Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๗
กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ กามคุณกถา
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
อรรถกถากามคุณกถา ว่าด้วยกามคุณ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องกามคุณ.
ในเรื่องนั้น ในลัทธิของสกวาทีก่อน วัตถุกามก็ดี กิเลสกามก็ดี กามภพก็ดี ท่านเรียกว่ากามธาตุ.
จริงอยู่ ในบรรดากามเหล่านั้น วัตถุกามชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา. ชื่อว่าธาตุ เพราะอรรถว่าเป็นสภาวะ เป็นนิสสัตตะและเป็นสุญญตะ ฉะนั้น จึงชื่อว่ากามธาตุ กิเลสกามชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาด้วย เพราะอรรถว่าเป็นการชอบใจด้วย. ชื่อว่าธาตุ เพราะอรรถตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามธาตุ.
กามภพ ชื่อว่ากามเพราะเหตุ ๓ คือ เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าใคร ๑ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องก้าวไป ๑ เพราะอรรถว่าเป็นสถานที่เป็นไปแห่งวัตถุกาม ๑ ชื่อว่าธาตุเพราะอรรถตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามธาตุ.
ก็ในลัทธิของผู้อื่นถือเอากามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุ เพราะอาศัยสักแต่บาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ดังนี้. เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดนี้ดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลาย สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นต้นเพื่อท้วงซึ่งความที่กามคุณนั้นเป็นสภาพที่แตกต่างไปจากกามธาตุ คำตอบรับรองเป็นของปรวาทีด้วยสามารถแห่งลัทธิ.
คำว่า มีอยู่มิใช่หรือ เป็นต้น สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อแสดงถึงกิเลสกาม.
ในคำเหล่านั้น คำว่า ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้น ได้แก่ เกี่ยวพร้อมเฉพาะแล้วด้วยกามคุณ คือมีกามคุณเป็นอารมณ์.
ในคำทั้งหลายว่า ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น นี้ความว่า บรรดาธรรมทั้งหลายมีความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้นเป็นต้น มีอยู่ ท่านก็ไม่ควรกล่าวว่ากามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ.
อธิบายว่า ก็ธรรมทั้งหลายมีความพอใจเป็นต้นแม้เหล่านี้ ชื่อว่ากามด้วย ชื่อว่าธาตุด้วย เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา แม้เพราะเหตุนี้จึงชื่อว่ากามธาตุ ฉันทะเป็นต้นชื่อว่าธาตุ อันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นการชอบใจ แม้เพราะเหตุนี้ก็ชื่อว่า กามธาตุ.
คำว่า จักขุของมนุษย์ทั้งหลาย เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงถึงวัตถุกาม.
ในปัญหาเหล่านั้น ปรวาทีถูกถามว่า มโนของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุหรือ? อีก เพราะปฏิเสธซึ่งความที่อายตนะแม้ทั้ง ๖ ว่า ไม่เป็นกามธาตุเป็นแต่วัตถุกาม ทั้งไม่ตอบรับรองซึ่งความที่ใจนั้นว่า เป็นกามธาตุ เพราะหมายเอามหัคคตและโลกุตตรจิต.
อันที่จริง มโนที่เป็นไปในภูมิ ๒ แม้ทั้งหมดก็ชื่อว่ากามธาตุทั้งนั้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีจึงตำหนิปรวาทีนั้นด้วยการอ้างพระสูตร.
คำว่า กามคุณเป็นภพเป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงซึ่งความที่ภพเป็นกามธาตุ. แต่โวหารว่า ภพ ในคำสักว่ากามคุณย่อมไม่มี เหตุใด เพราะเหตุนั้น ปรวาทีจึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.
คำทั้งปวงว่า กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณ เป็นต้น สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อแสดงซึ่งความที่โวหารสักว่า กามคุณเป็นกามธาตุก็หาไม่. จริงอยู่ กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงซึ่งกามภพอันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่ากามธาตุมีอยู่ และสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดในกามภพนั่นแหละก็มีอยู่ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิด ย่อมแก่ ย่อมตาย ย่อมจุติและย่อมอุบัติในกามภพนั้น มิใช่ในกามคุณทั้งหลาย ดังนี้แล.
อรรถกถากามคุณกถา จบ. -----------------------------------------------------