Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๒
๗. คิริมานันทเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๗. คิริมานันทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระคิริมานันทเถระ (พระคิริมานันทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ภริยาของข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว บุตรของข้าพเจ้าก็ตกไปอยู่ป่าช้าแล้ว(ตาย) บิดามารดาและพี่ชายของข้าพเจ้าก็ถูกเผาที่เชิงตะกอนเดียวกัน
เพราะความเศร้าโศกนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้รุ่มร้อน ผอมเหลือง จิตของข้าพเจ้าฟุ้งซ่าน คับแค้นใจด้วยความเศร้าโศกนั้น
ข้าพเจ้ามากไปด้วยลูกศรคือความเศร้าโศกจึงเข้าไปยังชายป่า บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง อาศัยอยู่ที่โคนต้นไม้
พระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้กระทำที่สุดทุกข์ พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงเสด็จมาใกล้ข้าพเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน
ข้าพเจ้าได้ยินเสียงพระบาทของพระพุทธเจ้า พระนามว่าสุเมธะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ จึงแหงน(หน้า)มองดูพระมหามุนี
พระมหาวีรเจ้าเสด็จเข้ามา ปีติเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ในครั้งนั้นข้าพเจ้าได้มีใจเบิกบาน เพราะเห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ข้าพเจ้าจึงได้สติ แล้วได้ถวายใบไม้กำมือหนึ่ง พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ ประทับนั่งบนใบไม้นั้น ด้วยความอนุเคราะห์
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ครั้นประทับนั่งบนใบไม้นั้นแล้ว ทรงแสดงธรรมเครื่องบรรเทาลูกศร คือความเศร้าโศกแก่ข้าพเจ้าว่า
ชนเหล่านั้น ไม่มีใครเชิญก็พากันมาจากปรโลกนั้นเอง ไม่มีใครอนุญาตก็พากันไปจากมนุษยโลกนี้แล้ว เขาก็พากันไปตามที่เขาจะไป จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของพวกเขานั้น
เมื่อฝนตกลงมาคนเดินทางที่มีสิ่งของ ก็หลบฝนจนกว่าฝนจะหาย
เมื่อฝนหายแล้ว พวกเขาก็ไปตามปรารถนาฉันใด มารดาบิดาของท่านก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของเขานั้น
แขกผู้จรมาผู้ทำเจ้าของบ้านให้หวั่นไหวสั่นสะท้านฉันใด มารดาและบิดาของท่านก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของเขานั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน
งูลอกคราบเก่าไปฉันใด มารดาและบิดาของท่านก็ฉันนั้น ย่อมละกายของตนในโลกนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทราบพระพุทธดำรัสแล้ว จึงละลูกศรคือความเศร้าโศกได้ เกิดความปราโมทย์แล้ว ได้กราบไหว้ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
ครั้นแล้ว ใช้ช่อดอกกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมทิพย์ บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้เป็นพระมหานาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ครั้นบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ประนมมือขึ้นเหนือศีรษะระลึกถึงคุณอันเลิศแล้ว ได้สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีความเพียรมาก พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญู เป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงข้ามพ้นแล้ว ยังทรงช่วยเหลือสรรพสัตว์ ด้วยพระญาณอีก
ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ พระองค์ตัดความเคลือบแคลงสงสัยของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์บรรลุมรรคด้วยพระญาณของพระองค์
พระอรหันต์ผู้ถึงความสำเร็จ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก เที่ยวไปในอากาศได้ เป็นนักปราชญ์ แวดล้อมอยู่ในขณะนั้น
พระเสขะผู้กำลังปฏิบัติ และผู้ตั้งอยู่ในผล เป็นสาวกของพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน สาวกทั้งหลายของพระองค์ย่อมเบ่งบาน เหมือนดอกปทุมแย้มบานเมื่อดวงอาทิตย์อุทัย
มหาสมุทรประมาณมิได้ ไม่มีอะไรเทียมเท่า ยากที่จะข้ามได้ ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พระองค์ก็ทรงสมบูรณ์ด้วยพระญาณนับประมาณมิได้ ฉันนั้น
ข้าพเจ้าได้คุกเข่าน้อมไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงชนะโลก ผู้มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่ทุกทิศแล้วหลีกไป
ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้ว มีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า เร่ร่อนอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา
ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตน มีปกติเข้าฌาน มีการหลีกเร้นเป็นอารมณ์
ตั้งความเพียร ให้พระมหามุนีทรงพอพระทัย พ้นจากกิเลส ดังดวงจันทร์พ้นแล้วจากกลีบเมฆ อยู่ทุกเมื่อ
ข้าพเจ้าเป็นผู้ขวนขวายในวิเวก สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระคิริมานันทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ คิริมานันทเถราปทานที่ ๗ จบ