ข้อ ๔ การควบคุมดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
(๑) ในระหว่างอายุของสัญญานี้ กรมจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการสำรวจและผลิต ปิโตรเลียมตามสัญญานี้ และผู้รับสัญญาในฐานะผู้ดำเนินงานตามสัญญานี้ จะเป็นผู้รับผิดชอบการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งมีสิทธิที่จะจ้างและใช้ผู้รับจ้างเหมาช่วง ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ ๙ (๒)ผู้รับสัญญาต้องจัดให้มีการประชุมระหว่างผู้รับสัญญากับกรมอย่างน้อยปีละสองครั้ง โดยมีวาระเพื่อพิจารณาตรวจสอบ ทบทวนแก้ไขหรือปรับปรุงแผนงานและงบประมาณ พิจารณา ติดตามความก้าวหน้าของกิจการปิโตรเลียมภายใต้แผนงานและงบประมาณนั้น หรือเพื่อประชุม พิจารณาในเรื่องใดๆที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการปิโตรเลียม โดยผู้รับสัญญาจะแจ้งวาระและกำหนดการประชุม ให้กรมทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วันก่อนวันประชุม ในกรณีที่กรมพิจารณาเห็นสมควรให้มีการประชุมเพิ่มเติมจากที่ระบุในวรรคหนึ่ง กรมอาจแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบถึงวาระและกำหนดการประชุมและผู้รับสัญญาตกลงจะเข้าร่วมประชุม ตามที่กรมกำหนด
(๓) ผู้รับสัญญาจะต้อง (ก) จัดให้มีการบันทึกเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านเทคนิค งานบำรุงรักษา และการปฏิบัติงานทั้งหมดภายใต้สัญญานี้ โดยถูกต้องและครบถ้วน ๕ (ข) จัดส่งรายงานความคืบหน้าแต่ละเดือนครอบคลุมรายละเอียดของกิจกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการปิโตรเลียมให้แก่กรมภายในเดือนถัดไป (ค) ส่งมอบข้อมูลทั้งหมดตามที่กำหนดในภาคผนวก ค การรายงานผล การประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมถึงข้อมูลสารสนเทศผลการวิเคราะห์ การแปลความหมาย การศึกษาและรายงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการปิโตรเลียม ให้แก่กรมตามที่กรมแจ้งภายในระยะ เวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดเก็บและส่งมอบข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมกำหนด ผู้รับสัญญาสามารถเก็บรักษาข้อมูลต้นฉบับตามวรรคหนึ่งซึ่งจำเป็นต่อ การดำเนินงาน แต่ให้กรมสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลต้นฉบับดังกล่าวนั้นในเวลาใดๆก็ได้ และผู้รับสัญญาจะต้องส่งมอบข้อมูลนั้นให้แก่กรมทันทีที่กรมแจ้ง (๔)ให้ผู้รับสัญญาจัดให้มีและรายงานรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสำรวจผลิต เก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม และต้องรายงานปริมาณปิโตรเลียมที่เก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ เมื่อกรมร้องขอภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๕) กรมเป็นเจ้าของข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบ ข้อมูลที่วิเคราะห์แล้ว หรือข้อมูลที่แปลความหมายแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญา โดยข้อมูลดังกล่าวให้รวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่เพียงข้อมูลและรายงานด้านธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ การผลิต และวิศวกรรม ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และตัวอย่างที่ผู้รับสัญญาอาจเก็บหรือรวบรวมขึ้นมา ทั้งนี้ ผู้รับสัญญามีสิทธิใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ได้ ผู้รับสัญญาต้องส่งมอบสำเนาหรือคู่ฉบับของข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ ในรูปแบบใดให้แก่กรมตามที่กรมกำหนด ผู้รับสัญญาจะต้องไม่ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนข้อมูลใดๆต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่การเปิดเผยนั้น ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และจำเป็นต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับซึ่งมีผลใช้บังคับต่อผู้รับสัญญาหรือได้รับอนุญาตจากอธิบดี ทั้งนี้ บุคคลซึ่งได้รับ การเปิดเผยดังกล่าวต้องให้คำรับรองเป็นหนังสือแก่ผู้รับสัญญาว่าจะรักษาข้อมูลและข้อสนเทศทั้งหมด ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับและให้ผู้รับสัญญาส่งสำเนาคำรับรองนั้นให้แก่กรมด้วย เว้นแต่เป็นการได้รับการเปิดเผยจากการปฏิบัติตามกฎหมายกฎหรือข้อบังคับซึ่งมีผลใช้บังคับ ต่อผู้รับสัญญา ทั้งนี้ กรมตกลงที่จะไม่เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตาม (๓) (๔) หรือ
(๕) เมื่อผู้รับสัญญาแจ้งให้กรมทราบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความลับทางการค้าของผู้รับสัญญา หรือผู้รับสัญญา ไม่ประสงค์ให้กรมนำไปเปิดเผยหรือเผยแพร่ต่อผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้รับสัญญา
(๖) ผู้รับสัญญาต้องไม่นำหรือส่งออกข้อมูลต้นฉบับใดๆรวมทั้งตัวอย่างแท่งหิน ตัวอย่างเศษหินหรือตัวอย่างใดๆออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก) ข้อมูลใด ๆ ซึ่งไม่สามารถวิเคราะห์ จำแนก ประมวลผล หรือแปล ความหมายได้ในราชอาณาจักร อาจนำออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อวิเคราะห์ จำแนกประมวลผล หรือแปลความหมายได้ อย่างไรก็ตาม กรมอาจจัดให้มีการตรวจสอบข้อมูลนั้นก่อนการนำข้อมูลออก นอกราชอาณาจักรและเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานแล้ว ผู้รับสัญญาจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งผลมาเก็บรักษาไว้ที่ผู้รับสัญญาและแจ้งให้กรมทราบโดยพลัน ๖ (ข)การนำตัวอย่างแท่งหินตัวอย่างเศษหินหรือตัวอย่างใดๆออกนอกราชอาณาจักร จะต้องแจ้งเหตุผลและวัตถุประสงค์ของการนำออกนอกราชอาณาจักรรวมทั้งเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้วจะต้องจัดส่งรายงานผลการดำเนินการให้กรมทราบ และส่งคืนตัวอย่าง ที่เหลือให้กับกรมในทันทีที่สามารถกระทำได้หรือตามที่อธิบดีกำหนดเป็นอย่างอื่น
(๗) กรมและตัวแทนของกรมหรือผู้รับจ้างเหมารายอื่นของกรม มีสิทธิในการเข้าไป เพื่อดำเนินการใดๆรวมทั้งการวางท่อและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆภายในบริเวณพื้นที่ ตามสัญญาภายหลังจากที่ได้มีการหารือกับผู้รับสัญญาแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการนั้นๆจะต้องไม่ก่อ ผลกระทบต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการของผู้รับสัญญา
(๘) ผู้รับสัญญาจะต้องยินยอมให้กรม พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของกรม (ก) ตรวจสอบหลุมหลุมเจาะ สถานประกอบกิจการปิโตรเลียมอุปกรณ์ อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งดำเนินการโดยผู้รับสัญญาหรือผู้ดำเนินการแทน (ข) ตรวจตราตรวจสอบและพิสูจน์ความเที่ยงตรงของระบบการวัด อุปกรณ์ หรือเครื่องมือ น้าหนัก ข้อมูล ข้อมูลสารสนเทศ และบันทึกอื่น ๆ (ค) เข้าไปในพื้นที่ตามสัญญาในเวลาใดๆที่สมควร และสังเกตการณ์กิจการ ปิโตรเลียมเพื่อตรวจตราทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาหรือควบคุมของผู้รับสัญญา ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่ก่อผลกระทบต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม และความปลอดภัยในการประกอบกิจการของผู้รับสัญญา
(๙) เมื่อได้รับการร้องขอจากกรม ผู้รับสัญญาต้องให้ความร่วมมือกับกรมหรือ ผู้ได้รับสิทธิรายอื่น และ/หรือบริษัทอื่นๆในราชอาณาจักร ในการใช้สิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกหรืองานอื่นๆร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ปิโตรเลียม และ/หรือเพื่อประโยชน์ของการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญานี้ และ/หรือในพื้นที่อื่น ซึ่งกำลังดำเนินการสำรวจพัฒนาหรือผลิตอยู่ ทั้งนี้ กรมและผู้รับสัญญาต้องเห็นพ้องต้องกันว่าการให้ ความร่วมมือดังกล่าวมีความเหมาะสมในเชิงเศรษฐศาสตร์และเทคนิค โดยให้กิจกรรมใน
(๙) นี้ รวมเข้าไปในแผนงานและงบประมาณที่จะนำเสนอในปีถัดไป หรือให้อยู่ภายใต้บังคับของการแก้ไข ที่จะตกลงกันในส่วนที่เกี่ยวกับแผนงานและงบประมาณปัจจุบัน แล้วแต่กรณี
(๑๐) ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม หากมีความจำเป็นต้องมีการจัดหา ยื่นขอ ต่ออายุ และปฏิบัติตาม ใบอนุญาตหนังสือยินยอม และการอนุญาตของทางราชการหรือบุคคลที่สาม ให้ผู้รับสัญญาเป็นผู้ดำเนินการโดยให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดระบุรวมในแผนงานและงบประมาณ
(๑๑) ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร ผู้รับสัญญาต้องแจ้งเหตุผล วิธีการ และแผนงานต่ออธิบดีเพื่อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง และถ้าไม่ได้รับการคัดค้านจากอธิบดีภายในกำหนดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงดังกล่าว ผู้รับสัญญาจึงจะ ดำเนินการได้ ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร หรือก่อนดำเนินการเปลี่ยนสถานภาพของหลุมผู้รับสัญญาต้องแจ้งเหตุผลวิธีการ และแผนงาน ต่ออธิบดีเพื่อขออนุมัติ และเมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงดำเนินการได้ ในกรณีฉุกเฉิน ผู้รับสัญญาจะดำเนินการสละหลุมตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไปก่อนเพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยพลันถึงวิธีการ และแผนงานพร้อมทั้งเหตุผลที่ทำให้เป็นกรณีฉุกเฉิน และอธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมได้ ๗ (๑๒)ผู้รับสัญญาต้องรายงานวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งของอื่นๆที่ได้จากการสละหลุม ให้กรมทราบ (๑๓)ผู้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบในการรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายบรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการปิโตรเลียมใดๆโดยต้องปฏิบัติตาม บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง