This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๖. กาฬุทายีเถราปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๓๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก กาฬุทายีเถราปทานที่ ๖ ว่าด้วยบุพจริยาของพระกาฬุทายีเถระ

ฉฏฺฐํ กาฬุทายิตฺเถราปทานํ (๕๔๖)

๑๓๖

ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ไป พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระผู้มี จักษุในธรรมทั้งปวง เป็นผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นครู ผู้ประเสริฐกว่าพวกผู้นำ เป็นพระพิชิตมารผู้เข้าใจสิ่งดีและสิ่งชั่ว แจ้งชัด และเป็นคนกตัญญูกตเวที ย่อมประกอบสัตว์ทั้งหลายเข้าใน อุบาย อันเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน พระองค์ทรงรู้ธรรมทั้งปวง เป็น ที่อาศัยอยู่แห่งความเอ็นดู เป็นที่สั่งสมแห่งอนันตคุณ ทรงพิจารณา ด้วยพระญาณนั้นแล้ว ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ พระองค์เป็น ผู้มีความเพียรใหญ่ เจ้าปัญญา บางครั้ง ทรงแสดงธรรมไพเราะ ปฏิสังยุตด้วยสัจจะ ๔ แก่หมู่ชนไม่มีที่สุด สัตว์จำนวนแสนได้ บรรลุธรรม เพราะได้ฟังธรรมอันประเสริฐ อันงามในเบื้องต้น งามท่ามกลางและงามที่สุดนั้น ครั้งนั้น แผ่นดินสั่นสะเทือน เมฆ กระหึ่ม ทวยเทพ พรหม มนุษย์และอสูร ต่างก็แซ่ซ้องสาธุการ ว่าโอ พระศาสดาประกอบด้วยพระกรุณา โอ พระสัทธรรมเทศนา โอ พระพิชิตมารทรงฉุดหมู่สัตว์ที่จมลงในสมุทรคือภพขึ้นมาแล้ว เมื่อสัตว์พร้อมทั้งมนุษย์ เทวดาและพรหม เกิดความสังเวชเช่นนี้ แล้ว พระพิชิตมารได้ทรงสรรเสริญสาวกผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่าย ทำสกุลให้เลื่อมใส ครั้งนั้น เราเกิดในสกุลอำมาตย์ในพระนคร หงสวดี เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าดู มีทรัพย์และธัญญาหาร เหลือล้น เราเข้าไปยังพระวิหารหังสาราม ถวายบังคมพระตถาคต พระองค์นั้น ได้สดับธรรมอันไพเราะ และทำสักการะแด่พระผู้คงที่ หมอบลงแทบบาทมูลแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนีผู้มีความเพียร ใหญ่ ภิกษุใดในศาสนาของพระองค์ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายผู้ทำสกุลให้เลื่อมใส ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นเหมือนภิกษุนั้น ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเถิด ครั้งนั้น พระศาสดา ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา เมื่อจะเอาน้ำอมฤตรดเรา ได้ตรัสกะ เราว่า ลุกขึ้นเถิดลูก ท่านจะได้ฐานันดรนี้สมมโนรถปรารถนา บุคคลทำสักการะในพระพิชิตมารแล้ว จะพึงเป็นผู้ปราศจากผล อย่างไรได้เล่า ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่า โคดม ผู้สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นใน โลก ท่านจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็น โอรสอันธรรมเนรมิตร จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า กาฬุทายี ครั้งนั้น เราได้สดับพระพุทธยากรณ์แล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารซึ่งเป็นผู้นำชั้นพิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลาย ตราบเท่าสิ้นชีวิต เพราะวิบากของกรรมนั้น และเพราะตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเกิดในสกุลมหาอำมาตย์ ของพระเจ้า แผ่นดินพระนามว่าสุทโธทนะ ในพระนครกบิลพัสดุ์ อันรื่นรมย์ ครั้ง นั้น พระสิทธัตถราชกุมารผู้ประเสริฐกว่านรชน ได้ประสูติแล้ว ที่สวนลุมพินีอันรื่นรมย์ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่โลกทั้งมวล เราก็เกิดในวันเดียวกัน เติบโตมาพร้อมกันกับพระสิทธัตถราชกุมาร นั้นแหละ เป็นสหายรักใคร่ชอบใจของกัน คุ้นเคยกัน ฉลาดใน ทางนิติบัญญัติ พระสิทธัตถราชกุมารนั้น มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ได้เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ยับยั้งอยู่ ๖ พรรษา ก็ได้เป็นพระ พุทธเจ้าผู้นำชั้นพิเศษ พระพุทธองค์ทรงชำนะมารพร้อมทั้งเสนามาร ยังอาสวะให้สิ้นไป ข้ามห้วงอรรณพคือภพแล้ว เป็นพระพุทธเจ้า ในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำ ภิกษุเบญจวัคคีย์ ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคก็เสด็จไปๆ ในที่นั้นๆ แล้วทรงแนะนำเวไนยสัตว์ พระพิชิตมารพระองค์นั้น ทรงแนะนำ เวไนยสัตว์ ทรงสงเคราะห์มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ ได้เสด็จไปถึง ภูเขาในแคว้นมคธแล้ว ประทับอยู่ในคราวครั้งนั้น ครั้งนั้น เราอัน พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่า สุทโธทนะทรงส่งไป ได้ไปเฝ้าพระทศพล บวชแล้ว ได้เป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้น เราทูลอ้อนวอนพระศาสดา ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้เสด็จไปนครกบิลพัสดุ์ ต่อจากนั้น เราได้ล่วงหน้าไปก่อน ทำสกุลใหญ่ๆ ให้เลื่อมใส พระพิชิตมารผู้ ประเสริฐกว่าบุรุษ ทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้นของเรา จึงได้ทรง แต่งตั้งเราไว้ว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ทำสกุลให้เลื่อมใส เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ กาฬุทายีเถราปทาน.

|๑๓๖.๑๖๕| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๓๖.๑๖๖| นายกานํ วโร สตฺถา คุณาคุณวิทู ชิโน กตญฺญูกตเวที จ ติตฺเถ โยเชติ ปาณิโน ฯ |๑๓๖.๑๖๗| สพฺพญฺญู เตน ญาเณน ตุลยิตฺวา ทยาสโย เทเสติ ปวรํ ธมฺมํ อนนฺตคุณสญฺจโย ฯ |๑๓๖.๑๖๘| ส กทาจิ มหาวีโร อนนฺตชนตํ สุธี เทเสติ มธุรํ ธมฺมํ จตุสจฺจูปสญฺหิตํ ฯ |๑๓๖.๑๖๙| สุตฺวาน ตํ ธมฺมวรํ อาทิมชฺฌนฺตโสภนํ ปาณสตสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๓๖.๑๗๐| นินฺนาทิตา ตทา ภูมิ คชฺชึสุ จ ปโยธรา สาธุการํ ปวตฺตึสุ เทวพฺรหฺมนราสุรา ฯ |๑๓๖.๑๗๑| อโห การุณิโก สตฺถา อโห สทฺธมฺมเทสนา อโห ภวสมุทฺทสฺมึ นิมุคฺเค อุทฺธริ ชิโน ฯ |๑๓๖.๑๗๒| เอวํ สํเวคชาเตสุ สนรามรพฺรเหฺมสุ กุลปฺปสาทกานคฺคํ สาวกํ วณฺณยิ ชิโน ฯ |๑๓๖.๑๗๓| ตทาหํ หํสวติยา ชาโตมจฺจกุเล อหุ ปาสาทิโก ทสฺสนีโย ปหูตธนธญฺญวา ฯ |๑๓๖.๑๗๔| หํสารามมุเปจฺจาหํ วนฺทิตฺวา ตํ ตถาคตํ สุณิตฺวา มธุรํ ธมฺมํ การํ กตฺวา จ ตาทิโน ฯ |๑๓๖.๑๗๕| นิปจฺจ ปาทมูเลหํ อิมํ วจนมพฺรวึ กุลปฺปสาทกานคฺโค โย ตว สาสเน มุเน ฯ |๑๓๖.๑๗๖| ตาทิโสหํ มหาวีร พุทฺธเสฏฺฐสฺส สาสเน ตทา มหาการุณิโก สิญฺจนฺโตวามเตน มํ ฯ |๑๓๖.๑๗๗| อาห มํ ปุตฺต อุตฺติฏฺฐ ลจฺฉเสตํ มโนรถํ กถํ นาม ชิเน การํ กตฺวาน วิผโล สิยา ฯ |๑๓๖.๑๗๘| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๓๖.๑๗๙| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต อุทายี นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๑๓๖.๑๘๐| ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ เมตฺตจิตฺโต ปริจรึ ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ |๑๓๖.๑๘๑| เตน กมฺมวิปาเกน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๓๖.๑๘๒| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ รมฺเม กาปิลวตฺถเว ชาโต มหามจฺจกุเล สุทฺโธทโน มหีปติ ฯ |๑๓๖.๑๘๓| ตทา อชายิ สิทฺธตฺโถ รมฺเม ลุมฺพินิกานเน หิตาย สพฺพโลกสฺส สุขาย จ นราสโภ ฯ |๑๓๖.๑๘๔| ตทเหว อหํ ชาโต สห เตเนว วฑฺฒิโต ปิโย สหาโย ทยิโก วิสฺสฏฺโฐ นีติโกวิโท ฯ |๑๓๖.๑๘๕| เอกูนตึโส วยสา นิกฺขนฺโต ปพฺพชิตฺถ โส ฉวสฺสานิ วินาเมตฺวา อาสิ พุทฺโธ วินายโก ฯ |๑๓๖.๑๘๖| เชตฺวา สเสนกํ มารํ เขปยิตฺวาน อาสเว ภวณฺณวํ ตริตฺวาน พุทฺโธ อาสิ สเทวเก ฯ |๑๓๖.๑๘๗| อิสิวฺหยํ ปตนํ คนฺตฺวา วิเนตฺวา ปญฺจวคฺคิเย ตโต วิเนสิ ภควา คนฺตฺวา คนฺตฺวา ตหึ ตหึ ฯ |๑๓๖.๑๘๘| เวเนยฺเย วินยนฺโต โส สงฺคณฺหนฺโต สเทวกํ อุเปจฺจ มคเธ คิรึ วิหริตฺถ ตทา ชิโน ฯ |๑๓๖.๑๘๙| ตทา สุทฺโธทเนนาหํ ภูมิปาเลน เปสิโต คนฺตฺวา ทิสฺวา ทสพลํ ปพฺพชิตฺวารหา อหุํ ฯ |๑๓๖.๑๙๐| ตทา มเหสึ ยาจิตฺวา ปาปยึ กปิลวฺหยํ ตโต ปุราหํ คนฺตฺวาน ปสาเทสึ มหากุลํ ฯ |๑๓๖.๑๙๑| ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ มมาห ปุริสาสโภ กุลปฺปสาทกานคฺคํ ปญฺญาเปสิ วินายโก ฯ |๑๓๖.๑๙๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๓๖.๑๙๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๓๖.๑๙๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กาฬุทายี เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กาฬุทายิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๖. กาฬุทายีเถราปทาน