Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๒
๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุตตเรยยทายกเถระ (พระอุตตเรยยทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๙๐ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้คงแก่เรียน ทรงจำมนตร์ จบไตรเพท อยู่ในกรุงหงสวดี
๙๑เวลานั้น ข้าพเจ้ามีพวกศิษย์ของตนแวดล้อม เป็นคนมีตระกูล ศึกษาดี ออกไปจากกรุงเพื่อต้องการจะรดน้ำ
๙๒พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง เสด็จเข้ามายังกรุงพร้อมกับพระขีณาสพหลายพันองค์
๙๓ข้าพเจ้าเห็นพระองค์มีพระรูปงามยิ่งนัก ไม่หวั่นไหวเหมือนรูปที่เขาหล่อไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน มีพระอรหันต์ทั้งหลายแวดล้อม ครั้นแล้วได้ทำจิตให้เลื่อมใส
๙๔ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า นมัสการพระองค์ผู้มีวัตรงามแล้ว ได้ถวายผ้าห่ม
๙๕ข้าพเจ้าประคองผ้าสาฎกด้วยมือทั้ง ๒ แล้วยกขึ้น ผ้าสาฎกปกปิด(บังแดดฝน)ตลอดทั่วพุทธบริษัท
๙๖เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจำนวนมาก เที่ยวจาริกไปบิณฑบาตในเวลานั้น ผ้าสาฎกได้กั้นเป็นหลังคา ยังข้าพเจ้าให้ร่าเริง
๙๗เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจะออกจากเรือน พระศาสดาผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับยืนอยู่ที่ถนนได้ทรงทำอนุโมทนาว่า
๙๘เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายผ้าสาฎกแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
๙๙ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลก ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นจอมเทพครองเทวราชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ชาติ
๑๐๐เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลก จักมีผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
๑๐๑และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
๑๐๒เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ สิ่งที่เขาปรารถนาด้วยใจทุกอย่างจักบังเกิดขึ้นทันที {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน
๑๐๓คนผู้นี้จักได้ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย และผ้าทั้งหลาย ซึ่งมีค่ามาก
๑๐๔คนผู้นี้จักได้สิ่งที่ตนปรารถนาด้วยใจทุกอย่าง จักเสวยวิบากแห่งผ้าผืนเดียว ในกาลทุกเมื่อ
๑๐๕ภายหลังเขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักออกบวช จักกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
๑๐๖น่าปลื้มใจ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ดีแล้ว แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ จึงได้บรรลุอมตบทเพราะถวายผ้าสาฎกผืนเดียว
๑๐๗ผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนให้แก่ข้าพเจ้าผู้อยู่ในมณฑป ที่โคนไม้หรือในเรือนว่าง โดยรอบ ข้างละ ๑ วา
๑๐๘ข้าพเจ้านุ่งห่มจีวรและใช้สอยปัจจัย ซึ่งไม่ได้ทำวิญญัติ(ไม่ได้ออกปากขอมา)ได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าห่มผืนเดียว
๑๐๙ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า
๑๑๐คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุตตเรยยทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุตตเรยยทายกเถราปทานที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๕}