อุณณาภพราหมณสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อุณณาภพราหมณสูตร อินทรีย์ ๕ มีอารมณ์ต่างกัน
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น อุณณาภพราหมณ์เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่าง กัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน อินทรีย์ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์ ๑ โสตินทรีย์ ๑ ฆานินทรีย์ ๑ ชิวหินทรีย์ ๑ กายินทรีย์ ๑ อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน และ อะไรย่อมเสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของอินทรีย์ ๕ ประการนี้?
ปญฺจิมานิ โภ โคตม อินฺทฺริยานิ นานาวิสยานิ นานาโคจรานิ น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺติ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ จกฺขุนฺทฺริยํ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ ฯ อิเมสํ นุ โข โภ โคตม ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ นานาวิสยานํ นานาโคจรานํ น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺตานํ กึ ปฏิสรณํ โก จ เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ มีอารมณ์ต่าง กัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน อินทรีย์ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์ ๑ โสตินทรีย์ ๑ ฆานินทรีย์ ๑ ชิวหินทรีย์ ๑ กายินทรีย์ ๑ ใจเป็นที่ยึดเหนี่ยว ของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกัน และกัน และใจย่อมเสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของอินทรีย์ ๕ ประการนี้.
ปญฺจิมานิ พฺราหฺมณ อินฺทฺริยานิ นานาวิสยานิ นานาโคจรานิ น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺติ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ จกฺขุนฺทฺริยํ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ ฯ อิเมสํ โข พฺราหฺมณ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ นานาวิสยานํ นานาโคจรานํ น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺตานํ มโน ปฏิสรณํ มโน จ เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตีติ ฯ
อุ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งใจเล่า? พ. ดูกรพราหมณ์ สติเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งใจ.
มนสฺส ปน โภ โคตม กึ ปฏิสรณนฺติ ฯ มนสฺส โข พฺราหฺมณ สติ ปฏิสรณนฺติ ฯ
อุ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสติเล่า? พ. ดูกรพราหมณ์ วิมุติเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสติ.
สติยา ปน โภ โคตม กึ ปฏิสรณนฺติ ฯ สติยา ปน โข พฺราหฺมณ วิมุตฺติ ปฏิสรณนฺติ ฯ
อุ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งวิมุติเล่า? พ. ดูกรพราหมณ์ นิพพานเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งวิมุติ. อุ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งนิพพาน. พ. ดูกรพราหมณ์ ท่านล่วงเลยปัญหาไปเสียแล้ว ไม่อาจถือเอาที่สุด แห่งปัญหาได้ ด้วยว่าพรหมจรรย์ที่บุคคลอยู่จบแล้ว มีนิพพานเป็นที่หยั่งลง มีนิพพานเป็นเบื้องหน้า มีนิพพาน เป็นที่สุด.
วิมุตฺติยา ปน โภ โคตม กึ ปฏิสรณนฺติ ฯ วิมุตฺติยา โข พฺราหฺมณ นิพฺพานํ ปฏิสรณนฺติ ฯ นิพฺพานสฺส ปน โภ โคตม กึ ปฏิสรณนฺติ ฯ อจฺจสรา พฺราหฺมณ ปญฺหํ นาสกฺขิ ปญฺหสฺส ปริยนฺตํ คเหตุํ ฯ นิพฺพาโนคธํ หิ พฺราหฺมณ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ นิพฺพานปรายนํ นิพฺพานปริโยสานนฺติ ฯ
ครั้งนั้น อุณณาภพราหมณ์ชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ลุก จากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณแล้วหลีกไป.
อถ โข อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ
ครั้นอุณณาภพราหมณ์หลีกไปแล้วไม่นาน พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุ- *ทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า
อถ โข ภควา อจิรปกฺกนฺเต อุณฺณาเภ พฺราหฺมเณ ภิกฺขู อามนฺเตสิ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรือนยอดหรือศาลาคล้ายเรือนยอด มีหน้าต่างในทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นไป แสงส่องเข้าไปทางหน้าต่าง ตั้งอยู่ที่ฝาด้านไหน? ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลว่า ตั้งอยู่ที่ฝาด้านตะวันตก พระเจ้าข้า. พ. อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ศรัทธาในพระตถาคตของอุณณาภพราหมณ์ มั่นคงแล้ว มีรากเกิดแล้ว ตั้งอยู่มั่นแล้ว อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกจะพึงชักนำไปไม่ได้ ถ้าอุณณาภพราหมณ์ พึงทำกาละในสมัยนี้ไซร้ ย่อมไม่มีสังโยชน์ซึ่ง เป็นเครื่องประกอบให้อุณณาภพราหมณ์ต้องมายังโลกนี้อีก. จบ สูตรที่ ๒
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว กูฏาคารํ วา กูฏาคารสาลา วา อุตฺตราย วา ปาจีนาย วา วาตปานา สุริเย อุคฺคจฺฉนฺเต วาตปาเนน รสฺมิโย ปวิสิตฺวา กาย ปติฏฺฐิตาติ ฯ ปจฺฉิมายํ ภนฺเต ภิตฺติยนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อุณฺณาภสฺส พฺราหฺมณสฺส ตถาคเต สทฺธา นิวิฏฺฐา มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ทฬฺหา อสํหาริยา สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ ฯ อิมมฺหิ เจ ภิกฺขเว สมเย อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ กาลํ กเรยฺย นตฺถิ ตํ สญฺโญชนํ เยน สญฺโญชเนน สญฺญุตฺโต อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ ปุน อิมํ โลกํ อาคจฺเฉยฺยาติ ฯ