This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๔ · มหาวรรค ภาค ๑

本册其他条目

โพธิกถา ปฏิจจสมุปบาทมนสิการอชปาลนิโครธกถามุจจลินทกถาราชายตนกถาอนัจฉริยคาถาพรหมยาจนกถาพุทธปริวิตกกถาเรื่องอุปกาชีวกเรื่องพระปัญจวัคคีย์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรพระปัญจวัคคีย์ทูลขอบรรพชาทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรเรื่องยสกุลบุตรทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์ทรงประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์เรื่องชฎิล ๓ พี่น้องทรงเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพระอัสสชิเถระต้นเหตุอุปัชฌายวัตรสัทธิวิหาริกวัตรการประณามและการให้ขมาเรื่องพราหมณ์คนหนึ่งการบอกนิสสัยพระอุปัชฌายะมีการศึกษาน้อยกว่าสัทธิวิหาริกอาจริยวัตรอันเตวาสิกวัตรว่าด้วยการประณามการให้นิสสัยองค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ให้อุปสมบท ๑๖ หมวดวิธีให้ติตถิยปริวาส คำขอติตถิยปริวาส กรรมวาจาให้ติตถิยปริวาส…โรค ๕ ชนิดเรื่องราชภัฏบวชห้ามบวชโจรที่ขึ้นชื่อโด่งดังห้ามบวชโจรหนีเรือนจำห้ามบวชคนมีหนี้ห้ามบวชทาสทรงอนุญาตการปลงผมกำหนดอายุผู้บวชเป็นสามเณรเรื่องถือนิสสัยพระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณรเรื่องลงทัณฑกรรมแก่สามเณรเรื่องห้ามบัณเฑาะก์มิให้อุปสมบทเรื่องห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีดมิให้อุปสมบทเรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชเรื่องห้ามคนฆ่ามารดามิให้อุปสมบทเรื่องห้ามอุปสมบทคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นเรื่องห้ามอุปสมบทอุภโตพยัญชนกบุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวกทรงห้ามให้นิสสัยแก่อลัชชีสวดอุปสัมปทาเปกขะระบุโคตรพระพุทธานุญาตให้บอกนิสสัย ๔อุททานคาถาเรื่องปริพาชกอัญญเดียรถีย์สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมาเรื่องสมมติโรงอุโบสถพระมหากัสสปเถระเดินทางไปทำอุโบสถวันอุโบสถ ๒ปาติโมกขุเทศ ๕จะแสดงธรรมท่ามกลางสงฆ์ต้องได้รับอาราธนาก่อนหน้าที่สวดปาติโมกข์พระพุทธานุญาตให้มอบปาริสุทธิวิธีทำอุโบสถ ๓ อย่างแสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถทำอุโบสถไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อวันอุโบสถต่างกันหัวข้อประจำขันธกะเรื่องภิกษุหลายรูปทายกสร้างวิหารเป็นต้นถวายอันตรายของภิกษุผู้จำพรรษาเรื่องภิกษุหลายรูปพระพุทธานุญาตให้มอบปวารณาแสดงอาบัติก่อนปวารณาปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะนับวันปวารณาต่างกันไม่ควรไปไหนในวันปวารณาพระพุทธานุญาตเตวาจิกาปวารณาภิกษุมีอาบัติห้ามปวารณาพวกที่พร้อมเพรียงกันเป็นต้นเลื่อนปวารณาหัวข้อประจำขันธกะ

经典 · พระวินัยปิฎก

ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ

ข้อ ๒๓๓–๒๓๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑6 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ

๒๓๓

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตึสุ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานึสุ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรสุํ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉึสุ พหุตรา ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ {๒๓๓.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๒} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๓} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๔} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๕} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต อวุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๖} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ {๒๓๓.๗} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต สพฺพาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อนาปตฺติ ฯ อนาปตฺติปณฺณรสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นมากรูป ด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยัง ไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่า พร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวน มากกว่า. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย ว่าดังนี้:- ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความ สำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า. พวกเธอต้องปวารณาใหม่ ภิกษุที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นมาถึงมีจำนวนเท่ากัน. ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่เหลือ พึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นมาถึงมีจำนวนน้อยกว่า. ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่เหลือ พึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. ภิกษุที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้อง อาบัติ. ๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนเท่ากัน. ภิกษุ พวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. ภิกษุพวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๖. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนน้อยกว่า. ภิกษุ ที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. ภิกษุพวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๗. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จพอดี แต่บริษัทยังไม่ทัน ลุกไป ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่ ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนเท่ากัน .... ๙. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า. ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลัง พึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๑๐. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรมมีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า. ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๑๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลัง พึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๑๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า. ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ๑๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนเท่ากัน .... ๑๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า. ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ไม่ต้องอาบัติ. ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ จบ. ----------------------------------------------------- ปวารณาเป็นหมู่สำคัญว่าพร้อมกัน ๑๕ ข้อ

๒๓๔

อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๒๓๔.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต ธมฺมสญฺญิโน วินยสญฺญิโน วคฺคา สมคฺคสญฺญิโน ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต ฯเปฯ อวุฏฺฐิตาย ปริสาย เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย สพฺพาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯเปฯ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ วคฺคาสมคฺคสญฺญิปณฺณรสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติ ทุกกฏ. ๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๓. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. นอกนั้นพึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมี ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน ปวารณา. เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จพอดี ขณะนั้น มีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า .... ๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๖. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๗. .... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จพอดี บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นมีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๘. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๙. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๐. .... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จพอดี บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นมีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๑๑. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๓. .... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่น มาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๑๔. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ปวารณาเป็นหมู่สำคัญว่าพร้อมกัน ๑๕ ข้อ จบ. ----------------------------------------------------- มีความสงสัยปวารณา ๑๕ ข้อ

๒๓๕

อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต กปฺปติ นุ โข อมฺหากํ ปวาเรตุํ น นุ โข กปฺปตีติ เวมติกา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๒๓๕.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต กปฺปติ นุ โข อมฺหากํ ปวาเรตุํ น นุ โข กปฺปตีติ เวมติกา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต ฯเปฯ อวุฏฺฐิตาย ปริสาย เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย สพฺพาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯเปฯ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เวมติกปณฺณรสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสงสัยว่า พวกเราปวารณากันจะสมควรหรือไม่สมควร หนอ ดังนี้ แล้วยังขืนปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า. ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๓. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่เหลือพึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นที่ยังไม่มา. พวกเธอมีความสงสัยว่า พวกเราปวารณากันจะสมควรหรือไม่สมควรหนอ ดังนี้ แล้วยังขืนปวารณา. พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๖. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๗. .... บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๘. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๙. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๐. .... บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวน มากกว่า .... ๑๑. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๓. .... บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๑๔. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. มีความสงสัยปวารณา ๑๕ ข้อ จบ. ----------------------------------------------------- ฝืนใจทำปวารณา ๑๕ ข้อ

๒๓๖

อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต กปฺปเตว อมฺหากํ ปวาเรตุํ นมฺหากํ น กปฺปตีติ กุกฺกุจฺจปกตา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๒๓๖.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต กปฺปเตว อมฺหากํ ปวาเรตุํ นมฺหากํ น กปฺปตีติ กุกฺกุจฺจปกตา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต ฯเปฯ อวุฏฺฐิตาย ปริสาย เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย สพฺพาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯเปฯ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ กุกฺกุจฺจปกตปณฺณรสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา แต่ฝืนใจทำปวารณา ด้วยเข้าใจว่า พวกเราปวารณากัน สมควรแท้ จะไม่สมควรก็หามิได้. เมื่อพวกเธอกำลังปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวน มากกว่า ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๓. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่เหลือพึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่น ที่ยังไม่มา แต่ฝืนใจทำปวารณา ด้วยเข้าใจว่าพวกเราปวารณากันสมควรแท้ จะไม่สมควรก็หามิได้. พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า .... ๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๖. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๗. .... บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๘. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๙. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๐. .... บริษัทบางพวกลุกไป ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๑๑. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๓. .... บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๑๔. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณา แล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ. ฝืนใจทำปวารณา ๑๕ ข้อ จบ. ----------------------------------------------------- มุ่งความแตกร้าวปวารณา ๑๕ ข้อ

๒๓๗

อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริยมาเน อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา อวเสเสหิ ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๒๓๗.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต ชานนฺติ อตฺถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนาคตาติ ฯ เต นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา ปวาเรนฺติ ฯ เตหิ ปวาริตมตฺเต ฯเปฯ อวุฏฺฐิตาย ปริสาย เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย สพฺพาย วุฏฺฐิตาย ปริสาย อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ พหุตรา ฯ เตหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปุน ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯเปฯ อถญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ สมสมา ฯเปฯ โถกตรา ฯ ปวาริตา สุปฺปวาริตา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ ปวาริตานํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ เภทปุเรกฺขารปณฺณรสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่น ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังไม่มา และมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุ เหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงปวารณา. เมื่อพวกเธอกำลัง ปวารณา ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า. ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณา ใหม่. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๓. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่เหลือพึงปวารณาต่อไป. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นที่ยังไม่มา และมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้น จงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงปวารณา. พวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึงมีจำนวนมากกว่า .... ๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๖. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๗. .... บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า .... ๘. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๙. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๐. .... บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวน มากกว่า .... ๑๑. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า .... ๑๓. .... บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า. ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ๑๔. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน .... ๑๕. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนน้อยกว่า ภิกษุพวกที่ปวารณา แล้วเป็นอันปวารณาดีแล้ว. พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ. พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย. มุ่งความแตกร้าวปวารณา ๑๕ ข้อ จบ. ----------------------------------------------------- เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ

๒๓๘

อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุปวารณาย สมฺพหุลา อาวาสิกา ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ ปญฺจ วา อติเรกา วา ฯ เต น ชานนฺติ อญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกมนฺตีติ ฯเปฯ เต น ชานนฺติ อญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกนฺตาติ ฯเปฯ เต น ปสฺสนฺติ อญฺเญ อาวาสิเก ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกมนฺเต ฯเปฯ เต น ปสฺสนฺติ อญฺเญ อาวาสิเก ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกนฺเต ฯเปฯ เต น สุณนฺติ อญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกมนฺตีติ ฯเปฯ เต น สุณนฺติ อญฺเญ อาวาสิกา ภิกฺขู อนฺโตสีมํ โอกฺกนฺตาติ ฯ อาวาสิเกน อาวาสิกา เอกสตปญฺจสตฺตติติกนยโต อาวาสิเกน อาคนฺตุกา อาคนฺตุเกน อาวาสิกา อาคนฺตุเกน อาคนฺตุกา เปยฺยาลมุเขน สตฺต ติกสตานิ โหนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นใน ศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอไม่ทราบว่า มีภิกษุ เจ้าถิ่นพวกอื่นกำลังเข้ามาภายในสีมา .... .... พวกเธอไม่ทราบว่า มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นเข้ามาในสีมาแล้ว .... .... พวกเธอไม่เห็นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่กำลังเข้ามาในสีมา .... .... พวกเธอไม่เห็นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่น เข้ามาภายในสีมาแล้ว .... .... พวกเธอไม่ได้ยินว่า มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นกำลังเข้ามาภายในสีมา .... .... พวกเธอไม่ได้ยินว่า มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นเข้ามาภายในสีมาแล้ว .... โดยนัย ๑๗๕ ติกะ ภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุเจ้าถิ่น ภิกษุอาคันตุกะกับภิกษุเจ้าถิ่น ภิกษุ เจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะ ภิกษุอาคันตุกะกับภิกษุอาคันตุกะ รวมเป็น ๗๐๐ ติกะ โดยเปยยาลมุข. เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ จบ. -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย