Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๒
๒. สตรังสิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๖. วีชนีวรรค] ๒. สตรังสิยเถราปทาน ๒. สตรังสิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสตรังสิยเถระ (พระสตรังสิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคผู้เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ เสด็จขึ้นภูเขาสูงแล้วประทับนั่งอยู่ ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์ อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขา
ข้าพเจ้าได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน ประนมมือแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงประกาศธรรมอันประเสริฐ มีหมู่ภิกษุแวดล้อม รุ่งเรืองดังกองไฟ
พระผู้มีพระภาคทรงเป็นดุจมหาสมุทรที่หวั่นไหวได้ยาก ทรงเป็นดุจห้วงน้ำที่ข้ามได้ยาก ทรงเป็นดุจราชสีห์ที่ไม่ครั่นคร้าม มีพระจักษุแสดงธรรมอยู่
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
ผู้ใดได้ถวายอัญชลีและชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติ ๓๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าอังคีรส ผู้ทรงทำลายกิเลสเครื่องห่อหุ้มได้แล้ว จักเสด็จอุบัติขึ้นในครั้งนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๖. วีชนีวรรค] ๓. สยนทายกเถราปทาน
ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นพระอรหันต์มีนามว่าสตรังสี
ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต มีนามว่าสตรังสี ข้าพเจ้ามีรัศมีแผ่ออกไป
ข้าพเจ้ามีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน อยู่ที่มณฑปหรือโคนต้นไม้ ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ มีนามเหมือนกันว่าราม สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สตรังสิยเถราปทานที่ ๒ จบ