This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒

Other items in this volume

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๑]๒. อุทโทสิตสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒]๓. ตติยกฐินสิกขาบท เรื่องภิกษุรับอกาลจีวร [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๓]๔. ปุราณจีวรสิกขาบท เรื่องพระอุทายีกับอดีตภรรยา [ว่าด้วยการให้ซักจีวรเก่า]๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท เรื่องภิกษุณีอุบลวรรณา [ว่าด้วยการรับจีวร]๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการออกปากขอคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ]๗. ตตุตตริสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอจีวรเกิน]๘. อุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยคนตระเตรียมทรัพย์เป็นค่าจีวร]๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยทรัพย์เป็นค่าจีวรที่พระราชาเป็นต้นให้ทูตนำมาถวาย]๑๐. ราชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรที่เจ้าทรัพย์ส่งมาถวาย] รวมสิกขาบทที่มีในจีวรวรรค๑. โกสิยสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตใยไหม]๒. สุทธกาฬกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำล้วน]๓. เทฺวภาคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน]๔. ฉัพพัสสสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการเก็บสันถัตไว้ ๖ ปี]๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วยการทำสันถัตสำหรับรองนั่ง]๖. เอฬกโลมสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่งรับขนเจียมระหว่างทาง [ว่าด้วยการรับขนเจียม]๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้ซักขนเจียม]๘. รูปิยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการรับรูปิยะ]๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนรูปิยะ]๑๐. กยวิกกยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการซื้อขาย] รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๑. ปัตตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยบาตร]๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยบาตรมีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง]๓. เภสัชชสิกขาบท เรื่องพระปิลินทวัจฉะ [ว่าด้วยเภสัช]๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยผ้าอาบน้ำฝน]๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการให้จีวรแล้วชิงเอาคืน]๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอด้าย]๗. มหาเปสการสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการสั่งช่างหูกทอจีวร]๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท เรื่องมหาอมาตย์ถวายผ้าจำนำพรรษา [ว่าด้วยอัจเจกจีวร]๙. สาสังกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง]๑๐. ปริณตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภ] รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรคบทสรุป๑. มุสาวาทสิกขาบท เรื่องพระหัตถกศากยบุตร [ว่าด้วยการกล่าวเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เรื่องโคนันทิวิสาล พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบันอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบัน๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ เป็นต้นอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อุปสัมบันกล่าวส่อเสียดอุปสัมบัน เป็นอาบัติตามวัตถุ อนาปัตติวาร๔. ปทโสธัมมสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้กล่าวธรรมเป็นบทๆ]เรื่องภิกษุบวชใหม่ พระบัญญัติ เรื่องสามเณรราหุล พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยสหเสยยสิกขาบท เรื่องพระอนุรุทธะ [ว่าด้วยการนอนร่วมกันข้อที่ ๒]เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องอุบาสิกา พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ ๒ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๘. ภูตาโรจนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง]๙. ทุฏฐุลลาโรจนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการบอกอาบัติชั่วหยาบ]๑๐. ปฐวีขณนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการขุดดิน] รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๑. ภูตคามสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการพรากภูตคาม]๒. อัญญวาทกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน]๓. อุชฌาปนกสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ]๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๑]๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๒]๖. อนุปขัชชสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซง]๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉุดลากออก]๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยกุฎีชั้นลอย]๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่]๑๐. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยสิ่งมีชีวิต] รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ต่อ) คุณสมบัติของภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ๘ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ ครุธรรม ๘ ข้อ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๒. อัตถังคตสิกขาบท เรื่องพระจูฬปันถก [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์อัสดงแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๔. อามิสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส]เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. จีวรสิพพนสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการเย็บจีวรให้ภิกษุณี]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุณีถุลลนันทา พระบัญญัติ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๑๐. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ] รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระสารีบุตร พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เดินทางไกล พระอนุบัญญัติ ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่โดยสารเรือ พระอนุบัญญัติ ๕ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในมหาสมัย พระอนุบัญญัติ ๖ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เป็นภัตตาหารของสมณะ พระอนุบัญญัติ ๗ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องชายกรรมกรผู้ยากจน พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องวิกัปอาหารที่หวังว่าจะได้ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องอุบาสิกามารดาของนางกาณา เรื่องพ่อค้าเกวียน พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุหลายรูป พระบัญญัติ เรื่องภัตตาหารที่เป็นเดน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ลักษณะการบอกห้ามภัตตาหาร ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน ของเคี้ยว ของฉัน บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๒]๗. วิกาลโภชนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล]๘. สันนิธิการกสิกขาบท เรื่องพระเวฬัฏฐสีสะ [ว่าด้วยการสะสมโภชนะ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ ทรงอนุญาตน้ำและไม้ชำระฟัน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๑. อเจลกสิกขาบท เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วยนักบวชเปลือย]๒. อุยโยชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการส่งกลับ]๓. สโภชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซงในที่ที่มีคน ๒ คน]๔. รโหปฏิจฉันนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับมีสิ่งกำบัง]๕. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ]๖. จาริตตสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเที่ยวสัญจรไป]๗. มหานามสิกขาบท เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วยพระเจ้ามหานามศากยะ]๘. อุยยุตตเสนาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ]๙. เสนาวาสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการพักอยู่ในกองทัพ]๑๐. อุยโยธิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไปดูสนามรบ] รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๑. สุราปานสิกขาบท เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย]๒. อังคุลิปโตทกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใช้นิ้วมือจี้กันและกัน]๓. หัสสธัมมสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการเล่นนํ้า]๔. อนาทริยสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยความไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือน]๕. ภิงสาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ตกใจ]๖. โชติกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการก่อไฟผิง]๗. นหานสิกขาบท เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วยการสรงน้ำนอกสมัย]๘. ทุพพัณณกรณสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำจีวรใหม่ให้เสียสี]๙. วิกัปปนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการวิกัปปจีวร]๑๐. จีวรอปนิธานสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการซ่อนจีวร] รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๑. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยความจงใจปลงชีวิตสัตว์]๒. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต]๓. อุกโกฏนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่]๔. ทุฏฐุลลสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ]๕. อูนวีสติวัสสสิกขาบท เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี]๖. เถยยสัตถสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร]๗. สังวิธานสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม]๘. อริฏฐสิกขาบท เรื่องพระอริฏฐะ [ว่าด้วยพระอริฏฐะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค]๙. อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม]๑๐. กัณฏกสิกขาบท เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ [ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ] รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๑. สหธรรมิกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวตักเตือนผู้ร่วมประพฤติธรรมโดยชอบธรรม]๒. วิเลขนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]๓. โมหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ผู้อื่นหลง]๔. ปหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำร้ายเพื่อนภิกษุ]๕. ตลสัตติกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเงื้อหอกคือฝ่ามือขึ้นทำทีว่าจะทำร้าย]๖. อมูลกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล]๗. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญ]๘. อุปัสสุติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน]๙. กัมมปฏิพาหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคัดค้านกรรมที่ถูกต้อง]๑๐. ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไม่ให้ฉันทะแล้วไปเสีย]๑๑. ทัพพสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการถวายจีวรแก่พระทัพพมัลลบุตร]๑๒. ปริณามนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภที่เป็นของสงฆ์ไปเพื่อบุคคล] รวมสิกขาบทที่มีในสหธรรมิกวรรคเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศล การเข้าเขตพระราชฐานชั้นในมีโทษ ๑๐ อย่าง๒. รตนสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเก็บรัตนะที่เจ้าของลืมไว้]๓. วิกาลคามปเวสนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล]๔. สูจิฆรสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำกล่องเข็มด้วยกระดูกเป็นต้น]๕. มัญจปีฐสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการทำเตียงและตั่ง]๖. ตูโลนัทธสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น]๗. นิสีทนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้ารองนั่ง]๘. กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าปิดฝี]๙. วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าอาบนํ้าฝน]๑๐. นันทสิกขาบท เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วยพระนันทะ] รวมสิกขาบทที่มีในรตนวรรคบทสรุป๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากมือภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันในที่ที่ไม่ได้รับนิมนต์ไว้ก่อน เรื่องตระกูลหนึ่ง๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากทายกที่ไม่ได้แจ้งไว้ก่อน เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุป๑. ปริมัณฑลวรรค หมวดว่าด้วยการนุ่งห่มเรียบร้อย๒. อุชชัคฆิกวรรค หมวดว่าด้วยการหัวเราะ๓. ขัมภตกวรรค หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว๔. สักกัจจวรรค หมวดว่าด้วยความเคารพ๕. กพฬวรรค หมวดว่าด้วยคำข้าว๖. สุรุสุรุวรรค หมวดว่าด้วยการฉันดังซู้ดๆ๗. ปาทุกาวรรค หมวดว่าด้วยเขียงเท้า บทสรุป๘. อธิกรณสมถะคำนิคม

Scripture

๑๐. กัณฏกสิกขาบท เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ [ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ] รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation5 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท นิทานวัตถุ ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ

Item ๔๒๘

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ทิฏฐิบาปเช่นนี้ได้เกิดขึ้นแก่ สมณุทเทสชื่อกัณฏกะว่า “เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่ง ว่าธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตราย แก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่” ภิกษุหลายรูปได้ทราบข่าวว่า “ทิฏฐิบาปเช่นนี้ได้เกิดขึ้นแก่สมณุทเทสชื่อ กัณฏกะว่า เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพ ได้จริงไม่” ครั้นแล้วภิกษุเหล่านั้นจึงเข้าไปหาสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถึงที่อยู่ ครั้นถึง แล้วได้กล่าวกับสมณุทเทสชื่อกัณฏกะดังนี้ว่า “กัณฏกะ ได้ทราบว่า ทิฏฐิบาปเช่นนี้ ได้เกิดขึ้นแก่เธอว่า ‘เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่า ธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมว่าก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตราย แก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่’ จริงหรือ” สมณุทเทสชื่อกัณฏกะกล่าวว่า “เหมือนจะเป็นอย่างนั้น ท่านผู้เจริญทั้งหลาย กระผมรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่พระผู้มี พระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่” ภิกษุทั้งหลาย ได้กล่าวว่า “กัณฏกะ เธออย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่ากล่าวตู่พระ ผู้มีพระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดีเลย เพราะพระผู้มีพระภาคไม่ได้ตรัส อย่างนั้น กัณฏกะ พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมที่ก่ออันตรายว่าเป็นธรรมก่ออันตราย ไว้โดยประการต่างๆ และธรรมเหล่านั้นก็สามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ซ่องเสพได้จริง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๓๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท นิทานวัตถุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้น มาก ในกามนี้มีโทษอย่างยิ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนร่าง โครงกระดูก ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนชิ้นเนื้อ ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนคบเพลิงหญ้า ฯลฯ พระผู้มีพระ ภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิง ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า กามทั้งหลายเปรียบเหมือนความฝัน ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลาย เปรียบเหมือนของที่ยืมมา ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือน ผลไม้คาต้น ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนเขียงหั่นเนื้อ ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนหอกหลาว ฯลฯ พระผู้มี พระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนหัวงู มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ใน กามนี้มีโทษอย่างยิ่ง” สมณุทเทสชื่อว่ากัณฏกะถูกภิกษุเหล่านั้นตักเตือน แต่ก็ยังกล่าวด้วยความยึด มั่นถือมั่นทิฏฐิบาปนั้นอยู่อย่างนั้นว่า “เหมือนจะเป็นอย่างนั้น ท่านทั้งหลาย กระผม รู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่พระผู้มีพระภาค ตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่” ภิกษุเหล่านั้นไม่อาจปลดเปลื้องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะจากทิฏฐิบาปนั้นได้ ครั้น แล้วภิกษุทั้งหลายจึงพากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วจึง กราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์สั่งนาสนะกัณฏกสมณุทเทส ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามสมณุทเทสชื่อกัณฏกะว่า “กัณฏกะ ทราบว่า ทิฏฐิบาปเช่นนี้ได้เกิดขึ้นแก่ เธอว่า เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่พระ ผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ซ่องเสพได้ จริงไม่ จริงหรือ” สมณุทเทสชื่อกัณฏกะทูลรับว่า “เหมือนจะเป็นอย่างนั้น พระพุทธ เจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรม ตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ ซ่องเสพได้จริงไม่” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๓๗} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท นิทานวัตถุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “โมฆบุรุษ เธอรู้ทั่วถึงธรรมที่เราแสดงแล้วได้อย่างไร โมฆบุรุษ เรากล่าวธรรมที่ก่ออันตรายว่าเป็นธรรมก่ออันตรายไว้โดยประการต่างๆ และธรรมเหล่านั้นก็สามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ซ่องเสพได้จริง มิใช่หรือ เรากล่าวว่า กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ในกามนี้มีโทษอย่าง ยิ่ง เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนร่างโครงกระดูก ฯลฯ เรากล่าวว่ากาม ทั้งหลายเปรียบเหมือนชิ้นเนื้อ ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนคบเพลิง หญ้า ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิง ฯลฯ เรากล่าว ว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนความฝัน ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบ เหมือนของที่ยืมมา ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนผลไม้คาต้น ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนเขียงหั่นเนื้อ ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลาย เปรียบเหมือนหอกหลาว ฯลฯ เรากล่าวว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนหัวงู มีทุกข์ มาก มีความคับแค้นมาก ในกามนี้มีโทษอย่างยิ่ง โมฆบุรุษ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอชื่อ ว่ากล่าวตู่เราด้วยทิฏฐิที่ยึดถือไว้ผิด ชื่อว่าทำลายตนเองและชื่อว่าประสบสิ่งมิใช่บุญ เป็นอันมาก โมฆบุรุษ ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เธอ ตลอดกาลนาน โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย” ครั้นทรงตำหนิแล้วจึงทรงแสดง ธรรมีกถาแล้วรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น สงฆ์จงนาสนะ สมณุทเทสชื่อกัณฏกะ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงนาสนะ สมณุทเทสชื่อกัณฏกะอย่างนี้ ว่า “กัณฏกะ ตั้งแต่วันนี้เธอไม่พึงอ้างพระผู้มีพระภาคว่าเป็นศาสดา และเธอจะไม่ มีการนอนร่วมกัน ๒-๓ คืนกับภิกษุทั้งหลายเหมือนสมณุทเทสเหล่าอื่นได้ เธอจงไปที่ อื่น เธอจงไปให้พ้น” ดังนี้ ครั้งนั้นแล สงฆ์ได้นาสนะสมณุทเทสชื่อกัณฏกะแล้ว สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รู้อยู่ ก็ยังปลอบโยนสมณุทเทสชื่อกัณฏกะที่ถูก สงฆ์นาสนะอย่างนั้นแล้วบ้าง ใช้เธอให้อุปัฏฐากบ้าง คบหาบ้าง นอนร่วมบ้าง @เชิงอรรถ : @ คำว่า “นาสนะ” แปลว่า ให้ฉิบหาย ได้แก่ การลงโทษภิกษุ มี ๓ วิธี คือ (๑) ลิงคนาสนะ ให้สึก @(๒) ทัณฑกรรมนาสนะ ไล่ออกจากสำนัก (๓) สังวาสนาสนะ ยกออกจากหมู่ สมณุทเทสชื่อกัณฏกะนี้ @ถูกลงโทษโดยการไล่ออกจากสำนัก (วิ.อ. ๒/๔๒๘/๔๒๐-๔๒๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๓๘} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท พระบัญญัติ บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวก ภิกษุฉัพพัคคีย์รู้อยู่ จึงปลอบโยนสมณุทเทสชื่อกัณฏกะที่ถูกสงฆ์นาสนะอย่างนั้น แล้วบ้าง ใช้เธอให้อุปัฏฐากบ้าง คบหาบ้าง นอนร่วมบ้างเล่า” ครั้นภิกษุหล่านั้น ตำหนิพวกภิกษุฉัพพัคคีย์โดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวกเธอรู้อยู่ยังปลอบโยน สมณุทเทสชื่อกัณฏกะที่ถูกสงฆ์นาสนะอย่างนั้นแล้วบ้าง ใช้เธอให้อุปัฏฐากบ้าง คบหาบ้าง นอนร่วมบ้าง จริงหรือ” พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า “จริง พระพุทธ เจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ โมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวก เธอรู้อยู่ ยังปลอบโยนสมณุทเทสชื่อกัณฏกะที่ถูกสงฆ์นาสนะอย่างนั้นแล้วบ้าง ใช้ เธอให้อุปัฏฐากบ้าง คบหาบ้าง นอนร่วมบ้างเล่า โมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำอย่าง นี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้น ได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ

Item ๔๒๙Commentary

ถ้าสมณุทเทสกล่าวอย่างนี้ว่า “เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่อ อันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่” สมณุทเทสนั้นอันภิกษุ ทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า “เธออย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่ากล่าวตู่พระผู้มี พระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดีเลย เพราะพระผู้มีพระภาคไม่ได้ตรัส อย่างนั้น สมณุทเทส พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมที่ก่ออันตรายว่าเป็นธรรมก่อ อันตรายไว้โดยประการต่างๆ และธรรมเหล่านั้นก็สามารถก่ออันตรายให้แก่ผู้ซ่อง เสพได้จริง” สมณุทเทสนั้นอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนอยู่อย่างนี้ ก็ยังคง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๓๙} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ ยืนยันอยู่อย่างนั้น สมณุทเทสนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า “สมณุทเทส ตั้งแต่วันนี้เธอไม่พึงอ้างพระผู้มีพระภาคว่าเป็นศาสดา และเธอจะ ไม่มีการนอนร่วมกัน ๒-๓ คืนกับภิกษุทั้งหลายเหมือนสมณุทเทสเหล่าอื่นได้ เธอจงไปที่อื่น เธอจงไปให้พ้น” ก็ ภิกษุใดรู้อยู่ก็ยังปลอบโยนสมณุทเทสผู้ถูก สงฆ์นาสนะแล้วอย่างนั้น ใช้เธอให้อุปัฏฐาก คบหา หรือนอนร่วม ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ จบ สิกขาบทวิภังค์

Item ๔๓๐

ที่ชื่อว่า สมณุทเทส พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงสามเณร คำว่า กล่าวอย่างนี้ คือ สมณุทเทสกล่าวว่า “เรารู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระ ภาคทรงแสดงแล้วจนกระทั่งว่าธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่อ อันตรายก็หาสามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริงไม่” คำว่า สมณุทเทสนั้น ได้แก่ สมณุทเทสผู้กล่าวอย่างนั้น คำว่า อันภิกษุทั้งหลาย ได้แก่ อันภิกษุเหล่าอื่น พวกภิกษุที่ได้เห็นได้ยิน พึงว่ากล่าวตักเตือนสมณุทเทสนั้นว่า “สมณุทเทส เธออย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ไม่ดีเลย เพราะพระผู้มีพระภาคไม่ได้ตรัสอย่างนั้น สมณุทเทส พระผู้มีพระภาคตรัส ธรรมที่ก่ออันตรายว่าเป็นธรรมก่ออันตรายไว้โดยประการต่างๆ และธรรมเหล่านั้น ก็สามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริง” พึงว่ากล่าวตักเตือนเธอแม้ครั้งที่ ๒ พึง ว่ากล่าวตักเตือนเธอแม้ครั้งที่ ๓ ถ้าเธอสละได้เป็นการดี ถ้าไม่สละ สมณุทเทสนั้น @เชิงอรรถ : @ คำว่า “จงไปที่อื่น” แปลมาจากคำว่า “จร ปิเร” ตามนัยฎีกาว่า จร ปิเรติ ปรโต คจฺฉ, มา อิธ ติฏฺฐ @(สารตฺถ.ฏีกา ๓/๔๒๘/๑๑๑) จงไปทางอื่น อย่าอยู่ที่นี้, อีกนัยหนึ่งว่า ปิเรติ ปร อมามก @(วิ.อ. ๒/๔๒๘/๔๒๑) อมฺหากํ อนชฺฌตฺติกภูต (สารตฺถ.ฏีกา ๓/๔๒๘/๑๑๐) โอวาทสฺส อปฏิคฺคหเณน @อติกฺกมเนน อมามกา ปเร นาม (ขุ.ธ.อ. ๑/๕/๖๐) เธอเป็นคนอื่นผู้ไม่นับถือพระรัตนตรัย, มิได้อยู่ @ในวงศ์ของพวกเรา เพราะไม่รับโอวาท เพราะล่วงละเมิดโอวาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๔๐} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท บทภาชนีย์ อันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนอย่างนี้ว่า “สมณุทเทส ตั้งแต่วันนี้เธอไม่พึง อ้างพระผู้มีพระภาคว่าเป็นศาสดา และเธอจะไม่มีการนอนร่วมกัน ๒-๓ คืนกับภิกษุ ทั้งหลายเหมือนสมณุทเทสเหล่าอื่นได้ เธอจงไปที่อื่น เธอจงไปให้พ้น” คำว่า ก็...ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็...ใด คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาค ทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้ ที่ชื่อว่า รู้อยู่ คือ ภิกษุรู้เอง คนเหล่าอื่นบอกภิกษุนั้น หรือสมณุทเทสนั้นบอก คำว่า ผู้ถูกสงฆ์นาสนะแล้วอย่างนั้น คือ ถูกสงฆ์ให้ฉิบหายแล้วอย่างนั้น ที่ชื่อว่า สมณุทเทส พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงสามเณร คำว่า ปลอบโยน คือ ภิกษุปลอบโยนว่า “เราจะให้บาตร จีวร อุทเทส หรือปริปุจฉาแก่สมณุทเทสนั้น” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คำว่า ใช้เธอให้อุปัฏฐาก คือ ภิกษุยินดีจุรณ ดินเหนียว ไม้สีฟัน หรือ น้ำบ้วนปากของสมณุทเทสนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คำว่า คบหา อธิบายว่า ที่เรียกว่าคบหา ได้แก่ การคบหา ๒ อย่าง คือ (๑) คบหาทางอามิส (๒) คบหาทางธรรม ที่ชื่อว่า คบหาทางอามิส คือ ภิกษุให้อามิสหรือรับอามิส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ที่ชื่อว่า คบหาทางธรรม คือ ภิกษุยกธรรมขึ้นแสดงหรือให้ยกธรรมขึ้นแสดง ภิกษุยกธรรมขึ้นแสดงหรือให้ยกธรรมขึ้นแสดง เป็นบท ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท ภิกษุยกธรรมขึ้นแสดงหรือให้ยกธรรมขึ้นแสดง เป็นอักษร ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ทุกๆ อักษร คำว่า นอนร่วม อธิบายว่า ในที่ที่มีหลังคาเดียวกัน เมื่อสมณุทเทสผู้ถูกสงฆ์ นาสนะนอน ภิกษุก็นอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เมื่อภิกษุนอน สมณุทเทสผู้ถูกสงฆ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๔๑} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค ๑๐. กัณฏกสิกขาบท อนาปัตติวาร นาสนะก็นอน ภิกษุที่นอนด้วย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือนอนทั้ง ๒ รูป ก็ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ทั้ง ๒ ลุกขึ้นแล้ว กลับนอนอีก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ บทภาชนีย์

Item ๔๓๑

สมณุทเทสที่ถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ภิกษุสำคัญว่าถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ปลอบโยน ใช้เธอให้อุปัฏฐาก คบหา หรือนอนร่วม ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สมณุทเทสที่ถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ภิกษุไม่แน่ใจ ปลอบโยน ใช้เธอให้อุปัฏฐาก คบหา หรือนอนร่วม ต้องอาบัติทุกกฏ สมณุทเทสที่ถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ภิกษุสำคัญว่าไม่ได้ถูกสงฆ์นาสนะ ปลอบโยน ใช้เธอให้อุปัฏฐาก คบหา หรือนอนร่วม ไม่ต้องอาบัติ สมณุทเทสที่ไม่ถูกสงฆ์นาสนะ ภิกษุสำคัญว่าถูกสงฆ์นาสนะ ต้องอาบัติทุกกฏ สมณุทเทสที่ไม่ถูกสงฆ์นาสนะ ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ สมณุทเทสที่ไม่ถูกสงฆ์นาสนะ ภิกษุสำคัญว่าไม่ถูกสงฆ์นาสนะ ไม่ต้องอาบัติ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

Item ๔๓๒

๑. ภิกษุรู้อยู่ว่า “สมณุทเทสไม่ถูกสงฆ์นาสนะ” ๒. ภิกษุรู้อยู่ว่า “สมณุทเทสสละทิฏฐินั้นแล้ว” ๓. ภิกษุวิกลจริต ๔. ภิกษุต้นบัญญัติ กัณฏกสิกขาบทที่ ๑๐ จบ สัปปาณกวรรคที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๔๒} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๗. สัปปาณกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค สัปปาณกวรรคมี ๑๐ สิกขาบท คือ ๑. สัญจิจจสิกขาบท ว่าด้วยความจงใจฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. สัปปาณกสิกขาบท ว่าด้วยการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต ๓. อุกโกฏนสิกขาบท ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ๔. ทุฏฐุลลสิกขาบท ว่าด้วยการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ ๕. อูนวีสติวัสสสิกขาบท ว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ๖. เถยยสัตถสิกขาบท ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร ๗. สังวิธานสิกขาบท ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม ๘. อริฏฐสิกขาบท ว่าด้วยพระอริฏฐะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ๙. อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท ว่าด้วยการคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ๑๐. กัณฏกสิกขาบท ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๕๔๓}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้