This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๗

Other items in this volume

กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๑กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๒กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๓กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๔กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๕กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะที่ ๖กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา สุทธิกสังสันทนากถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา โอปัมมสังสันทนากถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา จตุกกนยสังสันทนากถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ลักขณยุตติกตากถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา วจนโสธนะกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ปัญญัตตานุโยคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา คติอนุโยคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา อุปาทาปัญญัตตานุโยคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา กัลยาณวรรคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา อภิญญานุโยคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ญาตกานุโยคกถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ปกิณณกะกถาวัตถุปกรณ์ ปริหานิกถากถาวัตถุปกรณ์ พรหมจริยกถากถาวัตถุปกรณ์ โอธิโสกถากถาวัตถุปกรณ์ ชหติกถากถาวัตถุปกรณ์ สัพพมัตถีติกถากถาวัตถุปกรณ์ อดีตขันธาติกถากถาวัตถุปกรณ์ เอกัจจมัตถีติกถากถาวัตถุปกรณ์ สติปัฏฐานกถากถาวัตถุปกรณ์ เหวัตถีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ ปรูปหารกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ อัญญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ วจีเภทกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ ทุกขาหารกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ จิตตฐิติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ กุกกุฬกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ อนุปุพพาภิสมยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ โวหารกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ นิโรธกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ พลกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ อริยันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ วิมุจจติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ วิมุจจมานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ อัฏฐมกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ อัฏฐมกัสส อินทริยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ ทิพพจักขุกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ ทิพพโสตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ ยถากัมมูปคตญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ สังวรกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ อสัญญกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ เนวสัญญานาสัญญายตนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ คิหิสส อรหาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ อุปปัตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ อนาสวกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ สมันนาคตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ อุเบกขาสมันนาคตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ โพธิยา พุทโธติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ ลักษณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ นิยาโมกกันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ สมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งกถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ สัพพสัญโญชนปหานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ วิมุตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ อเสกขญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ วิปรีตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ นิยามกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ ปฏิสัมภิทากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ สัมมติญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ จิตตารัมมณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ อนาคตญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ ปัจจุปปันนญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ ผลญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ นิยามกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ ปฏิจจสมุปปาทกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ สัจจกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ อารุปปกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ นิโรธสมาปัตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ อากาสกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ อากาโสสนิทัสสโนติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๖ อากาโสสนิทัสสโนติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ สังคหิตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ สัมปยุตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ เจตสิกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ ทานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ ปริโภคมยปุญญกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ อิโตทินนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ ปฐวีกัมมวิปาโกติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ ชรามรณวิปาโกติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ อริยธัมมวิปากกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ ฉคติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ อันตราภวกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ กามคุณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ กามกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ รูปธาตุกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ อรูปธาตุกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ รูปธาตุยา อายตนะกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ อรูเป รูปกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ รูปังกัมมันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ ชีวิตินทริยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ กัมมเหตุกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ อานิสังสกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ อมตารัมมณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ รูปังสารัมมณันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ อนุสยา อนารัมมณาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ ญาณัง อนารัมมณันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ อตีตารัมมณกถาากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ วิตักกานุปติตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ วิตักกวิปผารสัททกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ นยถาจิตตัสสวาจาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๙ อตีตานาคตปัจจุปปันนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ นิโรธกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ รูปังมัคโคติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ ปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ ปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ ปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ ทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ สีลัง อเจตสิกันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ สีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ สมาทานเหตุกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ วิญญัตติสีลันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๐ อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ติสโสปิ อนุสยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ อิทังทุกขันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ อิทธิพลกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ สมาธิกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ธัมมัฏฐิตตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ อนิจจตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สังวโรกัมมันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ กัมมกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สัทโทวิปาโกติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สฬายตนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สัตตักขัตตุปรมกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ โกลังโกลเอกวีชีกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ ชีวิตาโวโรปนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ ทุคคติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สัตตมภวิกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ กัปปัฏฐกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ กุสลจิตตปฏิลาภกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ อนันตราปยุตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ นิยตัสสนิยามกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ นีวุตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ สัมมุขีภูตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ สมาปันโน อัสสาเทติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ อสาตราคกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๓ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ กุสลากุสลปฏิสันทหนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ สฬายตนุปปัตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ อนันตรปัจจยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ อริยรูปกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ อัญโญ อนุสโยติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ ปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ ปริยาปันนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ อัพยากตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๔ อปริยาปันนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ปัจจยตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ อัญญมัญญปัจจยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ อัทธากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ขณลยมุหุตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ อาสวกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ชรามรณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ สัญญาเวทยิตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ สัญญาเวทยิตกถาที่ ๒กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ สัญญาเวทยิตกถาที่ ๓กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ อสัญญสัตตูปิกากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ กัมมูปจยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ นิคคหกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ ปัคคหกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ สุขานุปปทานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ อธิคัยหมนสิการกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปังเหตูติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปังสเหตุกันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปังกุสลากุสลันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปังกุสลากุสลันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ อัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ สัพพมิทัง กัมมโตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ อินทริยพัทธกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ ฐเปตวา อริยมัคคันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ ทักขิณาวิสุทธิกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ มนุสสโลกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ ธัมมเทสนากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ กรุณากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ คันธชาติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ เอกมัคคกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ ฌานสังกันติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ ฌานันตริกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ สมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ จักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ กิเลสชหนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ สุญญตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ สามัญญผลกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ ปัตติกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ ตถตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ กุสลกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ อัจจันตนิยามกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๙ อินทริยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ อสัญจิจจกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ ญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ นิรยปาลกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ ติรัจฉานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ มัคคกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๐ ญาณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ สาสนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ อวิวิตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ สัญโญชนกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ อิทธิกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ พุทธกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ สัพพทิสากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ ธรรมกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ กรรมกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ ปรินิพพานกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ กุสลจิตตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ อาเนญชกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ ธัมมาภิสมยกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ กถาทั้ง ๓กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ อัพยากตกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ อาเสวนปัจจยตากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๒ ขณิกกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๓ เอกาธิปปายกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๓ อรหันตวัณณกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๓ อิสสริยกามการิกากถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๓ ราคปฏิรูปกาทิกถากถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๓ อปรินิปผันนกถา

Scripture

กถาวัตถุปกรณ์ พรหมจริยกถา

อรรถกถาแปลไทย

23 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถาพรหมจริยกถา ว่าด้วยการประพฤติพรหมจรรย์

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องประพฤติพรหมจรรย์.

ในปัญหานั้น การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์มี ๒ อย่าง คือ การเจริญมรรค ๑. การบรรพชา ๑. การบรรพชา ย่อมไม่มีในเทพทั้งหลาย. เว้นอสัญญีสัตว์แล้ว การเจริญมรรค ท่านไม่ปฏิเสธในเทพทั้งหลายที่เหลือ.

ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจนิกายสมิติยะทั้งหลายผู้มีความเห็นผิด ไม่ปรารถนาการเจริญมรรคในเทพทั้งหลายที่สูงกว่าชั้นปรนิมมิตวสวัตตี คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดาหรือ คำรับรองเป็นของปรวาทีว่า ใช่ ด้วยสามารถแห่งลัทธิอันเกิดขึ้นแล้วว่า การประพฤติพรหมจรรย์แม้ทั้งสองไม่มีในเทพทั้งหลาย เพราะอาศัยพระสูตรนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีป ย่อมครอบงำมนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและเทพทั้งหลายชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ๓ อย่าง ฐานะ ๓ เป็นไฉน? ฐานะ ๓ คือ สุรา เป็นผู้กล้า ๑. สติมนฺโต มีสติ ๑. พฺรหฺมจริยวาโส การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธศาสนา ๑ ดังนี้.

คำถามของสกวาทีอีกว่า เทวดาทั้งหมดเป็นผู้เงอะงะด้วยสามารถแห่งธรรมอันเป็นอันตรายแก่การประพฤติพรหมจรรย์แม้ทั้ง ๒ หรือ? ในคำเหล่านั้น คำว่า ใช้ภาษาใบ้ ได้แก่ ผู้กล่าวด้วยมือและศีรษะเหมือนคนใบ้.

คำถามของปรวาทีข้างหน้าว่า การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? คำตอบรับรองของสกวาที หมายเอาการเจริญมรรค. คำซักถามด้วยสามารถแห่งบรรพชาเพราะไม่กำหนดประสงค์เอาคำตอบรับรอง เป็นของปรวาที. ในปัญหาว่า ในที่ใด ไม่มีการบรรพชา ที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ? คำปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เป็นของสกวาทีนั้นนั่นแหละ เพราะหมายเอาการได้เฉพาะซึ่งมรรคของคฤหัสถ์ทั้งหลาย และของเทพทั้งหลายบางพวก. ถูกถามซ้ำอีกสกวาทีนั้นนั่นแหละ ก็ตอบรับรอง หมายเอามนุษย์ผู้อยู่สุดเขตแดนซึ่งพระศาสนาไปไม่ถึง และอสัญญีสัตว์.

แม้ในคำถามทั้งหลาย มีคำเป็นต้นว่า ผู้ใดบรรพชา ก็นัยนี้เหมือนกัน.

แม้ในคำถามอีกว่า การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ? คำตอบรับรองว่ามีอยู่เป็นของสกวาที เพราะหมายเอาการเจริญมรรคเท่านั้น. ครั้นเมื่อปรวาทีซักว่า มีอยู่ในเทวดาทุกหมู่ หรือ? คำปฏิเสธเป็นของสกวาทีนั้นนั่นแหละ เพราะหมายเอาอสัญญีสัตว์ซึ่งประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้.

ปัญหาว่า การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์หรือ? คำตอบรับรอง หมายเอาชาวชมพูทวีปผู้เจริญ. บัณฑิตพึงทราบคำปฏิเสธเพราะหมายเอามนุษย์ผู้อยู่สุดเขตแดนซึ่งไม่มีความเจริญ.

ข้อว่า มีในที่ไหน ไม่มีที่ไหน? คำวิสัชนาเป็นของสกวาที โดยหัวข้อที่แยกคือสัตว์และประเทศอย่างนี้ว่า เทพเหล่านั้นมีอยู่ ณ ที่ใด หรือประเทศนั้นมีอยู่ ณ ที่ใด ดังนี้. โดยนัยนี้ บัณฑิตพึงทราบปัญหาทั้งปวงว่าเป็นเอกันตริกปัญหา คือเป็นปัญหาที่ถามสลับกัน.

ในการซักถามพระสูตรว่า ผลบังเกิดขึ้นในที่ไหน? เป็นคำถามของสกวาทีว่า การเกิดขึ้นแห่งอรหัตตผลของพระอนาคามีนั้น มี ณ ที่ไหน? คำตอบว่า ในหมู่เทวดานั้นแล. อธิบายว่า ในชั้นสุทธาวาสทั้งหลาย.

คำว่า หนฺท หิ เป็นนิบาต ลงในอรรถแห่งเหตุ. คำนี้ ท่านอธิบายไว้ว่า ก็เพราะพระอนาคามีบุคคลทำให้แจ้งซึ่งผลในสุทธาวาสเหล่านั้นด้วยมรรคที่ท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ มิได้เจริญมรรคอื่นในสุทธาวาสนั้น เพราะฉะนั้น การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ คือการบรรพชา ในเทพทั้งหลายจึงไม่มี.

บัดนี้ คำถามเปรียบเทียบว่า พระอนาคามี เป็นต้นอีกเป็นของสกวาที เพื่อแสดงเนื้อความนี้ว่า ถ้าการทำให้แจ้งซึ่งผลในที่อื่น ด้วยมรรคที่เคยอบรมแล้วในที่อื่นมีอยู่ เพราะฉะนั้นการทำให้แจ้งซึ่งผลด้วยมรรคที่เคยอบรมแล้วก็พึงมีแม้แก่พระโสดาบันเป็นต้น ดังนี้. การตอบรับรองการทำให้แจ้งซึ่งผลแห่งพระอนาคามีในปัญหานั้น แต่ปฏิเสธการทำให้แจ้งซึ่งผลแห่งพระอริยะที่เหลือ เป็นของพระปรวาที ก็ลัทธิของท่านว่าพระอนาคามีเว้นการเจริญมรรค ย่อมทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลได้ด้วยสามารถแห่งการอุบัติขึ้นนั่นแหละ เพราะพระบาลีว่า พระอนาคามีผู้มีมรรคอันอบรมแล้วในโลกนี้ ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ถึงความสำเร็จด้วยการละกิเลสในโลกนี้ (อิธวิหายนิฏฺโฐ) ก็ท่านเจริญอนาคามิมรรคในโลกนี้แล้วเคลื่อนจากโลกนี้ก็เป็นโอปปาติกะและปรินิพพานในเทวโลกเหล่านั้น ส่วนพระโสดาบันและพระสกทาคามีผู้ชื่อว่าอุปปาติกะมีอยู่ในเทวโลก เพราะยังมรรคให้เกิดในเทวโลกนั้นมีอยู่ แต่การมาสู่โลกนี้ของพระอริยะเหล่านั้น ย่อมไม่มีเลย ดังนี้ เมื่อถูกถามถึงการทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลแห่งพระอนาคามี ก็ตอบรับรอง แต่ปฏิเสธการทำให้แจ้งแห่งพระอริยะทั้งหลายนอกจากนี้.

ในปัญหาว่า พระอนาคามีบุคคลทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ? ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะขัดกับลัทธิว่า การเจริญมรรคของพระอนาคามีในเทวโลกไม่มี

คำถามว่า จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีกหรือ? เป็นของสกวาที คำรับรองเป็นของปรวาที เพราะหมายเอารูปาวจรมรรค.

จริงอยู่ พระอนาคามีนั้นชื่อว่า ผู้ถึงความสำเร็จด้วยการละกิเลสในโลกนี้ เป็นผู้เกิดขึ้นแล้วในเทวโลกด้วยรูปาวจรมรรค.

ในปัญหาว่า พระอนาคามีบุคคลมีกรณียกิจอันทำแล้ว ปรวาทีตอบรับรองว่า ใช่ หมายเอาภาวะมีกรณียกิจอันพระอนาคามีนั้นทำแล้วด้วยการอุบัติเป็นต้น เพราะถือเอาพระบาลีว่า พระอนาคามีผู้เป็นโอปปาติกะปรินิพพานแล้วในเทวโลกเหล่านั้น.

ในปัญหาว่า "พระอนาคามีผุดเกิดเป็นพระอรหันต์หรือ" ปรวาทีตอบปฏิเสธด้วยสามารถแห่งพระอรหันต์ผู้ปรินิพพานในโลกนี้. ถูกถามอีกว่า พระอนาคามีผุดเกิดเป็นพระอรหันต์หรือ ก็ตอบรับรองว่า ใช่ ด้วยสามารถแห่งพระอรหันต์ผู้ปรินิพพานแล้วในเทวโลกเหล่านั้น.

แม้ในคำทั้งหลายมีคำว่า พระอรหันต์มีภพใหม่หรือ? เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความด้วยสามารถแห่งพระอรหันต์ทั้งหลายที่ปรินิพพานแล้วในเทวโลกนั้น หรือผู้ปรินิพพานแล้วในโลกนี้นั่นแหละ.

ถูกสกวาทีถามว่า เป็นผู้มีอกุปปธรรมอันไม่แทงตลอดแล้ว ปรินิพพานในหมู่เทวดานั้นหรือ เมื่อปรวาทีไม่ปรารถนาการแทงตลอดอกุปปธรรมของพระอรหันต์ ด้วยมรรคที่อบรมแล้วในโลกนี้นั่นแหละจึงตอบปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.

อุทาหรณ์แรกว่า เหมือนเนื้อที่ถูกยิงด้วยลูกศร เป็นคำอุปมาของปรวาที อุทาหรณ์ที่ ๒ เป็นของสกวาที.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นนั่นแล.

อรรถกถาพรหมจริยกถา จบ. -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร