This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

Other items in this volume

๑. นกุลปิตาสูตร๒. เทวทหสูตร๓. หลิททิกานิสูตร ที่ ๑๔. หลิททิกานิสูตร ที่ ๒๕. สมาธิสูตร๖. ปฏิสัลลานสูตร๗. อุปาทานปริตัสสนาสูตร ที่ ๑๘. อุปาทานปริตัสสนาสูตร ที่ ๒๙. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๑๐. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๑๑. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๑. อนิจจสูตร๒. ทุกขสูตร ที่ ๑๓. อนัตตสูตร ที่ ๑๔. อนิจจสูตร ที่ ๒๕. ทุกขสูตร ที่ ๒๖. อนัตตสูตร ที่ ๒๗. อนิจจเหตุสูตร๘. ทุกขเหตุสูตร๙. อนัตตเหตุสูตร๑๐. อานันทสูตร๑. ภารสูตร๒. ปริญญาสูตร๓. ปริชานสูตร๔. ฉันทราคสูตร๕. อัสสาทสูตร ที่ ๑๖. อัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อัสสาทสูตร ที่ ๓๘. อภินันทนสูตร๙. อุปปาทสูตร๑๐. อฆมูลสูตร๑๑. ปภังคสูตร๑. นตุมหากสูตร ที่ ๑๒. นตุมหากสูตร ที่ ๒๓. ภิกขุสูตร ที่ ๑๔. ภิกขุสูตร ที่ ๒๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. อนุธัมมสูตร ที่ ๑๘. อนุธัมมสูตร ที่ ๒๙. อนุธัมมสูตร ที่ ๓๑๐. อนุธัมมสูตร ที่ ๔๑. อัตตทีปสูตร๒. ปฏิปทาสูตร๓. อนิจจสูตร ที่ ๑๔. อนิจจสูตร ที่ ๒๕. สมนุปัสสนาสูตร๖. ปัญจขันธสูตร๗. โสณสูตร ที่ ๑๘. โสณสูตร ที่ ๒๙. นันทิขยสูตร ที่ ๑๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒๑. อุปายสูตร๒. พีชสูตร๓. อุทานสูตร๔. ปริวัฏฏสูตร๕. สัตตัฏฐานสูตร๖. พุทธสูตร๗. ปัญจวัคคิยสูตร๘. มหาลิสูตร๙. อาทิตตสูตร๑๐. นิรุตติปถสูตร๑. อุปาทิยสูตร๒. มัญญมานสูตร๓. อภินันทมานสูตร๔. อนิจจสูตร๕. ทุกขสูตร๖. อนัตตสูตร๗. อนัตตนิยสูตร๘. รชนิยสัณฐิตสูตร๙. ราธสูตร๑๐. สุราธสูตร๑. อัสสาทสูตร๒. สมุทยสูตร ที่ ๑๓. สมุทยสูตร ที่ ๒๔. อรหันตสูตร ที่ ๑๕. อรหันตสูตร ที่ ๒๖. สีหสูตร๗. ขัชชนิยสูตร๘. ปิณโฑลยสูตร๙. ปาลิเลยยสูตร๑๐. ปุณณมสูตร๑. อานันทสูตร๒. ติสสสูตร๓. ยมกสูตร๔. อนุราธสูตร๕. วักกลิสูตร๖. อัสสชิสูตร๗. เขมกสูตร๘. ฉันนสูตร๙. ราหุลสูตร ที่ ๑๑๐. ราหุลสูตร ที่ ๒๑. นทีสูตร๒. ปุปผสูตร๓. เผณปิณฑสูตร๔. โคมยสูตร๕. นขสิขสูตร๖. สามุททกสูตร๗. คัททูลสูตร ที่ ๑๘. คัททูลสูตร ที่ ๒๙. นาวาสูตร๑๐. สัญญาสูตร๑. อันตสูตร๒. ทุกขสูตร๓. สักกายสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณสูตร ที่ ๑๖. สมณสูตร ที่ ๒๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทปหีนสูตร ที่ ๑๑๐. ฉันทปหีนสูตร ที่ ๒๑. อวิชชาสูตร๒. วิชชาสูตร๓. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๑๔. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๒๕. พันธนสูตร๖. ปริมุจจิตสูตร ที่ ๑๗. ปริมุจจิตสูตร ที่ ๒๘. สังโยชนสูตร๙. อุปาทานสูตร๑๐. สีลสูตร๑๑. สุตวาสูตร๑๒. กัปปสูตร ที่ ๑๑๓. กัปปสูตร ที่ ๒๑. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๑๒. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๒๓. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๓๔. อัสสาทสูตร ที่ ๑๕. อัสสาทสูตร ที่ ๒๖. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๑๗. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๒๘. โกฏฐิตสูตร ที่ ๑๙. โกฏฐิตสูตร ที่ ๒๑๐. โกฏฐิตสูตร ที่ ๓๑. กุกกุฬสูตร๒. อนิจจสูตร ที่ ๑๓. อนิจจสูตร ที่ ๒๔. อนิจจสูตร ที่ ๓๕. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๖. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๗. ทุกขสูตร ที่ ๓๘. อนัตตสูตร ที่ ๑๙. อนัตตสูตร ที่ ๒๑๐. อนัตตสูตร ที่ ๓๑๑. กุลปุตตสูตร ที่ ๑๑๒. กุลปุตตสูตร ที่ ๒๑๓. กุลปุตตสูตร ที่ ๓๑๔. กุลปุตตสูตร ที่ ๔๑. อัชฌัตติกสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. เอโสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. มิจฉาทิฏฐิสูตร๖. สักกายทิฏฐิสูตร๗. อัตตานุทิฏฐิสูตร๘. อภินิเวสสูตร ที่ ๑๙. อภินิเวสสูตร ที่ ๒๑๐. อานันทสูตร๑. มารสูตร๒. สัตตสูตร๓. ภวเนตติสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๖. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๑๐. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. นวาตสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. โสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. นัตถิทินนสูตร๖. กโรโตสูตร๗. เหตุสูตร๘. มหาทิฏฐิสูตร๙. สัสสตทิฏฐิสูตร๑๐. อสัสสตทิฏฐิสูตร๑๑. อันตวาสูตร๑๒. อนันตวาสูตร๑๓. ตังชีวังตังสรีรังสูตร๑๔. อัญญังชีวังอัญญังสรีรังสูตร๑๕. โหติตถาคตสูตร๑๖. นโหติตถาคตสูตร๑๗. โหติจนโหติตถาคตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติตถาคตสูตร๑. นวาตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติตถาคตสูตร๑๙. รูปีอัตตาสูตร๒๐. อรูปีอัตตาสูตร๒๑. รูปีจอรูปีจอัตตาสูตร๒๒. เนวรูปีนารูปีอัตตาสูตร๒๓. เอกันตสุขีอัตตาสูตร๒๔. เอกันตทุกขีอัตตาสูตร๒๕. สุขทุกขีอัตตาสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. ผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. ผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. วิเวกสูตร๒. อวิตักกสูตร๓. ปีติสูตร๔. อุเปกขาสูตร๕. อากาสสูตร๖. วิญญาณสูตร๗. อากิญจัญญายตนสูตร๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร๙. นิโรธสูตร๑๐. สูจิมุขีสูตร๑. สุทธกสูตร๒. ปณีตตรสูตร๓. อุโปสถสูตร ที่ ๑๔. อุโปสถสูตร ที่ ๒๕. อุโปสถสูตร ที่ ๓๖. อุโปสถสูตร ที่ ๔๗. สุตสูตร ที่ ๑๘. สุตสูตร ที่ ๒๙. สุตสูตร ที่ ๓๑๐. สุตสูตร ที่ ๔๑๑-๒๐. อัณฑชทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๒๑-๕๐. ชลาพุชาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๓๐๑. สุทธกสูตร๒. หรติสูตร๓. ทวยการีสูตร ที่ ๑๔-๖. ทวยการีสูตร ที่ ๒-๔๗-๑๖. อัณฑชทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๑๗-๔๖. ชลาพุชาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๓๐๑. สุทธกสูตร๒. สุจริตสูตร๓. มูลคันธทาตาสูตร๔-๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ที่ ๑-๙๑๓-๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๙๐๑. เทสนาสูตร๒. สุจริตสูตร๓-๑๒. สีตวลาหกทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๑๓-๕๒. อุณหวลาหกทานูปการาทิสูตร ที่ ๑-๕๐๕๓. สีตวลาหกสูตร๕๔. อุณหวลาหกสูตร๕๕. อัพภวลาหกสูตร๕๖. วาตวลาหกสูตร๕๗. วัสสวลาหกสูตร๑. รูปอัญญาณสูตร๒. เวทนาอัญญาณสูตร๓. สัญญาณอัญญาณสูตร๔. สังขารอัญญาณสูตร๕. วิญญาณอัญญาณสูตร๖-๑๐. รูป-วิญญาณ อทัสสนาทิสูตร๑๑-๑๕. รูป-วิญญาณ อนภิสมยาทิสูตร๑๖-๒๐. รูป-วิญญาณ อนนุโพธาทิสูตร๒๑-๒๕. รูป-วิญญาณ อัปปฏิเวธาทิสูตร๒๖-๓๐. รูป-วิญญาณ อสัลลักขณาทิสูตร๓๑-๓๕. รูป-วิญญาณ อนุปลักขณาทิสูตร๓๖-๔๐. รูป-วิญญาณ อสมเปกขณาทิสูตร๔๑-๔๕. รูป-วิญญาณ อัปปัจจเวกขณาทิสูตร๔๖-๕๐. รูป-วิญญาณ อัปปัจจุปลักขณาทิสูตร๕๑-๕๔. รูป-สังขาร อัปปัจจักขกัมมาทิสูตร๕๕. วิญญาณอัปปัจจักขกัมมสูตร๑. สมาธิสมาปัตติสูตร๒. ฐิติสูตร๓. วุฏฐานสูตร๔. กัลลิตสูตร๕. อารัมมณสูตร๖. โคจรสูตร๗. อภินีหารสูตร๘. สักกัจจการีสูตร๙. สาตัจจการีสูตร๑๐. สัปปายการีสูตร

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๖. อัสสชิสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๒๒๒–๒๒๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค3 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๖. อัสสชิสูตร ว่าด้วยความเป็นอนิจจังแห่งเวทนา

Item ๒๒๒Commentary

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทก- นิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อสฺสชิ กสฺสปการาเม วิหรติ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข อายสฺมา อสฺสชิ อุปฏฺฐาเก อามนฺเตสิ เอถ ตุเมฺห อาวุโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมถ อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทถ อสฺสชิ ภนฺเต ภิกฺขุ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ เอวญฺจ วเทถ สาธุ กิร ภนฺเต ภควา เยน อสฺสชิ ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ เอวมาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อสฺสชิสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อสฺสชิ ภนฺเต ภิกฺขุ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทติ เอวญฺจ วเทติ สาธุ กิร ภนฺเต ภควา เยน อสฺสชิ ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวา- *ปสถาน ใกล้พระนครราชคฤห์. ก็สมัยนั้นแล ท่านพระอัสสชิอาพาธ เป็นไข้หนัก ได้รับทุกข- *เวทนา พักอยู่ที่อารามของกัสสปเศรษฐี. ครั้งนั้น ท่านพระอัสสชิเรียกภิกษุผู้อุปัฏฐากทั้งหลาย มาแล้วกล่าวว่า มาเถิดอาวุโสทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ จงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ตามคำของเราว่า พระเจ้าข้า อัสสชิ- *ภิกษุอาพาธ เป็นไข้หนัก ได้รับทุกขเวทนา และท่านทั้งหลายจงทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคทรงอาศัยความอนุเคราะห์ เสด็จเข้าไปหา อัสสชิภิกษุถึงที่อยู่เถิด. ภิกษุเหล่านั้น รับคำท่านอัสสชิแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้นแล้ว ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า พระเจ้าข้า อัสสชิภิกษุ อาพาธ เป็นไข้หนัก ได้รับทุกขเวทนา ท่าน ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วย เศียรเกล้า และสั่งมากราบทูลว่า พระเจ้าข้า ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคทรงอาศัยความอนุเคราะห์ เสด็จเข้าไปหาอัสสชิ ภิกษุถึงที่อยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคทรงรับอาราธนาโดยดุษณีภาพ.

Item ๒๒๓

อถ โข ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อสฺสชิ ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน มญฺจเก สมญฺโจปิ ฯ อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ เอตทโวจ อลํ อสฺสชิ มา ตฺวํ มญฺจเก สมญฺโจปิ สนฺตีมานิ อาสนานิ ปญฺญตฺตานิ ตตฺถาหํ นิสีทิสฺสามีติ ฯ นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน ฯ นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ เอตทโวจ กจฺจิ เต อสฺสชิ ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ ฯเปฯ ปฏิกฺกโม สานํ ปญฺญายติ โน อภิกฺกโมติ ฯ {๒๒๓.๑} น เม ภนฺเต ขมนียํ น ยาปนียํ ฯเปฯ อภิกฺกโม สานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ กจฺจิ เต อสฺสชิ น กิญฺจิ กุกฺกุจฺจํ น โกจิ วิปฺปฏิสาโรติ ฯ ตคฺฆ เม ภนฺเต อนปฺปกํ กุกฺกุจฺจํ อนปฺปโก วิปฺปฏิสาโรติ ฯ กจฺจิ ปน ตํ อสฺสชิ อตฺตา สีลโต น อุปวทตีติ ฯ น โข มํ ภนฺเต อตฺตา สีลโต อุปวทตีติ ฯ โน เจ กิร ตํ อสฺสชิ อตฺตา สีลโต อุปวทติ อถ กิญฺจ เต กุกฺกุจฺจํ โก จ วิปฺปฏิสาโรติ ฯ ปุพฺเพ ขฺวาหํ ภนฺเต เคลญฺเญ ปสฺสมฺเภตฺวา กายสงฺขาเร วิหรามิ โสหํ สมาธึ น ปฏิลภามิ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต ตํ สมาธึ อปฺปฏิลภโต เอวํ โหติ โน จ ขฺวาหํ ปริหายามีติ ฯ เย เต อสฺสชิ สมณพฺราหฺมณา สมาธิสารกา สมาธิสามญฺญา เตสนฺตํ สมาธึ อปฺปฏิลภตํ เอวํ โหติ โน จสฺสุ มยํ ปริหายามาติ ฯ {๒๒๓.๒} ตํ กึ มญฺญสิ อสฺสชิ รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ ภนฺเต ฯเปฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ ภนฺเต ฯ ตสฺมา ติห ฯเปฯ เอวํ ปสฺสํ ฯเปฯ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ ฯ โส สุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สา อนิจฺจาติ ปชานาติ อนชฺโฌสิตาติ ปชานาติ อนภินนฺทิตาติ ปชานาติ ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สา อนิจฺจาติ ปชานาติ อนชฺโฌสิตาติ ปชานาติ อนภินนฺทิตาติ ปชานาติ อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สา อนิจฺจาติ ฯเปฯ อนภินนฺทิตาติ ปชานาติ ฯ โส สุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ สา อนิจฺจาติ ปชานาติ ฯเปฯ อนภินนฺทิตาติ ปชานาติ ฯ โส กายปริยนฺติกญฺเจ เวทนํ เวทยมาโน กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามีติ ปชานาติ ชีวิตปริยนฺติกญฺเจ เวทนํ เวทยมาโน ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามีติ ปชานาติ กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีติภวิสฺสนฺตีติ ปชานาติ ฯ

ครั้งนั้นแล เป็นเวลาเย็น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่พักผ่อนแล้ว เสด็จเข้าไปหาท่านพระอัสสชิถึงที่อยู่ ท่านพระอัสสชิได้แลเห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล ครั้นเห็นแล้ว ก็ลุกขึ้นจากเตียง. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอัสสชิว่า อย่าเลย อัสสชิ เธออย่าลุกจากเตียงเลย อาสนะเหล่านี้ ที่เขาปูลาดไว้มีอยู่ เราจะนั่งที่อาสนะนั้น. พระผู้มีพระภาค ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้. ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามท่านพระอัสสชิว่า ดูกรอัสสชิ เธอพอทนได้หรือ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ ฯลฯ ทุกขเวทนานั้นปรากฏว่า ทุเลาลง ไม่กำเริบขึ้นหรือ? ท่านพระอัสสชิกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ ทนไม่ไหว ไม่สามารถจะยังอัตภาพให้เป็นไปได้ ฯลฯ ทุกขเวทนานั้นปรากฏว่า กำเริบขึ้น ไม่ทุเลาลงเลย. พ. ดูกรอัสสชิ เธอไม่มีความรำคาญ ไม่มีความเดือดร้อนอะไรบ้างหรือ? อ. พระเจ้าข้า แท้ที่จริง ข้าพระองค์มีความรำคาญไม่น้อย มีความเดือดร้อนอยู่ไม่น้อย เลย. พ. ดูกรอัสสชิ ก็ตัวเธอเองไม่ติเตียนตนเองได้โดยศีลบ้างหรือ? อ. พระเจ้าข้า ตัวข้าพระองค์เองจะติเตียนข้าพระองค์เองได้โดยศีลก็หาไม่. พ. ดูกรอัสสชิ ถ้าหากว่า ตัวเธอเองติเตียนตนเองโดยศีลไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอ จะมีความรำคาญและความเดือดร้อนอะไร? อ. พระเจ้าข้า ครั้งก่อน ข้าพระองค์ระงับกายสังขาร (ลมหายใจเข้าออก) ได้อย่าง ลำบาก จึงไม่ได้สมาธิ เมื่อข้าพระองค์ไม่ได้สมาธิ จึงเกิดความคิดอย่างนี้ว่า เราไม่เสื่อมหรือหนอ. พ. ดูกรอัสสชิ สมณพราหมณ์ที่มีสมาธิเป็นสาระ มีสมาธิเป็นสามัญญะ เมื่อไม่ได้ สมาธินั้น ย่อมเกิดความคิดอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายไม่เสื่อมหรือหนอ. ดูกรอัสสชิ เธอจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง? อ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯลฯ พ. วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง? อ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯลฯ พ. เพราะเหตุนั้นแล ฯลฯ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ ย่อมทราบ ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. ถ้าอริยสาวกนั้น ได้เสวยสุขเวทนา ก็ทราบชัดว่า สุขเวทนานั้นไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ ไม่น่าเพลิดเพลิน หากว่า เสวยทุกขเวทนา ก็ทราบชัดว่า ทุกขเวทนานั้นไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ ไม่น่าเพลิดเพลิน ถ้าหากว่า เสวยอทุกขมสุขเวทนา ก็ทราบ ชัดว่า อทุกขมสุขเวทนานั้นไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ ไม่น่าเพลิดเพลิน หากว่า เสวยสุขเวทนา ก็ ปราศจากความยินดียินร้าย เสวยสุขเวทนานั้น ถ้าหากว่า เสวยทุกขเวทนา ก็ปราศจาก ความ ยินดียินร้าย เสวยทุกขเวทนานั้น ถ้าหากว่า เสวยอทุกขมสุขเวทนา ก็ปราศจาก ความยินดียินร้าย เสวยอทุกขมสุขเวทนานั้น ย่อมทราบชัดว่า เวทนานั้น ไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ ไม่น่าเพลิดเพลิน. หากว่า เสวยเวทนา มีกายเป็นที่สุด ก็ทราบชัดว่า เสวยเวทนามีกายเป็นที่สุด ถ้าเสวยเวทนามี ชีวิตเป็นที่สุด ก็ทราบชัดว่า เสวยเวทนา มีชีวิตเป็นที่สุด ทราบชัดว่า ก่อนแต่จะสิ้นชีวิต เพราะกายแตก ความเสวยอารมณ์ทั้งมวลในโลกนี้ไม่น่ายินดี จักเป็นของเย็น.

Item ๒๒๔

เสยฺยถาปิ อสฺสชิ เตลญฺจ ปฏิจฺจ วฏฺฏิญฺจ ปฏิจฺจ เตลปฺปทีโป ฌาเยยฺย ตสฺเสว เตลสฺส จ วฏฺฏิยา จ ปริยาทานา อนาหาโร นิพฺพาเยยฺย ฯ เอวเมว โข อสฺสชิ ภิกฺขุ กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามีติ ปชานาติ ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามีติ ปชานาติ กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีติภวิสฺสนฺตีติ ปชานาตีติ ฯ

ดูกรอัสสชิ อุปมาเหมือนประทีปน้ำมันจะพึงติดอยู่ได้ เพราะอาศัยน้ำมันและไส้ เชื้อไม่มีก็พึงดับ เพราะหมดน้ำมันและไส้นั้น ฉันใด. ดูกรอัสสชิ ภิกษุเมื่อเสวยเวทนามีกาย เป็นที่สุด ก็ทราบชัดว่า เสวยเวทนามีกายเป็นที่สุด เมื่อเสวยเวทนามีชีวิตเป็นที่สุด ก็ทราบชัด ว่า เสวยเวทนามีชีวิตเป็นที่สุด ทราบชัดว่า ก่อนแต่จะสิ้นชีวิต เพราะกายแตก ความเสวย อารมณ์ทั้งมวลในโลกนี้ไม่น่ายินดี จักเป็นของเย็น. จบ สูตรที่ ๖. @ เวทนาทางทวารทั้ง ๕ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย @ เวทนาทางใจ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย