ข้อ ๓ แผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการปิโตรเลียม
(๑) ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ให้ผู้รับสัญญาเสนอแผนงาน และงบประมาณสำหรับกิจการปิโตรเลียมในปีที่หนึ่ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ .................................... ถึงวันที่ ..๓๑../ธ.ค../.......... โดยแสดงรายการซึ่งจะดำเนินการในปีที่หนึ่ง เพื่อให้อธิบดีพิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มกิจการปิโตรเลียม ๓
(๒) ภายในวันที่๑๕กันยายนของทุกปี ผู้รับสัญญาต้องเสนอแผนงานและงบประมาณ สำหรับกิจการปิโตรเลียมในปีปฏิทินถัดไป เพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มกิจการ ปิโตรเลียมของปีนั้น ๆ
(๓) แผนงานและงบประมาณตาม(๑) และ(๒) ต้องจัดทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด และต้องแสดงเป็นรายกิจกรรม เช่น การสำรวจการพัฒนาและการผลิตโดยต้องระบุ (ก) รายละเอียดทุกด้านของกิจกรรมปิโตรเลียมที่เสนอจะดำเนินการในแต่ละไตรมาส (ข) ข้อมูลและข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ค) ประมาณการค่าใช้จ่าย (ง) ช่วงเวลาการดำเนินงานของแต่ละงานสำหรับแต่ละโครงการ (จ) ประมาณการอัตราการผลิตรายเดือนสำหรับแหล่งปิโตรเลียมแต่ละแหล่ง ในกรณีที่เป็นแผนงานสำหรับพื้นที่ผลิต (ฉ) แผนงานที่จ้างเหมาช่วง และการจัดหาสินค้าและบริการ (ช) มาตรการที่ผู้รับสัญญาจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน(๖) (ซ) กิจกรรมรายปีและประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาสี่ปีปฏิทินถัดไป หรือจนกระทั่งสัญญานี้สิ้นสุดลง แล้วแต่อันใดจะถึงก่อน
(๔) ผู้รับสัญญาจะประกอบกิจการปิโตรเลียมได้ต่อเมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบ แผนงานและงบประมาณที่เกี่ยวข้อง และได้แจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบ โดยการแจ้งดังกล่าวของอธิบดีนั้น จะแจ้ง (ก) ภายในสี่สิบห้าวันจากวันที่ได้รับแผนงานและงบประมาณปีที่หนึ่ง และ (ข) ภายในวันที่๑๕ธันวาคมของทุกปี ในส่วนที่เกี่ยวกับแผนงานและงบประมาณ ของปีปฏิทินถัดไป
(๕) ในช่วงระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม ผู้รับสัญญาจะต้องดำเนินกิจกรรมการสำรวจ ของตนในพื้นที่ตามสัญญาให้สำเร็จลุล่วงไป โดยมีรายละเอียดของข้อผูกพันด้านปริมาณงานและ ปริมาณเงินที่จะดำเนินการตามภาคผนวกง เมื่อสิ้นระยะเวลาสำรวจ หากผู้รับสัญญายังดำเนินงานตามข้อผูกพันขั้นต่า ไม่ครบถ้วน ผู้รับสัญญาจะต้องจ่ายเงินเทียบเท่ากับปริมาณงานที่ยังขาดอยู่ ให้แก่กรมภายในสามสิบวัน นับแต่วันสิ้นระยะเวลาสำรวจ ในกรณีที่ผู้รับสัญญาขอบอกเลิกสัญญาตามข้อ๑๕ก่อนสิ้นระยะเวลาสำรวจ หากผู้รับสัญญายังดำเนินงานตามข้อผูกพันขั้นต่าไม่ครบถ้วน ผู้รับสัญญาจะต้องจ่ายเงินเทียบเท่ากับ ปริมาณงานที่ยังขาดอยู่มาพร้อมกับหนังสือถึงรัฐมนตรีเพื่อขอบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๑๕
(๖) ในการดำเนินงานตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติใดๆผู้รับสัญญามีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้รับสัญญาต้องประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ทุกประการ และต้อง พัฒนาแหล่งปิโตรเลียมที่ค้นพบให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงาน ปิโตรเลียมที่ดี โดยผู้รับสัญญาจะพยายามผลิตปิโตรเลียมที่ค้นพบด้วยวิธีการผลิตที่ทันสมัยที่สุด อย่างเต็มกำลังความสามารถของตนตลอดอายุสัญญานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รับสัญญารับจะดำเนินการ ให้ถูกต้องตามหลักเทคนิคและวิศวกรรมที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ทรัพยากรปิโตรเลียมและ ในการดำเนินการอื่นๆตามที่ได้รับอนุญาตตามสัญญานี้ ๔ (ข) ผู้รับสัญญาต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ใช้วิธีประกอบกิจการใด ๆ ซึ่งขัดต่อสาธารณประโยชน์หรือกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจหรือประโยชน์สุขของประชาชน และในกรณีที่การประกอบกิจการปิโตรเลียมของผู้รับสัญญาก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณประโยชน์ หรือประชาชนผู้รับสัญญามีหน้าที่บำบัดปกป้องและแก้ไขความเสียหายนั้นโดยพลัน (ค) ผู้รับสัญญาต้องจ้างผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมตาม สัญญานี้ในตำแหน่งหน้าที่ระดับต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ตามคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้น อนึ่ง หากยังหาผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยที่มีความชำนาญงานเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่บางตำแหน่งมิได้ ผู้รับสัญญาจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะฝึกฝนผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยให้มีความชำนาญงานมากขึ้น จนเหมาะสมที่จะรับตำแหน่งต่างๆทุกระดับในกิจการปิโตรเลียมได้ภายในระยะเวลาอันสมควร (ง) ผู้รับสัญญาต้องใช้วิธีป้องกันที่จำเป็นเพื่อควบคุมการไหล และป้องกัน การรั่วซึมหรือสูญเสียปิโตรเลียมไปสู่ชั้นบรรยากาศหรือแหล่งน้าใดๆทั้งที่อยู่บนดินและ/หรือใต้ดิน ในพื้นที่ตามสัญญาหรือในบริเวณใกล้เคียง โดยสอดคล้องกับหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงาน ปิโตรเลียมที่ดี และโดยสอดคล้องกับกฎ ระเบียบ และมาตรฐานตามที่กรมจะกำหนดขึ้น
(๗) ผู้รับสัญญาต้องประกอบกิจการปิโตรเลียมให้สอดคล้องกับแผนงานที่ได้รับอนุมัติ และต้องไม่ระงับการกระทำกิจกรรมใดๆตามที่กำหนดไว้ในแผนงานที่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่จะได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดี ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือผิดปกติซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการโดยด่วน ให้ผู้รับสัญญาใช้วิธีดำเนินการใดๆที่เห็นว่าเหมาะสมหรือสมควรต่อการป้องกันชีวิต ทรัพย์สิน เครื่องมือ และผลประโยชน์ของกรมและผู้รับสัญญาได้