This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒

Other items in this volume

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๑]๒. อุทโทสิตสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒]๓. ตติยกฐินสิกขาบท เรื่องภิกษุรับอกาลจีวร [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๓]๔. ปุราณจีวรสิกขาบท เรื่องพระอุทายีกับอดีตภรรยา [ว่าด้วยการให้ซักจีวรเก่า]๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท เรื่องภิกษุณีอุบลวรรณา [ว่าด้วยการรับจีวร]๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการออกปากขอคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ]๗. ตตุตตริสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอจีวรเกิน]๘. อุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยคนตระเตรียมทรัพย์เป็นค่าจีวร]๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยทรัพย์เป็นค่าจีวรที่พระราชาเป็นต้นให้ทูตนำมาถวาย]๑๐. ราชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรที่เจ้าทรัพย์ส่งมาถวาย] รวมสิกขาบทที่มีในจีวรวรรค๑. โกสิยสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตใยไหม]๒. สุทธกาฬกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำล้วน]๓. เทฺวภาคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน]๔. ฉัพพัสสสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการเก็บสันถัตไว้ ๖ ปี]๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วยการทำสันถัตสำหรับรองนั่ง]๖. เอฬกโลมสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่งรับขนเจียมระหว่างทาง [ว่าด้วยการรับขนเจียม]๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้ซักขนเจียม]๘. รูปิยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการรับรูปิยะ]๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนรูปิยะ]๑๐. กยวิกกยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการซื้อขาย] รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๑. ปัตตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยบาตร]๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยบาตรมีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง]๓. เภสัชชสิกขาบท เรื่องพระปิลินทวัจฉะ [ว่าด้วยเภสัช]๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยผ้าอาบน้ำฝน]๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการให้จีวรแล้วชิงเอาคืน]๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอด้าย]๗. มหาเปสการสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการสั่งช่างหูกทอจีวร]๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท เรื่องมหาอมาตย์ถวายผ้าจำนำพรรษา [ว่าด้วยอัจเจกจีวร]๙. สาสังกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง]๑๐. ปริณตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภ] รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรคบทสรุป๑. มุสาวาทสิกขาบท เรื่องพระหัตถกศากยบุตร [ว่าด้วยการกล่าวเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เรื่องโคนันทิวิสาล พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบันอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบัน๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ เป็นต้นอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อุปสัมบันกล่าวส่อเสียดอุปสัมบัน เป็นอาบัติตามวัตถุ อนาปัตติวาร๔. ปทโสธัมมสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้กล่าวธรรมเป็นบทๆ]เรื่องภิกษุบวชใหม่ พระบัญญัติ เรื่องสามเณรราหุล พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยสหเสยยสิกขาบท เรื่องพระอนุรุทธะ [ว่าด้วยการนอนร่วมกันข้อที่ ๒]เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องอุบาสิกา พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ ๒ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๘. ภูตาโรจนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง]๙. ทุฏฐุลลาโรจนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการบอกอาบัติชั่วหยาบ]๑๐. ปฐวีขณนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการขุดดิน] รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๑. ภูตคามสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการพรากภูตคาม]๒. อัญญวาทกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน]๓. อุชฌาปนกสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ]๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๑]๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๒]๖. อนุปขัชชสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซง]๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉุดลากออก]๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยกุฎีชั้นลอย]๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่]๑๐. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยสิ่งมีชีวิต] รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ต่อ) คุณสมบัติของภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ๘ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ ครุธรรม ๘ ข้อ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๒. อัตถังคตสิกขาบท เรื่องพระจูฬปันถก [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์อัสดงแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๔. อามิสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส]เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. จีวรสิพพนสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการเย็บจีวรให้ภิกษุณี]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุณีถุลลนันทา พระบัญญัติ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๑๐. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ] รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระสารีบุตร พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เดินทางไกล พระอนุบัญญัติ ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่โดยสารเรือ พระอนุบัญญัติ ๕ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในมหาสมัย พระอนุบัญญัติ ๖ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เป็นภัตตาหารของสมณะ พระอนุบัญญัติ ๗ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องชายกรรมกรผู้ยากจน พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องวิกัปอาหารที่หวังว่าจะได้ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องอุบาสิกามารดาของนางกาณา เรื่องพ่อค้าเกวียน พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุหลายรูป พระบัญญัติ เรื่องภัตตาหารที่เป็นเดน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ลักษณะการบอกห้ามภัตตาหาร ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน ของเคี้ยว ของฉัน บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๒]๗. วิกาลโภชนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล]๘. สันนิธิการกสิกขาบท เรื่องพระเวฬัฏฐสีสะ [ว่าด้วยการสะสมโภชนะ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ ทรงอนุญาตน้ำและไม้ชำระฟัน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๑. อเจลกสิกขาบท เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วยนักบวชเปลือย]๒. อุยโยชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการส่งกลับ]๓. สโภชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซงในที่ที่มีคน ๒ คน]๔. รโหปฏิจฉันนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับมีสิ่งกำบัง]๕. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ]๖. จาริตตสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเที่ยวสัญจรไป]๗. มหานามสิกขาบท เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วยพระเจ้ามหานามศากยะ]๘. อุยยุตตเสนาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ]๙. เสนาวาสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการพักอยู่ในกองทัพ]๑๐. อุยโยธิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไปดูสนามรบ] รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๑. สุราปานสิกขาบท เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย]๒. อังคุลิปโตทกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใช้นิ้วมือจี้กันและกัน]๓. หัสสธัมมสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการเล่นนํ้า]๔. อนาทริยสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยความไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือน]๕. ภิงสาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ตกใจ]๖. โชติกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการก่อไฟผิง]๗. นหานสิกขาบท เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วยการสรงน้ำนอกสมัย]๘. ทุพพัณณกรณสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำจีวรใหม่ให้เสียสี]๙. วิกัปปนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการวิกัปปจีวร]๑๐. จีวรอปนิธานสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการซ่อนจีวร] รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๑. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยความจงใจปลงชีวิตสัตว์]๒. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต]๓. อุกโกฏนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่]๔. ทุฏฐุลลสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ]๕. อูนวีสติวัสสสิกขาบท เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี]๖. เถยยสัตถสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร]๗. สังวิธานสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม]๘. อริฏฐสิกขาบท เรื่องพระอริฏฐะ [ว่าด้วยพระอริฏฐะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค]๙. อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม]๑๐. กัณฏกสิกขาบท เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ [ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ] รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๑. สหธรรมิกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวตักเตือนผู้ร่วมประพฤติธรรมโดยชอบธรรม]๒. วิเลขนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]๓. โมหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ผู้อื่นหลง]๔. ปหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำร้ายเพื่อนภิกษุ]๕. ตลสัตติกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเงื้อหอกคือฝ่ามือขึ้นทำทีว่าจะทำร้าย]๖. อมูลกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล]๗. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญ]๘. อุปัสสุติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน]๙. กัมมปฏิพาหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคัดค้านกรรมที่ถูกต้อง]๑๐. ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไม่ให้ฉันทะแล้วไปเสีย]๑๑. ทัพพสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการถวายจีวรแก่พระทัพพมัลลบุตร]๑๒. ปริณามนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภที่เป็นของสงฆ์ไปเพื่อบุคคล] รวมสิกขาบทที่มีในสหธรรมิกวรรคเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศล การเข้าเขตพระราชฐานชั้นในมีโทษ ๑๐ อย่าง๒. รตนสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเก็บรัตนะที่เจ้าของลืมไว้]๓. วิกาลคามปเวสนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล]๔. สูจิฆรสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำกล่องเข็มด้วยกระดูกเป็นต้น]๕. มัญจปีฐสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการทำเตียงและตั่ง]๖. ตูโลนัทธสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น]๗. นิสีทนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้ารองนั่ง]๘. กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าปิดฝี]๙. วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าอาบนํ้าฝน]๑๐. นันทสิกขาบท เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วยพระนันทะ] รวมสิกขาบทที่มีในรตนวรรคบทสรุป๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากมือภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันในที่ที่ไม่ได้รับนิมนต์ไว้ก่อน เรื่องตระกูลหนึ่ง๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากทายกที่ไม่ได้แจ้งไว้ก่อน เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุป๑. ปริมัณฑลวรรค หมวดว่าด้วยการนุ่งห่มเรียบร้อย๒. อุชชัคฆิกวรรค หมวดว่าด้วยการหัวเราะ๓. ขัมภตกวรรค หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว๔. สักกัจจวรรค หมวดว่าด้วยความเคารพ๕. กพฬวรรค หมวดว่าด้วยคำข้าว๖. สุรุสุรุวรรค หมวดว่าด้วยการฉันดังซู้ดๆ๗. ปาทุกาวรรค หมวดว่าด้วยเขียงเท้า บทสรุป๘. อธิกรณสมถะคำนิคม

Scripture

๓. เภสัชชสิกขาบท เรื่องพระปิลินทวัจฉะ [ว่าด้วยเภสัช]

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation8 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท นิทานวัตถุ ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท ว่าด้วยเภสัช เรื่องพระปิลินทวัจฉะ

Item ๖๑๘

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะประสงค์จะทำ ที่เร้นจึงให้ภิกษุทั้งหลายทำความสะอาดเงื้อมเขาในกรุงราชคฤห์ สมัยนั้น พระเจ้า พิมพิสารจอมทัพมคธรัฐได้เสด็จเข้าไปหาท่านพระปิลินทวัจฉะถึงที่พัก ครั้นถึงแล้ว ได้ทรงอภิวาทแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควร พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐผู้ประทับ นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว ได้ตรัสถามท่านพระปิลินทวัจฉะว่า “พระคุณเจ้าให้ภิกษุ ทั้งหลายทำอะไร” “ขอถวายพระพร อาตมภาพประสงค์จะทำที่เร้นจึงให้ภิกษุทั้งหลายทำความ สะอาดเงื้อมเขา” “พระคุณเจ้าต้องการคนวัดบ้างไหม” “ขอถวายพระพร พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาตให้มีคนวัด” “ถ้าเช่นนั้น พระคุณเจ้าพึงทูลถามพระผู้มีพระภาคแล้วบอกโยมด้วย” ท่านพระปิลินทวัจฉะทูลสนองพระดำรัสว่า “ขอถวายพระพร อาตมภาพจะทำ อย่างนั้น” สมัยนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะได้ชี้แจงให้พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เห็นชัด ชวนให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้ สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา จากนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐซึ่งท่าน พระปิลินทวัจฉะได้ชี้แจงให้เห็นชัด ชวนให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญ แกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้เสด็จลุกจากราชอาสน์ ทรงอภิวาทพระเถระ ทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๓๙} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท นิทานวัตถุ ทรงอนุญาตให้มีคนทำงานวัด

Item ๖๑๙Commentary

สมัยนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะส่งทูตไปยังสำนักพระผู้มีพระภาค ให้ กราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐมีพระราชประสงค์จะ ทรงถวายคนวัด ข้าพระพุทธเจ้าจะพึงปฏิบัติอย่างไร” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงแสดงธรรมีกถา รับสั่งกับภิกษุ ทั้งหลายว่า “เราอนุญาตให้มีคนวัด” แม้ครั้งที่ ๒ พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เสด็จเข้าไปหาท่านพระปิลินทวัจฉะถึงที่พัก ครั้นถึงแล้วได้ทรงอภิวาทท่านพระ ปิลินทวัจฉะแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควร พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐผู้ประทับ นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว ได้ตรัสถามท่านพระปิลินทวัจฉะว่า “พระคุณเจ้า พระผู้มีพระ ภาคทรงอนุญาตให้มีคนวัดแล้วหรือ” “ขอถวายพระพร ทรงอนุญาตแล้ว” “ถ้าเช่นนั้น โยมจะถวายคนวัดแก่พระคุณเจ้า” ท้าวเธอทรงให้สัญญาที่จะถวายคนวัดแก่พระเถระแต่ทรงลืม เมื่อเวลาผ่านไป นานทรงระลึกได้ ตรัสถามมหาอมาตย์ผู้สนองราชกิจคนหนึ่งว่า “เราถวายคนวัด ที่ให้สัญญาไว้แก่พระคุณเจ้าแล้วหรือ” มหาอมาตย์กราบทูลว่า “ขอเดชะ ยังไม่ได้ถวายคนวัดแก่พระคุณเจ้าเลย” “ผ่านมากี่วันแล้ว” มหาอมาตย์นับราตรีแล้วกราบทูลว่า “ขอเดชะ ผ่านมา ๕๐๐ ราตรี” พระเจ้า พิมพิสารจอมทัพมคธรัฐรับสั่งว่า “ถ้าอย่างนั้น จงถวายคนวัด ๕๐๐ คน แก่พระคุณ เจ้า” มหาอมาตย์รับพระราชโองการแล้วจัดคนวัดไปถวายท่านพระปิลินทวัจฉะ จำนวน ๕๐๐ คน ตั้งหมู่บ้านขึ้น มาต่างหากมีชื่อเรียกว่าอารามิกคามบ้าง ปิลินทวัจฉคามบ้าง

Item ๖๒๐

สมัยนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะเป็นพระประจำตระกูลในหมู่บ้านนั้น เช้าวันหนึ่ง ท่านทรงอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้านปิลินทวัจฉะ สมัยนั้น ในหมู่บ้านนั้นกำลังมีมหรสพ พวกเด็กหญิงแต่งกายประดับดอกไม้เล่นอยู่ พอดีท่านพระปิลินทวัจฉะเที่ยวบิณฑบาตมาตามลำดับในหมู่บ้านปิลินทวัจฉะ มาถึง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๐} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท นิทานวัตถุ เรือนคนวัดคนหนึ่ง ครั้นถึงแล้วได้นั่งบนอาสนะที่เขาจัดถวาย ขณะนั้น ธิดาของสตรี คนวัดเห็นพวกเด็กอื่นแต่งกายประดับดอกไม้จึงร้องไห้ ขอว่า “พ่อแม่โปรดให้ ดอกไม้ โปรดให้เครื่องประดับแก่หนู” พระเถระถามสตรีนั้นว่า “เด็กคนนี้อยากได้ อะไร” นางตอบว่า “ท่านผู้เจริญ เด็กคนนี้เห็นพวกเด็กอื่นแต่งกายประดับดอกไม้จึง ร้องไห้ ขอพวงดอกไม้และเครื่องประดับว่า ‘พ่อแม่โปรดให้ดอกไม้ โปรดให้เครื่อง ประดับแก่หนู’ เราคนจนจะได้ดอกไม้และเครื่องประดับมาจากไหนกัน” ท่านพระปิลินทวัจฉะจึงหยิบเสวียนหญ้า อันหนึ่งส่งให้พลางกล่าวว่า “ท่านจง สวมเสวียนหญ้าอันนี้ที่ศีรษะเด็กหญิงนั้น” หญิงคนวัดหยิบเสวียนหญ้าสวมที่ศีรษะ เด็กหญิง เสวียนหญ้ากลายเป็นพวงดอกไม้ทองคำงดงามน่าดูน่าชม พวงดอกไม้ ทองคำอย่างนี้แม้ในพระราชฐานก็ยังไม่มี พวกชาวบ้านกราบทูลพระเจ้าพิมพิสารว่า “ขอเดชะ ที่เรือนคนวัดโน้นมีพวงดอกไม้ทองคำงดงามน่าดูน่าชม พวงดอกไม้ทองคำ อย่างนี้แม้ในพระราชฐานก็ยังไม่มี เขาเป็นคนเข็ญใจจะได้มาจากไหน ชะรอยจะได้ มาเพราะทำโจรกรรมเป็นแน่แท้” พระเจ้าพิมพิสารรับสั่งให้จองจำตระกูลคนวัดนั้น ต่อมา เช้าวันที่ ๒ ท่านพระปิลินทวัจฉะทรงอันตรวาสกถือบาตรและจีวรไป บิณฑบาตที่ปิลินทวัจฉคามอีก เมื่อเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับในหมู่บ้านปิลินท วัจฉะ เดินผ่านไปทางที่อยู่คนวัดคนนั้น ถามคนคุ้นเคยว่า “ครอบครัวคนวัดนี้ไปไหน” ชาวบ้านตอบว่า “ครอบครัวนี้ถูกจองจำเพราะเรื่องพวงดอกไม้ทองคำ เจ้าข้า”

Item ๖๒๑

สมัยนั้น ท่านพระปิลินทวัจฉะเข้าไปถึงพระราชนิเวศน์ของพระเจ้า พิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ ครั้นถึงแล้วได้นั่งบนอาสนะที่เขาจัดถวาย ลำดับนั้น พระ เจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐเสด็จเข้าไปหาพระเถระจนถึงที่นั่ง ทรงอภิวาทแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควร ท่านพระปิลินทวัจฉะทูลถามพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธ รัฐว่า “ขอถวายพระพร ครอบครัวคนวัดถูกจองจำเพราะเรื่องอะไร” พระเจ้า พิมพิสารจอมทัพมคธรัฐตรัสว่า “ที่บ้าน เขามีพวงดอกไม้ทองคำงดงามน่าดูน่าชม พวงดอกไม้ทองคำอย่างนี้แม้ในวังก็ยังไม่มี เขาเป็นคนจนจะได้มาจากไหน ชะรอยจะ @เชิงอรรถ : @ “เสวียน” คือของเป็นวงกลมสำหรับรองก้นหม้อ ทำด้วยหญ้าหรือหวายเป็นต้น, ของที่ทำเป็นวงกลม @สำหรับรองหรือรับสิ่งต่างๆ ดู พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๒๕, หน้า ๘๒๑ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๑} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท นิทานวัตถุ ได้มาเพราะทำโจรกรรมเป็นแน่แท้” ทีนั้นท่านพระปิลินทวัจฉะได้อธิษฐานให้ ปราสาทของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐเป็นทองคำ ปราสาทกลายเป็นทองคำ ไปทั้งหลัง แล้วท่านก็ถวายพระพรว่า “ทองคำมากมาย มหาบพิตรได้มาจากไหน” พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐตรัสว่า “โยมทราบแล้ว นี่เป็นฤทธานุภาพของพระ คุณเจ้า” แล้วรับสั่งให้ปล่อยครอบครัวนั้น พวกชาวบ้านทราบข่าวว่า “พระคุณเจ้า ปิลินทวัจฉะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์อันเป็นอุตตริมนุสสธรรมในท่ามกลางราชบริษัท” พากันพอใจเลื่อมใสนำเภสัช ๕ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อยมาถวาย ตามปกติท่านพระปิลินทวัจฉะก็ได้เภสัช ๕ อยู่เสมอ ท่านจึงแบ่งเภสัชให้บริษัทของ ท่าน แต่บริษัทของท่านมักมาก บรรจุเภสัชที่ได้มาแล้วๆ ไว้ในตุ่มบ้าง ในหม้อน้ำบ้าง จนเต็มแล้วเก็บไว้บรรจุลงในหม้อกรองน้ำบ้าง ในถุงย่ามบ้าง แล้วแขวนไว้ที่หน้าต่าง เภสัชเหล่านั้นไหลเยิ้มซึม จึงมีสัตว์จำพวกหนู ชุกชุมทั่ววิหาร พวกชาวบ้านเที่ยวไป วิหารพบเข้าจึงพากันตำหนิประณาม โพนทะนาว่า “พวกพระสมณะเชื้อสายศากย บุตรเหล่านี้มีเรือนคลังเก็บของเหมือนพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ” พวกภิกษุ ได้ยินชาวบ้านตำหนิ ประณาม โพนทะนา บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงคิดเพื่อความมักมากเช่นนี้เล่า” ครั้นภิกษุทั้งหลายตำหนิภิกษุเหล่านั้นโดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบ ทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่าพวกภิกษุคิดเพื่อความมักมาก จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษเหล่านั้นจึงคิดเพื่อความมักมาก เล่า การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใส อยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้น แสดงดังนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๒} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ พระบัญญัติ

Item ๖๒๒

ก็ เภสัชใดควรลิ้มสำหรับภิกษุผู้เป็นไข้ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ภิกษุรับประเคนเภสัชนั้นแล้วเก็บไว้ฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างมาก ให้เกินกำหนดนั้นไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เรื่องพระปิลินทวัจฉะ จบ สิกขาบทวิภังค์

Item ๖๒๓Commentary

คำว่า เภสัชใดควรลิ้มสำหรับภิกษุผู้เป็นไข้ มีอธิบายดังนี้ ที่ชื่อว่า เนยใส ได้แก่ เนยใสทำจากน้ำนมโคบ้าง เนยใสทำจากน้ำนมแพะบ้าง เนยใสทำจากน้ำนมกระบือบ้าง หรือเนยใสทำจากน้ำนมสัตว์ที่มีมังสะเป็นกัปปิยะ ที่ชื่อว่า เนยข้น ได้แก่ เนยข้นทำจากน้ำนมสัตว์เหล่านั้นแหละ ที่ชื่อว่า น้ำมัน ได้แก่ น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดงา น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดผักกาด น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมะซาง น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดละหุ่ง หรือน้ำมันไขสัตว์ ที่ชื่อว่า น้ำผึ้ง ได้แก่ น้ำรสหวานที่แมลงผึ้งทำ ที่ชื่อว่า น้ำอ้อย ได้แก่ น้ำรสหวานที่เกิดจากอ้อย คำว่า ภิกษุรับประเคนเภสัชนั้นแล้วเก็บไว้ฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างมาก คือ ภิกษุพึงฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างมาก คำว่า ให้เกินกำหนดนั้นไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ความว่า เมื่อรุ่ง อรุณวันที่ ๘ เภสัชนั้นเป็นนิสสัคคีย์ คือเป็นของจำต้องสละแก่สงฆ์ แก่คณะหรือแก่ บุคคล ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงสละเภสัชที่เป็นนิสสัคคีย์อย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๓} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ วิธีสละเภสัชที่เป็นนิสสัคคีย์ สละแก่สงฆ์ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุผู้ แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ เภสัชของกระผมนี้เ กินกำหนด ๗ วัน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละเภสัชนี้แก่สงฆ์” ครั้นสละแล้วพึงแสดง อาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนเภสัชที่เธอสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า เภสัชของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละ แก่สงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วก็พึงให้เภสัชนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” สละแก่คณะ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบ เท้าภิกษุผู้แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ เภสัช ของกระผมนี้เกินกำหนด ๗ วัน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละเภสัชนี้แก่ท่านทั้งหลาย” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนเภสัชที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “ท่าน ทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า เภสัชของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละแก่ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านทั้งหลายพร้อมกันแล้วก็พึงให้เภสัชนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” สละแก่บุคคล ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่ง กระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านขอรับ เภสัชของกระผมนี้เกินกำหนด ๗ วัน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละเภสัชนี้แก่ท่าน” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับสละนั้นพึงรับอาบัติแล้วคืนเภสัชที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “กระผม คืนเภสัชนี้ให้แก่ท่าน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท บทภาชนีย์ บทภาชนีย์ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

Item ๖๒๔

เภสัชที่เกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุสำคัญว่าเกินกำหนดแล้ว ต้องอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชเกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชเกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุสำคัญว่ายังไม่เกินกำหนด ต้องอาบัตินิสสัคคิย ปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่ได้อธิษฐาน ภิกษุสำคัญว่าอธิษฐานแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่ได้สละ ภิกษุสำคัญว่าได้สละแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่สูญหาย ภิกษุสำคัญว่าสูญหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่ฉิบหาย ภิกษุสำคัญว่าฉิบหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่ถูกไฟไหม้ ภิกษุสำคัญว่าถูกไฟไหม้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชยังไม่ถูกชิงไป ภิกษุสำคัญว่าถูกชิงไปแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เภสัชที่สละแล้ว ภิกษุได้คืนมา ไม่พึงใช้ด้วยกิจที่เกี่ยวกับร่างกายและไม่ควร ฉัน พึงน้อมเข้าไปในการตามประทีปหรือการผสมสี ภิกษุอื่นจะใช้ด้วยกิจที่เกี่ยวกับ ร่างกายก็ได้ แต่ไม่ควรฉัน ทุกทุกกฏ เภสัชยังไม่เกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุสำคัญว่าเกินกำหนดแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ เภสัชยังไม่เกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ เภสัชยังไม่เกินกำหนด ๗ วัน ภิกษุสำคัญว่ายังไม่เกินกำหนด ไม่ต้องอาบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๓. เภสัชชสิกขาบท อนาปัตติวาร อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

Item ๖๒๕

๑. ภิกษุอธิษฐานภายใน ๗ วัน ๒. ภิกษุสละให้ไป ๓. ภิกษุผู้มีเภสัชสูญหายภายใน ๗ วัน ๔. ภิกษุผู้มีเภสัชฉิบหายภายใน ๗ วัน ๕. ภิกษุผู้มีเภสัชถูกไฟไหม้ภายใน ๗ วัน ๖. ภิกษุผู้มีเภสัชถูกโจรชิงไปภายใน ๗ วัน ๗. ภิกษุผู้มีเภสัชถูกถือเอาไปโดยวิสาสะภายใน ๗ วัน ๘. ภิกษุผู้ไม่เยื่อใย ให้แก่อนุปสัมบันด้วยจิตสละละวางแล้วกลับได้ ของนั้นมาฉันอีก ๙. ภิกษุวิกลจริต ๑๐. ภิกษุต้นบัญญัติ เภสัชชสิกขาบทที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔๖}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้