Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๒
๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน ๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมหาโมคคัลลานเถระ (พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๓๗๕พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน มีหมู่เทวดาห้อมล้อมประทับอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์
๓๗๖ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นพญานาคมีนามว่าวรุณ เนรมิตรูปได้ตามที่ต้องการ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่
๓๗๗ข้าพเจ้าละหมู่นาคซึ่งเป็นบริวารประจำ ให้เริ่มบรรเลงดนตรี ในครั้งนั้น หมู่นางนาคแวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พากันประโคมดนตรี
๓๗๘เมื่อดนตรีประโคมอยู่ เหล่าเทวดาก็ประโคมดนตรี พระพุทธเจ้าได้ทรงสดับเสียงดนตรีของทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ทรงทราบ
๓๗๙ข้าพเจ้านิมนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเข้าไปยังภพของตน ปูลาดอาสนะ แล้วจึงกราบทูลเวลา
๓๘๐พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป แวดล้อม (ทรงเปล่งรัศมี) ทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว เสด็จเข้าไปยังภพของข้าพเจ้า
๓๘๑ครั้งนั้น ข้าพเจ้าอังคาสพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน และหมู่ภิกษุให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ @เชิงอรรถ : @ หมายรวมถึงหมู่พระสาวกด้วย เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น (ขุ.อป.อ. ๑/๓๗๙/๒๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน
๓๘๒พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก ผู้เป็นพระสยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงอนุโมทนาแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
๓๘๓บุคคลใดได้บูชาพระสงฆ์ และได้บูชาพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น บุคคลนั้นจักไปเกิดยังเทวโลก
๓๘๔จักครองเทวสมบัติ ๗๗ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๑๐๘ ชาติ
๓๘๕และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๕ ชาติ โภคสมบัตินับจำนวนไม่ถ้วนจักเกิดขึ้นแก่เขาในขณะนั้น
๓๘๖ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
๓๘๗เขาจุติจากนรกแล้วจักมาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นบุตรของพราหมณ์มีนามว่าโกลิตะ
๓๘๘ภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักบวชเป็นสาวกองค์ที่ ๒ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
๓๘๙เป็นผู้บำเพ็ญเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว(เพื่อนิพพาน) ถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
๓๙๐(พระเถระครั้นกล่าวคำพยากรณ์ที่ตนได้รับแล้ว เมื่อจะประกาศความประพฤติชั่วจึงกล่าวว่า) ข้าพเจ้าคลุกคลีมิตรชั่ว ตกอยู่ในอำนาจกามราคะ มีใจโกรธเคือง ได้ฆ่ามารดาและบิดาเสียแล้ว @เชิงอรรถ : @ ผู้บำเพ็ญเพียร หมายถึงมีความเพียรในอิริยาบถทั้งหลายมีการยืนการนั่งเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๑/๓๘๙/๒๘๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน
๓๙๑ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือ จะเป็นนรกหรือมนุษย์ก็ตาม เพราะเป็นผู้มากด้วยความชั่ว ข้าพเจ้าจึงถูกทุบศีรษะตาย
๓๙๒นี้เป็นกรรมครั้งสุดท้ายของข้าพเจ้า ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ กรรมเช่นนี้จักปรากฏแก่ข้าพเจ้าในเวลาจะตายแม้ในชาตินี้
๓๙๓ข้าพเจ้าหมั่นประกอบความสงัด ยินดีในการเจริญสมาธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
๓๙๔(เมื่อพระเถระจะประกาศผลแห่งความประพฤติในก่อน จึงกล่าวว่า) ข้าพเจ้าถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ พึงใช้นิ้วหัวแม่เท้าข้างซ้าย เขี่ยแผ่นดินซึ่งทั้งลึกทั้งหนาที่อะไรๆ กำจัดได้ยาก ให้ไหวได้
๓๙๕ข้าพเจ้าไม่เห็นอัสมิมานะ(ถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่) ข้าพเจ้าไม่มีความถือตัว ข้าพเจ้ากระทำจิตให้มีความเคารพ แม้กระทั่งสามเณร
๓๙๖ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญกรรมใดไว้ ข้าพเจ้าได้บรรลุถึงภูมินั้น แล้วบรรลุความสิ้นอาสวะ
๓๙๗คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้ มหาโมคคัลลานเถราปทานที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ภูมินั้น หมายถึงสาวกภูมิ ซึ่งหมายถึงบรรลุพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๓๙๖/๓๐๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๑}