This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๔ · อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต

Other items in this volume

กิมัตถิยสูตรเจตนาสูตรสีลสูตรอุปนิสาสูตรอานันทสูตรสมาธิสูตรสาริปุตตสูตรสัทธาสูตรสันตสูตรวิชชยสูตรเสนาสนสูตรอังคสูตรสังโยชนสูตรขีลสูตรอัปปมาทสูตรอาหุเนยยสูตรนาถสูตร ที่ ๑นาถสูตร ที่ ๒อริยวสสูตร ที่ ๑อริยวสสูตร ที่ ๒สีหสูตรอธิมุตติสูตรกายสูตรมหาจุนทสูตรกสิณสูตรกาลีสูตรมหาปัญหาสูตร ที่ ๑มหาปัญหาสูตร ที่ ๒โกศลสูตร ที่ ๑โกศลสูตร ที่ ๒อุปาลิสูตรที่ ๑อุพพาหสูตรอุปสัมปทาสูตรนิสสยสูตรอุปาลิสังฆเภทสูตรอุปาลิสามัคคีสูตรอานันทสังฆเภทสูตรอานันทสังฆสามัคคีสูตรวิวาทสูตรวิวาทมูลสูตร ที่ ๑วิวาทมูลสูตร ที่ ๒กุสินาราสูตรปเวสนสูตรสักกสูตรมหาลิสูตรอภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตรสรีรัฏฐธรรมสูตรภัณฑนสูตรสจิตตสูตรสาริปุตตสูตรฐิติสูตรสมถสูตรปริหานสูตรสัญญาสูตร ที่ ๑สัญญาสูตร ที่ ๒มูลสูตรปัพพชิตสูตรอาพาธสูตรอวิชชาสูตรตัณหาสูตรนิฏฐาสูตรอเวจจสูตรสุขสูตร ที่ ๑สุขสูตร ที่ ๒นฬกปานสูตร ที่ ๑นฬกปานสูตร ที่ ๒วัตถุกถาสูตร ที่ ๑วัตถุกถาสูตร ที่ ๒อากังขสูตรกัณฏกสูตรอิฏฐสูตรวัฑฒิสูตรมิคสาลาสูตรอภัพพสูตรกากสูตรนิคันถสูตรอาฆาตวัตถุสูตรอาฆาตปฏิวินยสูตรวาหุนสูตรอานันทสูตรปุณณิยสูตรพยากรณสูตรกัตถีสูตรอัญญสูตรอธิกรณสูตรพยสนสูตรโกกาลิกสูตรพลสูตรกามโภคีสูตรเวรสูตรทิฏฐิสูตรวัชชิยสูตรอุตติยสูตรโกกนุทสูตรอาหุเนยยสูตรเถรสูตรอุปาลีสูตรอภัพพสูตรสมณสัญญาสูตรโพชฌงคสูตรมิจฉัตตสูตรสัมมัตตสูตรอวิชชาวิชชาสูตรนิชชรวัตถุสูตรโธวนสูตรติกิจฉสูตรวมนสูตรนิทธมสูตรอเสขสูตรอเสขธรรมสูตรอธรรมสูตร ที่ ๑อธรรมสูตร ที่ ๒อธรรมสูตร ที่ ๓อาชินสูตรสคารวสูตรโอริมสูตรปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๑ปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๒ปุพพังคสูตรอาสวสูตรปริสุทธิสูตรอุปปันนสูตรมหัปผลสูตรปริโยสานสูตรเอกันตสูตรภาวิตสูตร ที่ ๑ภาวิตสูตร ที่ ๒ภาวิตสูตร ที่ ๓ภาวิตสูตร ที่ ๔มิจฉัตตสูตรสัมมัตตสูตรสาธุสูตรอริยธรรมสูตรกุสลสูตรอรรถสูตรธรรมสูตรอาสวธรรมสูตรสาวัชชธรรมสูตรตปนิยธรรมสูตรอาจยคามิธรรมสูตรทุกขทรยธรรมสูตรทุกขวิปากธรรมสูตรอริยมรรคสูตรกัณหมรรคสูตรสัทธรรมสูตรสัปปุริสธรรมสูตรอุปปาเทตัพพธรรมสูตรอาเสวิตัพพธรรมสูตรภาเวตัพพธรรมสูตรพหุลีกาตัพพธรรมสูตรอนุสสริตัพพธรรมสูตรสัจฉิกาตัพพธรรมสูตร๑. ปุคคลวรรคปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๑ปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๒สคารวสูตรโอริมสูตรอธรรมสูตร ที่ ๑อธรรมสูตร ที่ ๒อธรรมสูตร ที่ ๓ติวิธสูตรสปริกกมนสูตรจุนทสูตรชาณุสโสณีสูตรสาธุอสาธุสูตรอริยานริยธรรมสูตรกุสลากุสลสูตรอัตถานัตถสูตรธรรมาธรรมสูตรสาสวานาสวสูตรสาวัชชานวัชชสูตรตปนิยาตปนิยธรรมสูตรอาจยคามยาปจยคามิธรรมสูตรทุกขุนทรยสุขุนทรยธรรมสูตรทุกขวิปากสุขวิปากธรรมสูตรอริยมรรคานริยมรรคสูตรกัณหมรรคสุกกมรรคสูตรสัทธรรมาสัทธรรมสูตรสัปปุริสธรรมาสัปปุริสธรรมสูตรอุปปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตรอาเสวิตัพพานาเสวิตัพพธรรมสูตรภาเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตรพหุลีกาตัพพาพหุลีกาตัพพธรรมสูตรอนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตรสัจฉิกาตัพพาสัจฉิกาตัพพธรรมสูตร๕. เสวิตัพพาเสวิตัพพวรรคยถาภตสูตรมาตุคามสูตรอุปาสิกาสูตร ที่ ๑อุปาสิกาสูตร ที่ ๒ธรรมปริยายสูตรกรรมสูตร ที่ ๑กรรมสูตร ที่ ๒กรรมสูตร ที่ ๓พราหมณสูตร๒. ทุติยวรรค ๓. ตติยวรรคกิมัตถิยสูตรเจตนาสูตรอุปนิสาสูตร ที่ ๑อุปนิสาสูตร ที่ ๒อุปนิสาสูตร ที่ ๓พยสนสูตรสัญญาสูตรมนสิการสูตรอเสขสูตรโมรนิวาปนสูตรมหานามสูตร ที่ ๑มหานามสูตร ที่ ๒นันทิยสูตรสุภูติสูตรเมตตาสูตรทสมสูตรโคปาลกสูตรสมาธิสูตร ที่ ๑สมาธิสูตร ที่ ๒สมาธิสูตร ที่ ๓สมาธิสูตร ที่ ๔พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์

Commentary

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์

ข้อ ๒๒๙–๒๓๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต3 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

ปณฺณาสกาสงฺคหิตา สุตฺตนฺตา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์

Item ๒๒๙

๒๒ เอกาทสหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต โคปาลโก อภพฺโพ โคคณํ ปริหริตุํ ผาติกาตุํ กตเมหิ เอกาทสหิ อิธ ภิกฺขเว โคปาลโก น รูปญฺญู โหติ น ลกฺขณกุสโล โหติ น อาสาฏิกํ สาเฏตา โหติ น วณํ ปฏิจฺฉาเทตา โหติ น ธูมํ กตฺตา โหติ น ติตฺถํ ชานาติ น ปีตํ ชานาติ น วิถึ ชานาติ น โคจรกุสโล โหติ อนวเสสโทหี โหติ เย เต อุสภา โคปิตโร โคปรินายกา เต น อติเรกปูชาย ปูเชตา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว เอกาทสหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต โคปาลโก อภพฺโพ โคคณํ ปริหริตุํ ผาติกาตุํ เอวเมว โข ภิกฺขเว เอกาทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ ทุกฺขานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ อนตฺตานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ ขยานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ วยานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ วิราคานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ นิโรธานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ จกฺขุสฺมึ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหริตุํ อภพฺโพ โสตสฺมึ ฆานสฺมึ ชิวฺหาย กายสฺมึ มนสฺมึ รูเปสุ สทฺเทสุ คนฺเธสุ รเสสุ โผฏฺฐพฺเพสุ ธมฺเมสุ จกฺขุวิญฺญาเณ โสตวิญฺญาเณ ฆานวิญฺญาเณ ชิวฺหาวิญฺญาเณ กายวิญฺญาเณ มโนวิญฺญาเณ จกฺขุสมฺผสฺเส โสตสมฺผสฺเส ฆานสมฺผสฺเส ชิวฺหาสมฺผสฺเส กายสมฺผสฺเส มโนสมฺผสฺเส จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย โสตสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฆานสมฺผสฺสชาย เวทนาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชาย เวทนาย กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย มโนสมฺผสฺสชาย เวทนาย รูปสญฺญาย สทฺทสญฺญาย คนฺธสญฺญาย รสสญฺญาย โผฏฺฐพฺพสญฺญาย ธมฺมสญฺญาย รูปสญฺเจตนาย สทฺทสญฺเจตนาย คนฺธสญฺเจตนาย รสสญฺเจตนาย โผฏฺฐพฺพสญฺเจตนาย ธมฺมสญฺเจตนาย รูปตณฺหาย สทฺทตณฺหาย คนฺธตณฺหาย รสตณฺหาย โผฏฺฐพฺพตณฺหาย ธมฺมตณฺหาย รูปวิตกฺเก สทฺทวิตกฺเก คนฺธวิตกฺเก รสวิตกฺเก โผฏฺฐพฺพวิตกฺเก ธมฺมวิตกฺเก รูปวิจาเร สทฺทวิจาเร คนฺธวิจาเร รสวิจาเร โผฏฺฐพฺพวิจาเร ธมฺมวิจาเร อนิจฺจานุปสฺสี วิหริตุํ ทุกฺขานุปสฺสี วิหริตุํ อนตฺตานุปสฺสี วิหริตุํ ขยานุปสฺสี วิหริตุํ วยานุปสฺสี วิหริตุํ วิราคานุปสฺสี วิหริตุํ นิโรธานุปสฺสี วิหริตุํ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหริตุนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายโคบาลผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๑ ประการ เป็นผู้ไม่สามารถจะเลี้ยงฝูงโคให้เจริญแพร่หลายได้ องค์ ๑๑ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายโคบาลในโลกนี้ ย่อมไม่รู้จักรูป ๑ ไม่ฉลาดในลักษณะ ๑ ไม่กำจัดไข่ขัง ๑ ไม่ปกปิดแผล ๑ ไม่สุมไฟ ๑ ไม่รู้ท่าน้ำ ๑ ไม่รู้ว่าโคดื่มน้ำ แล้วหรือยัง ๑ ไม่รู้ทาง ๑ ไม่ฉลาดในที่หากิน ๑ รีดนมไม่ให้มีเหลือ ๑ ไม่บูชา โคผู้ทั้งหลายที่เป็นพ่อฝูงโค เป็นผู้นำฝูงโคด้วยการบูชาอย่างยิ่ง ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย นายโคบาลผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๑ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่สามารถจะ เลี้ยงฝูงโคให้เจริญแพร่หลายได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วย ธรรม ๑๑ ประการ ก็เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในจักษุ ฯลฯ เป็น ผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความเป็นทุกข์ในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความ เป็นอนัตตาในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความสิ้นไปในจักษุ เป็นผู้ไม่ สามารถพิจารณาเห็นความเสื่อมไปในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความคลาย ไปในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความดับในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณา เห็นความสละคืนในจักษุ เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความเป็น ทุกข์ ความเป็นอนัตตา ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความคลายไป ความดับ ความสละคืนในหู ... ในจมูก ... ในลิ้น ... ในกาย ... ในใจ ... ในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ ในธรรมารมณ์ ในจักขุวิญญาณ ในโสตวิญญาณ ในฆานวิญญาณ ในชิวหาวิญญาณ ในกายวิญญาณ ในมโนวิญญาณ ในจักขุ สัมผัส ในโสตสัมผัส ในฆานสัมผัส ในชิวหาสัมผัส ในกายสัมผัส ในมโน- *สัมผัส ในเวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ในเวทนาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ในเวทนา อันเกิดแต่ฆานสัมผัส ในเวทนาอันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ในเวทนาอันเกิดแต่กาย สัมผัส ในเวทนาอันเกิดแต่มโนสัมผัส ในรูปสัญญา ในสัททสัญญา ในคันธ สัญญา ในรสสัญญา ในโผฏฐัพพสัญญา ในธรรมสัญญา ในรูปสัญเจตนา ในสัททสัญเจตนา ในคันธสัญเจตนา ในรสสัญเจตนา ในโผฏฐัพพสัญเจตนา ในธรรมสัญเจตนา ในรูปตัณหา ในสัททตัณหา ในคันธตัณหา ในรสตัณหา ในโผฏฐัพพตัณหา ในธรรมตัณหา ในรูปวิตก ในสัททวิตก ในคันธวิตก ใน รสวิตก ในโผฏฐัพพวิตก ในธรรมวิตก ในรูปวิจาร ในสัททวิจาร ในคันธวิจาร ในรสวิจาร ในโผฏฐัพพวิจาร ในธรรมวิจาร ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

Item ๒๓๐

๒๓ เอกาทสหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต โคปาลโก ภพฺโพ โคคณํ ปริหริตุํ ผาติกาตุํ กตเมหิ เอกาทสหิ อิธ ภิกฺขเว โคปาลโก รูปญฺญู โหติ ฯเปฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เอกาทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพว จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหริตุนฺติ ฯ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย เอกาทส ธมฺมา ภาเวตพฺพา กตเม เอกาทส ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ กรุณาเจโตวิมุตฺติ มุทิตาเจโตวิมุตฺติ อุเปกฺขาเจโตวิมุตฺติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนํ อากิญฺจญฺญายตนํ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม เอกาทส ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายโคบาลผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๑ ประการ เป็นผู้สามารถเลี้ยงฝูงโคให้เจริญแพร่หลาย องค์ ๑๑ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย นายโคบาลในโลกนี้ ย่อมรู้จักรูป ฯลฯ ย่อมบูชาโคผู้ทั้งหลายที่เป็น พ่อฝูงโค เป็นผู้นำฝูงโค ด้วยการบูชาอย่างยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายโคบาลผู้ ประกอบด้วยองค์ ๑๑ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้สามารถเลี้ยงฝูงโคให้เจริญแพร่หลาย ได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๑ ประการ ย่อมเป็น ผู้สามารถพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในจักษุ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้สามารถพิจารณาเห็น ความสละคืนในธรรมวิจาร ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการ ควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่งซึ่งราคะ ธรรม ๑๑ ประการเป็นไฉน คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตถฌาน ๑ เมตตาเจโตวิมุติ ๑ กรุณาเจโตวิมุติ ๑ มุทิตาเจโตวิมุติ ๑ อุเบกขาเจโตวิมุติ ๑ อากาสานัญจายตนฌาน ๑ วิญญาณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญายตนฌาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการนี้ ควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่งซึ่งราคะ ฯ

Item ๒๓๑

๒๔ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม เอกาทส ธมฺมา ภาเวตพฺพา โทสสฺส โมหสฺส โกธสฺส อุปนาหสฺส มกฺขสฺส ปฬาสสฺส อิสฺสาย มจฺฉริยสฺส มายาย สาเฐยฺยสฺส ถมฺภสฺส สารมฺภสฺส มานสฺส มทสฺส ปมาทสฺส อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม เอกาทส ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ อิทมโวจ ภควา ฯ อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ ฯ นวสุตฺตสหสฺสานิ ภิยฺโย ปญฺจสตานิ จ สตฺตปญฺญาสสุตฺตนฺตา องฺคุตฺตรสมายุตาติ ฯ เอกาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ -----------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความหมดสิ้นไป เพื่อละ เพื่อความสิ้นไป เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อดับ เพื่อสละ เพื่อสละคืนซึ่งราคะ ธรรม ๑๑ ประการ เป็นไฉน คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตถฌาน ๑ เมตตา เจโตวิมุติ ๑ กรุณาเจโตวิมุติ ๑ มุทิตาเจโตวิมุติ ๑ อุเบกขาเจโตวิมุติ ๑ อากาสา- *นัญจายตยฌาน ๑ วิญญาณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญายตนฌาน ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการนี้ ควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ ... เพื่อสละ เพื่อสละคืนซึ่งราคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ ... เพื่อสละ เพื่อสละคืนซึ่งโทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปฬาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเฐยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ มทะ ปมาทะ ธรรม ๑๑ ประการเป็นไฉน คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ... วิญญา- *ณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญายตนฌาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๑ ประการ นี้ ควรเจริญเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ ... เพื่อสละ เพื่อสละคืนซึ่งโทสะ โมหะ ... มทะ ปมาทะ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นปลื้มใจ ชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล ฯ พระสูตรที่รวมอยู่ในอังคุตตรนิกายมี ๙,๕๕๗ สูตรฉะนี้แล ฯ จบเอกาทสกนิบาต -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย