ข้อ ๙ การจัดหาสินค้าและบริการ
(๑) ในการจัดหาสินค้าซึ่งรวมถึงสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกและบริการใดๆที่จำเป็นสำหรับการประกอบกิจการปิโตรเลียมภายใต้แผนงานตามข้อ ๓ ให้ผู้รับสัญญาจัดหาสินค้าและบริการที่เป็นไปตามมาตรฐานและราคาที่มีการแข่งขันโดยคำนึงถึงเหตุผล ความมีประสิทธิภาพทางเทคนิค และความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งให้นำหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ มาใช้ในการพิจารณาด้วย (ก) ในการจัดหาสินค้า ผู้รับสัญญาต้องให้สิทธิแก่สินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร หรือผู้ผลิตซึ่งมีสัญชาติไทย เป็นลำดับแรก (ข) ในการจัดหาบริการซึ่งรวมถึงการจัดหาบริการด้านการศึกษาวิจัยและค้นคว้า การจ้างที่ปรึกษา หรือการจ้างผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ ผู้รับสัญญาต้องให้สิทธิแก่ผู้ให้บริการซึ่งเป็น บุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยถือหุ้น เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด เป็นลำดับแรก
(๒) ในการขนส่งปิโตรเลียม เสบียง หรือสินค้าเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ ปิโตรเลียมระหว่างชายฝั่งกับแท่นขุดเจาะสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในทะเล ผู้รับสัญญาต้องใช้บริการ ขนส่งโดยเรือไทยหรือเรืออื่นซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกันกับเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี เว้นแต่ในกรณีที่ค่าบริการขนส่งโดยเรือดังกล่าวสูงกว่าอัตราตลาด ตามปกติ หรือในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขุดเจาะ สำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในทะเล และไม่สามารถจัดหาเรือไทยหรือเรืออื่นซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกันกับเรือไทย ที่ได้มาตรฐานเพื่อให้บริการขนส่งได้ทัน ผู้รับสัญญาจึงจะขนส่งปิโตรเลียม เสบียง หรือสินค้าโดยเรืออื่นที่ได้มาตรฐานได้ แต่ต้องแจ้งต่ออธิบดีถึงเหตุผลที่ต้องใช้เรืออื่นโดยพลันด้วย
(๓) ในการพัฒนาเพื่อผลิตปิโตรเลียมในทะเล ผู้รับสัญญาต้องพิจารณาจัดหาบริการ ก่อสร้างแท่นประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเลจากผู้ประกอบการภายในประเทศเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ตาม
(๑) ๑๑
(๔) ในการประชุมตามข้อ ๔(๒) แต่ละครั้ง หรือในระยะเวลาใดตามที่กรมร้องขอ ให้ผู้รับสัญญาสรุปผลการปฏิบัติและผลงานของผู้รับสัญญาและจัดส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า และบริการซึ่งได้จัดหาจริงทั้งจากแหล่งภายในและภายนอกราชอาณาจักร พร้อมทั้งเหตุผลประกอบ เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลของการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน (๑)
(๕) บรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สินและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญามีกรรมสิทธิ์อันเกิดจากการใช้งบประมาณที่ได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดีตามข้อ๓ให้ตกเป็นของรัฐ และให้ผู้รับสัญญาสามารถใช้ได้โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทน ในกรณีที่ผู้รับสัญญาไม่สามารถพบหลุมปิโตรเลียมที่มีสมรรถนะเชิงพาณิชย์ และไม่สามารถกำหนดพื้นที่ผลิตตามมาตรา ๔๒แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม จนเป็นเหตุให้สัญญา สิ้นสุดลง ให้บรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบ กิจการปิโตรเลียมดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับสัญญาเช่นเดิม
(๖) ผู้ รับสัญญามีหน้าที่รับผิดชอบในการบำรุงรักษา ต่อเติม ซ่อมแซม และเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบ กิจการปิโตรเลียม
(๗) ถ้ากรมรวมทั้งบุคคลที่สามรายใดซึ่งได้รับการมอบหมายโดยชอบจากกรม ประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ซึ่งตกเป็นของรัฐตาม
(๕) เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆให้สามารถกระทำได้หลังจากได้หารือกับผู้รับสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่า การใช้นั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียมของผู้รับ สัญญาภายในบริเวณพื้นที่ตามสัญญา
(๘) ผู้รับสัญญาต้องให้ผู้รับจ้างเหมาช่วงของตนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน (๑)
(๒) และ(๓) และให้ระบุเงื่อนไขดังกล่าวไว้ในสัญญาสำหรับการจัดหาทั้งปวง ทั้งนี้ ผู้รับสัญญา ต้องตรวจสอบให้ผู้รับจ้างเหมาช่วงของตนปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวด้วย
(๙) ให้ผู้รับสัญญาเก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับการซื้อ การเคลื่อนย้าย หรือการจำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สินใดๆตามที่ระบุไว้ใน
(๕) วรรคหนึ่ง ในแต่ละไตรมาสและพร้อมให้กรมตรวจสอบได้ ตลอดเวลา ทั้งนี้ การจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบล่วงหน้าจากอธิบดี
(๑๐) ผู้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบในการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใดๆรวมถึง สิ่งอำนวยความสะดวกหรือสิ่งติดตั้งที่ได้จากการรื้อถอน ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กรมและผู้รับ สัญญาได้ตกลงร่วมกัน เงินรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจ่ายโอนหลังจากหักค่าดำเนินการตามที่ได้ ตกลงร่วมกันแล้ว ผู้รับสัญญาจะต้องจัดส่งให้แก่กรมโดยครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ ชำระเงิน (๑๑)ผู้รับสัญญาอาจร่วมกับผู้รับสัญญาตามสัญญาอื่นหรือผู้รับสัมปทานอื่นภายใน ราชอาณาจักรในการบริหารจัดการวัสดุ อุปกรณ์และของใช้ที่อาจใช้ร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ ต่อการประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ โดยมีวิธีปฏิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน และมิได้เป็นการเลือกปฏิบัติ ต่อฝ่ายใด รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี ๑๒