พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
What edition is this?
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
Contents of this text
Preamble
พระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๒๙มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
Sections in this chapter
Show as list- หมวด ๑๕ การแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัท40 sections
- Section ๑๘๐
บริษัทเอกชนอาจแปรสภาพเป็นบริษัทได้เมื่อมีมติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ให้กระทำได้
- Section ๑๘๑
ในการประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๑๘๐หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้แปรสภาพ เป็นบริษัทตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการพิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทเอกชนที่จำเป็นต้องแก้ไข ทั้งนี้ จะมีการแก้ไขเพิ่มทุนของ บริษัทเอกชนภายหลังการแปรสภาพแล้วด้วยก็ได้ (๒) ข้อบังคับของบริษัท (๓) เลือกตั้งกรรมการ (๔) เลือกตั้งผู้สอบบัญชีบริษัท (๕) เรื่องอื่น ๆที่จำเป็นในการแปรสภาพ ในการพิจารณาเรื่องตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับบริษัทว่าด้วยการนั้น ๆมาใช้บังคับ โดยอนุโลม
- Section ๑๘๒
คณะกรรมการบริษัทเอกชนต้องส่งมอบกิจการ ทรัพย์สิน บัญชี เอกสารและ หลักฐานต่างๆของบริษัทเอกชนให้แก่คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันเสร็จสิ้น การประชุมตามมาตรา ๑๘๑
- Section ๑๘๓
คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ต้องขอจดทะเบียนการแปรสภาพบริษัทเอกชน พร้อมกับยื่นรายงานการประชุม หนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับที่ที่ประชุมตามมาตรา ๑๘๑ได้อนุมัติแล้ว ต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการประชุมตามมาตรา ๑๗๙และให้นำมาตรา ๓๙มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
- Section ๑๘๔
เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพเป็นบริษัทตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้บริษัทเอกชนเดิมหมดสภาพจากการเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และให้นายทะเบียน หมายเหตุไว้ในทะเบียน
- Section ๑๘๕
บริษัทเอกชนที่จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทแล้วย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของบริษัทเอกชนเดิมทั้งหมด หมวด ๑๖ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่
- Section ๑๘๖
ในการดำเนินการรับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนและ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง และให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือ นำบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำได้ตามความจำเป็น
- Section ๑๘๗
ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนถูกต้องและครบถ้วนแล้วให้นายทะเบียนรับจดทะเบียน แต่ถ้าปรากฏว่าคำขอจดทะเบียนมีรายการไม่ถูกต้อง หรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วน หรือรายการใดในคำขอ จดทะเบียนหรือเอกสารมีข้อความขัดต่อกฎหมาย ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนจัดการแก้ไขให้ถูกต้อง หรือจัดให้มีครบถ้วน หรือทำให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน เมื่อผู้ขอจดทะเบียนจัดการตามที่ได้รับแจ้งแล้ว ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียน เมื่อรับจดทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนประกาศรายการย่อแสดงข้อความที่รับจดทะเบียนไว้ใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อมีการประกาศข้อความตามวรรคสองแล้ว ให้ถือว่าบุคคลทั่วไปได้ทราบข้อความที่ประกาศ นับแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ให้แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลที่ไม่รับจดทะเบียน เป็นหนังสือให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยเร็ว ในการนี้ผู้ขอจดทะเบียนจะอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อ รัฐมนตรีภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่งก็ได้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
- Section ๑๘๘
ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจพบว่าบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งบริษัทยื่นตามมาตรา ๖๔ ไม่ถูกต้อง ให้มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บริษัทแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาอันสมควรตามที่นายทะเบียนกำหนด
- Section ๑๘๙
เมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียนว่ามีกรณีตามมาตรา ๑๕๕(๑) หรือ (๒) เกิดขึ้นกับ บริษัทใด ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้บริษัทแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
- Section ๑๙๐
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเข้าไปในสำนักงานและสถานที่ใดๆของบริษัทในระหว่างเวลาทำการของบริษัทเพื่อตรวจสอบเอกสารและ หลักฐานต่างๆที่บริษัทต้องจัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งมีอำนาจเรียกบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำด้วย ในการนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลดังกล่าว และให้บุคคลเหล่านั้นช่วยเหลือและอำนวย ความสะดวกให้ตามสมควร บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด หมวด ๑๗ บทกำหนดโทษ
- Section ๑๙๑
** บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑มาตรา ๒๕มาตรา ๓๑วรรคสองมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๘มาตรา ๕๑มาตรา ๕๕วรรคหนึ่งมาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๒วรรคสองมาตรา ๖๓วรรคสอง มาตรา ๖๔มาตรา ๖๕วรรคสามมาตรา ๑๐๘วรรคสองมาตรา ๑๒๗มาตรา ๑๓๓มาตรา ๑๓๘วรรคสอง มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๕วรรคสองมาตรา ๑๘๘หรือมาตรา ๑๘๙มีความผิดทางพินัยต้อง ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๑๙๒
** ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐วรรคสาม มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๑๙๓
ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๙๔
** ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗มีความผิดทางพินัยต้องชำระ ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนบาท
- Section ๑๙๕
** คณะกรรมการบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗วรรคสองมาตรา ๗๔มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๓วรรคสองมาตรา ๙๖วรรคสามมาตรา ๙๘วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๐มาตรา ๑๐๑มาตรา ๑๐๕ วรรคสามมาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๑๓มาตรา ๑๑๕วรรคสี่ มาตรา ๑๕๑หรือมาตรา ๑๘๓มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๑๙๖
** คณะกรรมการบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙มาตรา ๔๐มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๗หรือมาตรา ๑๘๒มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสี่หมื่นบาท
- Section ๑๙๗
คณะกรรมการบริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๙๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๕วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกิน สองแสนบาท
- Section ๑๙๙
** ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗วรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้อง ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาทหรือสองเท่าของมูลค่าหุ้นที่โอน สุดแต่จำนวนใดจะมากกว่า
- Section ๒๐๐
** บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๙๖วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา ๒๐๑** บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๖ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน ห้าหมื่นบาทหรือสองเท่าของมูลค่าหุ้นที่ถือหรือรับจำนำไว้ สุดแต่จำนวนใดจะมากกว่า
- Section ๒๐๒
** ประธานคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ได้รับมอบหมายผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๑ วรรคสองหรือมาตรา ๘๒มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
- Section ๒๐๓
** กรรมการบริษัทคนใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘หรือปฏิบัติตามแต่ไม่ครบถ้วนหรือ ไม่ตรงกับความจริง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๒๐๔
** กรรมการกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทผู้ใด กระทำการใดๆอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๙มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท หรือสองเท่าของจำนวนเงินที่ให้กู้ยืม สุดแต่จำนวนใดจะมากกว่า
- Section ๒๐๕
** บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๙มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย ไม่เกินสองแสนบาทและชำระค่าปรับเป็นพินัยรายวันอีกวันละสองพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
- Section ๒๐๖
** บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๐มาตรา ๑๑๑หรือมาตรา ๑๓๗มีความผิด ทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๒๐๗
** คณะกรรมการบริษัทใดแสดงรายการตามมาตรา ๑๑๔(๓) (๔)หรือ(๕)ไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงกับความจริง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๒๐๘
** บริษัทใดไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามคำสั่งของนายทะเบียนซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๓๒(๓) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท
- Section ๒๐๙
** ผู้ชำระบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖๐(๗)หรือมาตรา ๑๖๑มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
- Section ๒๑๐
** ผู้ชำระบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖๕มาตรา ๑๖๖มาตรา ๑๗๐วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๑๗๕มาตรา ๑๗๖วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๗๔วรรคสาม มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน สองหมื่นบาท
- Section ๒๑๑
** ผู้ชำระบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗๗มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับ เป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท
- Section ๒๑๒
ผู้ใดขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ตรวจสอบซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา ๑๓๐หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๙๐ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๑๓** ผู้ใดใช้ชื่อหรือยี่ห้อซึ่งมีอักษรไทยว่า “บริษัทมหาชนจำกัด”“บริษัท”หรือ“จำกัด (มหาชน)”หรือ“บมจ.”หรืออักษรต่างประเทศซึ่งมีความหมายดังกล่าวประกอบในจดหมายประกาศใบแจ้งความ ใบส่งของใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทโดยมิได้เป็นบริษัท เว้นแต่เป็นการใช้ในการ ขอจดทะเบียนเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท หรือในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือ ในหนังสือชี้ชวนให้ซื้อหุ้น มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท และชำระค่าปรับ เป็นพินัยอีกวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะเลิกใช้
- Section ๒๑๔
** กรรมการหรือผู้ชำระบัญชีของบริษัทใด โดยทุจริต แสดงออกซึ่งความเท็จหรือ ปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเรื่องฐานะการเงินของบริษัทนั้น มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท
- Section ๒๑๕
** บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทใดกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่บริษัทนั้น มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท
- Section ๒๑๖
บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทใดกระทำหรือยินยอมให้กระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑)ทำให้เสียหายทำลายเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือปลอมบัญชีเอกสารหรือหลักประกันของบริษัท หรือที่เกี่ยวกับบริษัท หรือ (๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัทหรือที่เกี่ยวกับบริษัท ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๒๑๗
ผู้ใดโฆษณาโดยอ้างถึงบุคคลตำแหน่งหน้าที่ บัญชี รายงานหรือกิจการอันเกี่ยวกับ บริษัทอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ หรือปกปิดข้อความอันเป็นสาระสำคัญ เพื่อ (๑) ลวงผู้มีส่วนได้เสียในบริษัทนั้นให้ขาดประโยชน์อันควรได้จากบริษัทนั้น หรือ (๒) จูงใจบุคคลให้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ ให้มอบหมายหรือให้ส่งทรัพย์สินให้แก่บริษัทนั้น หรือ ให้เข้าเป็นผู้ค้าประกันหรือให้ทรัพย์สินเป็นประกันบริษัทนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๒๑๘
** ผู้ใดเข้าร่วมในที่ประชุมจัดตั้งบริษัทหรือในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และลงคะแนนออก เสียงหรืองดลงคะแนนเสียงโดยลวงว่าตนเป็นผู้จองหุ้น ผู้ถือหุ้น หรือผู้มีสิทธิออกเสียงแทนผู้จองหุ้น หรือผู้ถือหุ้น มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท ผู้ใดให้อุปการะแก่การกระทำความผิดในวรรคหนึ่ง โดยส่งมอบเอกสารแสดงการจองหุ้นหรือ ใบหุ้นซึ่งได้ใช้เพื่อการดังกล่าวแล้ว มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยเช่นเดียวกัน มาตรา ๒๑๙** ผู้ใดโดยทุจริตกำหนดค่าทรัพย์สินหรือสิ่งที่นำมาชำระเป็นค่าหุ้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองเท่าของจำนวนที่สูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงนั้น
- Section ๒๒๐
ผู้ใดได้ล่วงรู้กิจการของบริษัทใดเนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัตินี้ อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยของบริษัทจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผย นอกจากตามอำนาจหน้าที่หรือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๒๒๑
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิดและถูกลงโทษตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้แทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือซึ่งมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย
- Section ๒๒๒
ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้กระทำความผิดและถูกลงโทษตามพระราชบัญญัตินี้กรรมการ ซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้น หรือซึ่งมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น ต้องรับโทษ ตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย ๐ มาตรา ๒๒๒/๑๒ บรรดาความผิ ดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว ให้อธิบดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้ เมื่อผู้กระทำความผิด ได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา*** ถ้าผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบหรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายใน เวลาที่กำหนดให้ดำเนินคดีต่อไป
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
- The agency’s publication page
- https://www.dbd.go.th/lawตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.dbd.go.th/storage/law/2df579cf-c01c-4d2a-9b61-9be7f0cd5e66.pdf47 pp.
- File checksum
- sha256:3b2428fa726aa60bbed8c8fb2188226cc7c75bcdb56a0493ee6ee8827fe4861bPulled at 2026-08-24T07:45:27.357Z
- Text extraction
- pdftotext -layoutPassed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness