This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๑

Other items in this volume

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุตมยญาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา อภิญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ปฐมภาณวาร - สัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ทุติยภาณวารขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัจฉิกาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ลักขณัตติกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทุกขสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมุทยสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มัคคสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สีลมยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมฐิติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัมมสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อุทยัพพยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาทีนวญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สังขารุเปกขาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค โคตรภูญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มรรคญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ผลญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิมุตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปัจจเวกขณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วัตถุนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โคจรนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จริยานานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภูมินานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณปัญจกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณัตตยานิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อรณวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปรินิพพานญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมสีสัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วีริยารัมภญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อัตถสันทัสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปเทสวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อิทธิวิธญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา เจโตปริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทิพจักขุญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาสวักขยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัจญาณจตุกทวยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาสยานุสยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัพพัญญุตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทิฐิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อานาปาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทรียกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิโมกขกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๖. คติกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๗. กรรมกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๘. วิปัลลาสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๙. มรรคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑๐. มัณฑเปยยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ยุคนัทธกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สัจจกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค โพชฌงคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค เมตตากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๕. วิราคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ปฏิสัมภิทากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๗. ธรรมจักรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๘. โลกุตรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค พลกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สุญญกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค มหาปัญญากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค อิทธิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๓. อภิสมยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค วิเวกกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๕. จริยากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๗. สมสีสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๘. สติปัฏฐานกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๙. วิปัสสนากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๑๐. มาติกากถา

Scripture

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถา

อรรถกถาแปลไทย

60 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถาปาฏิหาริยกถา

บัดนี้จะพรรณนาตามความที่ยังไม่เคยพิจารณาแห่งปาฏิหาริยกถา อันมีพระสูตรเป็นเบื้องต้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์มีการพร่ำสอนประโยชน์แก่โลกเป็นที่สุด ในลำดับแห่งจริยากถาอันมีความประพฤติเป็นประโยชน์แก่โลกเป็นที่สุดครบแล้ว.

ในพระสูตรนั้นพึงทราบความดังต่อไปนี้ก่อน.

____________________________

องฺ. ติก. เล่ม ๒๐/ข้อ ๕๐๐

บทว่า ปาฏิหาริยานิ คือ ปาฏิหาริย์ด้วยการนำสิ่งเป็นข้าศึกออกไปคือนำกิเลสออกไป.

บทว่า อิทฺธิปาฏิหาริยํ อิทธิปาฏิหาริย์ชื่อว่าอิทธิ ด้วยความสำเร็จ ชื่อว่าปาฏิหาริยะ ด้วยการนำออกไป อิทธินั่นแหละเป็นปาฏิหาริยะ จึงชื่อว่าอิทธิปาฏิหาริย์.

ส่วนในปาฏิหาริย์นอกนี้ ชื่อว่าอาเทศนา ด้วยการดักใจ. ชื่อว่าอนุศาสนี ด้วยการพร่ำสอน.

บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

บทว่า อิธ คือ ในโลกนี้.

บทว่า เอกจฺโจ คือ บุรุษคนหนึ่ง.

อิทธิปาฏิหาริยนิเทศมีอรรถดังกล่าวไว้แล้วในหนหลัง.

บทว่า นิมิตฺเตน อาทิสติ ย่อมทายใจตามนิมิตคือย่อมกล่าวด้วยนิมิตที่มาแล้วด้วยนิมิตที่ไปแล้วหรือด้วยนิมิตแห่งจิต.

บทว่า เอวมฺปิ เต มโน ใจของท่านเป็นอย่างนี้ คือใจของท่านเป็นอย่างนี้มีโสมนัส มีโทมนัสหรือสัมปยุตด้วยกามวิตกเป็นต้น.

อปิศัพท์เป็นสัมบิณฑนัตถะ (มีความรวมกัน).

บทว่า อิตฺถมฺปิ เต มโน ใจของท่านเป็นประการนี้ คือแสดงประการต่างๆ ในจิตแม้อย่างหนึ่งๆ จากจิตมีโสมนัสเป็นต้น.

บทว่า อิติปิ เต จิตฺตํ จิตของท่านเป็นดังนี้ คือจิตของท่านแม้เป็นดังนี้. ความว่า จิตคิดถึงประโยชน์นี้ๆ เป็นไป.

บทว่า พหุญฺเจปิ อาทิสติ แม้ภิกษุนั้นทายใจเป็นอันมาก คือกล่าวแม้มากว่าจิตนี้ จิตนี้อื่นจากจิตได้มีแล้ว ย่อมมี จักมี.

บทว่า ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา การทายใจนั้นก็เป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างอื่น คือการทายใจก็เป็นเหมือนที่กล่าวทั้งหมด ไม่เป็นอย่างอื่น.

บทว่า น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ ภิกษุไม่ทายใจตามนิมิตเลยคือแม้รู้นิมิตอยู่ก็ไม่กล่าวตามนิมิตอย่างเดียว.

บทว่า อปิจ เป็นบทแสดงปริยายอื่นอีก.

บทว่า มนุสฺสานํ คือ แห่งมนุษยืผู้ยังจิตให้เกิด.

บทว่า อมนุสฺสานํ คือ ยักษ์ปิศาจเป็นต้นที่ได้ฟังแล้วหรือยังไม่ได้ฟัง.

บทว่า เทวตานํ คือ เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกาเป็นต้น.

บทว่า สทฺทํ สุตฺวา ฟังเสียงแล้ว คือฟังเสียงของผู้รู้จิตของคนอื่นแล้วกล่าว.

บทว่า ปน เป็นนิบาต ลงในความริเริ่มอีก.

บทว่า วิตกฺกยโต ของผู้วิตกคือของผู้ตรึกด้วยวิตกตามธรรมดา.

บทว่า วิจารยโต ของผู้ตรองด้วยวิจารสัมปยุตด้วยวิตกนั่นเอง.

บทว่า วิตกฺกวิจารสทฺทํ สุตฺวา ฟังเสียงวิตกวิจาร คือฟังเสียงละเมอของคนหลับคนประมาทบ่นพึมพำอันเกิดขึ้นด้วยกำลังของวิตก ย่อมทายมีอาทิว่าใจของท่านเป็นดังนี้ด้วยอำนาจแห่งเสียงที่เกิดขึ้นแก่ผู้วิตก.

บทว่า อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาธิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ท่านกล่าวแสดงความสามารถในการรู้จิตอันสงบปราศจากวิตกวิจารและกำเริบ แต่ไม่ต้องกล่าวในความรู้จิตที่เหลือ.

บทว่า เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ กำหนดใจด้วยใจย่อมรู้ เป็นการได้เจโตปริยญาณ.

บทว่า โภโต คือ ผู้เจริญ.

บทว่า มโนสงฺขารา ปณิหิตา ตั้งมโนสังขารไว้ คือตั้งจิตสังขารไว้.

บทว่า อมุนฺนาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสสติ จักตรึกถึงวิตกชื่อโน้น คือย่อมรู้ว่าจักตรึกจักประพฤติวิตกมีกุศลวิตกเป็นต้น.

อนึ่ง เมื่อรู้ย่อมรู้ด้วยการเข้าถึงย่อมรู้โดยส่วนเบื้องต้น ตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วรู้ ย่อมรู้ว่าภิกษุนั้นเริ่มกสิณภาวนายังปฐมฌานทุติยฌานเป็นต้นหรือยังสมาบัติ ๘ ให้เกิดด้วยอาการใด การบริกรรมกสิณนั้นแหละชื่อว่าย่อมรู้ด้วยการเข้าถึง เมื่อเริ่มปฐมวิปัสสนาย่อมรู้ ย่อมรู้ว่าภิกษุนั้นเริ่มวิปัสสนา ยังโสดาปัตติมรรคให้เกิด ฯลฯ หรือยังอรหัตมรรคให้เกิดด้วยอาการใด ชื่อว่าย่อมรู้โดยส่วนเบื้องต้น ย่อมรู้ว่ามโนสังขารตั้งอยู่แก่จิตนี้ ภิกษุจักตรึกถึงจิตชื่อนี้ในลำดับแห่งจิตชื่อนี้ หรือเมื่อภิกษุออกจากจิตนี้ สมาธิอันเป็นส่วนแห่งความเสื่อมจักมีจักให้สมาธิอันเป็นส่วนแห่งความตั้งอยู่ อันเป็นส่วนแห่งความวิเศษอันเป็นส่วนแห่งความทำลาย หรืออภิญญาด้วยอาการใด ชื่อว่าตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วรู้.

บทว่า พหุญฺเจปิ อาทิสติ ถึงแม้ภิกษุนั้นทายใจไว้เป็นอันมาก คือถึงแม้กล่าวไว้เป็นอันมากด้วยประเภท ๑๖ มีสราคะเป็นต้นเพราะทำเจโตปริยญาณให้เป็นอารมณ์แห่งจิตและเจตสิก พึงทราบว่ามิใช่ด้วยสามารถอย่างอื่น.

บทว่า ตเถว ตํ โหติ การทายใจนั้นก็เป็นอย่างนั้น คือการรู้โดยเจโตปริยญาณก็เป็นอย่างนั้นโดยส่วนเดียวไม่มีโดยประการอื่น.

บทว่า เอวํ วิตกฺเกถ จงตรึกอย่างนี้ คือจงตรึกยังเนกขัมมวิตกเป็นต้นไปอย่างนี้.

บทว่า มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ จงอย่าตรึกอย่างนี้ คือจงอย่าตรึกให้กามวิตกเป็นต้นเป็นไปอย่างนี้.

บทว่า เอวํ มนสิ กโรถ จงทำไว้ในใจอย่างนี้ คือจงทำไว้ในใจซึ่งอนิจจสัญญาหรือในทุกขสัญญาเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง.

บทว่า มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ จงอย่าตรึกอย่างนี้ คือจงอย่าตรึกให้กามวิตกเป็นต้นเป็นไปอย่างนี้.

บทว่า เอวํ มนสิ กโรถ จงทำไว้ในใจอย่างนี้ คือจงทำไว้ในใจซึ่งอนิจจสัญญาหรือในทุกขสัญญาเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง.

บทว่า มา เอวํ มนสากริตฺถ จงอย่าทำในใจอย่างนี้ คือจงอย่าทำในใจโดยนัยมีอาทิว่าเที่ยงเป็นต้นอย่างนี้.

บทว่า อิทํ ปชหถ จงละธรรมนี้คือจงละกามคุณ ๕ และราคะเป็นต้นนี้.

บทว่า อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถ จงเข้าถึงธรรมนี้อยู่เถิด คือจงบรรลุให้สำเร็จโลกุตรธรรมอันมีประเภทเป็นมรรค ๔ ผล ๔ นี้อยู่เถิด.

บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ เมื่อจะแสดงปริยายอื่นในอิทธิปาฏิหาริย์โดยวิเศษจึงกล่าวคำมีอาทิว่า เนกฺขมฺมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ ชื่อว่าอิทธิเพราะเนกขัมมะย่อมสำเร็จในบทเหล่านั้น.

บทว่า กามฉนฺทํ ปฏิหรติ เนกขัมมะย่อมกำจัดกามฉันทะได้ คือเนกขัมมะเป็นกำลังเฉพาะย่อมนำออกคือละกามฉันทะอันเป็นปฏิปักษ์ของตน เพราะเหตุนั้น เนกขัมมะนั่นแหละจึงชื่อว่าปาฏิหาริยะ.

บทว่า เย เตน เนกฺขมฺเมน สมนฺนาคตา ชนเหล่าใดประกอบด้วยเนกขัมมะนั้น คือบุคคลเหล่าใดประกอบด้วยเนกขัมมะนั้นนำกามฉันทะออกไปอย่างนี้ด้วยการได้เฉพาะ.

บทว่า วิสุทฺธจิตฺตา คือ มีจิตบริสุทธิ์เพราะไม่มีกามฉันทะ.

บทว่า อนาวิลสงฺกปฺปา มีความดำริไม่ขุ่นมัว คือมีความดำริในเนกขัมมะไม่ขุ่นมัวด้วยการดำริถึงกาม.

บทว่า อิติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ เพราะเหตุนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ คือเนกขัมมะเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์อย่างนี้ด้วยจิตเป็นอื่นเป็นกุศล ด้วยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอื่นหรือด้วยพระพุทธสาวกทั้งหลาย.

อีกอย่างหนึ่ง พึงประกอบทำอาเทสนศัพท์ ให้เป็นปาฐะที่เหลือ เพราะเหตุนั้น การทายใจอย่างนี้ชื่อว่าอาเทศนาปาฏิหาริยะ.

บทว่า เอวํ อาเสวิตพฺพํ พึงเสพอย่างนี้ คือพึงเสพด้วยประการนี้แต่ต้น

ใน ๓ บทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า ตทนุธมฺมตา สติ อุปฏฺฐาเปตพฺพา พึงตั้งสติเป็นธรรมดาตามสมควร คือพึงตั้งสติอันช่วยเนกขัมมะนั้นให้ยิ่งยวดใน บทว่า อิติ อนุสาสนีปฏิหาริยํ เพราะเหตุนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริยะนี้พึงทำการประกอบดุจด้วยการประกอบอาเทศนาปาฏิหาริยะ.

แม้ในพยาบาทเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน แต่ปาฐะท่านย่อฌานเป็นต้นแล้วเขียนแสดงอรหัตมรรคไว้ในที่สุด พึงทราบว่าท่านกล่าวบทมีอาทิว่า เอวํ อาเสวิตพฺโพ พึงเสพอย่างนี้ด้วยเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งมรรคเพราะเป็นไปในขณะจิตดวงเดียว.

จริงอยู่ พึงทราบว่า เมื่อยังมรรคให้เกิดด้วยวิปัสสนาอันเป็นวุฏฐานคามินีกล่าวคือโลกิยะมรรคอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งมรรค เมื่อทำอาเสวนะเป็นต้นแล้วแม้มรรคเกิดขึ้นด้วยวิปัสสนานั้นก็เป็นอันชื่อว่าเสพแล้ว เจริญแล้วทำให้มากแล้ว.

ฝ่ายอาจารย์ผู้เป็นสัพพัตถิกวาท (มีวาทะทุกอย่างมีประโยชน์) กล่าวว่ามรรคหนึ่งๆ มี ๑๖ ขณะ แต่การตั้งสติเป็นธรรมดาตามสมควรแก่มรรคนั้น ย่อมพยายามในส่วนเบื้องต้นเท่านั้น.

เพื่อแสดงความที่บทว่า อิทธิปาฏิหาริยํ เป็นกัมมธารยสมาสท่านจึงกล่าวบทมีอาทิว่า เนกฺขมมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ อีกครั้ง เมื่อท่านกล่าวความที่อิทธิปาฏิหาริยะเป็นสมาสใน ๓ ปาฏิหาริย์ ดังกล่าวแล้วในพระสูตรก็เป็นอันกล่าวถึงแม้ปาฏิหาริยะสองที่เหลือด้วย เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าท่านกล่าวอรรถแห่งสมาสของอิทธิปาฏิหาริย์อันเป็นบทต้นในปริยายนี้แล.

จบอรรถกถาปาฏิหาริยกถา -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถา · Volume 31