๓. เมตตคูเถราปทาน (๔๐๓)
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เมตตคูเถราปทานที่ ๓ (๔๐๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนยใส
ตติยํ เมตฺตคุตฺเถราปทานํ (๔๐๓)
ภูเขาชื่ออโสก มีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ วิสสุกรรมเทพบุตรนิรมิต อาศรมให้แก่เราที่ภูเขาอโสกนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ ผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นมุนี เวลาเช้าทรงครองผ้าแล้ว เสด็จเข้ามาใน สำนักเราเพื่อบิณฑบาต เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้า พระนามว่าสุเมธ ผู้นำ ของโลก เสด็จเข้ามาแล้ว รับบาตรของพระสุคตแล้ว เอาเนยใสและ น้ำมันใส่ให้เต็ม ถวายในพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระนามว่าสุเมธ ผู้นำของโลก ประนมกรอัญชลีแล้ว ยังความโสมนัสให้เกิดโดยยิ่ง ด้วย การถวายเนยใส (และน้ำมัน) นี้ และด้วยการตั้งจิตไว้มั่น เราเป็น เทวดาหรือเป็นมนุษย์ย่อมได้สุขอันไพบูลย์ เราท่องเที่ยวไปในภพน้อย ภพใหญ่ เว้นภพวินิบาต ตั้งจิตมั่นไว้ในพระพุทธเจ้านั้น ย่อมได้บทอัน ไม่หวั่นไหว ดูกรพราหมณ์ การที่ท่านได้เห็นเรานั้น เป็นลาภที่ท่านได้ดี แล้ว ด้วยว่า บุคคลอาศัยการเห็นเราแล้ว จักบรรลุถึงอรหัต ท่านจงเป็น ผู้เบาใจ ไม่ต้องกลัว บรรลุถึงยศใหญ่ ท่านถวายเนยใสแก่เราแล้ว จักพ้นจากชาติทุกข์ได้ด้วยการถวายเนยใสนี้ และด้วยการตั้งจิตไว้มั่น เราเป็นเทวดาหรือมนุษย์ย่อมได้สุขอันไพบูลย์ด้วยอธิการนี้ และด้วยความ เป็นผู้มีจิตเมตตา ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๑๘๐๐ กัลป จัก ได้เป็นท้าวเทวราช ๑๘ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดย คณนานับมิได้ จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทร สาคร ๔ เป็นที่สุด มีความชนะวิเศษ เป็นใหญ่ในชมพูทวีปมณฑล ๕๑ ครั้ง มหาสมุทรกระเพื่อมไม่หยุด และแผ่นดินทรงไว้ยาก ฉันใด โภคสมบัติของ เราจักนับประมาณมิได้ ฉันนั้น เราถวายเงิน ๖ ล้านแล้วออกบวชแสวงหา กุศลอะไรอยู่ จึงเข้าไปหาพราหมณ์พาวรี เราเล่าเรียนลักษณะมีองค์ ๖ ในมนต์นั้นอยู่ ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์เสด็จอุบัติขึ้นกำจัดความมืดนั้น แล้ว ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ประสงค์จะเฝ้าพระองค์จึงมา ได้ฟัง ธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหวในกัลปที่ ๓ หมื่นแต่ กัลปนี้ เราได้ถวายเนยใสแก่พระพุทธเจ้า ในระหว่างนี้ เราไม่รู้จักทุคติเลย เราให้ขอเนยใสแล้ว เนยใสดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อมเกิดตามปรารถนา รู้ความดำริแล้วเกิดขึ้น เราอังคาสภิกษุทั้งปวงให้อิ่มหนำ โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ สัตถุสัมปทา ก็เราถวายเนยใสหน่อยเดียวแล้ว ย่อมได้เนยใสประมาณมิได้ น้ำในมหาสมุทรมีประมาณถึงยอดเขาสุเมรุ เมื่อเทียบกับเนยใสของเรา จักไม่เท่าส่วนแห่งเสี้ยว โอกาสแห่งจักรวาฬ ที่เขาทำให้เป็นกองประมาณเท่าใด โอกาสนั้น ย่อมไม่สมกับกองผ้าทั้ง หลายที่เกิดขึ้นแก่เรา ขุนเขาหิมวันต์ล้วนแต่หินแม้จะสูงสุด ก็จักไม่เท่า ของหอม เนยใส และสิ่งอื่นอันเกิดในปัจจุบัน และนิพพานอันปัจจัยไม่ ปรุงแต่ง นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใส เราเป็นผู้มีสติปัฏฐานเป็นที่นอน มีสมาธิและฌานเป็นอารมณ์ วันนี้ เราเป็นผู้ยังโพชฌงค์ให้เกิด นี้เป็นผล แห่งการถวายเนยใส เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมด แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเมตตคูเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เมตตคูเถราปทาน.
|๔๐๕.๔๕| หิมวนฺตสฺส อวิทูเร อโสโก นาม ปพฺพโต ตตฺถาปิ อสฺสโม มยฺหํ วิสุกมฺเมน มาปิโต ฯ |๔๐๕.๔๖| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อคฺโค การุณิโก มุนิ นิวาสยิตฺวา ปุพฺพเณฺห ปิณฺฑาย เม อุปาคมิ ฯ |๔๐๕.๔๗| อุปาคตํ มหาวีรํ สุเมธํ โลกนายกํ ปคฺคยฺห สุคตปตฺตํ สปฺปิเตลํ อปูรยึ ฯ |๔๐๕.๔๘| ทตฺวานาหํ พุทฺธเสฏฺเฐ สุเมเธ โลกนายเก อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ |๔๐๕.๔๙| อิมินา สปฺปิทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ เทวภูโต มนุสฺโส วา ลภามิ วิปุลํ สุขํ ฯ |๔๐๕.๕๐| วินิปาตํ วิวชฺเชตฺวา สํสรามิ ภวาภเว ตตฺถ จิตฺตํ ปณิธิตฺวา ลภามิ อจลํ ปทํ ฯ |๔๐๕.๕๑| ลาภา ตุยฺหํ สุลทฺธนฺเต ยํ มํ อทฺทกฺขิ พฺราหฺมณ มม ทสฺสนมาคมฺม อรหตฺตํ คมิสฺสติ ฯ |๔๐๕.๕๒| วิสฺสฏฺโฐ โหหิ มา ภายิ อธิคนฺตฺวา มหายสํ มมํ หิ สปฺปึ ทตฺวาน ปริโมกฺขาสิ ชาติยา ฯ |๔๐๕.๕๓| อิมินา สปฺปิทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ เทวภูโต มนุสฺโส วา ลภามิ วิปุลํ สุขํ ฯ |๔๐๕.๕๔| อิมินา อธิกาเรน เมตฺตจิตฺตวตาย จ อฏฺฐารเส กปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ |๔๐๕.๕๕| อฏฺฐารส จ ติกฺขตฺตุํ เทวราชา ภวิสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๔๐๕.๕๖| เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพูมณฺฑสฺส อิสฺสโร ฯ |๔๐๕.๕๗| มหาสมุทฺโท วกฺโขพฺโภ พุทฺธโร ปฐวี ยถา เอวเมว จ เม โภคา อปฺปเมยฺยา ภวิสฺสเร |๔๐๕.๕๘| สฏฺฐิโกฏึ หิรญฺญสฺส ทตฺวาน ปพฺพชึ อหํ ฯ กึ กุสลํ คเวสนฺโต พาวรึ อุปสงฺกมึ ฯ |๔๐๕.๕๙| ตตฺถ มนฺเต อธิยามิ ฉฬงฺคํ นาม ลกฺขณํ ตมนฺธการํ วิธมํ อุปฺปชฺชิ ตฺวํ มหามุนิ ฯ |๔๐๕.๖๐| ตว ทสฺสนกาโมหํ อาคโตมฺหิ มหามุนิ ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๔๐๕.๖๑| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ สปฺปึ พุทฺธสฺสทาสหํ เอตฺถนฺตเร นาภิชาเน สปฺปิ วิญฺญาปิตํ มยา ฯ |๔๐๕.๖๒| มม สงฺกปฺปมญฺญาย อุปฺปชฺชติ ยถิจฺฉกํ จิตฺตมญฺญาย นิพฺพตฺตํ สพฺเพ สนฺตปฺปยามหํ ฯ |๔๐๕.๖๓| อโห พุทฺธา อโห ธมฺมา อโห โน สตฺถุสมฺปทา โถกญฺหิ สปฺปึ ทตฺวาน อปฺปเมยฺยํ ลภามหํ ฯ |๔๐๕.๖๔| มหาสมุทฺเท อุทกํ ยาวตา เนรุปสฺสโต มม สปฺปึ อุปาทาย กลภาคํ น หิสฺสติ ฯ |๔๐๕.๖๕| ยาวตา จกฺกวาฬสฺส การยนฺตสฺส ราสิโต มม นิพฺพตฺตวตฺถานํ โอกาโส โส น สมฺมติ ฯ |๔๐๕.๖๖| ปพฺพตราชา หิมวา ปวโรปิ สิลุจฺจโย มมานุลิตฺตคนฺธสฺส อุปนิธํ น หิสฺสติ ฯ |๔๐๕.๖๗| วตฺถํ คนฺธญฺจ สปฺปิญฺจ อญฺญํ วา ทิฏฺฐธมฺมิกํ อสงฺขตญฺจ นิพฺพานํ สปฺปิทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๕.๖๘| สติปฏฺฐานสยโน สมาธิฌานโคจโร โพชฺฌงฺคชนโน อชฺช สปฺปิทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๕.๖๙| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๕.๗๐| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๕.๗๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เมตฺตคู เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เมตฺตคุตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ