Scripture · พระอภิธรรมปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๓๕ · วิภังคปกรณ์
สัจจะ ๔ ทุกขสมุทัย ทุกข์ ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ อภิธรรมภาชนีย์ อัฏฐังคิกวาร
จตฺตาริ สจฺจานิ ทุกฺขํ ทุกฺขสมุทโย ทุกฺขนิโรโธ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา ฯ
สัจจะ ๔ คือ ๑. ทุกข์ ๒. ทุกขสมุทัย ๓. ทุกขนิโรธ ๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน ตัณหา นี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา สาสวา จ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ กุศลธรรมอันเป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ วิบากแห่งกุศลธรรม และอกุศล- *ธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมเป็นกิริยามิใช่กุศล อกุศลและกรรมวิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียกว่า ทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน การประหาณตัณหา นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ [โสดาปัตติผล] สงัด จากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติ และสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด มรรคมี องค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ ย่อมมีในสมัยนั้น
ตตฺถ กตมา สมฺมาทิฏฺฐิ ยา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯ
ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม ความเห็น ชอบ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ
ตตฺถ กตโม สมฺมาสงฺกปฺโป โย ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ สมฺมาสงฺกปฺโป มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสงฺกปฺโป ฯ
สัมมาสังกัปปะ เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริชอบ อันเป็นองค์แห่ง มรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ
ตตฺถ กตมา สมฺมาวาจา ยา จตูหิ วจีทุจฺจริเตหิ อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาปตฺติ เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต สมฺมาวาจา มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาวาจา ฯ
สัมมาวาจา เป็นไฉน การงด การเว้น การเลิกละ เจตนาเครื่องเว้น จากวจีทุจริต ๔ กิริยา ไม่ทำ การไม่ทำ การไม่ล่วงละเมิด การไม่ล้ำเขต การกำจัด ต้นเหตุวจีทุจริต ๔ วาจาชอบ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาวาจา
ตตฺถ กตโม สมฺมากมฺมนฺโต ยา ตีหิ กายทุจฺจริเตหิ อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาปตฺติ เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต สมฺมากมฺมนฺโต มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมากมฺมนฺโต ฯ
สัมมากัมมันตะ เป็นไฉน การงด การเว้น การเลิกละ เจตนาเครื่องเว้น จากกายทุจริต ๓ กิริยา ไม่ทำ การไม่ทำ การไม่ล่วงละเมิด การไม่ล้ำเขต การกำจัดต้นเหตุกายทุจริต ๓ การงานชอบ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมากัมมันตะ
ตตฺถ กตโม สมฺมาอาชีโว ยา มิจฺฉาอาชีวา อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาปตฺติ เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต สมฺมาอาชีโว มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาอาชีโว ฯ
สัมมาอาชีวะ เป็นไฉน การงด การเว้น การเลิกละ เจตนาเครื่องเว้น จากมิจฉาอาชีวะ กิริยา ไม่ทำ การไม่ทำ การไม่ล่วงละเมิด การไม่ล้ำเขต การกำจัด ต้นเหตุมิจฉา- *อาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ
ตตฺถ กตโม สมฺมาวายาโม โย เจตสิโก วิริยารมฺโภ ฯเปฯ สมฺมาวายาโม วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาวายาโม ฯ
สัมมาวายามะ เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ ความพยายามชอบ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาวายามะ
ตตฺถ กตมา สมฺมาสติ ยา สติ อนุสฺสติ ฯเปฯ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสติ ฯ
สัมมาสติ เป็นไฉน สติ ความตามระลึก ฯลฯ ความระลึกชอบ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาสติ
ตตฺถ กตโม สมฺมาสมาธิ ยา จิตฺตสฺส ฐิติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
สัมมาสมาธิ เป็นไฉน ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ ความตั้งใจมั่นชอบ สมาธิสัมโพฌงค์ อันเป็น องค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลายที่เหลือสัมปยุตด้วย ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน ตัณหาและกิเลสที่เหลือ นี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา สาสวา จ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ กุศลธรรมที่ เป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ ของอาสวะ ธรรมเป็นกิริยามิใช่กุศลอกุศลและกรรมวิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียก ว่า ทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย จ อวเสสานญฺจ กิเลสานํ ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน การประหาณซึ่งตัณหาและกิเลสที่เหลือ นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจาก อกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่ วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาอยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ ย่อมมีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรม ทั้งหลายที่เหลือ สัมปยุตด้วยทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน ตัณหา กิเลสที่เหลือ และอกุศลธรรมที่เหลือนี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา สาสวา จ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ กุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เหลือ วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมเป็น กิริยามิใช่กุศลอกุศลและกรรมวิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียกว่า ทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย จ อวเสสานญฺจ กิเลสานํ อวเสสานญฺจ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน การประหาณซึ่งตัณหากิเลสที่เหลือและอกุศลธรรมที่เหลือ นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจาก อกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่ วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาอยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมา- *ทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ ย่อมมีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ สัมปยุตด้วยทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน ตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ ของอาสวะ นี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา สาสวา จ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน กุศลธรรมอันเป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ วิบากแห่งกุศลธรรมและ อกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมเป็นกิริยามิใช่กุศลอกุศลและกรรม วิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียกว่า ทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย จ อวเสสานญฺจ กิเลสานํ อวเสสานญฺจ อกุสลานํ ธมฺมานํ ติณฺณนฺนญฺจ กุสลมูลานํ สาสวานํ ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน การประหาณซึ่งตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ และกุศล- *มูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิสงัดจากกามสงัดจากอกุศล- *ธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิย่อมมีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลาย ที่เหลือ สัมปยุตด้วยทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน ตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของ อาสวะ กุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ นี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ สาสวา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมที่เป็น กิริยามิใช่กุศลอกุศลและกรรมวิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียกว่า ทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย จ อวเสสานญฺจ กิเลสานํ อวเสสานญฺจ อกุสลานํ ธมฺมานํ ติณฺณนฺนญฺจ กุสลมูลานํ สาสวานํ อวเสสานญฺจ สาสวานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน การประหาณซึ่งตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ และกุศลธรรมอันเป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ นี้เรียก ว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิสงัดจากกามสงัดจากอกุศล- *ธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ ย่อมมีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลาย ที่เหลือ สัมปยุตด้วยทุกขนิโรคามินีปฏิปทา