This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๕ · ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

Other items in this volume

๑. สรณคมน์๒. สิกขาบท ๑๐๓. อาการ ๓๒๔. สามเณรปัญหา๕. มงคลสูตร๖. รัตนสูตร๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์๘. นิธิกัณฑ์๙. กรณียเมตตสูตร๑. ยมกวรรค๒. อัปปมาทวรรค๓. จิตตวรรค๔. ปุปผวรรค๕. พาลวรรค๖. ปัณฑิตวรรค๗. อรหันตวรรค๘. สหัสสวรรค๙. ปาปวรรค๑๐. ทัณฑวรรค๑๑. ชราวรรค๑๒. อัตตวรรค๑๓. โลกวรรค๑๔. พุทธวรรค๑๕. สุขวรรค๑๖. ปิยวรรค๑๗. โกธวรรค๑๘. มลวรรค๑๙. ธัมมัฏฐวรรค๒๐. มรรควรรค๒๑. ปกิณณกวรรค๒๒. นิรยวรรค๒๓. นาควรรค๒๔. ตัณหาวรรค๒๕. ภิกขุวรรค๒๖. พราหมณวรรค๑. โพธิสูตร ที่ ๑๒. โพธิสูตร ที่ ๒๓. โพธิสูตร ที่ ๓๔. อชปาลนิโครธสูตร๕. เถรสูตร๖. มหากัสสปสูตร๗. ปาวาสูตร๘. สังคามชิสูตร๙. ชฎิลสูตร๑๐. พาหิยสูตร๑. มุจจลินทสูตร๒. ราชสูตร๓. ทัณฑสูตร๔. สักการสูตร๕. อุปาสกสูตร๖. คัพภินีสูตร๗. เอกปุตตสูตร๘. สุปปวาสาสูตร๙. วิสาขาสูตร๑๐. กาฬิโคธาภัททิยสูตร๑. กรรมสูตร๒. นันทสูตร๓. ยโสชสูตร๔. สารีปุตตสูตร๕. โกลิตสูตร๖. ปิลินทวัจฉสูตร๗. มหากัสสปสูตร๘. ปิณฑปาตสูตร๙. สิปปสูตร๑๐. โลกสูตร๑. เมฆิยสูตร๒. อุทธตสูตร๓. โคปาลสูตร๔. ชุณหสูตร๕. นาคสูตร๖. ปิณโฑลภารทวาชสูตร๗. สาริปุตตสูตร๘. สุนทรีสูตร๙. อุปเสนวังคันตปุตตสูตร๑๐. สาริปุตตสูตร๑. ราชสูตร๒. อัปปายุกาสูตร๓. สุปปพุทธกุฏฐิสูตร๔. กุมารกสูตร๕. อุโปสถสูตร๖. โสณสูตร๗. กังขาเรวตสูตร๘. อานันทสูตร๙. สัททายมานสูตร๑๐. จูฬปันถกสูตร๑. อายุสมโอสัชชนสูตร๒. ปฏิสัลลานสูตร๓. อาหุสูตร๔. กิรสูตร ที่ ๑๕. กิรสูตร ที่ ๒๖. ติตถสูตร๗. สุภูติสูตร๘. คณิกาสูตร๙. อุปาติสูตร๑๐. อุปปัชชันติสูตร๑. ภัททิยสูตร ที่ ๑๒. ภัททิยสูตร ที่ ๒๓. กามสูตร ที่ ๑๔. กามสูตร ที่ ๒๕. ลกุณฐกภัททิยสูตร๖. ตัณหักขยสูตร๗. ปปัญจขยสูตร๘. มหากัจจานสูตร๙. อุทปานสูตร๑๐. อุเทนสูตร๑. นิพพานสูตร ที่ ๑๒. นิพพานสูตร ที่ ๒๓. นิพพานสูตร ที่ ๓๔. นิพพานสูตร ที่ ๔๕. จุนทสูตร๖. ปาฏลิคามิยสูตร๗. ทวิธาปถสูตร๘. วิสาขาสูตร๙. ทัพพสูตร ที่ ๑๑๐. ทัพพสูตร ที่ ๒๑. โลภสูตร๒. โทสสูตร๓. โมหสูตร๔. โกธสูตร๕. มักขสูตร๖. มานสูตร๗. สัพพสูตร๘. มานสูตร๙. โลภสูตร๑๐. โทสสูตร๑. โมหสูตร๒. โกธสูตร๓. มักขสูตร๔. โมหสูตร๕. กามสูตร๖. เสขสูตร ที่ ๑๗. เสขสูตร ที่ ๒๘. เภทสูตร๙. โมทสูตร๑๐. ปุคคลสูตร๑. จิตตฌายีสูตร๒. ปุญญสูตร๓. อุโภอัตถสูตร๔. เวปุลลปัพพตสูตร๕. สัมปชานมุสาวาทสูตร๖. ทานสูตร๗. เมตตาภาวสูตร๑. ภิกขุสูตร ที่ ๑๒. ภิกขุสูตร ที่ ๒๓. ตปนียสูตร๔. อตปนียสูตร๕. สีลสูตร ที่ ๑๖. สีลสูตร ที่ ๒๗. อาตาปีสูตร๘. นกุหนาสูตร ที่ ๑๙. นกุหนาสูตร ที่ ๒๑๐. โสมนัสสสูตร๑. วิตักกสูตร๒. เทศนาสูตร๓. วิชชาสูตร๔. ปัญญาสูตร๕. ธรรมสูตร๖. อชาตสูตร๗. ธาตุสูตร๘. สัลลานสูตร๙. สิกขาสูตร๑๐. ชาคริยสูตร๑๑. อปายสูตร๑๒. ทิฏฐิสูตร๑. อกุศลมูลสูตร๒. ธาตุสูตร๓. เวทนาสูตร ที่ ๑๔. เวทนาสูตร ที่ ๒๕. เอสนาสูตร ที่ ๑๖. เอสนาสูตร ที่ ๒๗. อาสวสูตร ที่ ๑๘. อาสวสูตร ที่ ๒๙. ตัณหาสูตร๑๐. มารเธยยสูตร๑. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร๒. จักขุสูตร๓. อินทรียสูตร๔. อัทธาสูตร๕. ทุจริตสูตร๖. สุจริตสูตร๗. สุจิสูตร๘. มุนีสูตร๙. ราคสูตร ที่ ๑๑๐. ราคสูตร ที่ ๒๑. มิจฉาทิฐิสูตร๒. สัมมาทิฐิสูตร๓. นิสสรณสูตร๔. รูปสูตร๕. ปุตตสูตร๖. อวุฏฐิกสูตร๗. สุขสูตร๘. ภินทนสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ปริหานสูตร๑. วิตักกสูตร๒. สักการสูตร๓. สัททสูตร๔. จวมานสูตร๕. โลกสูตร๖. อสุภสูตร๗. ธรรมสูตร๘. อันธการสูตร๙. มลสูตร๑๐. เทวทัตตสูตร๑. ปสาทสูตร๒. ชีวิตสูตร๓. สังฆาฏิสูตร๔. อัคคิสูตร๕. อุปปริกขยสูตร๖. อุปปัตติสูตร๗. กามสูตร๘. กัลยาณสูตร๙. ทานสูตร๑๐. ธรรมสูตร๑. พราหมณสูตร๒. จัตตาริสูตร๓. ชานสูตร๔. สมณสูตร๕. สีลสูตร๖. ตัณหาสูตร๗. พรหมสูตร๘. พหุการสูตร๙. กุหนาสูตร๑๐. ปุริสสูตร๑๑. จรสูตร๑๒. สัมปันนสูตร๑๓. โลกสูตร๑. อุรคสูตร๒. ธนิยสูตร๓. ขัคควิสาณสูตร๔. กสิภารทวาชสูตร๕. จุนทสูตร๖. ปราภวสูตร๗. วสลสูตร๘. เมตตสูตร๙. เหมวตสูตร๑๐. อาฬวกสูตร๑๑. วิชยสูตร๑๒. มุนีสูตร๑. รตนสูตร๒. อามคันธสูตร๓. หิริสูตร๔. มงคลสูตร๕. สูจิโลมสูตร๖. ธรรมจริยสูตร๗. พราหมณธรรมิกสูตร๘. นาวาสูตร๙. กึสีลสูตร๑๐. อุฏฐานสูตร๑๑. ราหุลสูตร๑๒. วังคีสสูตร๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร๑๔. ธรรมิกสูตร๑. ปัพพชาสูตร๒. ปธานสูตร๓. สุภาษิตสูตร๔. สุนทริกสูตร๕. มาฆสูตร๖. สภิยสูตร๗. เสลสูตร๘. สัลลสูตร๙. วาเสฏฐสูตร๑๐. โกกาลิกสูตร๑๑. นาลกสูตร๑๒. ทวยตานุปัสสนาสูตร๑. กามสูตร๒. คุหัฏฐกสูตร๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร๔. สุทธัฏฐกสูตร๕. ปรมัฏฐกสูตร๖. ชราสูตร๗. ติสสเมตเตยยสูตร๘. ปสูรสูตร๙. มาคันทิยสูตร๑๐. ปุราเภทสูตร๑๑. กลหวิวาทสูตร๑๒. จูฬวิยูหสูตร๑๓. มหาวิยูหสูตร๑๔. ตุวฏกสูตร๑๕. อัตตทัณฑสูตร๑๖. สารีปุตตสูตรวัตถุกถา๑. อชิตปัญหา๒. ติสสเมตเตยยปัญหา๓. ปุณณกปัญหา๔. เมตตคูปัญหา๕. โธตกปัญหา๖. อุปสีวปัญหา๗. นันทปัญหา๘. เหมกปัญหา๙. โตเทยยปัญหา๑๐. กัปปปัญหา๑๑. ชตุกัณณีปัญหา๑๒. ภัทราวุธปัญหา๑๓. อุทยปัญหา๑๔. โปสาลปัญหา๑๕. โมฆราชปัญหา๑๖. ปิงคิยปัญหา

Commentary

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๙. เหมวตสูตร

ข้อ ๓๐๙พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต1 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส นวมํ เหมวตสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต เหมวตสูตรที่ ๙ สาตาคิรยักษ์กล่าวว่า

Item ๓๐๙

|๓๐๙.๕๗๖| ๙ อชฺช ปณฺณรโส อุโปสโถ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) ทิพฺยา รตฺติ อุปฏฺฐิตา อโนมนามํ สตฺถารํ หนฺท ปสฺสาม โคตมํ ฯ |๓๐๙.๕๗๗| กจฺจิ มโน สุปณิหิโต (อิติ เหมวโต ยกฺโข) สพฺพภูเตสุ ตาทิโน กจฺจิ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จ สงฺกปฺปสฺส วสีกตา ฯ |๓๐๙.๕๗๘| มโน จสฺส สุปณิหิโต (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) สพฺพภูเตสุ ตาทิโน อโถ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จ สงฺกปฺปสฺส วสีกตา ฯ |๓๐๙.๕๗๙| กจฺจิ อทินฺนํ นาทิยติ (อิติ เหมวโต ยกฺโข) กจฺจิ ปาเณสุ สญฺญโต กจฺจิ อารา ปมาทมฺหา กจฺจิ ฌานํ น ริญฺจติ ฯ |๓๐๙.๕๘๐| น โส อทินฺนํ อาทิยติ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) อโถ ปาเณสุ สญฺญโต อโถ อารา ปมาทมฺหา พุทฺโธ ฌานํ น ริญฺจติ ฯ |๓๐๙.๕๘๑| กจฺจิ มุสา น ภณติ (อิติ เหมวโต ยกฺโข) กจฺจิ น ขีณพฺยปฺปโถ กจฺจิ เวภูติยํ นาห กจฺจิ สมฺผํ น ภาสติ |๓๐๙.๕๘๒| มุสา จ โส น ภณติ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) อโถ น ขีณพฺยปฺปโถ อโถ เวภูติยํ นาห มนฺตา อตฺถํ จ ภาสติ ฯ |๓๐๙.๕๘๓| กจฺจิ น รชฺชติ กาเมสุ (อิติ เหมวโต ยกฺโข) กจฺจิ จิตฺตํ อนาวิลํ กจฺจิ โมหํ อติกฺกนฺโต กจฺจิ ธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ |๓๐๙.๕๘๔| น โส รชฺชติ กาเมสุ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) อโถ จิตฺตํ อนาวิลํ สพฺพโมหํ อติกฺกนฺโต พุทฺโธ ธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ |๓๐๙.๕๘๕| กจฺจิ วิชฺชาย สมฺปนฺโน (อิติ เหมวโต ยกฺโข) กจฺจิ สํสุทฺธจารโณ กจฺจิสฺส อาสวา ขีณา กจฺจิ นตฺถิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๐๙.๕๘๖| วิชฺชาย เจว สมฺปนฺโน (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) อโถ สํสุทฺธจารโณ สพฺพสฺส อาสวา ขีณา นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโว ฯ |๓๐๙.๕๘๗| สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ ธมฺมโต นํ ปสํสสิ |๓๐๙.๕๘๘| สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ ธมฺมโต อนุโมทสิ |๓๐๙.๕๘๙| สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ หนฺท ปสฺสาม โคตมํ ฯ |๓๐๙.๕๙๐| เอณิชงฺฆํ กีสํ ธีรํ อปฺปาหารํ อโลลุปํ มุนึ วนสฺมึ ฌายนฺตํ เอหิ ปสฺสาม โคตมํ ฯ |๓๐๙.๕๙๑| สีหํ เอกจรํ นาคํ กาเมสุ อนเปกฺขินํ อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาม มจฺจุปาสปโมจนํ ฯ |๓๐๙.๕๙๒| อกฺขาตารํ ปวตฺตารํ สพฺพธมฺมานปารคุํ พุทฺธํ เวรภยาตีตํ มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ ฯ |๓๐๙.๕๙๓| กิสฺมึ โลโก สมุปฺปนฺโน (อิติ เหมวโต ยกฺโข) กิสฺมึ กุพฺพติ สนฺถวํ กิสฺส โลโก อุปาทาย กิสฺมึ โลโก วิหญฺญติ ฯ |๓๐๙.๕๙๔| ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน (เหมวตาติ ภควา) ฉสุ กุพฺพติ สนฺถวํ ฉนฺนเมว อุปาทาย ฉสุ โลโก วิหญฺญติ ฯ |๓๐๙.๕๙๕| กตมนฺตํ อุปาทานํ ยตฺถ โลโก วิหญฺญติ นิยฺยานํ ปุจฺฉิโต พฺรูหิ กถํ ทุกฺขา ปมุญฺจติ ฯ |๓๐๙.๕๙๖| ปญฺจ กามคุณา โลเก มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา เอตฺถ ฉนฺทํ วิราเชตฺวา เอวํ ทุกฺขา ปมุญฺจติ ฯ |๓๐๙.๕๙๗| เอตํ โลกสฺส นิยฺยานํ อกฺขาตํ โว ยถาตถํ เอตํ โว อหมกฺขามิ เอวํ ทุกฺขา ปมุญฺจติ ฯ |๓๐๙.๕๙๘| โกสูธ ตรติ โอฆํ โกธ ตรติ อณฺณวํ อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ โก คมฺภีเร น สีทติ ฯ |๓๐๙.๕๙๙| สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน ปญฺญวา สุสมาหิโต อชฺฌตฺตสญฺญี สติมา โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ ฯ |๓๐๙.๖๐๐| วิรโต กามสญฺญาย สพฺพสํโยชนาติโค นนฺทิภวปริกฺขีโณ โส คมฺภีเร น สีทติ ฯ |๓๐๙.๖๐๑| คมฺภีรปญฺญํ นิปุณตฺถทสฺสึ อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺตํ ตํ ปสฺสถ สพฺพธิ วิปฺปมุตฺตํ ทิเพฺย ปเถ กมฺมานํ มเหสึ |๓๐๙.๖๐๒| อโนมนามํ นิปุณตฺถทสฺสึ ปญฺญาททํ กามาลเย อสตฺตํ ตํ ปสฺสถ สพฺพวิทุํ สุเมธํ อริเย ปเถ กมฺมานํ มเหสึ ฯ |๓๐๙.๖๐๓| สุทิฏฺฐํ วต โน อชฺช สุปฺปภาตํ สุหุฏฺฐิตํ ยํ อทฺทสาม สมฺพุทฺธํ โอฆติณฺณมนาสวํ ฯ |๓๐๙.๖๐๔| อิเม ทสสตยกฺขา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน สพฺเพ ตํ สรณํ ยนฺติ ตฺวํ โน สตฺถา อนุตฺตโร ฯ |๓๐๙.๖๐๕| เต มยํ วิจริสฺสาม คามา คามํ นคา นคํ นมสฺสมานา สมฺพุทฺธํ ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตนฺติ ฯ เหมวตสุตฺตํ นวมํ ฯ ------------

นี้วันเป็นอุโบสถที่ ๑๕ ราตรีอันเป็นทิพย์ปรากฏแล้ว มาเรา ทั้งสองจงไปเฝ้าพระโคดมผู้เป็นพระศาสดามีพระนามอันไม่ ทรามเถิด ฯ เหมวตยักษ์ถามว่า พระโคดมผู้คงที่ทรงตั้งพระทัยไว้ดีแล้ว ในสัตว์ทั้งปวงแลหรือ พระโคดมทรงกระทำความดำริในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ให้อยู่ในอำนาจแลหรือ ฯ สาตาคิรยักษ์ตอบว่า ก็พระองค์เป็นผู้คงที่ ทรงตั้งพระทัยไว้ดีแล้วในสัตว์ทั้งปวง อนึ่ง พระองค์ทรงกระทำความดำริในอิฏฐารมณ์และ อนิฏฐารมณ์ ให้อยู่ในอำนาจแล้ว ฯ เหมวตยักษ์ถามว่า พระโคดมไม่ทรงถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้แลหรือ ทรงสำรวมแล้วในสัตว์ทั้งหลายแลหรือ ทรงห่างไกลจาก ความประมาทแลหรือ ย่อมไม่ทรงละทิ้งฌานแลหรือ ฯ สาตาคิรยักษ์ตอบว่า พระองค์ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ทรงสำรวม แล้วในสัตว์ทั้งหลาย และทรงห่างไกลจากความประมาท พระองค์เป็นผู้ตรัสรู้แล้ว ย่อมไม่ทรงละทิ้งฌาน ฯ เหมวตยักษ์ถามว่า พระโคดมไม่ตรัสคำเท็จแลหรือ มีพระวาจาไม่หยาบคาย แลหรือ ไม่ตรัสคำส่อเสียดแลหรือ ไม่ตรัสคำเพ้อเจ้อ แลหรือ ฯ สาตาคิรยักษ์ตอบว่า พระองค์ไม่ตรัสคำเท็จ มีพระวาจาไม่หยาบคาย และไม่ตรัส คำส่อเสียด ตรัสคำที่เป็นประโยชน์อย่างเดียว เพราะทรง กำหนดด้วยพระปัญญา ฯ เหมวตยักษ์ถามว่า พระโคดมไม่ทรงยินดีในกามทั้งหลายแลหรือ พระหฤทัย ของพระโคดมไม่ขุ่นมัวแลหรือ พระโคดมทรงล่วงโมหะ ได้แล้วหรือ พระโคดมทรงมีพระจักษุในธรรมทั้งหลาย แลหรือ ฯ สาตาคิรยักษ์ตอบว่า พระองค์ไม่ทรงยินดีในกามทั้งหลาย และพระหฤทัยของ พระองค์ไม่ขุ่นมัว พระองค์ทรงล่วงโมหะได้ทั้งหมด พระองค์ ตรัสรู้แล้ว ทรงมีพระจักษุในธรรมทั้งหลาย ฯ เหมวตยักษ์ถามว่า พระโคดมทรงถึงพร้อมแล้ว ด้วยวิชชาแลหรือ ทรงมี จรณะบริสุทธิ์แลหรือ อาสวะทั้งหลายของพระองค์นั้นสิ้น ไปแล้วแลหรือ ภพใหม่ไม่มีแลหรือ ฯ สาตาคิรยักษ์ตอบว่า พระองค์ทรงถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชา และทรงมีจรณะบริสุทธิ์ อาสวะทั้งหลายของพระองค์สิ้นไปหมดแล้ว ภพใหม่ของ พระองค์ไม่มี ฯ เหมวตยักษ์กล่าวว่า พระหฤทัยของพระโคดมผู้เป็นมุนี ถึงพร้อมแล้ว กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม มาเราทั้งสองจงไปเฝ้าพระโคดม ผู้ทรงถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะกันเถิด ฯ เหมวตยักษ์ชมเชยพระผู้มีพระภาคว่า มาเถิดเราจงไปเฝ้าพระโคดมผู้มีพระชงฆ์เพียงปลีแข้งเนื้อทราย ผู้ซูบผอม เป็นนักปราชญ์ มีพระกระยาหารน้อย ไม่โลภ เป็นมุนี ทรงฌานอยู่ในป่า เราเข้าไปเฝ้าพระโคดม ผู้ดุจ ราชสีห์ เสด็จเที่ยวไปพระองค์เดียว ไม่เสด็จมาสู่ภพใหม่ ไม่มีความห่วงใย ในกามทั้งหลาย แล้วจงทูลถามถึงธรรม เป็นเครื่องพ้นจากบ่วงมาร เราจงทูลถามพระโคดมผู้ตรัสบอก ผู้ทรงแสดง ผู้ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ผู้ตรัสรู้แล้ว ผู้ทรงล่วงเวรภัยได้แล้ว ฯ เหมวตยักษ์ทูลถามว่า เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมกระทำความ เชยชิดในอะไร โลกยึดถืออะไร เมื่ออะไรมี โลก จึงเดือดร้อน ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรเหมวตะ เมื่ออายตนะภายในและภายนอก ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิด ขึ้น โลกย่อมกระทำความเชยชิดในอายตนะภายในและภาย นอก ๖ โลกยึดถืออายตนะภายในและภายนอก ๖ นั่น แหละ เมื่ออายตนะภายในและภายนอก ๖ มี โลกจึง เดือดร้อน ฯ อุปาทานที่เป็นเหตุให้โลกต้องเดือดร้อนเป็นไฉน ข้าพระองค์ ทูลถามแล้ว ขอพระองค์ตรัสบอก ซึ่งธรรมชาติเป็นเครื่อง ออกจากโลก บุคคลจะพ้นจากทุกข์ได้อย่างไร ฯ กามคุณ ๕ ในโลกมีใจเป็นที่ ๖ เราประกาศแล้ว บุคคล คลายความพอใจในกามคุณ ๕ นี้ได้แล้วย่อมพ้นจากทุกข์ได้ ด้วยอาการอย่างนี้ เราบอกซึ่งธรรมชาติเป็นเครื่องออกจาก โลกนี้ ตามความเป็นจริง แก่ท่านทั้งหลายแล้ว ถ้าแม้ท่าน ทั้งหลายพึงถามเราพันครั้ง เราก็จะบอกข้อนี้แก่ท่านทั้งหลาย เพราะบุคคลย่อมพ้นจากทุกข์ได้ด้วยอาการอย่างนี้ ฯ ในโลกนี้ใครเล่าข้ามโอฆะได้ ในโลกนี้ใครเล่าข้ามอรรณพ ได้ ใครย่อมไม่จมลงในอรรณพที่ลึกซึ้ง ไม่มีที่พึ่ง ไม่มี ที่ยึดเหนี่ยว ฯ ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยศีล มีปัญญา มีใจตั้งมั่นดีแล้ว มีความ หมายรู้ ณ ภายใน มีสติทุกเมื่อ ย่อมข้ามพ้นโอฆะที่ข้ามได้ แสนยาก ผู้นั้นเว้นจากกามสัญญา ล่วงสังโยชน์ทั้งปวงเสีย ได้ มีความเพลิดเพลินและภพหมดสิ้นแล้ว ย่อมไม่จมลงใน อรรณพ คือ สงสารอันลึก ฯ เชิญท่านทั้งหลาย ดูพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้มีพระปัญญา ลึกซึ้ง ผู้ทรงแสดงเนื้อความละเอียด ไม่มีความกังวล ไม่ข้องแล้วในกามภพ พ้นวิเศษแล้วในอารมณ์ทั้งปวง ทรง ดำเนินไปในทางอันเป็นทิพย์ ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายดูพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นผู้มีพระนามไม่- ทราม ผู้ทรงแสดงเนื้อความละเอียด ผู้ทรงให้ปัญญา ไม่ข้องแล้วในอาลัยในกาม ทรงรู้ธรรมทั้งปวง มีพระปัญญาดี ทรงดำเนินไปในทางอันเป็นอริยะ ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่ ฯ วันนี้เราทั้งหลายเห็นดีแล้วหนอ สว่างไสวแล้ว ตั้งขึ้นดีแล้ว เพราะเราทั้งหลายได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามโอฆะได้ แล้ว หาอาสวะมิได้ ฯ ยักษ์หนึ่งพันทั้งหมดเหล่านี้ มีฤทธิ์ มียศ ย่อมถึงพระผู้มี- พระภาคพระองค์นั้น เป็นสรณะด้วยคำว่า พระองค์เป็น พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ ทั้งหลาย จักขอนอบน้อมซึ่งพระสัมพุทธเจ้าและความที่พระ ธรรมเป็นธรรมดี เที่ยวไปจากบ้านสู่บ้าน จากภูเขาสู่ภูเขา ฯ จบเหมวตสูตรที่ ๙

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย