Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๒
๗. เหมกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๗. เหมกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเหมกเถระ (พระเหมกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๘๓ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นดาบสชื่ออโนมะ อาศัยยอดเงื้อมเขาสร้างอาศรมไว้อย่างดี อยู่ในบรรณศาลา
๑๘๔การบำเพ็ญตบะของข้าพเจ้านั้นสำเร็จแล้ว ข้าพเจ้าถึงความสำเร็จในพลังของตน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน กล้าหาญในสามัญคุณของตน มีความเพียร มีปัญญารักษาตน เป็นมุนี
๑๘๕แกล้วกล้าในลัทธิสมัยของตน ฉลาดในการโต้ตอบ ไปได้ทั้งบนพื้นดินและในอากาศ ฉลาดในลางร้ายลางดี
๑๘๖ปราศจากความเศร้าโศก ไม่แข่งดี มีอาหารน้อย(ฉันอาหารน้อย) ไม่โลภจัด สันโดษตามมีตามได้ (ลาภาลาเภน) มีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน เป็นมุนี
๑๘๗ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นมุนี พระองค์ทรงประสงค์จะช่วยสัตว์ให้ข้ามพ้น(จากวัฏสงสาร) จึงทรงแผ่พระกรุณาไป
๑๘๘พระมหามุนีทรงพระนามว่าปิยทัสสี ทรงพิจารณาเห็นคนผู้ควรตรัสรู้แล้ว ก็เสด็จไปประทานโอวาทในที่ ๑,๐๐๐ จักรวาล
๑๘๙พระองค์ทรงประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงเสด็จเข้ามายังอาศรมของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นพระชินเจ้ามาก่อน และไม่เคยได้ฟังมาจากใครๆ
๑๙๐ลางดีลางร้าย ความฝัน และลักษณะดีร้าย ข้าพเจ้ารู้ดีแล้ว ข้าพเจ้าไปได้ทั้งบนพื้นดินและในอากาศ ฉลาดในบทนักษัตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
๑๙๑ข้าพเจ้านั้นได้ฟังข่าวพระพุทธเจ้าแล้ว ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธองค์ จะยืนหรือนั่งอยู่ก็ตาม ย่อมระลึกถึงตลอดกาลเป็นนิตย์
๑๙๒เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงอยู่อย่างนี้ แม้พระผู้มีพระภาคก็ทรงระลึกถึง เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้า ปีติก็เกิดขึ้นทันที
๑๙๓พระมหามุนีทรงรอเวลาอีกหน่อยแล้ว จึงเสด็จมาหาข้าพเจ้า แม้เมื่อพระองค์เสด็จมาถึง ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักว่าผู้นี้คือพระพุทธมหามุนี
๑๙๔พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี ผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณาทรงให้รู้จักพระองค์ว่า เราเป็นพระพุทธเจ้าในมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลก
๑๙๕ครั้นข้าพเจ้ารู้จักแน่ชัดว่า พระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นมหามุนีแล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส ได้กราบทูลคำนี้ว่า
๑๙๖นิมนต์ภิกษุทั้งปวงนั่งบนตั่ง บนบัลลังก์ และบนพนักพิง ส่วนพระองค์ผู้มีปกติเห็นเหตุทั้งสิ้น ขอเชิญประทับบนอาสนะที่รุ่งเรือง
๑๙๗ในขณะนั้น ข้าพเจ้าเนรมิตตั่งซึ่งสำเร็จด้วยแก้วล้วนๆ แล้ว ถวายอาสนะที่เนรมิตด้วยฤทธิ์แด่พระมุนีพระนามว่าปิยทัสสี
๑๙๘เมื่อพระพุทธเจ้าประทับนั่ง บนตั่งแก้วที่ข้าพเจ้าเนรมิตด้วยฤทธิ์แล้ว ข้าพเจ้าได้ถวายผลหว้าโตประมาณเท่าหม้อทันที {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
๑๙๙พระมหามุนีทรงให้ความร่าเริงเกิดแก่ข้าพเจ้าแล้ว ทรงเสวยแล้ว ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสแล้ว ถวายอภิวาทพระศาสดา
๒๐๐ส่วนพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ประทับนั่งอยู่บนอาสนะแก้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
๒๐๑เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้ถวายตั่งแก้วและผลซึ่งเป็นอมตะแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
๒๐๒ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๗๗ กัป จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
๒๐๓จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๒ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
๒๐๔จักได้บัลลังก์ทองคำ บัลลังก์เงิน บัลลังก์แก้วทับทิม และบัลลังก์แก้วล้วน จำนวนมาก ที่ทำอย่างสวยงาม
๒๐๕บัลลังก์มากมายจักแวดล้อมผู้นี้ซึ่งเกิดเป็นมนุษย์ พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม แม้เดินอยู่ ทุกเมื่อ
๒๐๖ปราสาทที่เป็นเรือนยอดและที่นอนอันควรค่ามาก ดังจะรู้จิตของผู้นี้ บังเกิดขึ้นในขณะนั้นนั่นเอง
๒๐๗ช้างพลายชาติมาตังคะ ๖๐,๐๐๐ เชือก ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีสายประโคนพานหน้าและพานหลังทำด้วยทอง ประกอบด้วยเครื่องประดับศีรษะและข่ายล้วนเป็นทอง
๒๐๘มีควาญช้างผู้ถือหอกซัดและขอขึ้นขี่ประจำ พลช้างเหล่านั้นจักบำเรอผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแก้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
๒๐๙ม้าสินธพชาติอาชาไนย ๖๐,๐๐๐ ตัว เป็นพาหนะวิ่งเร็ว ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง
๒๑๐มีทหารม้าถือธนูสวมเกราะหนังขึ้นขี่ประจำ พลม้าเหล่านั้นจักบำเรอผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแก้ว
๒๑๑รถ ๖๐,๐๐๐ คัน ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองบ้าง หุ้มด้วยหนังเสือโคร่งบ้าง ปักธงหน้ารถ
๒๑๒มีนายสารถีถือกริชและธนูขึ้นประจำ จักแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแก้ว
๒๑๓แม่โคนม ๖๐,๐๐๐ ตัว จักตกลูกโคผู้ตัวประเสริฐ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแก้ว
๒๑๔สตรี ๖๐,๐๐๐ คน ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง สวมใส่ผ้าอาภรณ์อย่างงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี
๒๑๕มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงาม เอวเล็กเอวบาง จักแวดล้อมผู้นี้เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแก้ว
๒๑๖ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ผู้มีพระจักษุ ทรงกำจัดความมืดมนอนธการ จักอุบัติขึ้นในโลก
๒๑๗ผู้นี้อาศัยการได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จักตัดความกังวลออกบวช จักให้พระศาสดาทรงพอพระทัยแล้ว ยินดียิ่งอยู่ในศาสนา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
๒๑๘ได้ฟังธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้นแล้ว จักเผากิเลสทั้งหลาย กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงจักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
๒๑๙ข้าพเจ้ามีความเพียรสำหรับนำพาธุระไป เป็นความเพียรนำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ ข้าพเจ้าปรารถนาประโยชน์สูงสุด อยู่ในศาสนา
๒๒๐นี้เป็นชาติสุดท้ายของข้าพเจ้า ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ อาสวะทั้งปวงของข้าพเจ้าสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
๒๒๑กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๒๒๒การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๒๒๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเหมกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ เหมกเถราปทานที่ ๗ จบ ภาณวารที่ ๑๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๓}