๑๑. ปูติมังสชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๑. ปูติมังสชาดก โทษของการมองในเวลาที่ไม่ควรมอง
๑๑ ปูติมํสชาตกํ
ดูกรสหาย การมองดูของสุนัขจิ้งจอกชื่อว่าปูติมังสะ เราไม่พอใจ เสียเลย พึงละเว้นจากสหายเช่นนี้เสียให้ห่างไกล.
น โข รุจฺจติ เม อาฬิ ปูติมํสสฺส เปกฺขนา เอตาทิสา สขารสฺมา อารกา ปริวชฺชเย ฯ
นางสุนัขจิ้งจอกชื่อว่าเวนินี้เป็นบ้าไปได้ ย่อมพรรณนาถึงนางแพะ ผู้เป็นสหายให้ผัวฟัง ครั้นนางแพะถอยหลังกลับไปไม่มา ก็นั่งซบเซา ถึงนางแพะผู้มาแล้วถอยหลังกลับไปเสีย.
อุมฺมตฺติกา อยํ เวณิ วณฺเณติ ปติโน สขึ ปชฺฌายิ ปฏิคจฺฉนฺตึ อาคตํ เมณฺฑมาตรํ ฯ
ดูกรสหาย ท่านนั้นแหละบ้า มีปัญญาทราม ไม่มีปัญญาเครื่องใคร่ ครวญ ท่านทำอุบายล่อลวงว่าตาย ย่อมมองดูโดยกาลอันไม่ควร.
ตฺวํ โขสิ สมฺม อุมฺมตฺโต ทุมฺเมโธ อวิจกฺขโณ โส ตฺวํ มตาลยํ กตฺวา อกาเลน วิเปกฺขสิ ฯ
บัณฑิตไม่ควรมองดูในกาลอันไม่ควร ควรมองดูแต่ในกาลอันควร ผู้ใด มองดูในกาลอันไม่ควร ผู้นั้นย่อมซบเซา ดังสุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะ ฉะนั้น.
น อกาเล วิเปกฺเขยฺย กาเล เปกฺเขยฺย ปณฺฑิโต ปูติมํโสว ปชฺฌายิ โย อกาเล วิเปกฺขติ ฯ
ดูกรสหาย ฉันมีความรัก ท่านจงให้ความอิ่มแก่ฉัน สามีของฉัน กลับฟื้นขึ้น ถ้าท่านรักฉันจงมาไปกับฉันเถิด.
ปิยํ โข อาฬิ เม โหตุ ปุณฺณปตฺตํ ททาหิ เม ปติ สญฺชีวิโต มยฺหํ เอยฺยาสิ ปิยปุจฺฉิตา ฯ
ดูกรสหาย ท่านมีความรักฉันจริง ฉันจะให้ความอิ่มเอิบแก่ท่าน ฉันจักมาพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก ท่านจงจัดแจงโภชนาหารไว้เถิด.
ปิยํ โข อาฬิ เต โหตุ ปุณฺณปตฺตํ ททามิ เต มหตา ปริวาเรน เอสฺสํ กยิราหิ โภชนํ ฯ
บริวารของท่านเช่นไร ฉันจักจัดแจงโภชนาหารเพื่อบริวารเหล่าใด ก็ บริวารเหล่านั้นทั้งหมดมีชื่อว่าอย่างไร ฉันถามท่านถึงบริวารท่าน จงบอก ฉันไปเถิด.
กีทิโส ตุยฺหํ ปริวาโร เยสํ กาหามิ โภชนํ กึนามกา จ เต สพฺเพ เต เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา ฯ
บริวารของฉันเช่นนี้ คือ สุนัขชื่อมาลิยะ ๑ ชื่อจตุรักขะ ๑ ชื่อปิงคิยะ ๑ ชื่อชัมพุกะ ๑ ท่านจงจัดแจงโภชนาหารไว้เพื่อบริวารเหล่านั้นเถิด.
มาลิโย จตุรกฺโข จ ปิงฺคิโย อถ ชมฺพุโก เอทิโส มยฺหํ ปริวาโร เตสํ กยิราหิ โภชนํ ฯ
เมื่อท่านออกจากเรือนไป แม้สิ่งของก็จักพินาศหมด คำพูดของสหาย มิได้มีความรังเกียจ ท่านจงอยู่ในที่นี้เถิด อย่าไปเลย. จบ ปูติมังสชาดกที่ ๑๑.
นิกฺขนฺตาย อคารสฺมา ภณฺฑกมฺปิ วินสฺสติ อโรคํ อาฬิโน วชฺชํ อิเธว วส มา คมาติ ฯ ปูติมํสชาตกํ เอกาทสมํ ฯ ---------