经典 · 本册其他条目เล่ม ๒๗
๙. รุรุมิคราชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๙. รุรุมิคราชชาดก (๔๘๒) ๙. รุรุมิคราชชาดก (๔๘๒) ว่าด้วยน้ำใจของพญาเนื้อรุรุ (พระราชาตรัสว่า)
๑๑๗เราจะให้บ้านส่วยและเหล่านารีที่ประดับตบแต่งแล้วแก่คน ผู้บอกกล่าวถึงพญาเนื้อตัวประเสริฐกว่าเนื้อทั้งหลายแก่เรา (บุตรเศรษฐีกราบทูลว่า)
๑๑๘ขอพระองค์ประทานบ้านส่วยและเหล่านารี ที่ประดับตบแต่งแล้วแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จักกราบทูลถึงพญาเนื้อ ตัวประเสริฐกว่าเนื้อทั้งหลายต่อพระองค์ (เมื่อจะบอกที่อยู่ของพญาเนื้อ จึงกราบทูลว่า)
๑๑๙ณ ไพรสณฑ์แห่งนั้น ต้นมะม่วงและต้นสาละผลิดอกบานสะพรั่ง ภูมิภาคปกคลุมไปด้วยติณชาติมีสีแดงเหมือนปีกแมลงค่อมทอง พญาเนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้ (พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนั้นว่า)
๑๒๐พระราชาทรงโก่งธนูสอดใส่ลูกศร เสด็จเข้าไปใกล้ ส่วนพญาเนื้อเห็นพระราชาแล้วจึงร้องกราบทูลแต่ไกลว่า
๑๒๑ทรงหยุดก่อน พระมหาราชผู้จอมทัพ อย่าเพิ่งทรงยิงข้าพระองค์ ใครหนอกราบทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ว่า พญาเนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้ (พระราชาตรัสว่า)
๑๒๒เจ้าคนที่ประพฤติเลวทรามยืนอยู่ห่างๆ นั่นเพื่อน ก็เขานั่นแหละได้บอกเรื่องนี้แก่เราว่า เนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๙. รุรุมิคราชชาดก (๔๘๒) (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
๑๒๓ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้ ได้กล่าวความจริงไว้อย่างนี้ว่า ไม้ลอยน้ำยังดีกว่า ส่วนคนบางคนที่ประทุษร้ายมิตรไม่ดีเลย (พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)
๑๒๔นี่พญาเนื้อรุรุ เจ้าติเตียนหมู่เนื้อ หรือหมู่นก ก็หรือติเตียนหมู่มนุษย์ เพราะภัยอันใหญ่หลวงจะมาต้องเรา เพราะได้ฟังเจ้าพูดภาษามนุษย์ (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
๑๒๕ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้ช่วยผู้ใด ซึ่งถูกน้ำพัดมาในห้วงน้ำที่มีน้ำมาก มีกระแสเชี่ยวกรากขึ้นมา ภัยมาถึงข้าพระองค์เพราะผู้นั้นเป็นเหตุ การสมาคมกับคนชั่วเป็นทุกข์ (พระราชาทรงกริ้วบุตรเศรษฐี จึงตรัสว่า)
๑๒๖เรานั้นจะปล่อยลูกศร ๔ ปีกดอกนี้ แหวกอากาศไปเจาะร่างเสียบตรงหัวใจ เราจะฆ่ามันผู้ประทุษร้ายมิตร ทำกิจที่ไม่ควรทำ ซึ่งไม่รู้จักคนผู้ทำคุณไว้เช่นนั้น (ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
๑๒๗ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ผู้ทรงพระปรีชา การฆ่าคนชั่วนั้น สัตบุรุษทั้งหลายไม่สรรเสริญ ขอคนผู้มีธรรมชั่วช้าจงกลับไปบ้านได้ตามความปรารถนา และขอพระองค์ทรงพระราชทาน สิ่งที่พระองค์ตรัสพระราชทานไว้แก่เขาเถิด และข้าพระองค์จะกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๙. รุรุมิคราชชาดก (๔๘๒) (พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์แล้วตรัสว่า)
๑๒๘พญาเนื้อรุรุ เจ้าไม่ประทุษร้ายต่อคนผู้ประทุษร้าย แถมยังปล่อยให้คนชั่วช้ากลับไปบ้านได้ตามสบาย นับว่าเป็นผู้หนึ่งในบรรดาสัตบุรุษทั้งหลายแน่นอน เราจะให้สิ่งที่ได้พูดว่าจะให้แก่เขา และจะให้เจ้าเที่ยวไปตามความพอใจด้วย (ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อจะลองหยั่งพระทัยพระราชา จึงได้กราบทูลว่า)
๑๒๙ขอเดชะพระราชา เสียงเหล่าสุนัขจิ้งจอกเห่าหอนก็ดี เสียงเหล่านกร้องขันก็ดี รู้ได้ง่าย ส่วนถ้อยคำที่พวกมนุษย์เปล่งออกมา รู้ได้ยากกว่านั้น
๑๓๐คนบางคนเบื้องต้นเป็นคนใจดี ย่อมนับถือกันว่า เป็นญาติ เป็นมิตร หรือเป็นเพื่อนอย่างนี้บ้าง ภายหลังกลายเป็นศัตรูไปก็มี (พระศาสดาทรงประกาศความข้อนั้นว่า)
๑๓๑พวกชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกัน ร้องทุกข์ว่า พวกเนื้อพากันมากินข้าวกล้า ขอพระองค์ผู้สมมติเทพจงทรงห้ามหมู่เนื้อนั้น (พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)
๑๓๒ชนบทจงอย่ามีและแม้แว่นแคว้นจงพินาศไปก็ตามที ส่วนเราให้อภัยทานแล้ว จะไม่ประทุษร้ายพญาเนื้อรุรุอย่างเด็ดขาด
๑๓๓ชนบทของเราจงอย่ามีและแว่นแคว้นของเราจงพินาศไป ส่วนเราให้พรแก่พญาเนื้อแล้วจะไม่พูดมุสาเด็ดขาด รุรุมิคราชชาดกที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๘}