This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๒ · อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

本册其他条目

๑. สังขิตตสูตร๒. วิตถตสูตร๓. ทุกขสูตร๔. ภตสูตร๕. สิกขสูตร๖. สมาปัตติสูตร๗. กามสูตร๘. จวนสูตร๙. อคารวสูตร ที่ ๑๑๐. อคารวสูตร ที่ ๒๑. อนนุสสุตสูตร๒. กูฏสูตร๓. สังขิตสูตร๔. วิตถตสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. ปุนกูฏสูตร๗. หิตสูตร ที่ ๑๘. หิตสูตร ที่ ๒๙. หิตสูตร ที่ ๓๑๐. หิตสูตร ที่ ๔๑. คารวสูตร ที่ ๑๒. คารวสูตร ที่ ๒๓. อุปกิเลสสูตร๔. ทุสสีลสูตร๕. อนุคคหสูตร๖. วิมุตติสูตร๗. สมาธิสูตร๘. อังคิกสูตร๙. จังกมสูตร๑๐. นาคิตสูตร๑. สุมนสูตร๒. จุนทิสูตร๓. อุคคหสูตร๔. สีหสูตร๕. ทานานิสังสสูตร๖. กาลทานสูตร๗. โภชนทานสูตร๘. สัทธานิสังสสูตร๙. ปุตตสูตร๑๐. สาลสูตร๑. อาทิยสูตร๒. สัปปุริสสูตร๓. อิฏฐสูตร๔. มนาปทายีสูตร๕. อภิสันทสูตร๖. สัมปทาสูตร๗. ธนสูตร๘. ฐานสูตร๙. โกสลสูตร๑๐. นารทสูตร๑. อาวรณสูตร๒. ราสิสูตร๓. อังคสูตร๔. สมยสูตร๕. มาตุปุตติกสูตร๖. อุปัชฌายสูตร๗. ฐานสูตร๘. กุมารลิจฉวีสูตร๙. ทุลลภสูตร ที่ ๑๑๐. ทุลลภสูตร ที่ ๒๑. สัญญาสูตร ที่ ๑๒. สัญญาสูตร ที่ ๒๓. วัฑฒิสูตร ที่ ๑๔. วัฑฒิสูตร ที่ ๒๕. สากัจฉสูตร๖. สาชีวสูตร๗. อิทธิปาทสูตร ที่ ๑๘. อิทธิปาทสูตร ที่ ๒๙. นิพพิทาสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. เจโตวิมุติสูตร ที่ ๑๒. เจโตวิมุติสูตร ที่ ๒๓. ธรรมวิหาริกสูตร ที่ ๑๔. ธรรมวิหาริกสูตร ที่ ๒๕. โยธาชีวสูตร ที่ ๑๖. โยธาชีวสูตร ที่ ๒๗. อนาคตสูตร ที่ ๑๘. อนาคตสูตร ที่ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๓๑๐. อนาคตสูตร ที่ ๔๑. รัชนียสูตร๒. วีตราคสูตร๓. กุหกสูตร๔. อสัทธสูตร๕. อักขมสูตร๖. ปฏิสัมภิทาสูตร๗. สีลสูตร๘. เถรสูตร๙. เสขสูตร ที่ ๑๑๐. เสขสูตร ที่ ๒๑. สัมปทาสูตร ที่ ๑๒. สัมปทาสูตร ที่ ๒๓. พยากรณสูตร๔. ผาสุสูตร๕. อกุปปสูตร๖. สุตสูตร๗. กถาสูตร๘. อรัญญสูตร๙. สีหสูตร๑๐. กกุธสูตร๑. เวสารัชชกรณสูตร๒. สังกิตสูตร๓. โจรสูตร๔. สุขุมาลสูตร๕. ผาสุวิหารสูตร๖. อานันทสูตร๗. สีลสูตร๘. อเสขิยสูตร๙. จาตุทิสสูตร๑๐. อรัญญสูตร๑. กุลุปกสูตร๒. ปัจฉาสมณสูตร๓. สมาธิสูตร๔. อันธกวินทสูตร๕. มัจฉริยสูตร๖. วรรณนาสูตร๗. อิสสาสูตร๘. ทิฏฐิสูตร๙. วาจาสูตร๑๐. วายามสูตร๑. คิลานสูตร๒. สติปัฏฐานสูตร๓. อุปัฏฐากสูตร ที่ ๑๔. อุปัฏฐากสูตร ที่ ๒๕. อนายุสสสูตร ที่ ๑๖. อนายุสสสูตร ที่ ๒๗. อวัปปกาสสูตร๘. สมณทุกขสูตร๙. ปริกุปปสูตร๑๐. สัมปทาสูตร๑. จักกสูตร๒. อนุวัตตนสูตร๓. ราชสูตร๔. ยัสสทิสสูตร๕. ปัตถนาสูตร ที่ ๑๖. ปัตถนาสูตร ที่ ๒๗. อัปปสุปติสูตร๘. ภัตตาทกสูตร๙. อักขมสูตร๑๐. โสตวสูตร๑. ทัตวาอวชานาติสูตร๒. อารภสูตร๓. สารันททสูตร๔. ติกัณฑกีสูตร๕. นิรยสูตร๖. มิตตสูตร๗. อสัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสทานสูตร๙. สมยวิมุตตสูตร ที่ ๑๑๐. สมยวิมุตตสูตร ที่ ๒๑. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๑๒. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๒๓. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๓๔. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๑๕. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๒๖. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๓๗. ทุกถาสูตร๘. สารัชชสูตร๙. อุทายิสูตร๑๐. ทุพพิโนทยสูตร๑. อาฆาตวินยสูตร ที่ ๑๒. อาฆาตวินยสูตร ที่ ๒๓. สากัจฉาสูตร๔. สาชีวสูตร๕. ปัญหาปุจฉาสูตร๖. นิโรธสูตร๗. โจทนาสูตร๘. สีลสูตร๙. นิสันติสูตร๑๐. ภัททชิสูตร๑. สารัชชสูตร๒. วิสารทสูตร๓. นิรยสูตร๔. เวรสูตร๕. จัณฑาลสูตร๖. ปีติสูตร๗. วณิชชสูตร๘. ราชสูตร๙. คิหิสูตร๑๐. ภเวสิสูตร๑. อารัญญกสูตร๒. ปังสุกูลิกสูตร๓. รุกขมูลิกสูตร๔. โสสานิกสูตร๕. อัพโภกาสิกสูตร๖. เนสัชชิกสูตร๗. ยถาสันถติกสูตร๘. เอกาสนิกสูตร๙. ขลุปัจฉาภัตติกสูตร๑๐. ปัตตปิณฑิกสูตร๑. โสณสูตร๒. โทณสูตร๓. สังคารวสูตร๔. การณปาลีสูตร๕. ปิงคิยานีสูตร๖. สุบินสูตร๗. วัสสสูตร๘. วาจาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. นิสสารณียสูตร๑. กิมพิลสูตร๒. ธัมมัสสวนสูตร๓. อาชานิยสูตร๔. พลสูตร๕. เจโตขีลสูตร๖. วินิพันธสูตร๗. ยาคุสูตร๘. ทันตกัฏฐสูตร๙. คีตสูตร๑๐. มุฏฐัสสติสูตร๑. อักโกสกสูตร๒. ภัณทนสูตร๓. สีลสูตร๔. พหุภาณีสูตร๕. อขันติสูตร ที่ ๑๖. อขันติสูตร ที่ ๒๗. อปาสาทิกสูตร ที่ ๑๘. อปาสาทิกสูตร ที่ ๒๙. อัคคิสูตร๑๐. มธุราสูตร๑. ทีฆจาริกสูตร ที่ ๑๒. ทีฆจาริกสูตร ที่ ๒๓. อภินิวาสสูตร๔. มัจฉรสูตร๕. กุลุปกสูตร ที่ ๑๖. กุลุปกสูตร ที่ ๒๗. โภคสูตร๘. ภัตตสูตร๙. สัปปสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปสูตร ที่ ๒๑. อาวาสิกสูตร๒. อัปปิยสูตร๓. โสภณสูตร๔. พหุปการสูตร๕. อนุกัมปกสูตร๖. ยถาภตอวรรณสูตร๗. ยถาภตเคธสูตร๘. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๑๙. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๒๑๐. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๓๑. ทุจริตสูตร๒. กายทุจริตสูตร๓. วจีทุจริตสูตร๔. มโนทุจริตสูตร๕. อปรทุจริตสูตร๖. อปรกายทุจริตสูตร๗. อปรวจีทุจริตสูตร๘. อปรมโนทุจริตสูตร๙. สีวถิกาสูตร๑๐. ปุคคลปสาทสูตรพระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค๑. อาหุเนยยสูตร ที่ ๑๒. อาหุเนยยสูตร ที่ ๒๓. อินทริยสูตร๔. พลสูตร๕. อาชานิยสูตร ที่ ๑๖. อาชานิยสูตร ที่ ๒๗. อาชานิยสูตร ที่ ๓๘. อนุตตริยสูตร๙. อนุสสติสูตร๑๐. มหานามสูตร๑. สาราณิยสูตร ที่ ๑๒. สาราณิยสูตร ที่ ๒๓. เมตตาสูตร๔. ภัททกสูตร๕. อนุตัปปิยสูตร๖. นกุลสูตร๗. กุสลสูตร๘. มัจฉสูตร๙. มรณัสสติสูตร ที่ ๑๑๐. มรณัสสติสูตร ที่ ๒๑. สามกสูตร๒. อปริหานิยสูตร๓. ภยสูตร๔. หิมวันตสูตร๕. อนุสสติฏฐานสูตร๖. กัจจานสูตร๗. สมยสูตร ที่ ๑๘. สมยสูตร ที่ ๒๙. อุทายีสูตร๑๐. อนุตตริยสูตร๑. เสกขสูตร๒. อปริหานิยสูตร ที่ ๑๓. อปริหานิยสูตร ที่ ๒๔. โมคคัลลานสูตร๕. วิชชาภาคิยสูตร๖. วิวาทมูลสูตร๗. ทานสูตร๘. อัตตการีสูตร๙. นิทานสูตร๑๐. กิมมิลสูตร๑๑. ทารุกขันธสูตร๑๒. นาคิตสูตร๑. นาคสูตร๒. มิคสาลาสูตร๓. อิณสูตร๔. มหาจุนทสูตร๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑๖. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๒๗. เขมสุมนสูตร๘. อินทรียสังวรสูตร๙. อานันทสูตร๑๐. ขัตติยาธิปปายสูตร๑๑. อัปปมาทสูตร๑๒. ธรรมิกสูตร๑. โสณสูตร๒. ผัคคุณสูตร๓. ฉฬาภิชาติยสูตร๔. อาสวสูตร๕. ทารุกัมมิกสูตร๖. จิตตหัตถิสาริปุตตสูตร๗. ปรายนสูตร๘. อุทกสูตร๙. นิพเพธิกสูตร๑๐. พลสูตรอนาคามิสูตรอรหัตตสูตรมิตตสูตรฐานสูตร (อารามสูตร)เทวตาสูตรสติสูตรสักขิสูตรพลสูตรฌานสูตรที่ ๑ฌานสูตรที่ ๒๑. ทุกขสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. อุตตริมนุสสธรรมสูตร๔. สุขสูตร๕. อธิคมสูตร๖. มหัตตสูตร๗. นิรยสูตรที่ ๑๘. นิรยสูตรที่ ๒๙. อัคคธรรมสูตร๑๐. รัตติสูตร๑. สีติสูตร๒. ภัพพสูตร๓. อาวรณตาสูตร๔. สุสสูสาสูตร๕. ปหาตัพพสูตร๖. ปหีนสูตร๗. อุปปาเทตัพพสูตร๘. สัตถริสูตร๙. กัญจิสังขารสูตร๑๐. มาตริสูตร๑๑. สยกตสูตร๑. ปาตุภาวสูตร๒. อานิสังสสูตร๓. อนิจจสูตร๔. ทุกขสูตร๕. อนัตตสูตร๖. นิพพานสูตร๗. อโนทิสสูตรที่ ๑๘. อโนทิสสูตรที่ ๒๙. อโนทิสสูตรที่ ๓๑๐. ภวสูตร๑๑. ตัณหาสูตร๑. ราคสูตร๒. ทุจริตสูตร๓. วิตักกสูตร๔. สัญญาสูตร๕. ธาตุสูตร๖. อัสสาทสูตร๗. อรติสูตร๘. ตุฏฐิสูตร๙. อุทธัจจสูตรที่ ๑๑๐. อุทธัจจสูตรที่ ๒พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค

注释

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๙. อานันทสูตร

ข้อ ๓๒๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต1 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๙. อานันทสูตร

๓๒๒

๕๑ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ภิกฺขุ อสฺสุตญฺเจว ธมฺมํ สุณาติ สุตา จสฺส ธมฺมา น สมฺโมสํ คจฺฉนฺติ เย จสฺส ธมฺมา ปุพฺเพ เจตสา สมฺผุฏฺฐปุพฺพา เต จ สมุทาจรนฺติ อวิญฺญาตญฺจ วิชานาตีติ อายสฺมา โข อานนฺโท พหุสฺสุโต ปฏิภาตุ อายสฺมนฺตญฺเญว อานนฺทนฺติ เตนหาวุโส สารีปุตฺต ธมฺมํ สุณาหิ สาธุกํ มนสิกโรหิ ภาสิสฺสามีติ เอวํ อาวุโสติ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสิ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ {๓๒๒.๑} อิธาวุโส สารีปุตฺต ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ วาเจติ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ มนสานุเปกฺขติ ยสฺมึ อาวาเส เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา ตสฺมึ อาวาเส วสฺสํ อุเปติ เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ อิทํ ภนฺเต กถํ อิมสฺส กฺวตฺโถติ ตสฺส เต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานีกโรนฺติ อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฏฺฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ เอตฺตาวตา นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ภิกฺขุ อสฺสุตญฺเจว ธมฺมํ สุณาติ สุตา จสฺส ธมฺมา น สมฺโมสํ คจฺฉนฺติ เย จสฺส ธมฺมา ปุพฺเพ เจตสา สมฺผุฏฺฐปุพฺพา เต จ สมุทาจรนฺติ อวิญฺญาตญฺจ วิชานาตีติ {๓๒๒.๒} อจฺฉริยํ อาวุโส อพฺภุตํ อาวุโส ยาว สุภาสิตญฺจิทํ อายสฺมตา อานนฺเทน อิเมหิ จ มยํ ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ธาเรม อายสฺมา หิ อานนฺโท ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ อายสฺมา อานนฺโท ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ อายสฺมา อานนฺโท ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ วาเจติ อายสฺมา อานนฺโท ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ อายสฺมา อานนฺโท ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ มนสานุเปกฺขติ อายสฺมา อานนฺโท ยสฺมึ อาวาเส เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา ตสฺมึ อาวาเส วสฺสํ อุเปติ เต อายสฺมา อานนฺโท กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ อิทํ ภนฺเต กถํ อิมสฺส กฺวตฺโถติ เต อายสฺมโต อานนฺทสฺส อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานีกโรนฺติ อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฏฺฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺตีติ ฯ

ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่ อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไป แล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกร ท่านสารีบุตร ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล ภิกษุจึงได้ฟังธรรมที่ยังไม่เคยฟัง ธรรมทั้งหลายที่เธอได้ฟังแล้วย่อมไม่ถึงความหลงลืม ธรรมทั้งหลายที่เธอได้เคย ถูกต้องด้วยใจในกาลก่อน ย่อมขึ้นใจ และเธอย่อมทราบชัดธรรมที่ยังไม่ทราบชัด ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ท่านพระอานนท์แลเป็นพหูสูต ขอเนื้อความแห่ง ธรรมข้อนั้นจงแจ่มแจ้งกะท่านพระอานนท์เถิด ฯ อา. ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าอย่างนั้นท่านจงฟังธรรม จงทำไว้ในใจให้ดี เราจักกล่าว ท่านพระสารีบุตรรับคำท่านพระอานนท์แล้ว ท่านพระอานนท์ได้ กล่าวว่า ดูกรท่านสารีบุตร ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ เธอย่อมแสดงธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ย่อมบอกสอน ธรรมที่ได้ฟังมาได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ย่อมทำการสาธยายธรรมตามที่ได้ ฟังมาได้เรียนมาโดยพิสดาร ย่อมตรึกตรอง เพ่งด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมา ได้เรียนมา ย่อมจำพรรษาอยู่ในอาวาสที่มีภิกษุผู้เถระเป็นพหูสูตชำนาญคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา อยู่ ย่อมเข้าไปหาภิกษุผู้เถระเหล่านั้นโดยกาล อันควร แล้วไต่ถามสอบสวนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความของภาษิตนี้อย่างไร ภิกษุผู้เถระเหล่านั้นย่อมเปิดเผยภาษิตที่ยังไม่แจ่ม แจ้ง ย่อมทำภาษิตที่ยากให้ง่ายแก่เธอ และย่อมบรรเทาความสงสัยในธรรม ทั้งหลาย อันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยมีประการต่างๆ ดูกรท่านสารีบุตร ด้วย เหตุเพียงเท่านี้แล ภิกษุจึงได้ฟังธรรมที่ยังไม่เคยฟัง ธรรมทั้งหลายที่เธอได้ฟังแล้ว ย่อมไม่ถึงความหลงลืม ธรรมทั้งหลายที่เธอได้เคยถูกต้องด้วยใจในกาลก่อน ย่อม ขึ้นใจ และเธอย่อมทราบชัดธรรมที่ยังไม่ทราบชัด ฯ สา. ดูกรท่านอานนท์ น่าอัศจรรย์ เรื่องไม่เคยมีได้มีแล้ว เรื่องนี้ท่าน อานนท์ได้กล่าวดีแล้ว และพวกผมจะทรงจำท่านพระอานนท์ว่าเป็นผู้ประกอบด้วย ธรรม ๖ ประการนี้ เพราะว่าท่านอานนท์ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ ท่าน อานนท์ ย่อมแสดงธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ท่านอานนท์ ย่อมบอกสอนธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมา แก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ท่านอานนท์ ย่อมทำการสาธยายธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมาโดยพิสดาร ท่านอานนท์ย่อม ตรึกตรอง เพ่งด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้ฟังมาได้เรียนมา ท่านอานนท์ย่อม จำพรรษาอยู่ในอาวาสที่มีภิกษุผู้เถระผู้เป็นพหูสูต ชำนาญคัมภีร์ ทรงธรรม ทรง วินัย ทรงมาติกา อยู่ ท่านอานนท์ย่อมเข้าไปหาภิกษุผู้เถระเหล่านั้นโดยกาล อันควร แล้วไต่ถามสอบสวนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อ ความของภาษิตนี้เป็นอย่างไร ภิกษุผู้เถระเหล่านั้นย่อมเปิดเผยภาษิตที่ยังไม่แจ่ม แจ้ง ย่อมทำภาษิตที่ยากให้ง่ายแก่ท่านอานนท์ และย่อมบรรเทาความสงสัยใน ธรรมทั้งหลาย อันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยมีประการต่างๆ ฯ จบสูตรที่ ๙

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย