This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๑

Other items in this volume

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุตมยญาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา อภิญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ปฐมภาณวาร - สัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ทุติยภาณวารขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัจฉิกาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ลักขณัตติกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทุกขสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมุทยสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มัคคสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สีลมยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมฐิติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัมมสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อุทยัพพยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาทีนวญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สังขารุเปกขาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค โคตรภูญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มรรคญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ผลญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิมุตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปัจจเวกขณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วัตถุนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โคจรนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จริยานานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภูมินานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณปัญจกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณัตตยานิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อรณวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปรินิพพานญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมสีสัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วีริยารัมภญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อัตถสันทัสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปเทสวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อิทธิวิธญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา เจโตปริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทิพจักขุญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาสวักขยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัจญาณจตุกทวยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาสยานุสยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัพพัญญุตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทิฐิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อานาปาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทรียกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิโมกขกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๖. คติกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๗. กรรมกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๘. วิปัลลาสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๙. มรรคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑๐. มัณฑเปยยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ยุคนัทธกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สัจจกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค โพชฌงคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค เมตตากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๕. วิราคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ปฏิสัมภิทากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๗. ธรรมจักรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๘. โลกุตรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค พลกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สุญญกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค มหาปัญญากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค อิทธิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๓. อภิสมยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค วิเวกกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๕. จริยากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๗. สมสีสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๘. สติปัฏฐานกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๙. วิปัสสนากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๑๐. มาติกากถา

Scripture

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทส

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation53 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๗๐. อรรถกถายมกปาฏิหีรญาณนิทเทส

[๒๘๔] พึงทราบวินิจฉัยในยมกปาฏิหีรญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า อสาธารณํ สาวเกหิ - ยมกปาฏิหาริย์ไม่ทั่วไป ด้วยสาวกทั้งหลาย.

ความว่า ในสาธารณญาณนิทเทสที่เหลือ ท่านไม่กล่าวไว้เพราะไม่มีโอกาสด้วยคำอื่น แต่ในนิทเทสนี้ พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้เพราะไม่มีคำอื่น.

บทว่า อุปริมกายโต - จากพระกายเบื้องบน คือจากพระสรีระเบื้องบนแห่งพระนาภี.

บทว่า อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ - ท่อไฟพุ่งออก คือเมื่อเข้าฌานเป็นบาทมีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ครั้นออกแล้วคำนึงว่า ขอเปลวไฟจงพุ่งออกจากกายเบื้องบน แล้วทำบริกรรม อธิฏฐานว่า ขอเปลวไฟจงพุ่งจากกายเบื้องบน ด้วยอภิญญาญาณ เปลวไฟจะพุ่งขึ้นจากกายเบื้องบนพร้อมกับอธิฏฐาน.

ในนิทเทสนี้ เปลวไฟนั้น ท่านกล่าวว่าขันธ์ เพราะอรรถว่าเป็นกอง.

บทว่า เหฏฺฐิมกายโต - จากพระกายเบื้องล่าง คือจากพระสรีระเบื้องล่างจากพระนาภี.

บทว่า อุทกธารา ปวตฺตติ - สายน้ำพุ่งออก คือเมื่อเข้าฌานเป็นบาทมีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ครั้นออกแล้วคำนึงว่า ขอสายน้ำจงพุ่งออกจากกายเบื้องล่างแล้วทำบริกรรม อธิฏฐานว่า ขอสายน้ำจงพุ่งออกจากกายเบื้องล่าง ด้วยอภิญญาญาณ สายน้ำจะพุ่งออกจากกายเบื้องล่างพร้อมกับอธิฏฐาน.

แม้ในบททั้งสอง ท่านกล่าวว่า พุ่งออกโดยไม่ขาดสาย. ภวังคจิต ๒ ดวงย่อมเป็นไปในระหว่างอธิฏฐานและการคำนึง เพราะฉะนั้นแหละ กองไฟและสายน้ำจึงพุ่งออกเป็นคู่ ไม่ปรากฏระหว่าง. ก็การกำหนดภวังคจิตไม่มีแก่สาวกเหล่าอื่น.

บทว่า ปุรตฺถิมกายโต- จากพระกายเบื้องหน้า คือจากข้างหน้า.

บทว่า ปจฺฉิมกายโต - จากพระกายเบื้องหลัง คือจากข้างหลัง.

บทมีอาทิว่า ทกฺขิณอกฺขิโต วามอกฺขิโต - จากพระเนตรเบื้องขวา จากพระเนตรเบื้องซ้าย เป็นปาฐะสมาส มิใช่ปาฐะอื่น.

ปาฐะว่า ทกฺขิณนาสิกาโสตโต วามนาสิกาโสตโต - จากพระนาสิกเบื้องขวา จากพระนาสิกเบื้องซ้ายดังนี้ เป็นปาฐะดี.

พระอาจารย์ทั้งหลายกล่าวทำเป็นรัสสะบ้าง.

ในบทว่า อํสกูฏโต - จากจะงอยพระอังสานี้ มีความดังนี้.

ชื่อว่ากูฏะ - จะงอย เพราะอรรถว่าสูงขึ้นดุจยอด. จะงอยคืออังสานั่นเอง ชื่อว่าอังสกูฏะ.

บทว่า องฺคุลงฺคุเลหิ คือ จากพระองคุลีๆ

บทว่า องฺคุลนฺตริกาหิ คือ จากระหว่างองคุลี.

บทว่า เอเกกโลมโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เอเกกโลมโต อุทกธารา ปวตฺตติ - ท่อไฟพุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ. สายน้ำพุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ.

ท่านอธิบายว่า ท่อไฟสายน้ำพุ่งออกเป็นคู่ๆ จากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ เพราะถือเอาพระโลมาทั้งหมดด้วยคำพูดซ้ำๆ. ในบทแม้ทั้งสอง.

แม้ในบทว่า โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตติ - ท่อไฟพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่งๆ. สายน้ำพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่งๆ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ในหลายๆ คัมภีร์ ท่านเขียนไว้ว่า ท่อไฟพุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ. สายน้ำพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่งๆ. ท่อไฟพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่งๆ. สายน้ำพุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ.

บทแม้นั้นก็ถูกต้อง. แต่ปาฐะก่อนดีกว่า เพราะแสดงความสุขุมยิ่งนักของปาฏิหาริย์.

บทว่า ฉนฺนํ วณฺณานํ - พระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายด้วยสามารถแห่งวรรณะ ๖. สัมพันธ์กันอย่างไร?

ท่านกล่าวถึงสรีราพยพ ด้วยบทไม่น้อยมีอาทิว่า อุปริมกายโต.

ด้วยเหตุนั้น การสัมพันธ์ด้วยสรีราพยพย่อมเป็นไปได้. ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า รัศมีทั้งหลายแห่งวรรณะ ๖ อันเป็นสรีราพยพ ย่อมพุ่งออกเป็นคู่ๆ ด้วยความสัมพันธ์ถ้อยคำ และด้วยอธิการแห่งยมกปาฏิหาริย์.

อนึ่ง ด้วยความสัมพันธ์แห่งฉัฏฐีวิภัตติ พึงปรารถนาปาฐะที่เหลือว่า รสฺมิโย เป็นแน่แท้. (คือให้เพิ่มบทว่า ฉนฺนํ วณฺณานํ รสฺมิโย).

บทว่า นีลานํ - สีเขียว คือ มีสีเหมือนดอกผักตบ.

บทว่า ปีตกานํ - สีเหลือง คือ มีสีเหมือนดอกกรรณิการ์.

บทว่า โลหิตกานํ - สีแดง คือ มีสีเหมือนแมลงค่อมทอง.

บทว่า โอทาตานํ - สีขาว คือ มีสีเหมือนดาวประกายพรึก.

บทว่า มญฺชิฏฺฐานํ - สีแสด คือ มีสีแดงอ่อน.

บทว่า ปภสฺสรานํ - สีเลื่อมประภัสสร คือ มีสีเลื่อมประภัสสรตามปกติ. สีเลื่อมประภัสสรแม้ไม่มีต่างกัน. เมื่อกล่าวถึงวรรณะ ๕ รัศมีใดๆ รุ่งเรือง รัศมีนั้นๆ เป็นประภัสสร.

จริงอย่างนั้น เมื่อพระตถาคตทรงทำยมกปาฏิหาริย์ รัศมีสีเขียวย่อมซ่านออกจากที่สีเขียวแห่งพระเกสา พระมัสสุและพระเนตร ด้วยกำลังแห่งยมกปาฏิหีรญาณนั่นแหละ, ด้วยอำนาจรัศมีสีเขียวท้องฟ้าย่อมเป็นดุจกระจายไปด้วยผงดอกอัญชัญ ดุจดาดาษไปด้วยกลีบดอกผักตบและดอกอุบลเขียว ดุจก้านตาลแก้วมณีล่วงลงมาและดุจแผ่นผ้าสีครามที่เขาขึงไว้.

รัศมีสีเหลืองย่อมซ่านออกจากพระฉวี และจากที่สีเหลืองแห่งพระเนตร, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีเหลือง ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจหรั่งออกซึ่งน้ำสีทองคำ ดุจคลี่ออกซึ่งแผ่นผ้าทองคำ และดุจเกลื่อนกล่นไปด้วยผงหญ้าฝรั่นและดอกกรรณิการ์.

รัศมีสีแดงย่อมซ่านออกจากพระมังสะแลพระโลหิตและจากที่สีแดงแห่งพระเนตร, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีแดง ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจย้อมด้วยผงชาด ดุจหรั่งออกซึ่งน้ำสีครั่งที่สุกปลั่ง ดุจวงด้วยผ้ากัมพลสีแดง และเกลื่อนกลาดไปด้วยดอกไม้สีแดง คือดอกชัยพฤกษ์ ดอกทองหลางและดอกชบา.

รัศมีสีขาวย่อมซ่านออกจากพระอัฐิ พระทนต์และจากที่สีแดงของพระเนตร, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีขาว ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจกระจัดกระจายด้วยสายน้ำนมอันไหลออกจากหม้อเงิน ดุจลาดเพดานด้วยแผ่นเงินไว้ ดุจก้านตาลเงินหล่นลงมาและดุจดาดาษด้วยดอกไม้ มีดอกมะลิวัลย์ ดอกโกมุท ดอกไม้ยางทราย ดอกมะลิและดอกมะลิซ้อน.

รัศมีสีแสดย่อมซ่านออกจากที่สีแดงอ่อน มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทเป็นต้น, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีแสด ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจวงไว้ด้วยตาข่ายแก้วประพาฬและดุจเกลื่อนกลาดด้วยจุณสำหรับอาบสีแดงและดอกคำ.

รัศมีสีเลื่อมประภัสสรย่อมซ่านออกจากที่สีเลื่อมประภัสสร มีพระอุณาโลม พระทาฐะและพระนขาเป็นต้น, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีเลื่อมประภัสสร ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจเต็มด้วยกลุ่มดาวประกายพรึกและเต็มด้วยเครื่องครอบด้วยสายฟ้าเป็นต้น.

ด้วยบทมีอาทิว่า ภควา จงฺกมติ - พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจงกรม ท่านกล่าวเพื่อแสดงว่า พระอิริยาบถต่างๆ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า และพระพุทธนิรมิตทั้งหลายย่อมมีด้วยยมกปาฏิหิรญาณเท่านั้น. เพราะพระอิริยาบถของพระพุทธนิรมิตเหล่านั้นย่อมเป็นไปเป็นคู่.

ผิถามว่า พระพุทธนิรมิตมีมาก เพราะเหตุไร จึงทำเป็นเอกวจนะว่า นิมฺมิโต เป็นต้นเล่า.

ตอบว่า เพื่อแสดงอิริยาบถต่างๆ ของพระพุทธนิรมิตองค์หนึ่งๆ ในบรรดาพระพุทธนิรมิตทั้งหลาย.

เมื่อกล่าวเป็นพหุวจนะ พระพุทธนิรมิตแม้ทั้งหมดก็เป็นเหมือนมีพระอิริยาบถต่างๆ กันในคราวเดียว. แต่เมื่อกล่าวเป็นเอกวจนะ ในบรรดาพระพุทธนิรมิตองค์หนึ่งๆ ย่อมปรากฏว่ามีพระอิริยาบถต่างๆ. เพราะฉะนั้น ท่านจึงแสดงเป็นเอกวจนะ.

แม้พระจูลบันถกเถระก็นิรมิตภิกษุมีอิริยาบถต่างๆ ตั้งพันรูป, การเว้นพระจูลบันถกเถระเสียแล้ว นิรมิตรูปต่างๆ ของพระสาวกเหล่าอื่นมีอิริยาบถต่างๆ ด้วยการคำนึงครั้งเดียว ย่อมไม่สำเร็จ. เพราะพระพุทธนิรมิตทั้งหลายย่อมมีฤทธิ์เช่นเดียวกัน เพราะมิได้กำหนดไว้. พระพุทธนิรมิตทั้งหลายย่อมทำสิ่งที่ผู้มีฤทธิ์ทำได้ในการยืน การนั่งเป็นต้นก็ดี ในการพูด การนิ่งเป็นต้นก็ดี. การทำไม่เหมือนกันและทำกิริยาต่างๆ กัน ย่อมสำเร็จด้วยการคำนึงต่างๆ กัน แล้วอธิฏฐานว่า พระพุทธนิรมิตประมาณเท่านี้จงเป็นเช่นนี้. พระพุทธนิรมิตประมาณเท่านี้จงทำสิ่งนี้.

ส่วนการนิรมิตหลายๆ อย่าง ย่อมสำเร็จแก่พระตถาคต ด้วยการคำนึงอธิฏฐานครั้งเดียวเท่านั้น.

พึงทราบในการนิรมิตท่อไฟและสายน้ำ และในการนิรมิตวรรณะต่างๆ ด้วยประการฉะนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ภควา จงฺกมติ คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจงกรมในอากาศหรือบนแผ่นดิน.

บทว่า นิมฺมิโต - ได้แก่ รูปพระพุทธเจ้าที่นิรมิตด้วยฤทธิ์.

แม้บทว่า ติฏฺฐติ วา - พระพุทธนิรมิตประทับยืนเป็นอาทิ ได้แก่ประทับยืนในอากาศหรือบนแผ่นดิน.

บทว่า กปฺเปติ - ย่อมสำเร็จ คือกระทำ.

แม้ในบทมีอาทิว่า ภควา ติฏฺฐติ - พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืน ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

จบอรรถกถายมกปาฏิหีรญาณนิทเทส -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทส · Volume 31