This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒๗

本册其他条目

๑. อปัณณกชาดก๒. วัณณุปถชาดก๓. เสริววาณิชชาดก๔. จูฬเสฏฐิชาดก๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก๖. เทวธัมมชาดก๗. กัฏฐหาริชาดก๘. คามณิชาดก๙. มฆเทวชาดก๑๐. สุขวิหาริชาดก๑. ลักขณชาดก๒. นิโครธมิคชาดก๓. กัณฑิชาดก๔. วาตมิคชาดก๕. ขราทิยชาดก๖. ติปัลลัตถมิคชาดก๗. มาลุตชาดก๘. มตกภัตตชาดก๙. อายาจิตภัตตชาดก๑๐. นฬปานชาดก๑. กุรุงคมิคชาดก๒. กุกกุรชาดก๓. โภชาชานียชาดก๔. อาชัญญชาดก๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก๗. อภิณหชาดก๘. นันทิวิสาลชาดก๙. กัณหชาดก๑๐. มุนิกชาดก๑. กุลาวกชาดก๒. นัจจชาดก๓. สัมโมทมานชาดก๔. มัจฉชาดก๕. วัฏฏกชาดก๖. สกุณชาดก๗. ติตติรชาดก๘. พกชาดก๙. นันทชาดก๑๐. ขทิรังคารชาดก๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก๗. วารุณิทูสกชาดก๘. เวทัพพชาดก๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก๑. มหาสีลวชาดก๒. จูฬชนกชาดก๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก๕. ปัญจาวุธชาดก๖. กัญจนักขันธชาดก๗. วานรินทชาดก๘. ตโยธัมมชาดก๙. เภริวาทกชาดก๑๐. สังขธมชาดก๑. อสาตมันตชาดก๒. อัณฑภูตชาดก๓. ตักกปัณฑิตชาดก๔. ทุราชานชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. มุทุลักขณชาดก๗. อุจฉังคชาดก๘. สาเกตชาดก๙. วิสวันตชาดก๑๐. กุททาลชาดก๑. วรุณชาดก๒. สีลวนาคชาดก๓. สัจจังกิรชาดก๔. รุกขธัมมชาดก๕. มัจฉชาดก๖. อสังกิยชาดก๗. มหาสุปินชาดก๘. อิลลิสชาดก๙. ขรัสสรชาดก๑๐. ภีมเสนชาดก๑. สุราปานชาดก๒. มิตตวินทชาดก๓. กาฬกัณณิชาดก๔. อัตถัสสทวารชาดก๕. กิมปักกชาดก๖. สีลวีมังสกชาดก๗. มังคลชาดก๘. สารัมภชาดก๙. กุหกชาดก๑๐. อกตัญญุชาดก๑. ลิตตชาดก๒. มหาสารชาดก๓. วิสสาสโภชนชาดก๔. โลมหังสชาดก๕. มหาสุทัสสนชาดก๖. เตลปัตตชาดก๗. นามสิทธิชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ปโรสหัสสชาดก๑๐. อสาตรูปชาดก๑. ปโรสตชาดก๒. ปัณณิกชาดก๓. เวริชาดก๔. มิตตวินทชาดก๕. ทุพพลกัฏฐชาดก๖. อุทัญจนีชาดก๗. สาลิตตกชาดก๘. พาหิยชาดก๙. กุณฑปูวชาดก๑๐. สัพพสังหารกปัญหชาดก๑. คัทรภปัญหชาดก๒. อมราเทวีปัญหชาดก๓. สิงคาลชาดก๔. มิตจินติชาดก๕. อนุสาสิกชาดก๖. ทุพพจชาดก๗. ติตติรชาดก๘. วัฏฏกชาดก๙. อกาลราวิชาดก๑๐. พันธนโมกขชาดก๑. กุสนาฬิชาดก๒. ทุมเมธชาดก๓. นังคลีสชาดก๔. อัมพชาดก๕. กฏาหกชาดก๖. อสิลักขณชาดก๗. กลัณฑุกชาดก๘. พิฬารวตชาดก๙. อัคคิกชาดก๑๐. โกสิยชาดก๑. อสัมปทานชาดก๒. ปัญจภีรุกชาดก๓. ฆตาสนชาดก๔. ฌานโสธนชาดก๕. จันทาภชาดก๖. สุวัณณหังสชาดก๗. พัพพุชาดก๘. โคธชาดก๙. อุภโตภัฏฐชาดก๑๐. กากชาดก๑. โคธชาดก๒. สิงคาลชาดก๓. วิโรจนชาดก๔. นังคุฏฐชาดก๕. ราธชาดก๖. กากชาดก๗. ปุปผรัตตชาดก๘. สิงคาลชาดก๙. เอกปัณณชาดก๑๐. สัญชีวชาดก๑. ราโชวาทชาดก๒. สิงคาลชาดก๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก๕. ภัคคชาดก๖. อลีนจิตตชาดก๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก๙. โมรชาดก๑๐. วินีลกชาดก๑. อินทสมานโคตตชาดก๒. สันถวชาดก๓. สุสีมชาดก๔. คิชฌชาดก๕. นกุลชาดก๖. อุปสาฬหกชาดก๗. สมิทธิชาดก๘. สกุณัคฆิชาดก๙. อรกชาดก๑๐. กกัณฏกชาดก๑. กัลยาณธัมมชาดก๒. ทัททรชาดก๓. มักกฏชาดก๔. ทุพภิยมักกฏชาดก๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก๖. กฬายมุฏฐิชาดก๗. ตินทุกชาดก๘. กัจฉปชาดก๙. สตธัมมชาดก๑๐. ทุทททชาดก๑. อสทิสชาดก๒. สังคามาวจรชาดก๓. วาโลทกชาดก๔. คิริทัตตชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. ทธิวาหนชาดก๗. จตุมัฏฐชาดก๘. สีหโกตถุชาดก๙. สีหจัมมชาดก๑๐. สีลานิสังสชาดก๑. รุหกชาดก๒. สิริกาฬกัณณิชาดก๓. จูฬปทุมชาดก๔. มณิโจรชาดก๕. ปัพพตูปัตถรชาดก๖. วลาหกัสสชาดก๗. มิตตามิตตชาดก๘. ราธชาดก๙. คหปติชาดก๑๐. สาธุสีลชาดก๑. พันธนาคารชาดก๒. เกฬิสีลชาดก๓. ขันธชาดก๔. วีรกชาดก๕. คังเคยยชาดก๖. กุรุงคมิคชาดก๗. อัสสกชาดก๘. สุงสุมารชาดก๙. กุกกุฏชาดก๑๐. กันทคลกชาดก๑. โสมทัตตชาดก๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก๓. ภรุราชชาดก๔. ปุณณนทีชาดก๕. กัจฉปชาดก๖. มัจฉชาดก๗. เสคคุชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ครหิตชาดก๑๐. ธัมมัทธชชาดก๑. กาสาวชาดก๒. จูฬนันทิยชาดก๓. ปุฏภัตตชาดก๔. กุมภีลชาดก๕. ขันติวัณณนชาดก๖. โกสิยชาดก๗. คูถปาณกชาดก๘. กามนีตชาดก๙. ปลายิตชาดก๑๐. ทุติยปลายิตชาดก๑. อุปาหนชาดก๒. วีณาถูณชาดก๓. วิกัณณกชาดก๔. อสิตาภูชาดก๕. วัจฉนขชาดก๖. พกชาดก๗. สาเกตชาดก๘. เอกปทชาดก๙. หริตมาตชาดก๑๐. มหาปิงคลชาดก๑. สัพพทาฐิชาดก๒. สุนขชาดก๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก๕. มูลปริยายชาดก๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชลิชาดก๘. กิงสุโกปมชาดก๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก๑. สังกัปปราคชาดก๒. ติลมุฏฐิชาดก๓. มณิกัณฐชาดก๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก๕. สุกชาดก๖. ชรูทปานชาดก๗. คามณิจันทชาดก๘. มันธาตุราชชาดก๙. ติรีฏวัจฉชาดก๑๐. ทูตชาดก๑. ปทุมชาดก๒. มุทุปาณิชาดก๓. จูฬปโลภนชาดก๔. มหาปนาทชาดก๕. ขุรัปปชาดก๖. วาตัคคสินธวชาดก๗. สุวัณณกักกฏกชาดก๘. อารามทูสกชาดก๙. สุชาตาชาดก๑๐. อุลูกชาดก๑. อุทปานทูสกชาดก๒. พยัคฆชาดก๓. กัจฉปชาดก๔. โลลชาดก๕. รุจิรชาดก๖. กุรุธัมมชาดก๗. โรมชาดก๘. มหิสชาดก๙. สตปัตตชาดก๑๐. ปุฏทูสกชาดก๑. อัพภันตรชาดก๒. เสยยชาดก๓. วัฑฒกีสูกรชาดก๔. สิริชาดก๕. มณิสูกรชาดก๖. สาลูกชาดก๗. ลาภครหชาดก๘. มัจฉุททานชาดก๙. นานาฉันทชาดก๑๐. สีลวีมังสกชาดก๑. ภัทรฆฏเภทกชาดก๒. สุปัตตชาดก๓. กายนิพพินทชาดก๔. ชัมพุขาทกชาดก๕. อันตชาดก๖. สมุททชาดก๗. กามวิลาปชาดก๘. อุทุมพรชาดก๙. โกมาริยปุตตชาดก๑๐. วกชาดก๑. จูฬกาลิงคชาดก๒. มหาอัสสาโรหชาดก๓. เอกราชชาดก๔. ทัททรชาดก๕. สีลวีมังสชาดก๖. สุชาตาชาดก๗. ปลาสชาดก๘. ชวสกุณชาดก๙. ฉวชาดก๑๐. สัยหชาดก๑. ปุจิมันทชาดก๒. กัสสปมันทิยชาดก๓. ขันติวาทิชาดก๔. โลหกุมภิชาดก๕. มังสชาดก๖. สสปัณฑิตชาดก๗. มตโรทนชาดก๘. กณเวรชาดก๙. ติตติรชาดก๑๐. สุจจชชาดก๑. กุฏิทูสกชาดก๒. ทุททุภายชาดก๓. พรหมทัตตชาดก๔. จัมมสาฏกชาดก๕. โคธชาดก๖. กักการุชาดก๗. กากวตีชาดก๘. อนนุโสจิยชาดก๙. กาฬพาหุชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. โกกิลชาดก๒. รถลัฏฐิชาดก๓. โคธชาดก๔. ราโชวาทชาดก๕. ชัมพุกชาดก๖. พรหาฉัตตชาดก๗. ปีฐชาดก๘. ถุสชาดก๙. พาเวรุชาดก๑๐. วิสัยหชาดก๑. กุณฑลิกชาดก๒. วานรชาดก๓. กุนตินีชาดก๔. อัมพชาดก๕. คชกุมภชาดก๖. เกสวชาดก๗. อยกูฏชาดก๘. อรัญญชาดก๙. สันธิเภทชาดก๑๐. เทวตาปัญหชาดก๑. มณิกุณฑลชาดก๒. สุชาตชาดก๓. เวนสาขชาดก๔. อุรคชาดก๕. ฆฏชาดก๖. การันทิยชาดก๗. ลฏุกิกชาดก๘. จูฬธัมมปาลชาดก๙. สุวัณณมิคชาดก๑๐. สุสันธีชาดก๑. วัณณาโรหชาดก๒. สีลวีมังสชาดก๓. หิริชาดก๔. ขัชโชปนกชาดก๕. อหิตุณฑิกชาดก๖. คุมพิยชาดก๗. สาลิยชาดก๘. ตจสารชาดก๙. มิตตวินทุกชาดก๑๐. ปลาสชาดก๑. ทีฆีติโกสลชาดก๒. มิคโปตกชาดก๓. มูสิกชาดก๔. จูฬธนุคคหชาดก๕. กโปตกชาดก๑. อวาริยชาดก๒. เสตเกตุชาดก๓. ทรีมุขชาดก๔. เนรุชาดก๕. อาสังกชาดก๖. มิคาโลปชาดก๗. สิริกาฬกัณณิชาดก๘. กุกกุฏชาดก๙. ธัมมัทธชชาดก๑๐. นันทิยมิคราชชาดก๑. ขรปุตตชาดก๒. สูจิชาดก๓. ตุณฑิลชาดก๔. สุวัณณกักกฏกชาดก๕. มัยหกสกุณชาดก๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก๗. อุปสิงฆปุปผชาดก๘. วิฆาสาทชาดก๙. วัฏฏกชาดก๑๐. มณิชาดก๑. กุกกุชาดก๒. มโนชชาดก๓. สุตนชาดก๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก๕. ทัพภปุปผชาดก๖. ทสัณณกชาดก๗. เสนกชาดก๘. อัฏฐิเสนชาดก๙. กปิชาดก๑๐. พกพรหมชาดก๑. คันธารชาดก๒. มหากปิชาดก๓. กุมภการชาดก๔. ทัฬหธัมมชาดก๕. โสมทัตตชาดก๖. สุสีมชาดก๗. โกฏสิมพลิชาดก๘. ธูมการิชาดก๙. ชาครชาดก๑๐. กุมมาสปิณฑิชาดก๑๑. ปรันตปชาดก๑. กัจจานิชาดก๒. อัฏฐสัททชาดก๓. สุลสาชาดก๔. สุมังคลชาดก๕. คังคมาลชาดก๖. เจติยราชชาดก๗. อินทริยชาดก๘. อาทิตตชาดก๙. อัฏฐานชาดก๑๐. ทีปิชาดก๑. คิชฌชาดก๒. โกสัมพิยชาดก๓. มหาสุวราชชาดก๔. จูฬสุวกราชชาดก๕. หริตจชาดก๖. ปทกุสลมาณวชาดก๗. โลมสกัสสปชาดก๘. จักกวากชาดก๙. หลิททราคชาดก๑๐. สมุคคชาดก๑๑. ปูติมังสชาดก๑๒. ทัททรชาดก๑. จตุทวารชาดก๒. กัณหชาดก๓. จตุโปสถิยชาดก๔. สังขชาดก๕. จูฬโพธิชาดก๖. มัณฑัพยชาดก๗. นิโครธชาดก๘. ตักกลชาดก๙. มหาธัมมปาลชาดก๑๐. กุกกุฏชาดก๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก๑๒. พิลารโกสิยชาดก๑๓. จักกวากชาดก๑๔. ภูริปัญญชาดก๑๕. มหามังคลชาดก๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก๑. มาตุโปสกชาดก๒. ชุณหชาดก๓. ธัมมเทวปุตตชาดก๔. อุทยชาดก๕. ปานียชาดก๖. ยุธัญชยชาดก๗. ทสรถชาดก๘. สังวรชาดก๙. สุปปารกชาดก๑. จูฬกุณาลชาดก๒. ภัททสาลชาดก๓. สมุททวาณิชชาดก๔. กามชาดก๕. ชนสันธชาดก๖. มหากัณหชาดก๗. โกสิยชาดก๘. เมณฑกปัญหชาดก๙. มหาปทุมชาดก๑๐. มิตตามิตตชาดก๑. อัมพชาดก๒. ผันทนชาดก๓. ชวนหังสชาดก๔. จูฬนารทกัสสปชาดก๕. ทูตชาดก๖. กาลิงคโพธิชาดก๗. อกิตติชาดก๘. ตักการิยชาดก๙. รุรุมิคราชชาดก๑๐. สรภมิคชาดก๑. สาลิเกทารชาดก๒. จันทกินนรีชาดก๓. มหาอุกกุสชาดก๔. อุททาลกชาดก๕. ภิสชาดก๖. สุรุจิชาดก๗. ปัญจุโปสถิกชาดก๘. มหาโมรชาดก๙. ตัจฉสูกรชาดก๑๐. มหาวาณิชชาดก๑๑. สาธินราชชาดก๑๒. ทสพราหมณชาดก๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก๑. มาตังคชาดก๒. จิตตสัมภูตชาดก๓. สีวิราชชาดก๔. สิรีมันตชาดก๕. โรหณมิคชาดก๖. จูฬหังสชาดก๗. สัตติคุมพชาดก๘. ภัลลาติยชาดก๙. โสมนัสสชาดก๑๐. จัมเปยยชาดก๑๑. มหาปโลภนชาดก๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก๑๓. หัตถิปาลชาดก๑๔. อโยฆรชาดก๑. กิงฉันทชาดก๒. กุมภชาดก๓. ชยัททิสชาดก๔. ฉัททันตชาดก๕. สัมภวชาดก๖. มหากปิชาดก๗. ทกรักขสชาดก๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก๙. สัมพุลาชาดก๑๐. คันธตินทุกชาดก๑. เตสกุณชาดก๒. สรภังคชาดก๓. อลัมพุสาชาดก๔. สังขปาลชาดก๕. จูฬสุตโสมชาดก

经典

๕. จูฬสุตโสมชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

51 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) ว่าด้วยเหตุที่พระเจ้าจูฬสุตโสมออกผนวช (พระโพธิสัตว์สุตโสมตรัสว่า)

เราขอประกาศให้ชาวนิคม มิตร อำมาตย์ และข้าราชบริพารได้ทราบ บัดนี้ ผมที่ศีรษะของเราหงอกแล้ว เราจึงพอใจการบรรพชา (อำมาตย์ผู้องอาจแกล้วกล้าคนหนึ่งกราบทูลว่า)

ทำไมหนอ พระองค์จึงรับสั่งความไม่เจริญแก่ข้าพระพุทธเจ้า ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงปักพระแสงศรที่อกของข้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงมีพระชายาถึง ๗๐๐ นาง พระชายาเหล่านั้นของพระองค์จักเป็นอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

นางทั้งหลายเหล่านั้นจักปรากฏตามกรรมของตนเอง พวกนางยังสาว จักไปพึ่งพาพระราชาแม้พระองค์อื่นได้ ส่วนเราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบรรพชา (พระราชชนนีรีบเสด็จมาโดยด่วนตรัสถามว่า)

พ่อสุตโสม การที่แม่เป็นแม่ของเจ้า นับว่าแม่ได้เจ้ามาด้วยความลำบาก เมื่อแม่พร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่อาลัยจะบวชเสียเล่า

พ่อสุตโสม การที่แม่คลอดเจ้ามา นับว่าแม่ได้เจ้ามาด้วยความลำบาก เมื่อแม่พร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่อาลัยจะบวชเสียเล่า (พระชนกทรงทราบข่าวแล้วเสด็จมา ตรัสถามว่า)

พ่อสุตโสม ธรรมนั่นชื่ออะไร และอะไรชื่อว่าการบรรพชา เพราะเหตุไร เจ้าเป็นบุตรของเราทั้ง ๒ จึงไม่มีความอาลัย จะละทิ้งเราทั้ง ๒ ผู้แก่เฒ่าไปบวชเสียเล่า

แม้ลูกชายลูกสาวของพ่อก็มีอยู่มาก ยังเล็กอยู่ ยังไม่เป็นหนุ่มเป็นสาว แม้เด็กเหล่านั้นกำลังฉอเลาะอ่อนหวาน เมื่อไม่เห็นพ่อ เห็นจะเป็นทุกข์ไปตามๆ กัน (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมสดับพระดำรัสแล้ว กราบทูลว่า)

การอยู่ร่วมกันแม้นานแล้วพลัดพรากจากกัน ของหม่อมฉันกับลูกทั้งหลายเหล่านั้นซึ่งยังเด็กอยู่ ยังไม่เป็นหนุ่มเป็นสาว กำลังฉอเลาะอ่อนหวานแม้ทั้งหมด และจากทูลกระหม่อมทั้ง ๒ พระองค์เป็นของแน่นอน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (พระชายาทั้งหลายทราบข่าวแล้วคร่ำครวญอยู่กราบทูลว่า)

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ ทูลกระหม่อมทรงตัดพระทัยแล้วหรือ ทรงหมดความกรุณาในพวกหม่อมฉันหรือ เพราะเหตุไร ทูลกระหม่อมจึงไม่อาลัยพวกหม่อมฉันผู้คร่ำครวญอยู่ จะเสด็จออกผนวชเสียเล่า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมสดับเสียงคร่ำครวญของพระชายาเหล่านั้นแล้วตรัสว่า)

เราตัดใจได้แล้วก็หามิได้ และเราก็ยังมีความกรุณาในพวกเธออยู่ แต่ว่าเราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบวช (พระมเหสีทรงพระครรภ์แก่ได้กราบทูลว่า)

เจ้าพี่สุตโสม การที่หม่อมฉันเป็นมเหสีของเจ้าพี่ นับว่าหม่อมฉันได้เจ้าพี่มาด้วยความยากลำบาก ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อหม่อมฉันพร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าพี่จึงไม่ทรงอาลัย จะทรงผนวชเสียเล่า

เจ้าพี่สุตโสม การที่หม่อมฉันเป็นมเหสีของเจ้าพี่ นับว่าหม่อมฉันได้เจ้าพี่มาด้วยความยากลำบาก ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เพราะเหตุไร เจ้าพี่จึงไม่ทรงอาลัยพระโอรสที่ปฏิสนธิในครรภ์ของหม่อมฉัน จะทรงผนวชเสียเล่า

ครรภ์ของหม่อมฉันแก่แล้ว ขอพระองค์รออยู่จนกว่าหม่อมฉันจะคลอดพระโอรส ขอหม่อมฉันอย่าได้เป็นหม้ายอยู่แต่ผู้เดียว ได้ประสบทุกข์ยากในภายหลัง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

ครรภ์ของน้องนางแก่แล้ว เอาเถิด ขอให้น้องนางจงคลอดบุตร ซึ่งมีผิวพรรณไม่ทรามเถิด ส่วนพี่จักละบุตรและน้องนางไปบวช (พระโพธิสัตว์ตรัสปลอบโยนพระนางว่า)

อย่าร้องไห้เศร้าโศกไปเลย เจ้าจันทา เจ้าผู้มีดวงเนตรงามดุจดอกกรรณิการ์เขา จงขึ้นไปยังปราสาทอันประเสริฐเสียเถิด พี่จักไปอย่างคนหมดความอาลัย (พระโอรสองค์ใหญ่ทูลถามว่า)

เสด็จแม่ ใครทำให้เสด็จแม่ทรงพิโรธ ทำไมเสด็จแม่จึงทรงกันแสง และทรงจ้องดูหม่อมฉันนัก บรรดาพระญาติที่เห็นๆ กันอยู่ ใครที่หม่อมแม่ฆ่าไม่ได้ หม่อมฉันจะฆ่าเอง (พระเทวีตรัสว่า)

ลูกรัก ท่านผู้ใดทำให้แม่โกรธ ท่านผู้นั้นเป็นผู้ชนะในแผ่นดิน เจ้าไม่อาจจะฆ่าเขาได้เลย ลูกรัก พระบิดาของเจ้าได้พูดกับแม่ว่า เราจักไปอย่างคนหมดความอาลัย (พระโอรสองค์ใหญ่คร่ำครวญอยู่ตรัสว่า)

เมื่อก่อน หม่อมฉันนำช้างตกมัน ไปพระอุทยานและเล่นรบกัน บัดนี้ เมื่อเสด็จพ่อสุตโสมทรงผนวชแล้ว หม่อมฉันจักทำอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (น้องชายองค์เล็กของพระโอรสองค์ใหญ่ตรัสว่า)

เมื่อพระมารดาของหม่อมฉันทรงกันแสงอยู่ และเมื่อเจ้าพี่ไม่ทรงยินยอม หม่อมฉันก็จักยึดแม้พระหัตถ์ทั้ง ๒ ของเสด็จพ่อไว้ เมื่อพวกหม่อมฉันไม่ยินยอม เสด็จพ่อจะเสด็จไปไม่ได้ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

ลุกขึ้นเถิดเจ้า แม่นม เจ้าจงชวนกุมารนี้ให้ไปรื่นรมย์ที่อื่นเถิด กุมารนี้อย่าได้ทำอันตรายแก่เราเลย เมื่อเรากำลังปรารถนาสวรรค์ (พระพี่เลี้ยงกราบทูลว่า)

ถ้ากระไร เราพึงให้แก้วมณีอันมีแสงสว่างนี้ ประโยชน์อะไรของเรากับแก้วมณีนี้หนอ เมื่อพระจอมนรชนสุตโสมทรงผนวชแล้ว เราจะทำอย่างไรกับแก้วมณีนั้นหนอ (มหาเสนคุตตอำมาตย์กราบทูลว่า)

พระคลังน้อยของพระองค์ก็ไพบูลย์ เรือนคลังหลวงของพระองค์ก็บริบูรณ์ และปฐพี พระองค์ก็ทรงชนะแล้ว ขอพระองค์ทรงพอพระทัย อย่าทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

พระคลังน้อยของเราจะไพบูลย์ก็ตาม เรือนคลังหลวงของเราจะบริบูรณ์ก็ตาม ปฐพีถึงเราชนะแล้วก็ตาม แต่เราจักละสิ่งนั้นๆ ไปบวช {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (กุลวัฒนเศรษฐีกราบทูลว่า)

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ แม้ทรัพย์ของข้าพระพุทธเจ้าก็มีอยู่มากมาย ข้าพระพุทธเจ้าไม่อาจจะนับได้ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายทรัพย์นั้นแม้ทั้งหมดแด่พระองค์ ขอพระองค์ทรงพอพระทัย อย่าทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

เรารู้ว่า ทรัพย์ของท่านมีอยู่มาก กุลวัฒนะ และเราท่านก็บูชา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบวช (โพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสต่อไปว่า)

พี่เบื่อหน่ายหนัก ความไม่ยินดีกำลังครอบงำพี่ พ่อโสมทัต เพราะอันตรายของพี่มีมาก พี่จึงจักบวชวันนี้แหละ (โสมทัตอนุชาตรัสว่า)

ก็บรรพชากิจนี้เจ้าพี่ทรงพอพระทัย เจ้าพี่สุตโสม เจ้าพี่ทรงผนวชเถิด ในวันนี้ เดี๋ยวนี้แหละ แม้หม่อมฉันก็จักบวช เว้นเจ้าพี่เสียแล้ว หม่อมฉันไม่อาจจะอยู่ได้ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

เจ้ายังบวชไม่ได้ เพราะใครๆ ในเมืองและในชนบทจะไม่หุงต้มกิน เมื่อมหาราชร้องไห้คร่ำครวญว่า พระจอมนรชนสุตโสมทรงผนวชแล้ว บัดนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าจักทำอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (ต่อแต่นั้น พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้ จึงไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย

เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้ ถึงอย่างนั้นพวกคนพาลก็ยังพากันประมาทอยู่

พวกคนพาลเหล่านั้นถูกเครื่องผูกคือตัณหาผูกมัดไว้แล้ว ย่อมทำนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ (มหาชนคร่ำครวญกล่าวว่า)

ก็กลุ่มละอองธุลีฟุ้งลอยขึ้น ในที่ไม่ห่างไกลจากปุปผกปราสาท ชะรอยพระเกสาของพระธรรมราชา ผู้เรืองยศของพวกเรา จักถูกตัดแล้ว (มหาชนไม่เห็นพระราชา จึงเที่ยวคร่ำครวญว่า)

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ อโสกวันใดหนอ นี้คือภูมิภาคแห่งอโสกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ อโสกวันใดหนอ นี้คือภูมิภาคแห่งอโสกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ พระอุทยานใดหนอ นี้คือพระราชอุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงามตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ พระอุทยานใดหนอ นี้คือพระราชอุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนกรรณิการ์ใดหนอ นี้คือสวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนกรรณิการ์ใดหนอ นี้คือสวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนปาฏลิวันใดหนอ นี้คือสวนปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนปาฏลิวันใดหนอ นี้คือสวนปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนอัมพวันใดหนอ นี้คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนอัมพวันใดหนอ นี้คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง

พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สระโบกขรณีใดหนอ นี้คือสระโบกขรณีของพระองค์ ดารดาษไปด้วยดอกไม้นานาชนิด คับคั่งไปด้วยฝูงนก

พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สระโบกขรณีใดหนอ นี้คือสระโบกขรณีของพระองค์ ดารดาษไปด้วยดอกไม้นานาชนิด คับคั่งไปด้วยฝูงนก

พระเจ้าสุตโสมบรมราชาทรงสละราชสมบัตินี้ผนวชเสียแล้ว พระองค์ทรงผ้ากาสาวพัสตร์ เสด็จเที่ยวไปพระองค์เดียว ดุจพญาช้างตัวประเสริฐ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

ท่านทั้งหลายอย่าหวนระลึกถึงความยินดี การเล่นและความรื่นเริงทั้งหลายในกาลก่อนเลย กามทั้งหลายอย่าฆ่าท่านทั้งหลายได้เลย จริงอยู่ สุทัสสนนครน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก

อนึ่ง ท่านทั้งหลายจงเจริญเมตตาจิต ที่มีอารมณ์ไม่มีประมาณทั้งกลางวันและกลางคืนเถิด เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจะได้ไปสู่เทพบุรี อันเป็นสถานที่อยู่ของท่านผู้บำเพ็ญบุญ ดังนี้แล จูฬสุตโสมชาดกที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. เตสกุณชาดก ๒. สรภังคชาดก ๓. อลัมพุสาชาดก ๔. สังขปาลชาดก ๕. จูฬสุตโสมชาดก จัตตาลีสนิบาต จบ ชาดก ภาค ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๖} พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ สุตตันตปิฎกที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้