๘. สังวรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๘. สังวรชาดก (๔๖๒) ๘. สังวรชาดก (๔๖๒) ว่าด้วยพระเจ้าสังวร (พระอุโบสถกุมารตรัสกับสังวรกุมารว่า)
ขอเดชะพระมหาราช พระราชบิดาผู้เป็นพระมหากษัตริย์ ทรงทราบอยู่ถึงสีลวัตรของพระองค์ ทรงยกย่องพระกุมารเหล่านี้ แต่หายกย่องพระองค์ด้วยชนบทใดชนบทหนึ่งไม่
เมื่อพระมหาราชผู้สมมติเทพทรงพระชนม์อยู่ หรือทิวงคตแล้วก็ตาม พระญาติทั้งหลายเมื่อเห็นประโยชน์ของตน จึงพากันยอมรับพระองค์
ขอเดชะพระเจ้าสังวร ด้วยพระจริยาวัตรอะไร พระองค์จึงทรงดำรงอยู่เหนือพระเจ้าพี่ผู้มีพระชาติเสมอกัน เพราะเหตุไร บรรดาพระญาติที่มาประชุมกันแล้ว จึงไม่ล่วงเกินพระองค์ (พระเจ้าสังวรมหาราชตรัสคุณของพระองค์ว่า)
พระราชบุตร หม่อมฉันไม่ริษยาสมณะทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ย่อมนอบน้อมสมณะเหล่านั้นโดยเคารพ ย่อมกราบเท้าสมณะผู้คงที่ทั้งหลาย
สมณะเหล่านั้นย่อมพร่ำสอนหม่อมฉัน ผู้ประกอบแล้วในพระธรรมคุณ เชื่อฟัง ไม่ริษยาสมณะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ยินดีแล้วในพระธรรมคุณ
หม่อมฉันได้สดับคำของสมณะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นแล้ว ไม่ดูหมิ่นอะไรๆ ใจของหม่อมฉันยินดีในธรรมเป็นนิตย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๙. สุปปารกชาดก (๔๖๓)
พลช้าง ราชองครักษ์ พลรถ พลราบ พลเหล่านั้นหม่อมฉันก็ไม่ตัดเบี้ยเลี้ยง และรายได้ประจำที่ได้ตั้งไว้
อนึ่ง หม่อมฉันมีมหาอำมาตย์และมนตรีผู้คอยรับใช้ช่วยจัดการ กรุงพาราณสีให้มีมังสาหาร สุรา และข้าวน้ำจำนวนมาก
อนึ่ง แม้พ่อค้าทั้งหลายที่มาจากแคว้นต่างๆ ก็พากันร่ำรวย หม่อมฉันก็จัดการคุ้มครองพ่อค้าเหล่านั้น ข้าแต่พระเจ้าพี่อุโบสถ ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด (พระอุโบสถกุมารได้สดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)
ขอเดชะพระเจ้าสังวร นัยว่า ขอพระองค์จงครองราชสมบัติโดยธรรม แทนพระญาติทั้งหลาย อนึ่ง ขอพระองค์ผู้มีพระปัญญาและทรงเป็นบัณฑิต เกื้อกูลแก่พระญาติทั้งหลายเถิด
พระองค์ผู้อันพระญาติแวดล้อมแล้วอย่างนี้ ทั้งได้สะสมรัตนะต่างๆ ไว้มากมาย ศัตรูทั้งหลายย่อมข่มเหงไม่ได้ เหมือนกับพระอินทร์ที่จอมอสูรราวีไม่ได้ สังวรชาดกที่ ๘ จบ