This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๗. อภยเถราปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๓๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก อภยเถราปทานที่ ๗ ว่าด้วยบุพจริยาของพระอภยเถระ

สตฺตมํ อภยตฺเถราปทานํ (๕๔๗)

๑๓๗

ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารผู้รู้จบธรรมทั้งปวง เป็นพระ ผู้นำ พระนามว่าปทุมุตระ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระตถาคตเจ้ายัง บุคคลบางพวกให้ตั้งอยู่ในสรณคมน์ ยังบุคคลบางพวกให้ตั้งอยู่ใน ศีล คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ อันอุดม พระธีรเจ้าพระองค์นั้น ทรง ประทานสามัญผลอันอุดมแก่บุคคลบางคน ทรงหลั่งสมาบัติ ๘ และวิชชา ๓ แก่บุคคลบางคน พระโลกนาถผู้อุดมกว่านรชนพระองค์ นั้น ทรงประกอบสัตว์บางพวกไว้ในอภิญญา ทรงประทาน ปฏิสัมภิทา ๔ แก่บุคคลบางคน พระผู้เป็นสารถีฝึกนระ ทรงเห็น ประชาสัตว์ที่ควรจะนำไปให้ตรัสรู้ได้ แม้ในสถานที่นับโยชน์ไม่ ถ้วน ก็รีบเสด็จไปทรงแนะนำ ครั้งนั้น เราเป็นบุตรของพราหมณ์ ในพระนครหงสวดี เป็นผู้เรียนจบทุกเวท เข้าใจไวยากรณ์ ฉลาด ในนิรุติ แกล้วกล้าในคัมภีร์นิฆัณฑุ เข้าใจตัวบท รู้ชัดในคัมภีร์ เกฏุภะ ฉลาดในฉันท์และกาพย์กลอน เมื่อเที่ยวเดินพักผ่อน ได้ ไปถึงพระวิหารหังสาราม ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด อัน มหาชนแวดล้อม เรามีมติเป็นข้าศึกเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ปราศจาก กิเลสธุลี ซึ่งกำลังทรงแสดงธรรม ได้สดับพระดำรัสของพระองค์อัน ปราศจากมลทิน ไม่ได้พบเห็นพระดำรัสที่ไร้ประโยชน์ของพระมุนี นั้น คือ คำที่ชักมาผิด คำที่ต้องกล่าวซ้ำ หรือคำที่ไม่ถูกทาง เพราะฉะนั้น เราจึงได้บวช โดยเวลาไม่นานเลย เราก็เป็นผู้แกล้ว กล้าในธรรมทุกอย่าง ได้รับสมมติให้เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ ใน พระพุทธพจน์อันละเอียด ครั้งนั้น เราได้กรองคาถา ๔ คาถา ซึ่งมี พยัญชนะสละสลวย ชมเชยพระพุทธเจ้าเป็นผู้ปราศจากความ กำหนัด มีความเพียรมาก ทรงอยู่ในสงสารที่มีภัย ไม่เสด็จนิพพาน ก็เพราะพระกรุณา ฉะนั้น พระมุนีเจ้าจึงชื่อว่าทรงประกอบด้วย พระกรุณา เพราะเหตุนั้น สัตว์ที่เป็นปุถุชนแต่ไม่ตกอยู่ในอำนาจ กิเลส มีสัมปชัญญะ ประกอบด้วยสติ บุคคลไม่ควรจะคิด กิเลส ที่มีกำลังทุรพล อันนอนเนื่องอยู่ในสันดานของเรา ถูกเผาด้วยไฟ คือญาณแล้วไม่สิ้นไป ข้อนั้นไม่เคยมีเลย ผู้ใดเป็นที่เคารพของ โลกทั้งปวง เป็นผู้เลิศลอยในโลก และเป็นอาจารย์ของโลก โลก ย่อมอนุวัตรตามผู้นั้น เราประกาศพระธรรมเทศนาสดุดีพระสัมพุทธ- เจ้า ด้วยคาถามีอาทิดังกล่าวมาตราบเท่าสิ้นชีวิต จุติจากอัตภาพนั้น แล้วได้ไปสวรรค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เรากล่าวสดุดีพระพุทธเจ้าใด เพราะการกล่าวสดุดีนั้น เราไม่รู้สึกทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าว สดุดี ครั้งนั้น เราได้เสวยราชสมบัติใหญ่อันเป็นทิพย์ในเทวโลก ได้ เสวยราชสมบัติใหญ่ของพระเจ้าจักรพรรดิก็มากครั้ง เราเกิดแต่ใน สองภพ คือ ในเทวดาและมนุษย์ คติอื่นไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งการ กล่าวสดุดี เราเกิดแต่ในสองตระกูล คือ สกุลกษัตริย์และสกุล พราหมณ์ หาเกิดในสกุลที่ต่ำทรามไม่ นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี ก็ในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสารในพระ- นครราชคฤห์อันอุดม มีนามว่าอภัย เราไปสู่อำนาจของปาปมิตร สมาคมกับนิครนถ์ อันนิครนถ์นาฏบุตรส่งไป จึงได้เฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด เราทูลถามปัญหาอันละเอียดสุขุม ได้สดับการ พยากรณ์อย่างสูงแล้วจึงบวช ไม่นานก็ได้บรรลุอรหัต เราเป็น ผู้กล่าวสดุดีพระชินวรเจ้าทุกเมื่อ เพราะกรรมนั้น เราจึงเป็นผู้มี ร่างกายและปากมีกลิ่นหอม เป็นผู้เพรียบพร้อมด้วยความสุข เพราะ กรรมนั้นส่งผลให้ เราจึงเป็นคนมีปัญญากล้า มีปัญญาร่าเริง มี ปัญญาเบา มีปัญญามาก และปฏิภาณอันวิจิตร. เราเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กล่าวสดุดีพระสยัมภูผู้ไม่มีใคร เสมอเหมือน พระนามว่าปทุมุตระ เพราะผลของกรรม นั้น เราจึงไม่ไปอบายภูมิถึงแสนกัป. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้ ทราบว่า ท่านพระอภยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อภยเถราปทาน.

|๑๓๗.๑๙๕| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺเมสุ ปารคู อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๓๗.๑๙๖| สรณาคมเน เกจิ นิเวเสสิ ตถาคโต เกจิ สีเล นิเวเสสิ ทสกมฺมปถุตฺตเม ฯ |๑๓๗.๑๙๗| เทติ กสฺสจิ โส ธีโร สามญฺญผลมุตฺตมํ สมาปตฺตี ตถา อฏฺฐ ติสฺโส วิชฺชา ปเวจฺฉติ ฯ |๑๓๗.๑๙๘| ฉฬภิญฺญาสุ โยเชติ กญฺจิ สตฺตํ นรุตฺตโม เทติ กสฺสจิ โส นาโถ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ฯ |๑๓๗.๑๙๙| โพธเนยฺยํ ปชํ ทิสฺวา อสงฺเขยฺเยปิ โยชเน ขเณน อุปคนฺตฺวาน วิเนติ นรสารถิ ฯ |๑๓๗.๒๐๐| ตทาหํ หํสวติยํ อโหสึ พฺราหฺมณตฺรโช ปารคู สพฺพเวทานํ เวยฺยากรณสมฺมโต ฯ |๑๓๗.๒๐๑| นิรุตฺติยา จ กุสโล นิฆณฺเฑ จ วิสารโท ปทโก เกฏุภวิทู ฉนฺโทวิจิตฺตโกวิโท ฯ |๑๓๗.๒๐๒| ชงฺฆวิหารํ วิจรํ หํสารามํ อุเปจฺจหํ อทฺทสํ ปวรํ เสฏฺฐํ มหาชนปุรกฺขตํ ฯ |๑๓๗.๒๐๓| เทเสนฺตํ วิรชํ ธมฺมํ ปจฺจนิกมตี อหํ อุเปตฺวา ตสฺส วากฺยานิ สุตฺวาน วิมลานหํ ฯ |๑๓๗.๒๐๔| พฺยาหตํ ปุนรุตฺตํ วา อปตฺถํ วา นิรตฺถกํ นาทฺทสํ ตสฺส มุนิโน ตโต ปพฺพชิโต อหํ ฯ |๑๓๗.๒๐๕| น จิเรเนว กาเลน สพฺพตฺถาปิ วิสารโท นิปุเณ พุทฺธวจเน อโหสึ คณิสมฺมโต ฯ |๑๓๗.๒๐๖| ตทา จตสฺโส คาถาโย คนฺถยิตฺวา สุพฺยญฺชนา สนฺถวิตฺวา ติโลกคฺคํ เทสยิสฺสํ ทิเน ทิเน ฯ |๑๓๗.๒๐๗| วิรตฺโตสิ มหาวีโร สํสาเร สภเย วสํ กรุณาย น นิพฺพายิ ตโต การุณิโก มุนิ ฯ |๑๓๗.๒๐๘| ปุถุชฺชโนว โย สตฺโต น กิเลสวโส อหุ สมฺปชาโน สติยุตฺโต ตสฺมา เอโส อจินฺติโย ฯ |๑๓๗.๒๐๙| ทุพฺพลานิ กิเลสานิ ยสฺสาสยคตานิ เม ญาณคฺคิปริทฑฺฒานิ น ขียึสุ ตทพฺภุตํ ฯ |๑๓๗.๒๑๐| โย สพฺพโลกสฺส ครุ โลเก ยสฺส ตถา ครุ ตถาปิ โลกาจริโย โลโก ตสฺสานุวตฺตโก ฯ |๑๓๗.๒๑๑| เอวมาทีหิ สมฺพุทฺธํ กิตฺตยึ ธมฺมเทสนํ ยาวชีวํ กริตฺวาน คโต สคฺคํ ตโต จุโต ฯ |๑๓๗.๒๑๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิกิตฺตยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กิตฺตนาย อิทํ ผลํ ฯ |๑๓๗.๒๑๓| เทวโลเก มหารชฺชํ ทิพฺพานุโภสหนฺตทา จกฺกวตฺติมหารชฺชํ พหุโสนุภวึ อหํ ฯ |๑๓๗.๒๑๔| ทุเว ภเว ปชายามิ เทวตฺเต อถ มานุเส อญฺญํ คตึ น ชานามิ กิตฺตนาย อิทํ ผลํ ฯ |๑๓๗.๒๑๕| ทุเว กุเล ปชายามิ ขตฺติเย อถ พฺราหฺมเณ นีเจ กุเล น ชานามิ กิตฺตนาย อิทํ ผลํ ฯ |๑๓๗.๒๑๖| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ คิริพฺพชปุรุตฺตเม รญฺโญหํ พิมฺพิสารสฺส ปุตฺโต นาเมน จาภโย ฯ |๑๓๗.๒๑๗| ปาปมิตฺตวสํ คนฺตฺวา นิคณฺเฐน สโมหิโต เปสิโต นาฏปุตฺเตน พุทฺธเสฏฺฐํ อุเปจฺจหํ ฯ |๑๓๗.๒๑๘| ปุจฺฉิตฺวา นิปุณํ ปญฺหํ สุตฺวา พฺยากรณุตฺตมํ ปพฺพชิตฺวาน น จิรํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๓๗.๒๑๙| กิตฺตยิตฺวา ชินวรํ กิตฺติโต โหมิ สพฺพทา สุคนฺธเทหวทโน อาสึ สุขสมปฺปิโต ฯ |๑๓๗.๒๒๐| ติกฺขหาสลหุปฺปญฺโญ มหาปญฺโญ ตเถวหํ วิจิตฺตปฏิภาโณ จ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา ฯ |๑๓๗.๒๒๑| อภิตฺถวิตฺวา ปทุมุตฺตราหํ ปสนฺนจิตฺโต อสมํ สยมฺภุํ นาคจฺฉิ กปฺปานิ อปายภูมึ สตํสหสฺสานิ ผเลน ตสฺส ฯ |๑๓๗.๒๒๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๓๗.๒๒๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๓๗.๒๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อภโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อภยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย