This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

本册其他条目

๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตร๒. อัชฌัตติกทุกขสูตร๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตร๔. พาหิรอนิจจสูตร๕. พาหิรทุกขสูตร๖. พาหิรอนัตตสูตร๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตร๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตร๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตร๑๐. พาหิรสูตร๑. สัมโพธสูตร ที่ ๑๒. สัมโพธสูตร ที่ ๒๓. อัสสาทสูตร ที่ ๑๔. อัสสาทสูตร ที่ ๒๕. โนอัสสาทสูตร ที่ ๑๖. โนอัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อภินันทสูตร ที่ ๑๘. อภินันทสูตร ที่ ๒๙. อุปปาทสูตร ที่ ๑๑๐. อุปปาทสูตร ที่ ๒๑. สัพพสูตร๒. ปหานสูตร ที่ ๑๓. ปหานสูตร ที่ ๒๔. ปริชานสูตร ที่ ๑๕. ปริชานสูตร ที่ ๒๖. อาทิตตปริยายสูตร๗. อันธภูตสูตร๘. สารูปสูตร๙. สัปปายสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. ชาติธรรมวรรค๕. อนิจจวรรค๑. อวิชชาสูตร๒. สังโยชนสูตร ที่ ๑๓. สังโยชนสูตร ที่ ๒๔. อาสวสูตร ที่ ๑๕. อาสวสูตร ที่ ๒๖. อนุสัยสูตร ที่ ๑๗. อนุสัยสูตร ที่ ๒๘. ปริญญาสูตร๙. ปริยาทานสูตร ที่ ๑๑๐. ปริยาทานสูตร ที่ ๒๑. มิคชาลสูตร ที่ ๑๒. มิคชาลสูตร ที่ ๒๓. สมิทธิสูตร ที่ ๑๔. สมิทธิสูตร ที่ ๒๕. สมิทธิสูตร ที่ ๓๖. สมิทธิสูตร ที่ ๔๗. อุปเสนสูตร๘. อุปวาณสูตร๙. ผัสสายตนสูตร ที่ ๑๑๐. ผัสสายตนสูตร ที่ ๒๑๑. ผัสสายตนสูตร ที่ ๓๑. คิลานสูตร ที่ ๑๒. คิลานสูตร ที่ ๒๓. ราธสูตร ที่ ๑๔. ราธสูตร ที่ ๒๕. ราธสูตร ที่ ๓๖. อวิชชาสูตร ที่ ๑๗. อวิชชาสูตร ที่ ๒๘. ภิกขุสูตร๙. โลกสูตร๑๐. ผัคคุณสูตร๑. ปโลกสูตร๒. สุญญสูตร๓. สังขิตสูตร๔. ฉันนสูตร๕. ปุณณสูตร๖. พาหิยสูตร๗. เอชสูตร ที่ ๑๘. เอชสูตร ที่ ๒๙. ทวยสูตร ที่ ๑๑๐. ทวยสูตร ที่ ๒๑. สังคัยหสูตร ที่ ๑๒. สังคัยหสูตร ที่ ๒๓. ปริหานสูตร๔. ปมาทวิหารีสูตร๕. สังวรสูตร๖. สมาธิสูตร๗. ปฏิสัลลีนสูตร๘. นตุมหากสูตร ที่ ๑๙. นตุมหากสูตร ที่ ๒๑๐. อุทกสูตร๑. โยคักเขมีสูตร๒. อุปาทายสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. เสยยสูตร๖. สังโยชนสูตร๗. อุปาทานสูตร๘. อปริชานสูตร ที่ ๑๙. อปริชานสูตร ที่ ๒๑๐. อุปัสสุติสูตร๑. มารปาสสูตร ที่ ๑๒. มารปาสสูตร ที่ ๒๓. โลกกามคุณสูตร ที่ ๑๔. โลกกามคุณสูตร ที่ ๒๕. สักกสูตร๖. ปัญจสิขสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. ราหุลสูตร๙. สังโยชนสูตร๑๐. อุปาทานสูตร๑. เวสาลีสูตร๒. วัชชีสูตร๓. นาฬันทสูตร๔. ภารทวาชสูตร๕. โสณสูตร๖. โฆสิตสูตร๗. หาลิททกานิสูตร๘. นกุลปิตุสูตร๙. โลหิจจสูตร๑๐. เวรหัญจานีสูตร๑. เทวทหสูตร๒. ขณสูตร๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑๔. ปัคคัยหสูตร ที่ ๒๕. อัคคัยหสูตร ที่ ๑๖. อัคคัยหสูตร ที่ ๒๗. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๑๘. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๒๙. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๑๑๐. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๒๑. กรรมสูตร๒. สัปปายสูตร ที่ ๑๓. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. สัปปายสูตร ที่ ๓๕. สัปปายสูตร ที่ ๔๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร๙. อินทรียสูตร๑๐. ธรรมกถิกสูตร๑. นันทิขยสูตร ที่ ๑๒. นันทิขยสูตร ที่ ๒๓. นันทิขยสูตร ที่ ๓๔. นันทิขยสูตร ที่ ๔๕. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๑๖. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๒๗. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๑๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒๙. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๓๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๔. ฉันทสูตร ที่ ๒ ๕. ราคสูตร ที่ ๒ ๖. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓๑๐. ฉันทสูตร ที่ ๔ ๑๑. ราคสูตร ที่ ๔ ๑๒. ฉันทราคสูตร ที่ ๔๑๓. ฉันทสูตร ที่ ๕ ๑๔. ราคสูตร ที่ ๕ ๑๕. ฉันทราคสูตร ที่ ๕๑๖. ฉันทสูตร ที่ ๖ ๑๗. ราคสูตร ที่ ๖ ๑๘. ฉันทราคสูตร ที่ ๖๑๙. อตีตสูตร ที่ ๑๒๐. อนาคตสูตร ที่ ๑๒๑. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๒๒. อตีตสูตร ที่ ๒ ๒๓. อนาคตสูตร ที่ ๒ ๒๔. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๒๕. อตีตสูตร ที่ ๓ ๒๖. อนาคตสูตร ที่ ๓ ๒๗. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๒๘. อตีตสูตร ที่ ๔ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๔ ๓๐. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๔๓๑. อตีตสูตร ที่ ๕ ๓๒. อนาคตสูตร ที่ ๕ ๓๓. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๕๓๔. อตีตสูตร ที่ ๖ ๓๕. อนาคตสูตร ที่ ๖ ๓๖. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๖๓๗. อนิจจสูตร ที่ ๑๓๘. อนิจจสูตร ที่ ๒๓๙. อนิจจสูตร ที่ ๓๔๐. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๔๑. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๔๒. ทุกขสูตร ที่ ๓๔๓. อนัตตสูตร ที่ ๑ ๔๔. อนัตตสูตร ที่ ๒ ๔๕. อนัตตสูตร ที่ ๓๔๖. อนิจจสูตร ที่ ๔ ๔๗. อนิจจสูตร ที่ ๕ ๔๘. อนิจจสูตร ที่ ๖๔๙. ทุกขสูตร ที่ ๔ ๕๐. ทุกขสูตร ที่ ๕ ๕๑. ทุกขสูตร ที่ ๖๕๒. อนัตตสูตร ที่ ๔ ๕๓. อนัตตสูตร ที่ ๕ ๕๔. อนัตตสูตร ที่ ๖๕๕. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๑๕๖. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๒๕๗. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๓๕๘. พาหิรายตนสูตร ที่ ๑๕๙. พาหิรายตนสูตร ที่ ๒๖๐. พาหิรายตนสูตร ที่ ๓๑. สมุทรสูตร ที่ ๑๒. สมุทรสูตร ที่ ๒๓. พาลิสิกสูตร๔. ขีรรุกขสูตร๕. โกฏฐิกสูตร๖. กามภูสูตร๗. อุทายีสูตร๘. อาทิตตปริยายสูตร๙. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๑๑๐. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๒๑. อาสีวิสสูตร๒. รถสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑๕. ทารุขันธสูตร ที่ ๒๖. อวัสสุตสูตร๗. ทุกขธรรมสูตร๘. กึสุกสูตร๙. วีณาสูตร๑๐. ฉัปปาณสูตร๑๑. ยวกลาปิสูตร ๑๒. เทวาสุรสังคามสูตร๑. สมาธิสูตร๒. สุขสูตร๓. ปหานสูตร๔. ปาตาลสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. สัลลัตถสูตร๗. เคลัญญสูตร ที่ ๑๘. เคลัญญสูตร ที่ ๒๙. อนิจจสูตร๑๐. ผัสสมูลกสูตร๑. รโหคตสูตร๒. วาตสูตร ที่ ๑๓. วาตสูตร ที่ ๒๔. นิวาสสูตร๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. สัมพหุลสูตร ที่ ๑๘. สัมพหุลสูตร ที่ ๒๙. ปัญจกังคสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. สิวกสูตร๒. อัฏฐสตปริยายสูตร๓. ภิกขุสูตร๔. ปุพพสูตร๕. ญาณสูตร๖. ภิกขุสูตร๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑๐. สุทธิกสูตร๑๑. นิรามิสสูตร๑. อมนาปสูตร๒. มนาปสูตร๓. อาเวณิกสูตร๔. มาตุคามสูตร๕. อนุรุทธสูตร๖. อุปนาหีสูตร๗. อิสสุกีสูตร๘. มัจฉรีสูตร๙. อติจารีสูตร๑๐. ทุสสีลสูตร๑๑. อัปปัสสุตสูตร๑๒. กุสีตสูตร๑๓. มุฏฐัสสติสูตร๑๔. ปัญจเวรสูตรอนุรุทธสูตรอนุปนาหีสูตรอนิสสุกีสูตรอมัจฉรีสูตรปัญจสีลสูตร๑. วิสารทสูตร๒. ปัสสัยหสูตร๓. อภิภุยยสูตร๔. อังคสูตร๕. นาสยิตถสูตร๖. เหตุสูตร๗. ฐานสูตร ๘. วิสารทสูตร๙. ปัญจเวรสูตร๑๐. วัฑฒิสูตรชัมพุขาทกสังยุตต์สามัณฑกสังยุตต์โมคคัลลานสังยุตต์๑. สังโยชนสูตร๒. อิสิทัตตสูตร ที่ ๑๓. อิสิทัตตสูตร ที่ ๒๔. มหกสูตร๕. กามภูสูตร ที่ ๑๖. กามภูสูตร ที่ ๒๗. โคทัตตสูตร๘. นิคัณฐสูตร๙. อเจลสูตร๑๐. คิลานสูตร๑. จัณฑสูตร๒. ตาลปุตตสูตร๓. โยธาชีวสูตร๔. หัตถาโรหสูตร๕. อัสสาโรหสูตร๖. ภูมกสูตร๗. เทศนาสูตร๘. อสังขาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. มณิจูฬกสูตร๑๑. คันธภกสูตร๑๒. ราสิยสูตร๑๓. ปาฏลิยสูตรวรรคที่ ๑วรรคที่ ๒๑. เขมาเถรีสูตร๒. อนุราธสูตร๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔๗. โมคคัลลานสูตร๘. วัจฉสูตร๙. กุตุหลสาลาสูตร๑๐. อานันทสูตร๑๑. สภิยสูตร

注释

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๖. กามภูสูตร ที่ ๒

ข้อ ๕๖๐–๕๗๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค11 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค กามภูสูตรที่ ๒

๕๖๐

เอกํ สมยํ อายสฺมา กามภู มจฺฉิกสณฺเฑ วิหรติ อมฺพาฏกวเน ฯ อถ โข จิตฺโต คหปติ เยนายสฺมา กามภู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ กามภุํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข จิตฺโต คหปติ อายสฺมนฺตํ กามภุํ เอตทโวจ กติ นุ โข ภนฺเต สงฺขาราติ ฯ ตโย โข คหปติ สงฺขารา กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ

สมัยหนึ่ง ท่านพระกามภูอยู่ที่อัมพาฏกวัน ใกล้ราวป่ามัจฉิกาสณฑ์ ครั้งนั้นแล จิตตคฤหบดีได้เข้าไปหาท่านพระกามภูถึงที่อยู่ ไหว้แล้วนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระกามภูว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ สังขารมี เท่าไรหนอแล ท่านพระกามภูตอบว่า ดูกรคฤหบดี สังขารมี ๓ คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร

๕๖๑

สาธุ ภนฺเตติ โข จิตฺโต คหปติ อายสฺมโต กามภุสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อายสฺมนฺตํ กามภุํ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ กตโม ปน ภนฺเต กายสงฺขาโร กตโม วจีสงฺขาโร กตโม จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ อสฺสาสปสฺสาสา โข คหปติ กายสงฺขาโร วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขาโร สญฺญา จ เวทนา จ จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ชื่นชม อนุโมทนาภาษิตของท่านพระกามภู แล้วได้ถามปัญหายิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่าน ผู้เจริญ ก็กายสังขารเป็นไฉน วจีสังขารเป็นไฉน จิตตสังขารเป็นไฉน ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกแลชื่อว่ากายสังขาร วิตกวิจารชื่อว่าวจีสังขาร สัญญาและเวทนาชื่อว่าจิตตสังขาร ฯ

๕๖๒

สาธุ ภนฺเตติ โข จิตฺโต คหปติ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ กสฺมา ปน ภนฺเต อสฺสาสปสฺสาสา กายสงฺขาโร กสฺมา วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขาโร กสฺมา สญฺญา จ เวทนา จ จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ อสฺสาสปสฺสาสา โข คหปติ กายิกา เอเต ธมฺมา กายปฏิพทฺธา ตสฺมา อสฺสาสปสฺสาสา กายสงฺขาโร ฯ ปุพฺเพ โข คหปติ วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา ปจฺฉา วาจํ ภินฺทติ ตสฺมา วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขาโร ฯ สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา ตสฺมา สญฺญา จ เวทนา จ จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็เพราะเหตุไร ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก จึงชื่อว่ากายสังขาร วิตกวิจารจึงชื่อว่าวจีสังขาร สัญญาและเวทนาจึงชื่อว่าจิตต- *สังขาร ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกเป็นของเกิดที่กาย ธรรมเหล่านี้เนื่องด้วยกาย ฉะนั้น ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกจึงชื่อว่ากาย สังขาร บุคคลย่อมตรึกตรองก่อนแล้ว จึงเปล่งวาจาภายหลัง ฉะนั้น วิตกวิจาร จึงชื่อว่าวจีสังขาร สัญญาและเวทนาเป็นของเกิดที่จิต ธรรมเหล่านี้เนื่องด้วยจิต ฉะนั้น สัญญาและเวทนาจึงชื่อว่าจิตตสังขาร ฯ

๕๖๓

สาธุ ฯเปฯ ปญฺหํ อปุจฺฉิ กถมฺปน ภนฺเต สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โหตีติ ฯ น โข คหปติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชนฺตสฺส ภิกฺขุโน เอวํ โหติ อหํ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชิสฺสนฺติ วา อหํ สญฺญาเวทยิต- นิโรธํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโนติ วา ฯ อถขฺวสฺส ปุพฺเพ ว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ ยนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเกิดมีได้อย่างไร ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ภิกษุเมื่อจะเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ไม่ได้คิด อย่างนี้ว่า เราจักเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธบ้าง เรากำลังเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธบ้าง เราเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธแล้วบ้าง โดยที่ถูกก่อนแต่จะเข้า ท่านได้อบรมจิตที่ จะน้อมไปเพื่อความเป็นจิตแท้ (จิตดั้งเดิม) ฯ

๕๖๔

สาธุ ฯเปฯ ปญฺหํ อปุจฺฉิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชนฺตสฺส ปน ภนฺเต ภิกฺขุโน กตเม ธมฺมา ปฐมํ นิรุชฺฌนฺติ ยทิ วา กายสงฺขาโร ยทิ วา วจีสงฺขาโร ยทิ วา จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชนฺตสฺส โข คหปติ ภิกฺขุโน วจีสงฺขาโร ปฐมํ นิรุชฺฌติ ตโต กายสงฺขาโร ตโต จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็เมื่อภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ ธรรม เหล่าไหนดับก่อน คือ กายสังขาร วจีสังขาร หรือจิตตสังขารดับก่อน ฯ กา. ดูกรคฤหบดี เมื่อภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ วจีสังขารดับก่อน ต่อจากนั้นกายสังขารดับ ต่อจากนั้นจิตตสังขารจึงดับ ฯ

๕๖๕

สาธุ ฯเปฯ ปญฺหํ อปุจฺฉิ ยฺวายํ ภนฺเต มโต กาลกโต โย จายํ ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน อิเมสํ กึ นานากรณนฺติ ฯ ยฺวายํ คหปติ มโต กาลกโต ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ วจีสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ อายุปริกฺขีโณ อุสฺมา วูปสนฺตา อินฺทฺริยานิ วิปริภินฺนานิ ฯ โย จ ขฺวายํ คหปติ ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน ตสฺสปิ กายสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ วจีสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ อายุอปริกฺขีโณ อุสฺมา อวูปสนฺตา อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานิ ฯ ยฺวายํ คหปติ มโต กาลกโต โย จายํ ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน อิทํ เนสํ นานากรณนฺติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ คนที่ตายแล้ว ทำกาละแล้ว กับภิกษุผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธ ทั้งสองนี้มีความต่างกันอย่างไร ฯ กา. ดูกรคฤหบดี คนที่ตายแล้ว ทำกาละแล้ว มีกายสังขารดับสงบ มีวจีสังขารดับสงบ มีจิตตสังขารดับสงบ มีอายุสิ้นไป ไออุ่นสงบ อินทรีย์ แตกกระจาย ส่วนภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ กายสังขารดับสงบ วจีสังขาร ดับสงบ จิตตสังขารดับสงบ (แต่) ยังไม่สิ้นอายุ ไออุ่นยังไม่สงบ อินทรีย์ ผ่องใส ดูกรคฤหบดี คนตายแล้ว ทำกาละแล้ว กับภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ มีความต่างกันอย่างนี้ ฯ

๕๖๖

สาธุ ฯเปฯ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ กถมฺปน ภนฺเต สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐานํ โหตีติ ฯ น โข คหปติ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐหนฺตสฺส ภิกฺขุโน เอวํ โหติ อหํ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐหิสฺสนฺติ วา อหํ สญฺญาเวทยิต- นิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐหามีติ วา อหํ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ อถขฺวสฺส ปุพฺเพ ว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ ยนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้วได้ ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็การออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ย่อมมี อย่างไร ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ภิกษุเมื่อจะออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ไม่ได้ คิดอย่างนี้ว่า เราจักออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติบ้าง เรากำลังออกจาก สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติบ้าง เราออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติแล้วบ้าง โดยที่แท้ ก่อนแต่จะออก ท่านได้อบรมจิตที่น้อมเข้าไปเพื่อความเป็นจิตแท้ ฯ

๕๖๗

สาธุ ภนฺเต ฯเปฯ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ สญฺญาเวทยิต- นิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐหนฺตสฺส ปน ภนฺเต ภิกฺขุโน กตเม ธมฺมา ปฐมํ อุปฺปชฺชนฺติ ยทิ วา กายสงฺขาโร ยทิ วา วจีสงฺขาโร ยทิ วา จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐหนฺตสฺส โข คหปติ ภิกฺขุโน จิตฺตสงฺขาโร ปฐมํ อุปฺปชฺชติ ตโต กายสงฺขาโร ตโต วจีสงฺขาโรติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็เมื่อภิกษุออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ธรรมเหล่าไหนเกิดก่อน คือกายสังขาร วจีสังขาร หรือจิตตสังขารเกิดก่อน ฯ กา. ดูกรคฤหบดี เมื่อภิกษุออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ จิตตสังขาร เกิดก่อน ต่อจากนั้นกายสังขารจึงเกิด ต่อจากนั้นวจีสังขารจึงเกิด ฯ

๕๖๘

สาธุ ฯเปฯ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตํ ปน ภนฺเต ภิกฺขุํ กติ ผสฺสา ผุสนฺติ ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตํ โข คหปติ ภิกฺขุํ ตโย ผสฺสา ผุสนฺติ สุญฺโญ ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโสติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหา ยิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ผัสสะเท่าไร ย่อมถูกต้องภิกษุผู้ออกจากสัญญา เวทยิตนิโรธสมาบัติ ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ผัสสะ ๓ อย่าง คือ ๑ สุญญผัสสะ อนิมิตตผัสสะ อัปปณิหิตผัสสะ ย่อมถูกต้องภิกษุผู้ออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ฯ

๕๖๙

สาธุ ฯเปฯ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ปน ภนฺเต ภิกฺขุโน กึนินฺนํ จิตฺตํ โหติ กึโปณํ กึปพฺภารนฺติ ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส โข คหปติ ภิกฺขุโน วิเวกนินฺนํ จิตฺตํ โหติ วิเวกโปณํ วิเวกปพฺภารนฺติ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ถาม ปัญหายิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็จิตของภิกษุผู้ออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธ สมาบัติ ย่อมเป็นธรรมชาติน้อมไปสู่อะไร โน้มไปสู่อะไร เงื้อมไปสู่อะไร ฯ กา. ดูกรคฤหบดี จิตของภิกษุผู้ออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ย่อมเป็นธรรมชาติน้อมไปสู่วิเวก โน้มไปสู่วิเวก เงื้อมไปสู่วิเวก ฯ

๕๗๐

สาธุ ภนฺเตติ โข จิตฺโต คหปติ อายสฺมโต กามภุสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อายสฺมนฺตํ กามภุํ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา ปน ภนฺเต กติ ธมฺมา พหูปการาติ ฯ อทฺธา โข ตฺวํ คหปติ ยํ ปฐมํ ปุจฺฉิตพฺพํ ตํ ปุจฺฉสิ อปิ จ ตฺยาหํ พฺยากริสฺสามิ ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา โข คหปติ เทฺว ธมฺมา พหูปการา สมโถ จ วิปสฺสนา จาติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ชื่นชม อนุโมทนาภาษิตของท่านพระกามภูแล้ว ได้ถามปัญหายิ่งขึ้นไปอีกว่า ข้าแต่ท่าน ผู้เจริญ ก็ธรรมเท่าไร ย่อมมีอุปการะมากแก่สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ฯ กา. ดูกรคฤหบดี ท่านถามปัญหาที่ควรจะถามก่อนล่าช้าไปหน่อย แต่ว่า อาตมาจักพยากรณ์ปัญหาแก่ท่าน ดูกรคฤหบดี ธรรม ๒ อย่าง คือ สมถะ ๑ วิปัสสนา ๑ ย่อมมีอุปการะมากแก่สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ฯ จบสูตรที่ ๖

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย