This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๙ · สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

本册其他条目

อวิชชาสูตรอุปัฑฒสูตรสารีปุตตสูตรพราหมณสูตรกิมัตถิยสูตรภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒วิภังคสูตรสุกสูตรนันทิยสูตรวิหารสูตร ที่ ๑วิหารสูตร ที่ ๒เสขสูตรอุปปาทสูตร ที่ ๑อุปปาทสูตร ที่ ๒ปริสุทธิสูตร ที่ ๑ปริสุทธิสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๑กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๓มิจฉัตตสูตรอกุศลธรรมสูตรปฏิปทาสูตร ที่ ๑ปฏิปทาสูตร ที่ ๒อสัปปุริสสูตร ที่ ๑อสัปปุริสสูตร ที่ ๒กุมภสูตรสมาธิสูตรเวทนาสูตรอุตติยสูตรปฏิปัตติสูตรปฏิปันนสูตรวิรัทธสูตรปารสูตรสามัญญสูตร ที่ ๑สามัญญสูตร ที่ ๒พรหมัญญสูตร ที่ ๑พรหมัญญสูตร ที่ ๒พรหมจริยสูตร ที่ ๑พรหมจริยสูตร ที่ ๒วิราคสูตรกัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…คังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ ตถาคตสูตร ที่ ๒ ตถาคตสูตร ที่ ๓ ตถาคตสูตร ที่ ๔ ปทสูตร กูฏสูตร…พลกรณียสูตร ที่ ๑-๔พีชสูตรนาคสูตรรุกขสูตรกุมภสูตรสุกกสูตรอากาสสูตรเมฆสูตร ที่ ๑เมฆสูตร ที่ ๒นาวาสูตรอาคันตุกาคารสูตรนทีสูตรเอสนาสูตร ที่ ๑-๘วิธาสูตรอาสวสูตรภวสูตรทุกขตาสูตรขีลสูตรมลสูตรนิฆสูตรเวทนาสูตรตัณหาสูตร ที่ ๑ตัณหาสูตร ที่ ๒โอฆสูตรหิมวันตสูตรกายสูตรสีลสูตรวัตตสูตรภิกขุสูตรกุณฑลิยสูตรกูฏสูตรอุปวาณสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒ปาณูปมสูตรสุริยูปมสูตร ที่ ๑สุริยูปมสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๑คิลานสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๓ปารคามีสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพานสูตรโพธนสูตรเทสนาสูตรฐานิยสูตรอโยนิโสสูตรอปริหานิยสูตรขยสูตรนิโรธสูตรนิพเพธสูตรเอกธัมมสูตรอุทายิสูตรกุสลสูตร ที่ ๑กุสลสูตร ที่ ๒อุปกิเลสสูตรอโยนิโสสูตรโยนิโสสูตรวุฑฒิสูตรอาวรณานีวรณสูตรรุกขสูตรนีวรณสูตรวิธาสูตรจักกวัตติสูตรมารสูตรทุปปัญญสูตรปัญญวาสูตรทฬิททสูตรอทฬิททสูตรอาทิจจสูตรอังคสูตร ที่ ๑อังคสูตร ที่ ๒อาหารสูตรปริยายสูตรอัคคิสูตรเมตตสูตรสคารวสูตรอภยสูตร๗. อานาปานาทิเปยยาล ๘. นิโรธวรรค๙. คังคาเปยยาล ๑๐. อัปปมาทวรรค ๑๑. พลกรณียวรรค ๑๒. เอสนาวรรค ๑๓. โอฆวรรค ๑๔.…อัมพปาลิสูตรสติสูตรภิกขุสูตรโกสลสูตรอกุสลราสิสูตรสกุณัคฆีสูตรมักกฏสูตรสูทสูตรคิลานสูตรภิกขุนีสูตรมหาปุริสสูตรนาฬันทสูตรจุนทสูตรเจลสูตรพาหิยสูตรอุตติยสูตรอริยสูตรพรหมาสูตรเสทกสูตร ที่ ๑เสทกสูตร ที่ ๒สีลสูตรฐิติสูตรปริหานสูตรสุทธกสูตรพราหมณสูตรปเทสสูตรสมัตตสูตรโลกสูตรสิริวัฑฒสูตรมานทินนสูตรอนนุสสุตสูตรวิราคสูตรวิรัทธสูตรภาวนาสูตรสติสูตรอัญญสูตรฉันทสูตรปริญญาสูตรภาวนาสูตรวิภังคสูตรอมตสูตรสมุทยสูตรมัคคสูตรสติสูตรกุสลราสิสูตรปาฏิโมกขสูตรทุจริตสูตรมิตตสูตรเวทนาสูตรอาสวสูตร๖. คังคาทิเปยยาลสุทธิกสูตรโสตาสูตร ที่ ๑โสตาสูตร ที่ ๒อรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒ทัฏฐัพพสูตรวิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒ปฏิลาภสูตรสังขิตตสูตร ที่ ๑สังขิตตสูตร ที่ ๒สังขิตตสูตร ที่ ๓วิตถารสูตร ที่ ๑วิตถารสูตร ที่ ๒วิตถารสูตร ที่ ๓ปฏิปันนสูตรอุปสมสูตรอาสวักขยสูตรปุนัพภวสูตรชีวิตินทริยสูตรอัญญาตาวินทริยสูตรเอกาภิญญาสูตรสุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒สุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตรสมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๓อรหันตสูตรอุปปฏิกสูตรชราสูตรอุณณาภพราหมณสูตรสาเกตสูตรปุพพโกฏฐกสูตรปุพพารามสูตร ที่ ๑ปุพพารามสูตร ที่ ๒ปุพพารามสูตร ที่ ๓ปุพพารามสูตร ที่ ๔ปิณโฑลภารทวาชสูตรสัทธาสูตรโกสลสูตรมัลลกสูตรเสขสูตรปทสูตรสารสูตรปติฏฐิตสูตรพรหมสูตรสูกรขาตาสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒สัญโญชนาสูตรอนุสยสูตรปริญญาสูตรอาสวักขยสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๑รุกขสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๓รุกขสูตร ที่ ๔๘. คังคาทิเปยยาลสัมมัปปธานสังยุตต์พลสังยุตต์อปารสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพุตสูตรปเทสสูตรสัมมัตตสูตรภิกขุสูตรพุทธสูตรญาณสูตรเจติยสูตรปุพพสูตรมหัปผลสูตรฉันทสูตรโมคคัลลานสูตรพราหมณสูตรสมณพราหมณ์สูตร ที่ ๑สมณพราหมณ์สูตร ที่ ๒อภิญญาสูตรเทสนาสูตรวิภังคสูตรมรรคสูตรอโยคุฬสูตรภิกขุสุทธกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒โมคคัลลานสูตรตถาคตสูตร๔. คังคาทิเปยยาลรโหคตสูตร ที่ ๑รโหคตสูตร ที่ ๒สุตนุสูตรกัณฏกีสูตร ที่ ๑กัณฏกีสูตร ที่ ๒กัณฏกีสูตร ที่ ๓ตัณหักขยสูตรสลฬาคารสูตรอัมพปาลิสูตรคิลานสูตรสหัสสสูตรฌานสังยุตต์เอกธรรมสูตรโพชฌงคสูตรสุทธิกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อริฏฐสูตรกัปปินสูตรทีปสูตรเวสาลีสูตรกิมิลสูตรอิจฉานังคลสูตรโลมสกังภิยสูตรอานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒สังโยชนสูตรอนุสยสูตรอัทธานสูตรอาสวักขยสูตรราชาสูตรโอคธสูตรฑีฆาวุสูตรสาริปุตตสูตร ที่ ๑สาริปุตตสูตร ที่ ๒ถปติสูตรเวฬุทวารสูตรคิญชกาวสถสูตร ที่ ๑คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒คิญชกาวสถสูตร ที่ ๓สหัสสสูตรพราหมณสูตรอานันทสูตรทุคติสูตร ที่ ๑ทุคติสูตร ที่ ๒มิตตามัจจสูตร ที่ ๑มิตตามัจจสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๑เทวจาริกสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๓มหานามสูตร ที่ ๑มหานามสูตร ที่ ๒โคธาสูตรสรกานิสูตร ที่ ๑สรกานิสูตร ที่ ๒ทุสีลยสูตร ที่ ๑ทุสีลยสูตร ที่ ๒เวรภยสูตร ที่ ๑เวรภยสูตร ที่ ๒ลิจฉวีสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓เทวปทสูตร ที่ ๑เทวปทสูตร ที่ ๒สภาคตสูตรมหานามสูตรวัสสสูตรกาฬิโคธาสูตรนันทิยสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓มหัทธนสูตร ที่ ๑มหัทธนสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตรนันทิยสูตรภัททิยสูตรมหานามสูตรโสตาปัตติยังคสูตรสคาถกสูตรวัสสวุตถสูตรธรรมทินนสูตรคิลายนสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒ผลสูตร ที่ ๓ผลสูตร ที่ ๔ปฏิลาภสูตรวุฒิสูตรเวปุลลสูตรมหาปัญญสูตรสมาธิสูตรปฏิสัลลานสูตรกุลปุตตสูตร ที่ ๑กุลปุตตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิตักกสูตรจินตสูตรวิคคาหิกกถาสูตรติรัจฉานกถาสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ [ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร]ตถาคตสูตร ที่ ๒ขันธสูตรอายตนสูตรธารณสูตร ที่ ๑ธารณสูตร ที่ ๒อวิชชาสูตรวิชชาสูตรสังกาสนสูตรตถสูตรวัชชีสูตร ที่ ๑วัชชีสูตร ที่ ๒สัมมาสัมพุทธสูตรอรหันตสูตรอาสวักขยสูตรมิตตสูตรตถสูตรโลกสูตรปริญเญยยสูตรควัมปติสูตรสีสปาสูตรขทิรสูตรทัณฑสูตรเจลสูตรสัตติสตสูตรปาณสูตรสุริยูปมาสูตร ที่ ๑สุริยูปมาสูตร ที่ ๒อินทขีลสูตรวาทีสูตรจินตสูตรปปาตสูตรปริฬาหสูตรกูฎสูตรวาลสูตรอันธการีสูตรฉิคคฬสูตร ที่ ๑ฉิคคฬสูตร ที่ ๒สิเนรุสูตร ที่ ๑สิเนรุสูตร ที่ ๒นขสิขาสูตรโปกขรณีสูตรสัมเภชชสูตร ที่ ๑สัมเภชชสูตร ที่ ๒ปฐวีสูตร ที่ ๑ปฐวีสูตร ที่ ๒สมุททสูตร ที่ ๑สมุททสูตร ที่ ๒ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๑ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๒อัญญตรสูตรปาณาติปาตสูตรนัจจสูตร๑๐. อามกธัญญเปยยาล จตุตถวรรค

经典 · พระสุตตันตปิฎก

คิลานสูตร

ข้อ ๗๐๘–๗๑๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค6 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค คิลานสูตร ว่าด้วยมีตนเป็นเกาะ

๗๐๘

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ เวลุวคามเก ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เอถ ตุเมฺห ภิกฺขเว สมนฺตา เวสาลิยา ยถามิตฺตํ ยถาสนฺทิฏฺฐํ ยถาสมฺภตฺตํ วสฺสํ อุเปถ อิเธวาหํ เวลุวคามเก วสฺสํ อุปคจฺฉามีติ ฯ เอวมฺภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา สมนฺตา เวสาลิยา ยถามิตฺตํ ยถาสนฺทิฏฺฐํ ยถาสมฺภตฺตํ วสฺสํ อุปคจฺฉุํ ฯ

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ เวฬุวคาม ใกล้เมืองเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า มาเถิด ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเข้า จำพรรษาในเมืองเวสาลีโดยรอบ ตามมิตร ตามสหาย ตามพวก (ของตนๆ) เถิด เราจะเข้า จำพรรษา ณ เวฬุวคามนี้แล ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว เข้าจำพรรษา ในเมืองเวสาลีโดยรอบ ตามมิตร ตามสหาย ตามพวก (ของตนๆ).

๗๐๙

ภควา ปน ตตฺเถว เวลุวคามเก วสฺสํ อุปคจฺฉิ ฯ อถ โข ภควโต วสฺสูปคตสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชติ พาฬฺหา เวทนา วตฺตนฺติ มรณนฺติกา ฯ ตตฺร สุทํ ภควา สโต สมฺปชาโน อธิวาเสติ อวิหญฺญมาโน ฯ อถ โข ภควโต เอตทโหสิ น โข ปน เมตมฺปฏิรูปํ โยหมนามนฺเตตฺวา อุปฏฺฐาเก อนปโลเกตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปรินิพฺพาเยยฺยํ ยนฺนูนาหํ อิมํ อาพาธํ วิริเยน ปฏิปฺปณาเมตฺวา ชีวิตสงฺขารํ อธิฏฺฐาย วิหเรยฺยนฺติ ฯ อถ โข ภควา ตํ อาพาธํ วิริเยน ปฏิปฺปณาเมตฺวา ชีวิตสงฺขารํ อธิฏฺฐาย วิหาสิ ฯ อถ โข ภควา คิลานา วุฏฺฐิโต อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา วิหารปจฺฉายายํ ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ

ส่วนพระผู้มีพระภาคทรงเข้าจำพรรษา ณ เวฬุวคาม นั้นแหละ เมื่อพระผู้มี พระภาคทรงเข้าจำพรรษาแล้ว อาพาธกล้าบังเกิดขึ้น เวทนาอย่างหนักใกล้มรณะเป็นไปอยู่ ได้ ยินว่า ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคทรงพระดำรงสติสัมปชัญญะ ทรงอดกลั้น ไม่ทรงพรั่นพรึง ครั้งนั้น พระองค์ทรงพระดำริว่า การที่เรายังไม่บอกภิกษุผู้อุปัฏฐาก ยังไม่อำลาภิกษุสงฆ์ แล้ว ปรินิพพานเสียนั้น หาสมควรแก่เราไม่ ไฉนหนอ เราพึงขับไล่อาพาธนี้เสียด้วยความเพียร แล้ว ดำรงชีวิตสังขารอยู่ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงขับไล่พระประชวรนั้นด้วยความเพียร แล้วทรง ดำรงชีวิตสังขารอยู่ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงหายจากพระประชวรแล้ว ทรงหายจากความไข้ ไม่นาน ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้ในร่มแห่งวิหาร.

๗๑๐

อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ ทิฏฺฐํ ภนฺเต ภควโต ขมนียํ ทิฏฺฐํ ภนฺเต ภควโต ยาปนียํ อปิ เม ภนฺเต มธุรกชาโต วิย กาโย ทิสาปิ เม น ปกฺขายนฺติ ธมฺมาปิ มํ นปฺปฏิภนฺติ ภควโต เคลญฺเญน อปิจ เม ภนฺเต อโหสิ กาจิเทว อสฺสาสมตฺตา น ตาว ภควา ปริพฺพายิสฺสติ น ตาว ภควา ภิกฺขุสงฺฆํ อารพฺภ กิญฺจิเทว อุทาหรตีติ ฯ {๗๑๐.๑} กึ ปนทานิ อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ มยิ ปจฺจาสึสติ ฯ เทสิโต อานนฺท มยา ธมฺโม อนนฺตรํ อพาหิรํ กริตฺวา ฯ นตฺถานนฺท ตถาคตสฺส ธมฺเมสุ อาจริยมุฏฺฐิ ฯ ยนฺนูนานนฺท เอวมสฺส อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามีติ วา มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆติ วา ฯ โส นูนานนฺท ภิกฺขุสงฺฆํ อารพฺภ กิญฺจิเทว อุทาหเรยฺย ฯ ตถาคตสฺส โข อานนฺท น เอวํ โหติ อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามีติ วา มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆติ วา ฯ ส กึ อานนฺท ตถาคโต ภิกฺขุสงฺฆํ อารพฺภ กิญฺจิเทว อุทาหริสฺสติ ฯ เอตรหิ โข ปนาหํ อานนฺท ชิณฺโณ วุฑฺโฒ มหลฺลโก อทฺธคโต วโย อนุปฺปตฺโต อสีติโก เม วโย วตฺตติ ฯ เสยฺยถาปิ อานนฺท ชรสกฏํ เวฬุมิสฺสเกน ยาเปติ เอวเมว โข อานนฺท เวฬุมิสฺสโก มญฺเญ ตถาคตสฺส กาโย ยาเปติ ฯ

ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้า แต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นพระผู้มีพระภาคทรงอดทน ข้าพระองค์เห็นพระผู้มีพระภาคทรง ยังอัตภาพให้เป็นไป กายของข้าพระองค์ประหนึ่งจะงอมระงมไป แม้ทิศทั้งหลายก็ไม่ปรากฏแก่ข้า พระองค์ แม้ธรรมทั้งหลายก็ไม่แจ่มแจ้งแก่ข้าพระองค์ เพราะความประชวรของพระผู้มีพระภาค แต่ข้าพระองค์มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระผู้มีพระภาคยังไม่ทรงปรารภภิกษุสงฆ์ แล้วตรัส พระพุทธพจน์อันใดอันหนึ่ง จักยังไม่เสด็จปรินิพพานก่อน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ก็บัดนี้ ภิกษุสงฆ์จะยังมาหวังอะไรในเราเล่า ธรรมอันเราแสดงแล้วกระทำไม่ให้มีในภายใน ไม่ให้ มีในภายนอก กำมืออาจารย์ในธรรมทั้งหลาย มิได้มีแก่ตถาคต ผู้ใดพึงมีความดำริฉะนี้ว่า เราจัก บริหารภิกษุสงฆ์ หรือว่าภิกษุสงฆ์ยังมีตัวเราเป็นที่เชิดชู ผู้นั้นจะพึงปรารภภิกษุสงฆ์ แล้วกล่าว คำอันใดอันหนึ่งแน่นอน ดูกรอานนท์ ตถาคตมิได้มีความดำริอย่างนี้ว่า เราจักบริหารภิกษุสงฆ์ หรือว่าภิกษุสงฆ์มีตัวเราเป็นที่เชิดชู ดังนี้ ตถาคตจักปรารภภิกษุสงฆ์แล้วกล่าวคำอันใดอันหนึ่ง ทำไมอีกเล่า บัดนี้เราก็แก่เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัยแล้ว วัยของเราเป็นมาถึง ๘๐ ปีแล้ว เกวียนเก่ายังจะใช้ไปได้ก็เพราะการซ่อมแซมด้วยไม้ไผ่ ฉันใด กายของตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังเป็นไปได้ก็คล้ายกับเกวียนเก่าที่ซ่อมแซมแล้วด้วยไม้ไผ่ ฉะนั้น.

๗๑๑

ยสฺมึ อานนฺท สมเย ตถาคโต สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิการา เอกจฺจานํ เวทนานํ นิโรธา อนิมิตฺตํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ผาสุตรํ อานนฺท ตสฺมึ สมเย ตถาคตสฺส โหติ ฯ ตสฺมา ติหานนฺท อตฺตทีปา วิหรถ อตฺตสรณา อนญฺญสรณา ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญฺญสรณา ฯ

ดูกรอานนท์ สมัยใด ตถาคตเข้าเจโตสมาธิอันไม่มีนิมิต เพราะไม่กระทำ ไว้ในใจซึ่งนิมิตทั้งปวง เพราะดับเวทนาบางเหล่าแล้วอยู่ สมัยนั้น กายของตถาคตย่อมผาสุก เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ จง มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่เถิด.

๗๑๒

กถญฺจ อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตทีโป วิหรติ อตฺตสรโณ อนญฺญสรโณ ธมฺมทีโป ธมฺมสรโณ อนญฺญสรโณ ฯ อิธานนฺท ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เอวํ โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตทีโป วิหรติ อตฺตสรโณ อนญฺญสรโณ ธมฺมทีโป ธมฺมสรโณ อนญฺญสรโณ ฯ

ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกาย ในกายอยู่ ... เวทนาในเวทนา ... จิตในจิต ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มี สัมปชัญญะ มีสติกำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสีย ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้มีตนเป็นเกาะมีตน เป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ อย่างนี้แล.

๗๑๓

เย หิ เกจิ อานนฺท เอตรหิ วา มมจฺจเย วา อตฺตทีปา วิหริสฺสนฺติ อตฺตสรณา อนญฺญสรณา ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญฺญสรณา ฯ ตมตคฺเคเม เต อานนฺท ภิกฺขู ภวิสฺสนฺติ เย เกจิ สิกฺขากามาติ ฯ

ดูกรอานนท์ ก็ผู้ใดผู้หนึ่งในบัดนี้ก็ดี ในเวลาที่เราล่วงไปแล้วก็ดี จักเป็น ผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษา ภิกษุเหล่านั้นจักเป็นผู้เลิศ. จบ สูตรที่ ๙

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย