สมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่ง
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่ง
อปราปิ สมนฺนาคตกถา
สกวาที บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเป็นผู้ประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว @ วิ. มหาวรรค เล่ม ๑ หน้า ๑๙, สํ. มหาวาร ข้อ ๑๖๖๖ หน้า ๕๒๙ ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล เป็นผู้ประกอบด้วย ผัสสะ ๔ เวทนา ๔ สัญญา ๔ เจตนา ๔ จิต ๔ สัทธา ๔ วิริยะ ๔ สติ ๔ สมาธิ ๔ ปัญญา ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล จตูหิ ผสฺเสหิ จตูหิ เวทนาหิ จตูหิ สญฺญาหิ จตูหิ เจตนาหิ จตูหิ จิตฺเตหิ จตูหิ สทฺธาหิ จตูหิ วิริเยหิ จตูหิ สตีหิ จตูหิ สมาธีหิ จตูหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยผัสสะ ๓ เวทนา ๓ ฯลฯ ปัญญา ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ ผสฺเสหิ ตีหิ เวทนาหิ ฯเปฯ ตีหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา- ปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยผัสสะ ๒ เวทนา ๒ ฯลฯ ปัญญา ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ ผสฺเสหิ ทฺวีหิ เวทนาหิ ฯเปฯ ทฺวีหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติ- ผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นพระโสดาบัน ผู้สัตตขัตตุ- ปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นพระสกทาคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นพระอนาคามี ผู้อันตรา- ปรินิพพายี ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ผู้อสังขารปรินิพพายี ผู้สสังขารปรินิพพายี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามี อนฺตราปรินิพฺพายี อุปหจฺจปรินิพฺพายี อสงฺขารปรินิพฺพายี สสงฺขารปรินิพฺพายี อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติ- ผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นพระโสดาบัน ผู้สัตต- ขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคามิ- ผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นพระสกทาคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา- ปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นพระโสดาบัน ผู้สัตต- ขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงเรียกว่า พระโสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติ- ผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงเรียกว่า พระสกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทา- คามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลองค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโต สกทาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล พึงเรียกว่า พระอนาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลองค์นั้น พระอนาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผเลน สมนฺนาคโต อนาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส อนาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงเรียกว่า พระโสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัต- ติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติ ผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงเรียกว่า พระสกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคา- มิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลองค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้น แหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโต สกทาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงเรียกว่า พระโสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา- ปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผลองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้น แหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา- ปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยโสดาปัตติผลไป แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเป็นผู้ ประกอบด้วยโสดาปัตติผล
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว แต่ ยังประกอบด้วยโสดาปัตติผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลย สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ราคะที่เป็นอปายคามี โทสะที่ เป็นอปายคามี โมหะที่เป็นอปายคามีไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วยโมหะที่ เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ อปายคมนิยํ ราคํ อปายคมนิยํ โทสํ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคา- มิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิ ใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยสกทาคามิผลไป แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเป็นผู้ ประกอบด้วยสกทาคามิผล
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว แต่ ยังประกอบด้วยสกทาคามิผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ไปแล้ว แต่ยังประกอบ ด้วยพยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยอนาคามิผลไปแล้ว มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยอนาคามิผลไป แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็น ผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยอนาคามิผลไปแล้ว แต่ ยังประกอบด้วยอนาคามิผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยอนาคามิมรรคไปแล้ว เลย กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย พยาบาทอย่างละเอียดนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัต- ติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิ ใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไป แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็น ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว แต่ ยังประกอบด้วยโสดาปัตติผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะที่เป็นอปายคามีไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย โมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ ฯเปฯ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคามิ- ผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไป แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลเป็นผู้ ประกอบด้วยสกทาคามิผล
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว แต่ ยังประกอบด้วยสกทาคามิผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย พยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อานาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา- ปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้วมิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผล ไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล
สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วยโสดาปัตติผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะที่เป็นอปายคามีไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย โมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ ฯเปฯ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเป็นผู้ประกอบ ด้วยผล ๓ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อม จากผล ๓ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลได้ผล ๓ แล้ว และไม่ เสื่อมจากผล ๓ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยผล ๓
น วตฺตพฺพํ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลเป็นผู้ประกอบ ด้วยผล ๒ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อม จากผล ๒ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และ ไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยผล ๒
น วตฺตพฺพํ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผลเป็นผู้ประกอบ ด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว และ ไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว และไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผลเป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัต- ติผล
น วตฺตพฺพํ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน โสตาปตฺติผลํ ปฏิลทฺธํ เตน จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน โสตาปตฺติผลํ ปฏิลทฺธํ เตน จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ
ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้ผล ๓ แล้ว และไม่ เสื่อมจากผล ๓ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้มรรค ๔ แล้ว และ ไม่เสื่อมจากมรรค ๔ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน จตฺตาโร มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล จตูหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และ ไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิ- ผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้มรรค ๓ แล้ว และ ไม่เสื่อมจากมรรค ๓ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคา- มิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน ตโย มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ตีหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว และไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง สกทาคามิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้มรรค ๒ แล้ว และ ไม่เสื่อมจากมรรค ๒ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคา- มิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่ง จบ -----------------------------------------------------
สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน โสตาปตฺติผลํ ปฏิลทฺธํ เตน จ อปริหีโนติ ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนน ปุคฺคเลน เทฺว มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทฺวีหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปราปิ สมนฺนาคตกถา ฯ ------