This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

本册其他条目

๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตร๒. อัชฌัตติกทุกขสูตร๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตร๔. พาหิรอนิจจสูตร๕. พาหิรทุกขสูตร๖. พาหิรอนัตตสูตร๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตร๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตร๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตร๑๐. พาหิรสูตร๑. สัมโพธสูตร ที่ ๑๒. สัมโพธสูตร ที่ ๒๓. อัสสาทสูตร ที่ ๑๔. อัสสาทสูตร ที่ ๒๕. โนอัสสาทสูตร ที่ ๑๖. โนอัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อภินันทสูตร ที่ ๑๘. อภินันทสูตร ที่ ๒๙. อุปปาทสูตร ที่ ๑๑๐. อุปปาทสูตร ที่ ๒๑. สัพพสูตร๒. ปหานสูตร ที่ ๑๓. ปหานสูตร ที่ ๒๔. ปริชานสูตร ที่ ๑๕. ปริชานสูตร ที่ ๒๖. อาทิตตปริยายสูตร๗. อันธภูตสูตร๘. สารูปสูตร๙. สัปปายสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. ชาติธรรมวรรค๕. อนิจจวรรค๑. อวิชชาสูตร๒. สังโยชนสูตร ที่ ๑๓. สังโยชนสูตร ที่ ๒๔. อาสวสูตร ที่ ๑๕. อาสวสูตร ที่ ๒๖. อนุสัยสูตร ที่ ๑๗. อนุสัยสูตร ที่ ๒๘. ปริญญาสูตร๙. ปริยาทานสูตร ที่ ๑๑๐. ปริยาทานสูตร ที่ ๒๑. มิคชาลสูตร ที่ ๑๒. มิคชาลสูตร ที่ ๒๓. สมิทธิสูตร ที่ ๑๔. สมิทธิสูตร ที่ ๒๕. สมิทธิสูตร ที่ ๓๖. สมิทธิสูตร ที่ ๔๗. อุปเสนสูตร๘. อุปวาณสูตร๙. ผัสสายตนสูตร ที่ ๑๑๐. ผัสสายตนสูตร ที่ ๒๑๑. ผัสสายตนสูตร ที่ ๓๑. คิลานสูตร ที่ ๑๒. คิลานสูตร ที่ ๒๓. ราธสูตร ที่ ๑๔. ราธสูตร ที่ ๒๕. ราธสูตร ที่ ๓๖. อวิชชาสูตร ที่ ๑๗. อวิชชาสูตร ที่ ๒๘. ภิกขุสูตร๙. โลกสูตร๑๐. ผัคคุณสูตร๑. ปโลกสูตร๒. สุญญสูตร๓. สังขิตสูตร๔. ฉันนสูตร๕. ปุณณสูตร๖. พาหิยสูตร๗. เอชสูตร ที่ ๑๘. เอชสูตร ที่ ๒๙. ทวยสูตร ที่ ๑๑๐. ทวยสูตร ที่ ๒๑. สังคัยหสูตร ที่ ๑๒. สังคัยหสูตร ที่ ๒๓. ปริหานสูตร๔. ปมาทวิหารีสูตร๕. สังวรสูตร๖. สมาธิสูตร๗. ปฏิสัลลีนสูตร๘. นตุมหากสูตร ที่ ๑๙. นตุมหากสูตร ที่ ๒๑๐. อุทกสูตร๑. โยคักเขมีสูตร๒. อุปาทายสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. เสยยสูตร๖. สังโยชนสูตร๗. อุปาทานสูตร๘. อปริชานสูตร ที่ ๑๙. อปริชานสูตร ที่ ๒๑๐. อุปัสสุติสูตร๑. มารปาสสูตร ที่ ๑๒. มารปาสสูตร ที่ ๒๓. โลกกามคุณสูตร ที่ ๑๔. โลกกามคุณสูตร ที่ ๒๕. สักกสูตร๖. ปัญจสิขสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. ราหุลสูตร๙. สังโยชนสูตร๑๐. อุปาทานสูตร๑. เวสาลีสูตร๒. วัชชีสูตร๓. นาฬันทสูตร๔. ภารทวาชสูตร๕. โสณสูตร๖. โฆสิตสูตร๗. หาลิททกานิสูตร๘. นกุลปิตุสูตร๙. โลหิจจสูตร๑๐. เวรหัญจานีสูตร๑. เทวทหสูตร๒. ขณสูตร๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑๔. ปัคคัยหสูตร ที่ ๒๕. อัคคัยหสูตร ที่ ๑๖. อัคคัยหสูตร ที่ ๒๗. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๑๘. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๒๙. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๑๑๐. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๒๑. กรรมสูตร๒. สัปปายสูตร ที่ ๑๓. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. สัปปายสูตร ที่ ๓๕. สัปปายสูตร ที่ ๔๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร๙. อินทรียสูตร๑๐. ธรรมกถิกสูตร๑. นันทิขยสูตร ที่ ๑๒. นันทิขยสูตร ที่ ๒๓. นันทิขยสูตร ที่ ๓๔. นันทิขยสูตร ที่ ๔๕. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๑๖. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๒๗. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๑๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒๙. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๓๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๔. ฉันทสูตร ที่ ๒ ๕. ราคสูตร ที่ ๒ ๖. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓๑๐. ฉันทสูตร ที่ ๔ ๑๑. ราคสูตร ที่ ๔ ๑๒. ฉันทราคสูตร ที่ ๔๑๓. ฉันทสูตร ที่ ๕ ๑๔. ราคสูตร ที่ ๕ ๑๕. ฉันทราคสูตร ที่ ๕๑๖. ฉันทสูตร ที่ ๖ ๑๗. ราคสูตร ที่ ๖ ๑๘. ฉันทราคสูตร ที่ ๖๑๙. อตีตสูตร ที่ ๑๒๐. อนาคตสูตร ที่ ๑๒๑. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๒๒. อตีตสูตร ที่ ๒ ๒๓. อนาคตสูตร ที่ ๒ ๒๔. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๒๕. อตีตสูตร ที่ ๓ ๒๖. อนาคตสูตร ที่ ๓ ๒๗. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๒๘. อตีตสูตร ที่ ๔ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๔ ๓๐. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๔๓๑. อตีตสูตร ที่ ๕ ๓๒. อนาคตสูตร ที่ ๕ ๓๓. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๕๓๔. อตีตสูตร ที่ ๖ ๓๕. อนาคตสูตร ที่ ๖ ๓๖. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๖๓๗. อนิจจสูตร ที่ ๑๓๘. อนิจจสูตร ที่ ๒๓๙. อนิจจสูตร ที่ ๓๔๐. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๔๑. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๔๒. ทุกขสูตร ที่ ๓๔๓. อนัตตสูตร ที่ ๑ ๔๔. อนัตตสูตร ที่ ๒ ๔๕. อนัตตสูตร ที่ ๓๔๖. อนิจจสูตร ที่ ๔ ๔๗. อนิจจสูตร ที่ ๕ ๔๘. อนิจจสูตร ที่ ๖๔๙. ทุกขสูตร ที่ ๔ ๕๐. ทุกขสูตร ที่ ๕ ๕๑. ทุกขสูตร ที่ ๖๕๒. อนัตตสูตร ที่ ๔ ๕๓. อนัตตสูตร ที่ ๕ ๕๔. อนัตตสูตร ที่ ๖๕๕. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๑๕๖. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๒๕๗. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๓๕๘. พาหิรายตนสูตร ที่ ๑๕๙. พาหิรายตนสูตร ที่ ๒๖๐. พาหิรายตนสูตร ที่ ๓๑. สมุทรสูตร ที่ ๑๒. สมุทรสูตร ที่ ๒๓. พาลิสิกสูตร๔. ขีรรุกขสูตร๕. โกฏฐิกสูตร๖. กามภูสูตร๗. อุทายีสูตร๘. อาทิตตปริยายสูตร๙. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๑๑๐. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๒๑. อาสีวิสสูตร๒. รถสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑๕. ทารุขันธสูตร ที่ ๒๖. อวัสสุตสูตร๗. ทุกขธรรมสูตร๘. กึสุกสูตร๙. วีณาสูตร๑๐. ฉัปปาณสูตร๑๑. ยวกลาปิสูตร ๑๒. เทวาสุรสังคามสูตร๑. สมาธิสูตร๒. สุขสูตร๓. ปหานสูตร๔. ปาตาลสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. สัลลัตถสูตร๗. เคลัญญสูตร ที่ ๑๘. เคลัญญสูตร ที่ ๒๙. อนิจจสูตร๑๐. ผัสสมูลกสูตร๑. รโหคตสูตร๒. วาตสูตร ที่ ๑๓. วาตสูตร ที่ ๒๔. นิวาสสูตร๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. สัมพหุลสูตร ที่ ๑๘. สัมพหุลสูตร ที่ ๒๙. ปัญจกังคสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. สิวกสูตร๒. อัฏฐสตปริยายสูตร๓. ภิกขุสูตร๔. ปุพพสูตร๕. ญาณสูตร๖. ภิกขุสูตร๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑๐. สุทธิกสูตร๑๑. นิรามิสสูตร๑. อมนาปสูตร๒. มนาปสูตร๓. อาเวณิกสูตร๔. มาตุคามสูตร๕. อนุรุทธสูตร๖. อุปนาหีสูตร๗. อิสสุกีสูตร๘. มัจฉรีสูตร๙. อติจารีสูตร๑๐. ทุสสีลสูตร๑๑. อัปปัสสุตสูตร๑๒. กุสีตสูตร๑๓. มุฏฐัสสติสูตร๑๔. ปัญจเวรสูตรอนุรุทธสูตรอนุปนาหีสูตรอนิสสุกีสูตรอมัจฉรีสูตรปัญจสีลสูตร๑. วิสารทสูตร๒. ปัสสัยหสูตร๓. อภิภุยยสูตร๔. อังคสูตร๕. นาสยิตถสูตร๖. เหตุสูตร๗. ฐานสูตร ๘. วิสารทสูตร๙. ปัญจเวรสูตร๑๐. วัฑฒิสูตรชัมพุขาทกสังยุตต์สามัณฑกสังยุตต์โมคคัลลานสังยุตต์๑. สังโยชนสูตร๒. อิสิทัตตสูตร ที่ ๑๓. อิสิทัตตสูตร ที่ ๒๔. มหกสูตร๕. กามภูสูตร ที่ ๑๖. กามภูสูตร ที่ ๒๗. โคทัตตสูตร๘. นิคัณฐสูตร๙. อเจลสูตร๑๐. คิลานสูตร๑. จัณฑสูตร๒. ตาลปุตตสูตร๓. โยธาชีวสูตร๔. หัตถาโรหสูตร๕. อัสสาโรหสูตร๖. ภูมกสูตร๗. เทศนาสูตร๘. อสังขาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. มณิจูฬกสูตร๑๑. คันธภกสูตร๑๒. ราสิยสูตร๑๓. ปาฏลิยสูตรวรรคที่ ๑วรรคที่ ๒๑. เขมาเถรีสูตร๒. อนุราธสูตร๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔๗. โมคคัลลานสูตร๘. วัจฉสูตร๙. กุตุหลสาลาสูตร๑๐. อานันทสูตร๑๑. สภิยสูตร

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๔. ฉันนสูตร

ข้อ ๑๐๔–๑๑๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค8 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ฉันนสูตร

๑๐๔

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาจุนฺโท อายสฺมา จ ฉนฺโน คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต วิหรนฺติ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ฉนฺโน อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา มหาจุนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาจุนฺทํ เอตทโวจ อายามาวุโส จุนฺท เยนายสฺมา ฉนฺโน เตนุปสงฺกมิสฺสาม คิลานปุจฺฉกาติ ฯ เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา มหาจุนฺโท อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ อถ โข อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาจุนฺโท เยนายสฺมา ฉนฺโน เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทึสุ ฯ นิสชฺช โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ เอตทโวจ กจฺจิ เต อาวุโส ฉนฺน ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ กจฺจิ ทุกฺขา เวทนา ปฏิกฺกมนฺติ โน อภิกฺกมนฺติ ปฏิกฺกโม สานํ ปญฺญายติ โน อภิกฺกโมติ ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน ใกล้พระนครราชคฤห์ สมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตร ท่าน พระมหาจุนทะ และท่านพระฉันนะ อยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ สมัยนั้นแล ท่านพระ ฉันนะอาพาธ ถึงความทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้นแล เป็นเวลาเย็น ท่านพระ- *สารีบุตรออกจากที่พักผ่อนแล้ว เข้าไปหาท่านพระมหาจุนทะถึงที่อยู่ ครั้นแล้ว ได้กล่าวกะท่านพระมหาจุนทะว่า ดูกรท่านจุนทะ เราจงพากันเข้าไปหาท่าน พระฉันนะ ถามถึงความเป็นไข้เถิด ท่านพระมหาจุนทะรับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ เข้าไปหาท่านพระฉันนะถึงที่ อยู่ แล้วนั่งบนอาสนะที่ปูไว้ ครั้นแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้ถามท่านพระฉันนะว่า ดูกรท่านฉันนะ ท่านพออดทนได้หรือ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ ทุกขเวทนา ลดลง ไม่กำเริบขึ้น ความทุเลาปรากฏ ความกำเริบไม่ปรากฏหรือ ฯ

๑๐๕

น เม อาวุโส สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโม สานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ เสยฺยถาปิ อาวุโส พลวา ปุริโส ติเณฺหน สิขเรน มุทฺธนํ อภิมตฺเถยฺย เอวเมว โข เม อาวุโส อธิมตฺตา วาตา มุทฺธนิ อุปหนนฺติ ฯ น เม อาวุโส ขมนียํ น ยาปนียํ ฯเปฯ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ เสยฺยถาปิ อาวุโส พลวา ปุริโส ทเฬฺหน วรตฺตกฺขนฺเธน สีเส สีสเวฐํ ทเทยฺย เอวเมว โข อาวุโส อธิมตฺตา วาตา สีเส สีสเวทนา ฯ น เม อาวุโส ขมนียํ น ยาปนียํ ฯเปฯ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ เสยฺยถาปิ อาวุโส ทกฺโข โคฆาตโก วา โคฆาตกนฺเตวาสี วา ติเณฺหน โควิกนฺตเนน กุจฺฉึ ปริกนฺเตยฺย เอวเมว โข เม อาวุโส อธิมตฺตา วาตา กุจฺฉึ ปริกนฺตนฺติ ฯ น เม อาวุโส ขมนียํ น ยาปนียํ ฯเปฯ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ เสยฺยถาปิ อาวุโส เทฺว พลวนฺโต ปุริสา ทุพฺพลตรํ ปุริสํ นานา พาหาสุ คเหตฺวา องฺคารกาสุยา สนฺตาเปยฺยุํ สํปริตาเปยฺยุํ เอวเมว โข เม อาวุโส อธิมตฺโต กายสฺมึ ฑาโห ฯ น เม อาวุโส ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโม สานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ สตฺถํ อาวุโส สารีปุตฺต อาหริสฺสามิ นาวกงฺขามิ ชีวิตนฺติ อายสฺมา ฉนฺโน สตฺถํ อาหเรสิ ฯ

ท่านพระฉันนะกล่าวว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร กระผมทนไม่ ไหว ยังอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของกระผมกำเริบหนัก ไม่ลดลงเลย ความกำเริบปรากฏ ความทุเลาไม่ปรากฏ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลัง เอาเหล็ก แหลมคมทิ่มศีรษะ ฉันใด ลมอันกล้ายิ่งเข้ากระทบที่ศีรษะของกระผม ก็ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลังเอาเส้นเชือกหนังอันเหนียวขันที่ศีรษะ ฉันใด ลมอันกล้ายิ่งเสียดแทงที่ศีรษะของกระผม ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ เปรียบเหมือนนายโคฆาตหรือลูกมือของนายโคฆาตผู้ขยัน เอามีดสำหรับแล่เนื้อ โคที่คมกรีดท้อง แม้ฉันใด ลมอันกล้ายิ่งย่อมเสียดแทงท้องของกระผม ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลัง ๒ คน จับบุรุษผู้มีกำลังน้อยกว่า คนละแขน ลนให้เร่าร้อนบนหลุมถ่านเพลิง แม้ฉันใด ความเร่าร้อนในกายของ กระผมก็มากยิ่ง ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร กระผมทนไม่ไหว เยียวยาอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของกระผมกำเริบหนัก ไม่ลดลงเลย ความกำเริบปรากฏ ความทุเลาไม่ปรากฏ ท่านพระฉันนะกล่าวว่า ข้าแต่ท่านพระ สารีบุตร กระผมจักนำศาตรามา ไม่ปรารถนาเป็นอยู่ ดังนี้แล้ว ก็นำศาตรามา ฯ

๑๐๖

ยาเปตายสฺมา ฉนฺโน ยาเปนฺตํ มยํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อิจฺฉาม สเจ อายสฺมโต ฉนฺนสฺส นตฺถิ สปฺปายานิ โภชนานิ อหํ อายสฺมโต ฉนฺนสฺส สปฺปายานิ โภชนานิ ปริเยสิสฺสามิ สเจ อายสฺมโต ฉนฺนสฺส นตฺถิ สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อหํ อายสฺมโต ฉนฺนสฺส สปฺปายานิ เภสชฺชานิ ปริเยสิสฺสามิ สเจ อายสฺมโต ฉนฺนสฺส นตฺถิ ปฏิรูปา อุปฏฺฐากา อหํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ มา จ อายสฺมา ฉนฺโน สตฺถํ อาหเรสิ ยาเปตายสฺมา ฉนฺโน ยาเปนฺตํ มยํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อิจฺฉามาติ ฯ {๑๐๖.๑} น เม อาวุโส สารีปุตฺต นตฺถิ สปฺปายานิ โภชนานิ อตฺถิ เม สปฺปายานิ โภชนานิ นปิ เม นตฺถิ สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อตฺถิ เม สปฺปายานิ เภสชฺชานิ นปิ เม นตฺถิ ปฏิรูปา อุปฏฺฐากา อตฺถิ เม ปฏิรูปา อุปฏฺฐากา ฯ อปิ จ เม อาวุโส สตฺถา ปริจิณฺโณ ทีฆรตฺตํ มนาเปเนว โน อมนาเปน ฯ เอตํ หิ อาวุโส สาวกสฺส ปฏิรูปํ ยํ สตฺถารํ ปริจเรยฺย มนาเปเนว โน อมนาเปน ตํ อนุปวชฺชํ ฉนฺโน ภิกฺขุ สตฺถํ อาหริสฺสตีติ เอวเมตํ อาวุโส สารีปุตฺต ธาเรหีติ ฯ

ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า ท่านพระฉันนะจงเยียวยาอัตภาพให้ เป็นไปเถิด เราทั้งหลายปรารถนาให้ท่านพระฉันนะเยียวยาอัตภาพให้เป็นไปอยู่ ถ้าโภชนะเป็นที่สบายมิได้มีแก่ท่านพระฉันนะ ผมจักแสวงหามาให้ ถ้าเภสัชเป็น ที่สบายมิได้มีแก่ท่านพระฉันนะ ผมจักแสวงหามาให้ ถ้าพวกอุปัฏฐากที่สมควร มิได้มีแก่ท่านพระฉันนะ ผมจักอุปัฏฐากเอง ท่านพระฉันนะอย่านำศาตรามาเลย จงเยียวยาอัตภาพให้เป็นไปเถิด เราทั้งหลายปรารถนาให้ท่านพระฉันนะเยียวยา อัตภาพให้เป็นไปอยู่ ท่านพระฉันนะกล่าวว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร โภชนะ เป็นที่สบายของกระผมมิใช่ไม่มี โภชนะเป็นที่สบายของกระผมมีอยู่ แม้อุปัฏฐาก เป็นที่สบายของกระผมก็มิใช่ไม่มี เภสัชเป็นที่สบายของกระผมมีอยู่ แม้อุปัฏฐาก ที่สมควรของกระผมมิใช่ไม่มี อุปัฏฐากที่สมควรของกระผมมีอยู่ ก็พระศาสดาอัน กระผมบำเรอแล้วด้วยอาการเป็นที่พอใจอย่างเดียว ไม่บำเรอด้วยอาการเป็นที่ไม่พอ ใจตลอดกาลนานมา ข้อที่พระสาวกบำเรอพระศาสดาด้วยอาการเป็นที่พอใจ ไม่ บำเรอด้วยอาการเป็นที่ไม่พอใจ นี้สมควรแก่พระสาวก ความบำเรอนั้นไม่เป็นไป ฉันนภิกษุจักนำศาตรามา ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ขอท่านจงทรงจำความนี้ไว้อย่างนี้ ดังนี้เถิด ฯ

๑๐๗

ปุจฺเฉยฺยาม มยํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ กิญฺจิเทว เทสํ สเจ อายสฺมา ฉนฺโน โอกาสํ กโรติ ปญฺหสฺส เวยฺยากรณายาติ ฯ ปุจฺฉาวุโส สารีปุตฺต สุตฺวา เวทยามาติ ฯ จกฺขุํ อาวุโส ฉนฺน จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสิ ฯเปฯ ชิวฺหํ อาวุโส ฉนฺน ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสิ ฯเปฯ มนํ อาวุโส ฉนฺน มโนวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสีติ ฯ {๑๐๗.๑} จกฺขุํ อาวุโส สารีปุตฺต จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณ- วิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามิ ฯเปฯ ชิวฺหํ อาวุโส สารีปุตฺต ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ ฯเปฯ มนํ อาวุโส สารีปุตฺต มโนวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามีติ ฯ

สา. เราทั้งหลายขอถามปัญหาบางข้อกะท่านพระฉันนะ ถ้าท่าน พระฉันนะให้โอกาสเพื่อจะแก้ปัญหา ฯ ฉ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร นิมนต์ถามเถิด กระผมฟังแล้วจักให้ทราบ ฯ สา. ท่านพระฉันนะ ท่านย่อมพิจารณาเห็นจักษุ จักษุวิญญาณและธรรม ทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตน ของเรา ฯลฯ ท่านย่อมพิจารณาเห็นใจ มโนวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้ แจ้งด้วยมโนวิญญาณว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ดังนี้ หรือ ฯ ฉ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร กระผมย่อมพิจารณาเห็นจักษุ จักษุวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่เป็นตัวตนของเรา ฯลฯ กระผมย่อมพิจารณาเห็นใจ มโนวิญญาณ และ ธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่น ไม่ใช่เป็นตัวตนของเรา ฯ

๑๐๘

จกฺขุสฺมึ อาวุโส ฉนฺน จกฺขุวิญฺญาเณ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ กึ ทิสฺวา กึ อภิญฺญาย จกฺขุํ จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสสิ ฯเปฯ ชิวฺหาย อาวุโส ฉนฺน ชิวฺหาวิญฺญาเณ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ กึ ทิสฺวา กึ อภิญฺญาย ชิวฺหํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสสิ ฯเปฯ มนสฺมึ อาวุโส ฉนฺน มโนวิญฺญาเณ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ กึ ทิสฺวา กึ อภิญฺญาย มนํ มโนวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสสีติ ฯ

สา. ดูกรท่านพระฉันนะ ท่านเห็นอย่างไร รู้อย่างไร ในจักษุ ในจักษุวิญญาณ และในธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณ จึงพิจารณา เห็นจักษุ จักษุวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณว่า นั่นไม่ ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่เป็นตัวตนของเรา ฯลฯ ท่านเห็นอย่างไร รู้ อย่างไรในใจ ในมโนวิญญาณ และในธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณ จึงพิจารณาเห็นใจ มโนวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่เป็นตัวตนของเรา ฯ

๑๐๙

จกฺขุสฺมึ อาวุโส สารีปุตฺต จกฺขุวิญฺญาเณ จกฺขุวิญฺญาณ- วิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ นิโรธํ ทิสฺวา นิโรธํ อภิญฺญาย จกฺขุํ จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามิ ฯเปฯ ชิวฺหาย อาวุโส สารีปุตฺต ชิวฺหาวิญฺญาเณ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ นิโรธํ ทิสฺวา นิโรธํ อภิญฺญาย ชิวฺหํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามิ ฯเปฯ มนสฺมึ อาวุโส สารีปุตฺต มโนวิญฺญาเณ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ นิโรธํ ทิสฺวา นิโรธํ อภิญฺญาย มนํ มโนวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามีติ ฯ

ฉ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร กระผมเห็นความดับ รู้ความดับ ในจักษุ ในจักขุวิญญาณ และในธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณ จึง พิจารณาเห็นจักษุ จักษุวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ฯลฯ กระผมเห็นความดับ รู้ความดับ ในใจ ในมโนวิญญาณ และในธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน วิญญาณ จึงพิจารณาเห็นใจ มโนวิญญาณ และธรรมทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งด้วย มโนวิญญาณว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ฯ

๑๑๐

เอวํ วุตฺเต อายสฺมา มหาจุนฺโท อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ เอตทโวจ ตสฺมา ติหาวุโส ฉนฺน อิทมฺปิ ตสฺส ภควโต สาสนํ นิจฺจกปฺปํ สาธุกํ มนสิกาตพฺพํ นิสฺสิตสฺส จลิตํ อนิสฺสิตสฺส จลิตํ นตฺถิ จลิเต อสติ ปสฺสทฺธิ โหติ ปสฺสทฺธิยา สติ นนฺทิ น โหติ นนฺทิยา อสติ อาคติคติ น โหติ อาคติคติยา อสติ จตูปปาโต น โหติ จุตูปปาเต อสติ เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรน เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ ฯ อถ โข อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาจุนฺโท อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อิมินา โอวาเทน โอวทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกมึสุ ฯ อถ โข อายสฺมา ฉนฺโน อจิรปกฺกนฺเตสุ เตสุ อายสฺมนฺเตสุ สตฺถํ อาหเรสิ ฯ

เมื่อท่านพระฉันนะกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าว กะท่านพระฉันนะว่า ดูกรท่านพระฉันนะ เพราะเหตุนั้นแล แม้ความพิจารณาเห็นนี้ เป็นคำสอนของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ท่านพึงทำไว้ในใจให้ดีตลอดกาลเป็น นิตย์ไป ความหวั่นไหวของบุคคลที่มีตัณหา มานะและทิฐิอาศัยอยู่ ยังมีอยู่ ความหวั่นไหวย่อมไม่มีแก่บุคคลที่ไม่มีตัณหา มานะและทิฐิอาศัยอยู่ เมื่อความ หวั่นไหวไม่มี ย่อมมีปัสสัทธิ เมื่อมีปัสสัทธิ ก็ไม่มีความเพลิดเพลิน เมื่อไม่มี ความเพลิดเพลิน ความมาความไปก็ไม่มี เมื่อความมาความไปไม่มี จุติและอุปบัติ ก็ไม่มี เมื่อจุติและอุปบัติไม่มี โลกนี้และโลกหน้าก็ไม่มี และระหว่างโลกทั้งสอง ก็ไม่มี นี้แหละเป็นที่สุดแห่งทุกข์ ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหา จุนทะ ครั้นกล่าวสอนท่านพระฉันนะด้วยโอวาทนี้แล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไป ครั้นเมื่อท่านทั้งสองหลีกไปแล้วไม่นาน ท่านพระฉันนะก็นำศาตรามา ฯ

๑๑๑

อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ อายสฺมตา ภนฺเต ฉนฺเนน สตฺถํ อาหริตํ ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโยติ ฯ นนุ เต สารีปุตฺต ฉนฺเนน ภิกฺขุนา สมฺมุขาเยว อนุปวชฺชตา พฺยากตาติ ฯ อตฺถิ ภนฺเต ปุพฺพวิชฺชนํ นาม วชฺชิคาโม ตตฺถายสฺมโต ฉนฺนสฺส มิตฺตกุลานิ สุหชฺชกุลานิ อุปวชฺชกุลานีติ ฯ โหนฺติ เหเต สารีปุตฺต ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน มิตฺตกุลานิ สุหชฺชกุลานิ อุปวชฺชกุลานีติ ฯ น โข ปนาหํ สารีปุตฺต เอตฺตาวตา สอุปวชฺโชติ วทามิ ฯ โย โข สารีปุตฺต อิมญฺจ กายํ นิกฺขิปติ อญฺญญฺจ กายํ อุปาทิยติ ตมหํ สอุปวชฺโชติ วทามิ ฯ ตํ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน นตฺถิ อนุปวชฺชํ ฉนฺเนน ภิกฺขุนา สตฺถํ อาหริตนฺติ เอวเมตํ สารีปุตฺต ธาเรหีติ ฯ จตุตฺถํ ฯ

ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระฉันนะนำศาตรามาแล้ว ท่านมีคติและอภิสัมปรายภพเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรสารีบุตร ความเป็นผู้ไม่เข้าไป อันฉันนภิกษุพยากรณ์แล้วต่อหน้าเธอมิใช่ หรือ ฯ สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วัชชีคามอันมีชื่อว่า บุพพวิชชนะมีอยู่ สกุล ที่เป็นมิตรและสกุลที่เป็นสหายในวัชชีคามนั้น เป็นสกุลที่ท่านพระฉันนะเข้าไป มีอยู่ ฯ พ. ดูกรสารีบุตร ก็สกุลที่เป็นมิตรและสกุลที่เป็นสหายเหล่านั้น เป็น สกุลที่พระฉันนภิกษุเข้าไป มีอยู่ แต่เราไม่กล่าวว่า ฉันนภิกษุมีสกุลที่ตนพึง เข้าไปด้วยเหตุเท่านั้นเลย ภิกษุใดแล ละทิ้งกายนี้ด้วย เข้าถือกายอื่นด้วย เรา กล่าวภิกษุนั้นว่า มีสกุลที่ตนพึงเข้าไป สกุลนั้นย่อมไม่มีแก่ฉันนภิกษุ ฉันนภิกษุ มิได้เข้าไป ศาตราอันฉันนภิกษุนำมาแล้ว ดูกรสารีบุตร เธอพึงทรงจำความนี้ไว้ อย่างนี้ดังนี้เถิด ฯ จบสูตรที่ ๔

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย