This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๓๑ · ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

本册其他条目

มาติกาสุตมยญาณกถาอภิญเญยยนิทเทสสัจนิทเทสทุติยภาณวารตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสจตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสสัจฉิกาตัพพนิทเทสลักขณัตติกนิทเทสทุกขสัจนิทเทสสมุทยสัจนิทเทสนิโรธสัจนิทเทสมัคคสัจนิทเทสสีลมยญาณนิทเทสสมาธิภาวนามยญาณนิทเทสธรรมฐิติญาณนิทเทสสัมมสนญาณนิทเทสอุทยัพพยญาณนิทเทสภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสอาทีนวญาณนิทเทสสังขารุเปกขาญาณนิทเทสโคตรภูญาณนิทเทสมรรคญาณนิทเทสผลญาณนิทเทสวิมุตติญาณนิทเทสปัจจเวกขณญาณนิทเทสวัตถุนานัตตญาณนิทเทสโคจรนานัตตญาณนิทเทสจริยานานัตตญาณนิทเทสภูมินานัตตญาณนิทเทสธรรมนานัตตญาณนิทเทสญาณปัญจกนิทเทสปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสญาณัตตยานิทเทสอานันตริกสมาธิญาณนิทเทสอรณวิหารญาณนิทเทสนิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสปรินิพพานญาณนิทเทสสมสีสัฏฐญาณนิทเทสสัลเลขัฏฐญาณนิทเทสวีริยารัมภญาณนิทเทสอัตถสันทัสนญาณนิทเทสทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสปเทสวิหารญาณนิทเทสวิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสอิทธิวิธญาณนิทเทสโสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสเจโตปริยญาณนิทเทสบุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสทิพจักขุญาณนิทเทสอาสวักขยญาณนิทเทสสัจญาณจตุกทวยนิทเทสสุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสอินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสอาสยานุสยญาณนิทเทสยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสมหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสสัพพัญญุตญาณนิทเทส๒. ทิฐิกถา๓. อานาปาณกถา๔. อินทรียกถา๕. วิโมกขกถา๖. คติกถา๗. กรรมกถา๘. วิปัลลาสกถา๙. มรรคกถา๑๐. มัณฑเปยยกถา๑. ยุคนัทธกถา๒. สัจจกถา๓. โพชฌงคกถา๔. เมตตากถา๕. วิราคกถา๖. ปฏิสัมภิทากถา๗. ธรรมจักรกถา๘. โลกุตรกถา๙. พลกถา๑๐. สุญกถา๑. มหาปัญญากถา๒. อิทธิกถา๓. อภิสมยกถา๔. วิเวกกถา๕. จริยากถา๖. ปาฏิหาริยกถา๗. สมสีสกถา๘. สติปัฏฐานกถา๙. วิปัสสนากถา๑๐. มาติกากถา

经典 · พระสุตตันตปิฎก

สมสีสัฏฐญาณนิทเทส

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๒๒๗–๒๓๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค6 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

๒๒๗注释

กถํ สพฺพธมฺมานํ สมฺมาสมุจฺเฉเท นิโรเธ จ อนุปฏฺฐานตาปญฺญา สมสีสฏฺเฐ ญาณํ ฯ {๒๒๗.๑} สพฺพธมฺมานนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา ธมฺมา รูปาวจรา ธมฺมา อรูปาวจรา ธมฺมา อปริยาปนฺนา ธมฺมา ฯ

ปัญญาในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง ในการตัดขาด โดยชอบและในนิโรธ เป็นสมสีสัฏฐญาณอย่างไร ฯ คำว่า ธรรมทั้งปวง คือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม โลกุตตรธรรม ฯ

๒๒๘

สมฺมาสมุจฺเฉเทติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ญาเณน อวิชฺชํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ปามุชฺเชน อรตึ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ฯ

คำว่า ในการตัดขาดโดยชอบ ความว่า พระโยคาวจรย่อม ตัดกามฉันทะขาดโดยชอบ ด้วยเนกขัมมะ ย่อมตัดพยาบาทขาดโดยชอบ ด้วยความ ไม่พยาบาท ย่อมตัดถีนมิทธะขาดโดยชอบ ด้วยอาโลกสัญญา ย่อมตัดอุทธัจจะขาด โดยชอบ ด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมตัดวิจิกิจฉาขาดโดยชอบ ด้วยการกำหนดธรรม ย่อมตัดอวิชชาขาดโดยชอบ ด้วยญาณ ย่อมตัดอรติขาดโดยชอบ ด้วยความปราโมทย์ ย่อมตัดนิวรณ์ขาดโดยชอบ ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ย่อมตัดกิเลสทั้งปวงขาดโดยชอบ ด้วยอรหัตมรรค ฯ

๒๒๙

นิโรเธติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ นิโรเธติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ นิโรเธติ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ นิโรเธติ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจํ นิโรเธติ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ นิโรเธติ ญาเณน อวิชฺชํ นิโรเธติ ปามุชฺเชน อรตึ นิโรเธติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ นิโรเธติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส นิโรเธติ ฯ

คำว่า ในนิโรธ ความว่า พระโยคาวจรย่อมทำกามฉันทะ ให้ดับ ด้วยเนกขัมมะ ย่อมทำพยาบาทให้ดับ ด้วยความไม่พยาบาท ย่อมทำถีนมิทธะ ให้ดับ ด้วยอาโลกสัญญา ย่อมทำอุทธัจจะให้ดับ ด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมทำ วิจิกิจฉาให้ดับ ด้วยการกำหนดธรรม ย่อมทำอวิชชาให้ดับด้วยญาณ ย่อมทำอรติให้ ดับ ด้วยความปราโมทย์ ย่อมทำนิวรณ์ให้ดับ ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ย่อมทำกิเลส ทั้งปวงให้ดับ ด้วยอรหัตมรรค ฯ

๒๓๐

อนุปฏฺฐานตาติ เนกฺขมฺมํ ปฏิลทฺธสฺส กามจฺฉนฺโท น อุปฏฺฐาติ อพฺยาปาทํ ปฏิลทฺธสฺส พฺยาปาโท น อุปฏฺฐาติ อาโลกสญฺญํ ปฏิลทฺธสฺส ถีนมิทฺธํ น อุปฏฺฐาติ อวิกฺเขปํ ปฏิลทฺธสฺส อุทฺธจฺจํ น อุปฏฺฐาติ ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลทฺธสฺส วิจิกิจฺฉา น อุปฏฺฐาติ ญาณํ ปฏิลทฺธสฺส อวิชฺชา น อุปฏฺฐาติ ปามุชฺชํ ปฏิลทฺธสฺส อรติ น อุปฏฺฐาติ ปฐมชฺฌานํ ปฏิลทฺธสฺส นีวรณา น อุปฏฺฐนฺติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลทฺธสฺส สพฺพกิเลสา น อุปฏฺฐนฺติ ฯ

คำว่า ความไม่ปรากฏ ความว่า บุคคลผู้ได้เนกขัมมะ กามฉันทะย่อมไม่ปรากฏ ผู้ได้ความไม่พยาบาท ความพยาบาทย่อมไม่ปรากฏ ผู้ได้ อาโลกสัญญา ถีนมิทธะย่อมไม่ปรากฏ ผู้ได้ความไม่ฟุ้งซ่าน อุทธัจจะย่อม ไม่ปรากฏ ผู้ได้การกำหนดธรรม วิจิกิจฉาย่อมไม่ปรากฏ ผู้ได้ญาณ อวิชชาย่อม ไม่ปรากฏ ผู้ได้ความปราโมทย์ อรติย่อมไม่ปรากฏ ผู้ได้ปฐมฌาน นิวรณ์ย่อม ไม่ปรากฏ ฯลฯ ผู้ได้อรหัตมรรค กิเลสทั้งปวงย่อมไม่ปรากฏ ฯ

๒๓๑

สมนฺติ กามจฺฉนฺทสฺส ปหีนตฺตา เนกฺขมฺมํ สมํ พฺยาปาทสฺส ปหีนตฺตา อพฺยาปาโท สมํ ถีนมิทฺธสฺส ปหีนตฺตา อาโลกสญฺญา สมํ อุทฺธจฺจสฺส ปหีนตฺตา อวิกฺเขโป สมํ วิจิกิจฺฉาย ปหีนตฺตา ธมฺมววตฺถานํ สมํ อวิชฺชาย ปหีนตฺตา ญาณํ สมํ อรติยา ปหีนตฺตา ปามุชฺชํ สมํ นีวรณานํ ปหีนตฺตา ปฐมชฺฌานํ สมํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ ปหีนตฺตา อรหตฺตมคฺโค สมํ ฯ

คำว่า สงบ ความว่า เนกขัมมะเป็นธรรมสงบ เพราะท่าน ละกามฉันทะเสียแล้ว ความไม่พยาบาทเป็นธรรมสงบ เพราะท่านละความพยาบาท เสียแล้ว อาโลกสัญญาเป็นธรรมสงบ เพราะท่านละถีนมิทธะเสียแล้ว ความไม่ ฟุ้งซ่านเป็นธรรมสงบ เพราะท่านละอุทธัจจะเสียแล้ว การกำหนดธรรมเป็น ธรรมสงบ เพราะท่านละวิจิกิจฉาเสียแล้ว ญาณเป็นธรรมสงบ เพราะท่าน ละอวิชชาเสียแล้ว ความปราโมทย์เป็นธรรมสงบ เพราะท่านละอรติเสียแล้ว ความปราโมทย์เป็นธรรมสงบ เพราะท่านละอรติเสียแล้ว ปฐมฌานเป็นธรรมสงบ เพราะท่านละนิวรณ์เสียแล้ว ฯลฯ อรหัตมรรคเป็นธรรมสงบ เพราะท่านละกิเลส ทั้งปวงเสียแล้ว ฯ

๒๓๒

สีสนฺติ เตรส สีสานิ ปลิโพธสีสญฺจ ตณฺหา พนฺธนสีสญฺจ มาโน ปรามาสสีสญฺจ ทิฏฺฐิ วิกฺเขปสีสญฺจ อุทฺธจฺจํ กิเลสสีสญฺจ อวิชฺชา อธิโมกฺขสีสญฺจ สทฺธา ปคฺคหสีสญฺจ วิริยํ อุปฏฺฐานสีสญฺจ สติ อวิกฺเขปสีสญฺจ สมาธิ ทสฺสนสีสญฺจ ปญฺญา ปวตฺตสีสญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ โคจรสีสญฺจ วิโมกฺโข สงฺขารสีสญฺจ นิโรโธ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สพฺพธมฺมานํ สมฺมาสมุจฺเฉเท นิโรเธ จ อนุปฏฺฐานตาปญฺญา สมสีสฏฺเฐ ญาณํ ฯ --------

คำว่า เป็นประธาน ความว่า ธรรมเป็นประธาน ๑๓ ประการ คือ ตัณหามีความกังวลเป็นประธาน ๑ มานะมีความผูกพันเป็นประธาน ๑ ทิฐิ มีความยึดมั่นเป็นประธาน ๑ อุทธัจจะมีความฟุ้งซ่านเป็นประธาน ๑ อวิชชามีกิเลส เป็นประธาน ๑ ศรัทธามีความน้อมใจเชื่อเป็นประธาน ๑ วิริยะมีความประคองไว้ เป็นประธาน ๑ สติมีการเข้าไปตั้งไว้เป็นประธาน ๑ สมาธิมีความไม่ฟุ้งซ่าน เป็นประธาน ๑ ปัญญามีความเห็นเป็นประธาน ๑ ชีวิตินทรีย์มีความเป็นไป เป็นประธาน ๑ วิโมกข์มีอารมณ์เป็นประธาน ๑ นิโรธมีสังขารเป็นประธาน ๑ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง ในการ ตัดขาดโดยชอบและในนิโรธ เป็นสมสีสัฏฐญาณ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย