปาฐะว่า อิทานิบิ ฉบับพม่าเป็น อิธาปิ แปลตามฉบับพม่า.

ปาฐะว่า สุตฺตโต ฉบับพม่าเป็น สุตฺตนฺฌต แปลตามฉบับพม่า.

ปาฐะว่า ปุถุตฺตารมมณาภิมุขกาโล. อมนตคฆิย... ฉบับพม่าเป็น ปุถุตารมฺมณาภิมุขกาเล อนมตคฺคิย... แปลตามฉบับพม่า

ปาฐะว่า กิฏฺฐาภิมุขกาโล. ทณฺเฑน ฉบับพม่าเป็น กิฏฺฐาภิมุขกาเล ทณฺเฑน แปลตามฉบับพม่า.

ด้วยเหตุนั้น พระโบราณาจารย์จึงได้กล่าวไว้ว่า :-

เพราะได้ฟังพระสูตรที่ตรัสดีแล้ว ใจจึงผ่อง

สงบ และจิตนั้นจะประสบปีติและสุข ในเวลานั้น

ใจของเธอจะดำรงอยู่ในอารมณ์ (แห่งกัมมัฏฐาน)

เหมือนโคที่กินข้าวกล้า ถูกหวดด้วยตะพดฉะนั้น.

บทว่า อุทุชิตํ แปลว่า จิตอันภิกษุข่มแล้ว.

บทว่า สุทุชิตํ แปลว่า กลายเป็นจิตอันภิกษุข่มไว้ดีแล้ว. อธิบายว่า อันเธอชนะแล้วด้วยดีบ้าง.

บทว่า อุทุ สุทุ นี้เป็นเพียงนิบาตเท่านั้น.

____________________________

ปาฐะว่า อุรุ สุรุติ ฉบับพม่าเป็น อุทุ สุทุ และตรงตามฉบับพม่า.

บทว่า อชฺฌตฺตํ แปลว่า มีอารมณ์เป็นภายใน.

ในบทว่า สนฺติฏฺฐติ เป็นต้นมีอธิบายว่า สงบอยู่ด้วยอำนาจแห่งปฐมฌาน สงบนิ่งด้วยอำนาจแห่งทุติยฌาน เป็นจิตมีธรรมอย่างเอกผุดขึ้นด้วยอำนาจแห่งตติยฌาน ตั้งมั่นด้วยอำนาจแห่งจตุตถฌาน.

อีกอย่างหนึ่ง คำทั้งหมดนี้ พึงทราบด้วยอำนาจปฐมฌาน.

จริงอยู่ ธรรมดาอินทริยสังวรสีล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า เป็นการอนุรักษ์สมถะ ด้วยคำมีประมาณเท่านี้.

บทว่า รญฺโญ วา หมายถึง เจ้าเมืองชายแดนลางองค์นั่นเอง.

บทว่า สทฺทํ สุเณยฺยํ ความว่า ตื่นบรรทมในเวลาเช้า พึงได้สดับเสียงพิณอันไพเราะที่นักพิณผู้ชำนาญดีดอยู่.

ในบทว่า รชนีโย เป็นต้น มีอธิบายว่า

ชื่อว่า รชนีโย เพราะให้จิตยินดี. ชื่อว่า กมนีโย เพราะชอบให้ใคร่. ชื่อว่า มทนีโย เพราะ (ทำให้) จิตมัวเมา ชื่อว่า มุจฺฉนีโย เพราะหลงโดยเป็นเหมือนทำจิตให้ลุ่มหลง. ชื่อว่า พนฺธนีโย เพราะผูกพันไว้โดยยึดถือเหมือนผูกมัดไว้.

บทว่า อลํ เม โภ ความว่า เมื่อเห็นสัณฐานของพิณแล้วไม่ปรารถนา จึงกล่าวอย่างนี้.

บทว่า อุปธารเณ ได้แก่ ลูกบิด (สำหรับขึ้นสาย).

บทว่า โกณํ ได้แก่ ไม้แก่น ๔ เหลี่ยม.

บทว่า โส ตํ วีณํ ความว่า พระราชานั้นรับสั่งว่า ท่านทั้งหลายจงนำพิณนั้นมา เราจะดูเสียงของมัน แล้วทรงจับพิณนั้น.

ในบทว่า ทสธา วา เป็นต้น มีอธิบายว่า พึงผ่าออกเป็น ๑๐ เสี่ยงก่อน. ครั้นพระองค์ไม่เห็นเสียงของมัน จึงทรงผ่าออกเป็น ๑๐๐ เสี่ยง เมื่อไม่ทรงเห็นอย่างนั้น จึงทรงสับเป็นชิ้นๆ เมื่อไม่ทรงเห็นอย่างนั้น จึงทรงพระดำริว่า จักเผาชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนเสียงจะหนีออกไป คราวนั้น เราจักเห็นมัน ดังนี้แล้ว จึงใช้ไฟเผา เมื่อไม่ทรงเห็นอย่างนั้น จึงทรงพระดำริว่า ละอองเขม่าที่เบาๆ จักปลิวไปตามลม ส่วนเสียงจักออกไป ตกลงใกล้เท้าเหมือนข้าวสารข้าวเปลือก. เมื่อนั้น เราจักเห็นมัน แล้วทรงโปรยไปที่ลมแรงๆ. แม้อย่างนั้นก็ไม่ทรงเห็น จึงทรงพระดำริว่า ละอองเขม่าจักลอยไปตามน้ำ ส่วนเสียงจักข้ามออกไป เหมือนคน (ข้าม) ไปสู่ฝั่ง เมื่อนั้นเราจักเห็นมัน จึงทรงลอยมันไป ตามแม่น้ำที่มีกระแสเชี่ยว.

____________________________

ปาฐะว่า สตฺตธา แต่ในบาลี และฉบับพม่าเป็น สตธา จึงแปลตามนั้น.

ปาฐะว่า จารํ คจฺฉนฺโต ปุริโส วิย นิกฺขมิตฺวา ปติสฺสติ ฉบับพม่าเป็น ปารํ คจฺฉนฺโต ปุริโส วิย นิกฺขมิตฺวา ตริสฺสติ แปลตามฉบับพม่า

บทว่า เอวํ วเทยฺย ความว่า พระราชาเมื่อไม่ทรงเห็นด้วยอุบายวิธีเหล่านี้แม้ทุกอย่าง จึงตรัสกับคนเหล่านั้นอย่างนี้.

บทว่า อสติ กิรายํ ความว่า ได้ยินว่า พิณนี้ไม่ได้สติ. อธิบายว่า เป็นพิณชั้นเลว.

บทว่า อสติ นี้ เป็นคำเรียกถึงสิ่งที่ลามก.

สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า

อสา โลกิตฺถิโย นาม เวลา ตาสํ น วิชฺชติ สารตฺตา จ ปคพฺภา จ สิขี สพฺพฆโส ยถา ขึ้นชื่อว่าหญิงประโลมโลก ลามก ทั้งร่าน ทั้งคะนอง ไม่มีขอบเขต เหมือนไฟที่กินไม่เลือก ฉะนั้น.

____________________________

ปาฐะว่า อสฺสา ฉบับพม่าเป็น อสา แปลตามฉบับพม่า.

ปาฐะว่า สพฺพโส ฉบับพม่าเป็น สพฺพฆโส แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า ยเถวํ ยงฺกิญฺจิ วีณา นาม มีอธิบายว่า ไม่ใช่พิณอย่างเดียวเท่านั้นที่เลวถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีทุกชนิดก็เลวเหมือนพิณนั่นแหละ.

____________________________

ปาฐะว่า ยเถว ปน อยํ วีณาเยว ลามิกา ยเถวสฺส อยํ วีณา นาม. เอวํ ยงฺกิญฺจิ อญฺญมฺปิ ตนฺติพทฺธํ สพพํ ลามกเมวาติ อตฺโถ.

ฉบับพม่าเป็น ยเถว ปน อยํ วีณา นาม, เอวํ ยงฺกิญฺจิ อยฺญมฺปิ ตนฺติพทฺธํ สพฺพํ ตํ ลามกเมวาติ อตฺโถ แปลตามฉบับพม่า.

พึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า เอวเมว โข นี้ ดังต่อไปนี้ :-

เบญจขันธ์ พึงทราบว่า เหมือนพิณ. พระโยคาวจร พึงทราบว่า เหมือนพระราชา. พระราชานั้น จำเดิมแต่ทรงผ่าพิณนั้นออก เป็น ๑๐ เสี่ยงแล้วทรงใคร่ครวญดู ก็ไม่ทรงเห็นเสียง จึงไม่มีประสงค์พิณฉันใด พระโยคาวจรก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อพิจารณาเบญจขันธ์ ไม่เห็นอะไรที่จะพึงถือเอาว่าเราหรือของเรา ก็ไม่มีความประสงค์ด้วยขันธ์.

ด้วยเหตุนั้น เมื่อจะทรงแสดงการพิจารณาขันธ์นั้นแก่ภิกษุนั้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า รูปํ สมนฺเนสติ ยาวตา รูปสฺส คติ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมนฺเนสติ ได้แก่ ปริเยสติ (แปลว่าแสวงหา).

บทว่า ยาวตา รูปสฺส คติ ความว่า คติของรูปมีประมาณเท่าใด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คติ ได้แก่ คติ ๕ อย่าง คือ คติคติ ๑ สัญชาติคติ ๑ สลักขณคติ ๑ วิภวคติ ๑ เภทคติ ๑.

____________________________

ปาฐะว่า พหุวิธา ฉบับพม่าเป็น ปญฺจวิธา แปลตามฉบับพม่า.

บรรดาคติทั้ง ๕ นั้น ขึ้นชื่อว่ารูปนี้ จะท่องเที่ยวหมุนเวียนไปในระหว่างนี้ เบื้องต่ำจดอเวจีนรก เบื้องบนจดพรหมโลกชั้นอกนิษฐ์ การท่องเที่ยวหมุนเวียนไปนี้ชื่อว่า คติคติ ของรูปนั้น.

อนึ่ง กายนี้ไม่ใช่เกิดที่กลีบบัวหลวงเลย ไม่ใช่เกิดที่กลีบบัวเขียวและดอกบัวขาบเป็นต้น แต่เกิดที่ระหว่างท่ออาหารใหม่และท่ออาหารเก่า คือในโอกาสที่มืดมนเหลือหลาย ที่เป็นที่ท่องเที่ยวไปในป่าที่มีกลิ่นเหม็น น่าเกลียดอย่างยิ่ง เหมือนหนอนที่เกิดในปลาเน่าเป็นต้น นี้ชื่อว่า สญฺชาติคติ ของรูป.

ก็ลักษณะของรูปมีสองอย่าง คือปัจจัตตลักษณะ กล่าวคือการย่อยยับที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่ารูป เพราะอรรถว่าย่อยยับไป ๑ สามัญญลักษณะ คือความไม่เที่ยงเป็นต้น ๑ นี้ชื่อว่า สลักขณคติ ของรูปนั้น.

ความไม่มีแห่งรูป ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า :-

ป่าใหญ่ เป็นคติของเนื้อทั้งหลาย

อากาศเป็นคติ ของปักษีทั้งหลาย

วิภพ (สภาวะที่ปราศจากภพ) เป็นคติของธรรมทั้งหลาย.

พระนิพพานเป็นคติของพระอรหันต์.

ชื่อว่า วิภวคติ.

ก็ความแตกต่างแห่งรูปนั้น นี้ชื่อว่า เภทคติ.

แม้ในเวทนาเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.

แท้จริง ในที่นี้พึงทราบคติว่าเป็นที่เกิดแห่งรูปเหล่านั้น (ว่าเกิดใน) เบื้องบนจนถึงภวัคคพรหมอย่างเดียว. แต่ในสลักขณคติ พึงทราบลักษณะเฉพาะอย่าง ด้วยสามารถแห่งการเสวย การจำได้ การปรุงแต่งและการรู้แจ้ง.

____________________________

ปาฐะว่า โสมมนสฺส ฉบับพม่าเป็น โส ปนสฺส แปลตามฉบับพม่า.

ปาฐะว่า สลกฺขณคติ อยญฺจ ฉบับพม่าเป็น สลกฺขณคติยํ จ แปลตามฉบับพม่า.

บทว่า ตมฺปิ ตสฺส น โหติ ความว่า แม้การยึดถือ ๓ อย่างในรูปารมณ์เป็นต้นด้วยอำนาจทิฏฐิ ตัณหาและมานะ ที่ท่านแสดงไว้อย่างนี้ว่าเรา ว่าของเรา หรือว่าเราเป็นนั้น ก็ไม่มีแก่พระขีณาสพนั้น. รวมความว่า พระสูตรชื่อว่าเป็นไปตามลำดับ.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในมหาอัฏฐกถาว่า

ศีลท่านกล่าวไว้ในเบื้องต้น สมาธิ และภาวนา

ท่านกล่าวไว้แล้ว ในท่ามกลาง และนิพพาน

กล่าวไว้ในที่สุด ข้ออุปมาด้วยพิณนี้ พระผู้มี-

พระภาคเจ้า ทรงแสดงไว้แล้ว ดังนี้.

____________________________

ปาฐะว่า ทิฏฺฐิตณฺหามาน คาหตฺตยตํ ขีณาสวสฺส ฉบับพม่าเป็น ทิฏฺฐิตณฺหามานคฺคาหตฺตยํ ตมฺปิ ตสฺส แปลตามฉบับพม่า.

จบอรรถกถาวีณาสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร