This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๔ · มหาวรรค ภาค ๑

本册其他条目

โพธิกถา ปฏิจจสมุปบาทมนสิการอชปาลนิโครธกถามุจจลินทกถาราชายตนกถาอนัจฉริยคาถาพรหมยาจนกถาพุทธปริวิตกกถาเรื่องอุปกาชีวกเรื่องพระปัญจวัคคีย์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรพระปัญจวัคคีย์ทูลขอบรรพชาทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรเรื่องยสกุลบุตรทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์ทรงประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์เรื่องชฎิล ๓ พี่น้องทรงเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพระอัสสชิเถระต้นเหตุอุปัชฌายวัตรสัทธิวิหาริกวัตรการประณามและการให้ขมาเรื่องพราหมณ์คนหนึ่งการบอกนิสสัยพระอุปัชฌายะมีการศึกษาน้อยกว่าสัทธิวิหาริกอาจริยวัตรอันเตวาสิกวัตรว่าด้วยการประณามการให้นิสสัยองค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ให้อุปสมบท ๑๖ หมวดวิธีให้ติตถิยปริวาส คำขอติตถิยปริวาส กรรมวาจาให้ติตถิยปริวาส…โรค ๕ ชนิดเรื่องราชภัฏบวชห้ามบวชโจรที่ขึ้นชื่อโด่งดังห้ามบวชโจรหนีเรือนจำห้ามบวชคนมีหนี้ห้ามบวชทาสทรงอนุญาตการปลงผมกำหนดอายุผู้บวชเป็นสามเณรเรื่องถือนิสสัยพระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณรเรื่องลงทัณฑกรรมแก่สามเณรเรื่องห้ามบัณเฑาะก์มิให้อุปสมบทเรื่องห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีดมิให้อุปสมบทเรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชเรื่องห้ามคนฆ่ามารดามิให้อุปสมบทเรื่องห้ามอุปสมบทคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นเรื่องห้ามอุปสมบทอุภโตพยัญชนกบุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวกทรงห้ามให้นิสสัยแก่อลัชชีสวดอุปสัมปทาเปกขะระบุโคตรพระพุทธานุญาตให้บอกนิสสัย ๔อุททานคาถาเรื่องปริพาชกอัญญเดียรถีย์สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมาเรื่องสมมติโรงอุโบสถพระมหากัสสปเถระเดินทางไปทำอุโบสถวันอุโบสถ ๒ปาติโมกขุเทศ ๕จะแสดงธรรมท่ามกลางสงฆ์ต้องได้รับอาราธนาก่อนหน้าที่สวดปาติโมกข์พระพุทธานุญาตให้มอบปาริสุทธิวิธีทำอุโบสถ ๓ อย่างแสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถทำอุโบสถไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อวันอุโบสถต่างกันหัวข้อประจำขันธกะเรื่องภิกษุหลายรูปทายกสร้างวิหารเป็นต้นถวายอันตรายของภิกษุผู้จำพรรษาเรื่องภิกษุหลายรูปพระพุทธานุญาตให้มอบปวารณาแสดงอาบัติก่อนปวารณาปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะนับวันปวารณาต่างกันไม่ควรไปไหนในวันปวารณาพระพุทธานุญาตเตวาจิกาปวารณาภิกษุมีอาบัติห้ามปวารณาพวกที่พร้อมเพรียงกันเป็นต้นเลื่อนปวารณาหัวข้อประจำขันธกะ

经典 · พระวินัยปิฎก

พวกที่พร้อมเพรียงกันเป็นต้นเลื่อนปวารณา

ข้อ ๒๕๑พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑1 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ พวกที่พร้อมเพรียงกันเป็นต้นเลื่อนปวารณา

๒๕๑

เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเทสุ อญฺญตรสฺมึ อาวาเส วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ ฯ เตสํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต โหติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ อมฺหากํ โข สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต สเจ มยํ อิทานิ ปวาเรสฺสาม สิยาปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺยุํ เอวํ มยํ อิมมฺหา ผาสุวิหารา ปริพาหิรา ภวิสฺสาม กถํ นุ โข อเมฺหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ {๒๕๑.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว สมฺพหุลา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา ภิกฺขู อญฺญตรสฺมึ อาวาเส วสฺสํ อุปคจฺฉนฺติ ฯ เตสํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต โหติ ฯ ตตฺร เจ ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ อมฺหากํ โข สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต สเจ มยํ อิทานิ ปวาเรสฺสาม สิยาปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺยุํ เอวํ มยํ อิมมฺหา ผาสุวิหารา ปริพาหิรา ภวิสฺสามาติ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เตหิ ภิกฺขูหิ ปวารณาสงฺคหํ กาตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ สพฺเพเหว เอกชฺฌํ สนฺนิปติตพฺพํ ฯ สนฺนิปติตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๒๕๑.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต ฯ สเจ มยํ อิทานิ ปวาเรสฺสาม สิยาปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺยุํ เอวํ มยํ อิมมฺหา ผาสุวิหารา ปริพาหิรา ภวิสฺสาม ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ปวารณาสงฺคหํ กเรยฺย อิทานิ อุโปสถํ กเรยฺย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺย อาคเม โกมุทิยา จาตุมาสินิยา ปวาเรยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๒๕๑.๓} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ วิหรตํ อญฺญตโร ผาสุวิหาโร อธิคโต ฯ สเจ มยํ อิทานิ ปวาเรสฺสาม สิยาปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺยุํ เอวํ มยํ อิมมฺหา ผาสุวิหารา ปริพาหิรา ภวิสฺสาม ฯ สงฺโฆ ปวารณาสงฺคหํ กโรติ อิทานิ อุโปสถํ กริสฺสติ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสติ อาคเม โกมุทิยา จาตุมาสินิยา ปวาเรสฺสติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ ปวารณาสงฺคหสฺส กรณํ อิทานิ อุโปสถํ กริสฺสติ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสติ อาคเม โกมุทิยา จาตุมาสินิยา ปวาเรสฺสติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๒๕๑.๔} กโต สงฺเฆน ปวารณาสงฺคโห อิทานิ อุโปสถํ กริสฺสติ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสติ อาคเม โกมุทิยา จาตุมาสินิยา ปวาเรสฺสติ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ {๒๕๑.๕} เตหิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ กเต ปวารณาสงฺคเห อญฺญตโร ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย อิจฺฉามหํ อาวุโส ชนปทจาริกํ ปกฺกมิตุํ อตฺถิ เม ชนปเท กรณียนฺติ ฯ โส เอวมสฺส วจนีโย สาธุ อาวุโส ปวาเรตฺวา คจฺฉาหีติ ฯ โส เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปวารยมาโน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ปวารณํ ฐเปติ โส เอวมสฺส วจนีโย อนิสฺสโร โข เม ตฺวํ อาวุโส ปวารณาย น ตาวาหํ ปวาเรสฺสามีติ ฯ ตสฺส เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปวารยมานสฺส อญฺญตโร ภิกฺขุ ตสฺส ภิกฺขุโน ปวารณํ ฐเปติ อุโภ สงฺเฆน สมนุยุญฺชิตฺวา สมนุคฺคาหิตฺวา ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา ฯ โส เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชนปเท ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุนเทว อนฺโตโกมุทิยา จาตุมาสินิยา ตํ อาวาสํ อาคจฺฉติ เตหิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปวาริยมาเน อญฺญตโร ภิกฺขุ ตสฺส ภิกฺขุโน ปวารณํ ฐเปติ โส เอวมสฺส วจนีโย อนิสฺสโร โข เม ตฺวํ อาวุโส ปวารณาย ปวาริโต อหนฺติ ฯ เตหิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ปวาริยมาเน โส ภิกฺขุ อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ปวารณํ ฐเปติ ฯ อุโภ สงฺเฆน สมนุยุญฺชิตฺวา สมนุคฺคาหิตฺวา ยถาธมฺมํ การาเปตฺวา สงฺเฆน ปวาเรตพฺพนฺติ ฯ ปวารณากฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถุ ฉจตฺตาฬีส ฯ -------

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุมากรูปด้วยกัน ซึ่งเคยเห็นร่วมคบหากันมา จำพรรษา อยู่ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในโกศลชนบท. เมื่อพวกเธอพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ ย่อมบรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงพวกเธอได้มีความปริวิตกว่า เมื่อพวกเรา พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ได้บรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว. ถ้าพวกเราจักปวารณากันเสียในบัดนี้ บางทีพวกภิกษุปวารณากันแล้วจะพึงหลีกไปสู่จาริกก็จะ มีบ้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จักเหินห่างจากผาสุวิหารธรรมนี้ พวกเราจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระพุทธานุญาตให้เลื่อนปวารณา พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าดังนี้:- ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน ซึ่งเคยเห็นร่วมคบหากันมา จำพรรษาอยู่ในอาวาสแห่งหนึ่ง. เมื่อพวกเธอพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ ย่อมบรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง. หากภิกษุทั้งหลายในสังฆสันนิบาตนั้นคิดกันอย่างนี้ว่า พวกเราพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ ได้บรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้ว ถ้าพวกเราจักปวารณากันเสียในบัดนี้ บางทีพวกภิกษุปวารณากันแล้วจะพึงหลีกไปสู่จาริก ก็จะมีบ้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จักเหินห่างจากผาสุวิหารธรรมนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ภิกษุเหล่านั้นทำการเลื่อนปวารณาออกไป. วิธีเลื่อนปวารณา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงทำการเลื่อนปวารณาอย่างนี้. ภิกษุทุกๆ รูปต้องประชุมพร้อมกัน. ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศ ให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาเลื่อนปวารณา ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า เมื่อพวกเราพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ ได้บรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว. หากพวกเราจักปวารณา เสียในบัดนี้ บางทีภิกษุทั้งหลายปวารณากันแล้ว พึงหลีกไปสู่จาริกก็จะมีบ้าง เมื่อเป็น เช่นนั้น พวกเราก็จักเหินห่างจากผาสุวิหารธรรมนี้ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำการเลื่อนปวารณาออกไป บัดนี้พึงทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์ พึงปวารณา ในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นที่ครบ ๔ เดือนที่จะมาถึง. นี่เป็นญัตติ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า เมื่อพวกเราพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกันอยู่ ได้บรรลุผาสุวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว. หากพวกเราจักปวารณาเสีย ในบัดนี้ บางทีภิกษุทั้งหลายปวารณากันแล้ว พึงหลีกไปสู่จาริกก็จะมีบ้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จักเหินห่างจากผาสุวิหารธรรมนี้. สงฆ์ทำการเลื่อนปวารณาออกไป บัดนี้สงฆ์ จักทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์ จักปวารณาในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นที่ครบ ๔ เดือนที่จะ มาถึง การกระทำซึ่งการเลื่อนปวารณาออกไป เดี๋ยวนี้สงฆ์จักทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์ จักปวารณาในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นที่ครบ ๔ เดือนที่จะมาถึง ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด. การเลื่อนปวารณาอันสงฆ์ทำแล้ว บัดนี้สงฆ์จักทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์ จัก ปวารณาในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นที่ครบ ๔ เดือนที่จะมาถึง ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้. ไม่เป็นใหญ่ในปวารณา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเหล่านั้นทำการเลื่อนปวารณาออกไปแล้ว หากจะมีภิกษุ สักรูปหนึ่งพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมปรารถนาจะหลีกไปสู่จาริกตามชนบท เพราะผม มีกิจจำเป็นที่ชนบท. ภิกษุรูปนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดีแล้ว อาวุโส ท่านปวารณา แล้วจึงค่อยไป. ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุรูปนั้นอันสงฆ์ปวารณาอยู่ งดปวารณาของภิกษุรูปหนึ่ง เสีย ภิกษุผู้งดปวารณา อันภิกษุผู้ถูกห้ามปวารณาพึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส ท่านไม่เป็นใหญ่ ในการปวารณาของผมๆ จักยังไม่ปวารณาก่อน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุนั้นปวารณาอยู่ ภิกษุรูปหนึ่งห้ามปวารณาของภิกษุรูปนั้น สงฆ์พึงสอบสวนสืบสวนทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วปรับอาบัติ ตามธรรม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุรูปนั้นทำกรณียกิจนั้นในชนบทเสร็จแล้วกลับมาสู่อาวาสนั้น ภายในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นที่ครบ ๔ เดือน หากเมื่อภิกษุเหล่านั้นกำลังปวารณา ภิกษุอีกรูปหนึ่ง งดปวารณาของภิกษุรูปนั้น ภิกษุผู้งดปวารณา อันภิกษุผู้ถูกงดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส ท่าน ไม่เป็นใหญ่ในปวารณาของผม เพราะผมปวารณาเสร็จแล้ว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากเมื่อภิกษุ เหล่านั้นปวารณาอยู่ ภิกษุนั้นงดปวารณาของภิกษุอีกรูปหนึ่ง. ทั้ง ๒ ฝ่ายสงฆ์พึงสอบสวน สืบสวนเป็นการสงฆ์ ปรับอาบัติตามธรรมแล้วจึงปวารณาเถิด. ปวารณาขันธกะที่ ๔ จบ. เรื่องในขันธกะนี้มี ๔๖ เรื่อง -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย