This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๕ · วิภังคปกรณ์

Other items in this volume

รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์รูปขันธ์เวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ขันธ์ ๕ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาสุตตันตภาชนีย์อภิธรรมภาชนีย์ปัญหาปุจฉกะธาตุ ๖ นัยที่ ๑ธาตุ ๑๘ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖.…ธาตุ ๑๘ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชชนาอริยสัจ ๔ ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ…สัจจะ ๔ ทุกขสมุทัย ทุกข์ ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาสัจจะ ๔ ทุกขสมุทัย ทุกข์ ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาสัจจะ ๔ ทุกขสมุทัย ทุกข์ ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอินทรีย์ ๒๒ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฯลฯ ฆานินทรีย์ ฯลฯ ชิวหินทรีย์ ฯลฯ…อินทรีย์ ๒๒ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาสังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย…ปัจจยจตุกกะอกุศลนิเทสกุศลนิเทสอัพยากตนิเทสอวิชชามูลกกุศลนิเทสอกุศลมูลกวิบากนิเทสสติปัฏฐาน ๔ กายานุปัสสนานิเทส เวทนานุปัสสนานิเทส จิตตานุปัสสนานิเทส…แจกสติปัฏฐาน ๔ ด้วยโลกุตตรกุศลจิต กายานุปัสสนาสติปัฏฐานนิเทส…สติปัฏฐาน ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาสัมมัปปธาน [เพียรป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นมิให้เกิดขึ้น]…สัมมัปปธาน [เพียรป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นมิให้เกิดขึ้น]…สัมมัปปธาน ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอิทธิบาท ๔ [เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร]…อิทธิบาท ๔ [เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร]…อิทธิบาท ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาโพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๑เอกโตปุจฉาวิสัชนานัยเอกโตปุจฉาวิสัชนานัยโพชฌงค์ ๗ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑อัฏฐังคิกวารเอกโตปุจฉาวิสัชนานัยอัฏฐังคิกวารเอกโตปุจฉาวิสัชนานัยอริยมรรคมีองค์ ๘ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนามาติกามาติกานิเทศกุศลฌาน จตุกกนัยติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอัปปมัญญา ๔ เมตตาอัปปมัญญานิเทศ กรุณาอัปปมัญญานิเทศ มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ…อัปปมัญญา ๔ เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย เมตตากุศลฌาน ปัญจกนัย กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย…อัปปมัญญา ๔ เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย กรุณาวิปากฌาน…อัปปมัญญา ๔ เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย เมตตากิริยาฌาน ปัญจกนัย กรุณากิริยาฌาน…อัปปมัญญา ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาแจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๑สิกขาบท ๕ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาปฏิสัมภิทา ๔๑. สัจจวารแจกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ปฏิสัมภิทา ๔ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาเอกกมาติกาเอกกนิเทศฉักกนิเทศเอกกมาติกาเอกกนิเทศทุกนิเทศติกนิเทศจตุกกนิเทศปัญจกนิเทศฉักกนิเทศสัตตกนิเทศอัฏฐกนิเทศนวกนิเทศทสกนิเทศอัฏฐารสกนิเทศทิฏฐิ ๖๒สัพพสังคาหิกวารอุปปัตตานุปปัตติวารปริยาปันนาปริยาปันนวารวิชชมานาวิชชมานวารภุมมันตรวารอุปปาทกัมมอายุปมาณวารอภิญเญยยาทิวารอารัมมณวารทิฏฐาทิวารกุสลติกวารเวทนาติกวารวิปากติกวารอุปาทินนุปาทานิยติกวารวิตักกติกวารรูปทุกวารโลกิยทุกวาร

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

ปัญจกนิเทศ

Text only · no interpretationข้อ ๙๗๖–๙๙๐พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์15 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ปัญจกนิเทศ

Item ๙๗๖Commentary

ตตฺถ กตมานิ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท อิมานิ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ

ในปัญจกมาติกาเหล่านั้น โอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ เป็นไฉน โอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ คือ ๑. สักกายทิฏฐิ ๒. วิจิกิจฉา ๓. สีลัพพตปรามาส ๔. กามฉันทะ ๕. พยาบาท เหล่านี้เรียกว่า โอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕

Item ๙๗๗

ตตฺถ กตมานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา อิมานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ

อุทธัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ เป็นไฉน อุทธัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ คือ ๑. รูปราคะ ๒. อรูปราคะ ๓. มานะ ๔. อุทธัจจะ ๕. อวิชชา เหล่านี้เรียกว่า อุทธัมภาคิยสัญโญชน์ ๕

Item ๙๗๘

ตตฺถ กตมานิ ปญฺจ มจฺฉริยานิ อาวาสมจฺฉริยํ กุลมจฺฉริยํ ลาภมจฺฉริยํ วณฺณมจฺฉริยํ ธมฺมมจฺฉริยํ อิมานิ ปญฺจ มจฺฉริยานิ ฯ

มัจฉริยะ ๕ เป็นไฉน มัจฉริยะ ๕ คือ ๑. อาวาสมัจฉริยะ ความตระหนี่ที่อยู่ ๒. กุลมัจฉริยะ ความตระหนี่ตระกูล ๓. ลาภมัจฉริยะ ความตระหนี่ลาภ ๔. วัณณมัจฉริยะ ความตระหนี่วรรณะ ๕. ธัมมมัจฉริยะ ความตระหนี่ธรรม เหล่านี้เรียกว่า มัจฉริยะ ๕

Item ๙๗๙

ตตฺถ กตเม ปญฺจ สงฺคา ราคสงฺโค โทสสงฺโค โมหสงฺโค มานสงฺโค ทิฏฺฐิสงฺโค อิเม ปญฺจ สงฺคา ฯ

สังคะ ๕ เป็นไฉน สังคะ ๕ คือ ๑. ราคสังคะ เครื่องข้องคือราคะ ๒. โทสสังคะ เครื่องข้องคือโทสะ ๓. โมหสังคะ เครื่องข้องคือโมหะ ๔. มานสังคะ เครื่องข้องคือมานะ ๕. ทิฏฐิสังคะ เครื่องข้องคือทิฏฐิ เหล่านี้เรียกว่า สังคะ ๕

Item ๙๘๐

ตตฺถ กตเม ปญฺจ สลฺลา ราคสลฺลํ โทสสลฺลํ โมหสลฺลํ มานสลฺลํ ทิฏฺฐิสลฺลํ อิเม ปญฺจ สลฺลา ฯ

สัลละ ๕ เป็นไฉน สัลละ ๕ คือ ๑. ราคสัลละ ลูกศรคือราคะ ๒. โทสสัลละ ลูกศรคือโทสะ ๓. โมหสัลละ ลูกศรคือโมหะ ๔. มานสัลละ ลูกศรคือมานะ ๕. ทิฏฐิสัลละ ลูกศรคือทิฏฐิ เหล่านี้เรียกว่า สัลละ ๕

Item ๙๘๑

ตตฺถ กตเม ปญฺจ เจโตขิลา สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ ธมฺเม กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ สงฺเฆ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ สิกฺขาย กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโต โหติ อนตฺตมโน อาหตจิตฺโต ขิลชาโต อิเม ปญฺจ เจโตขิลา ฯ

เจโตขีละ ๕ เป็นไฉน เจโตขีละ ๕ คือ ๑. บุคคลย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ในพระพุทธเจ้า ๒. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระ ธรรม ๓. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระสงฆ์ ๔. ย่อมเคลือบแคลง สงสัย ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในสิกขา ๕. เป็นผู้มีจิตขุ่นเคือง ไม่ชอบใจ มีจิตกระทบกระทั่ง กระด้างกระ- *เดื่องในเพื่อนพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า เจโตขีละ ๕

Item ๙๘๒

ตตฺถ กตเม ปญฺจ เจตโส วินิพนฺธา กาเม อวีตราโค โหติ อวิคตจฺฉนฺโท อวิคตเปโม อวิคตปิปาโส อวิคตปริฬาโห อวิคตตณฺโห กาเย อวีตราโค โหติ อวิคตจฺฉนฺโท อวิคตเปโม อวิคตปิปาโส อวิคตปริฬาโห อวิคตตณฺโห รูเป อวีตราโค โหติ อวิคตจฺฉนฺโท อวิคตเปโม อวิคตปิปาโส อวิคตปริฬาโห อวิคตตณฺโห ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ อญฺญตรํ เทวกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรติ อิมินาหํ สีเลน วา วเตน วา ตเปน วา พฺรหฺมจริเยน วา เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วาติ อิเม ปญฺจ เจตโส วินิพนฺธา ฯ

เจตโสวินิพันธะ ๕ เป็นไฉน เจตโสวินิพันธะ ๕ คือ ๑. บุคคลเป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอ ใจ ยังไม่ปราศจากความรักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจาก ความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากความอยากในกาม ๒. เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจ ยังไม่ปราศจากความรักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่า ร้อน ยังไม่ปราศจากความอยากในกาย ๓. เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจ ยัง ไม่ปราศจากความรักใคร่ ยังไม่ปราศจากความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากความอยากในรูป ๔. บริโภคอาหารเต็มท้องตามความต้องการแล้ว หาความสุขในการ นอน หาความสุขในการพลิกไปมา หาความสุขในการหลับอยู่ ๕. ปรารถนาเป็นเทวดาตนใดตนหนึ่ง แล้วประพฤติพรหมจรรย์ด้วย ผูกใจว่า เราจักเป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ หรือเทวดาผู้มีศักดิ์น้อยตนใดตนหนึ่ง ด้วยศีลนี้ หรือด้วยตบะนี้ หรือพรหมจรรย์นี้ เหล่านี้เรียกว่า เจตโสวินิพันธะ ๕

Item ๙๘๓

ตตฺถ กตมานิ ปญฺจ นีวรณานิ กามจฺฉนฺทนีวรณํ พฺยาปาทนีวรณํ ถีนมิทฺธนีวรณํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนีวรณํ วิจิกิจฺฉานีวรณํ อิมานิ ปญฺจ นีวรณานิ ฯ

นิวรณ์ ๕ เป็นไฉน นิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ กามฉันทะ ๒. พยาปาทนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ พยาบาท ๓. ถีนมิทธนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ ถีนมิทธะ ๔. อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ อุทธัจจกุกกุจจะ ๕. วิจิกิจฉานิวรณ์ ธรรมอันห้ามกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น คือ วิจิกิจฉา เหล่านี้เรียกว่า นิวรณ์ ๕

Item ๙๘๔

ตตฺถ กตมานิ ปญฺจ กมฺมานิ อานนฺตริกานิ มาตา ชีวิตา โวโรปิตา โหติ ปิตา ชีวิตา โวโรปิโต โหติ อรหา ชีวิตา โวโรปิโต โหติ ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาทิตํ โหติ สงฺโฆ ภินฺโน โหติ อิมานิ ปญฺจ กมฺมานิ อานนฺตริกานิ ฯ

อนันตริยกรรม ๕ เป็นไฉน อนันตริยกรรม ๕ คือ ๑. มาตุฆาต ฆ่ามารดา ๒. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา ๓. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ ๔. โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้น ๕. สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน เหล่านี้เรียกว่า อนันตริยกรรม ๕

Item ๙๘๕

ตตฺถ กตมา ปญฺจ ทิฏฺฐิโย สญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณาติ อิตฺเถเก อภิวทนฺติ อสญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณาติ อิตฺเถเก อภิวทนฺติ เนวสญฺญีนาสญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณาติ อิตฺเถเก อภิวทนฺติ สโต วา ปน สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญาเปนฺติ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วา ปเนเก อภิวทนฺติ อิมา ปญฺจ ทิฏฺฐิโย ฯ

ทิฏฐิ ๕ เป็นไฉน ทิฏฐิ ๕ คือ ๑. สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวยืนยันดังนี้ว่า อัตตามีสัญญา เบื้องหน้าแต่ตายไม่แปรผัน ๒. สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวยืนยันดังนี้ว่า อัตตาไม่มีสัญญา เบื้องหน้าแต่ตายไม่แปรผัน ๓. สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวยืนยันดังนี้ว่า อัตตามีสัญญาก็ ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เบื้องหน้าแต่ตายไม่แปรผัน ๔. ก็หรือว่า สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ ความไม่มี ของสัตว์ซึ่งปรากฏมีอยู่ ๕. ก็หรือว่า สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวยืนยันทิฏฐธัมมนิพพาน เหล่านี้เรียกว่า ทิฏฐิ ๕

Item ๙๘๖

ตตฺถ กตเม ปญฺจ เวรา ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุ มิจฺฉาจาโร มุสาวาโท สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ อิเม ปญฺจ เวรา ฯ

เวร ๕ เป็นไฉน เวร ๕ คือ ๑. ปาณาติบาต ฆ่าสัตว์ ๒. อทินนาทาน ลักทรัพย์ ๓. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม ๔. มุสาวาท พูดเท็จ ๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้ง แห่งความประมาท เหล่านี้เรียกว่า เวร ๕

Item ๙๘๗

ตตฺถ กตเม ปญฺจ พฺยสนา ญาติพฺยสนํ โภคพฺยสนํ โรคพฺยสนํ สีลพฺยสนํ ทิฏฺฐิพฺยสนํ อิเม ปญฺจ พฺยสนา ฯ

พยสนะ ๕ เป็นไฉน พยสนะ ๕ คือ ๑. ญาติพยสนะ ความพินาศแห่งญาติ ๒. โภคพยสนะ ความพินาศแห่งทรัพย์ ๓. โรคพยสนะ ความพินาศเพราะโรค ๔. สีลพยสนะ ความพินาศแห่งศีล ๕. ทิฏฐิพยสนะ ความพินาศแห่งทิฏฐิ เหล่านี้เรียกว่า พยสนะ ๕

Item ๙๘๘

ตตฺถ กตเม ปญฺจ อกฺขนฺติยา อาทีนวา พหุโน ชนสฺส อปฺปิโย โหติ อมนาโป เวรพหุโล โหติ วชฺชพหุโล สมฺมูฬฺโห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ อิเม ปญฺจ อกฺขนฺติยา อาทีนวา ฯ

โทษแห่งความไม่อดทน ๕ เป็นไฉน โทษแห่งความไม่อดทน ๕ คือ ๑. ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของชนมาก ๒. มีเวรมาก ๓. มีโทษมาก ๔. ตายโดยความหลงลืม ๕. เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เหล่านี้เรียกว่า โทษแห่งความไม่อดทน ๕

Item ๙๘๙

ตตฺถ กตมานิ ปญฺจ ภยานิ อาชีวกภยํ อสิโลกภยํ ปริสสารชฺชภยํ มรณภยํ ทุคฺคติภยํ อิมานิ ปญฺจ ภยานิ ฯ

ภัย ๕ เป็นไฉน ภัย ๕ คือ ๑. ภัยเกิดแต่การเลี้ยงชีพ ๒. ภัยเกิดแต่การติเตียน ๓. ภัยคือความขลาดกลัว เมื่อเข้าสู่ที่ประชุม ๔. ภัยเกิดแต่มรณะ ๕. ภัยเกิดแต่อบาย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๕

Item ๙๙๐

ตตฺถ กตเม ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา ฯ อิเธกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ ยโต โข โภ อยํ อตฺตา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรติ เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตีติ อิตฺเถเก สโต สตฺตสฺส ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญาเปนฺติ ฯ ตมญฺโญ เอวมาห อตฺถิ โข โภ เอโส อตฺตา ยํ ตฺวํ วเทสิ เนโส นตฺถีติ วทามิ โน จ โข โภ อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหติ ตํ กิสฺส เหตุ กามา หิ โภ อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา เตสํ วิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ยโต โข โภ อยํ อตฺตา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตีติ อิตฺเถเก สโต สตฺตสฺส ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญาเปนฺติ ฯ {๙๙๐.๑} ตมญฺโญ เอวมาห อตฺถิ โข โภ เอโส อตฺตา ยํ ตฺวํ วเทสิ เนโส นตฺถีติ วทามิ โน จ โข โภ อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหติ ตํ กิสฺส เหตุ ยเทว ตตฺถ วิตกฺกิตํ วิจาริตํ เอเตน เอตํ โอฬาริกํ อกฺขายติ ยโต โข โภ อยํ อตฺตา วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตีติ อิตฺเถเก สโต สตฺตสฺส ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญาเปนฺติ ฯ ตมญฺโญ เอวมาห อตฺถิ โข โภ เอโส อตฺตา ยํ ตฺวํ วเทสิ เนโส นตฺถีติ วทามิ โน จ โข โภ อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหติ ตํ กิสฺส เหตุ ยเทว ตตฺถ ปีติคตํ เจตโส อุพฺพิลาวิตํ เอเตน เอตํ โอฬาริกํ อกฺขายติ ยโต โข โภ อยํ อตฺตา ปีติยา จ วิราคา ฯเปฯ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตีติ อิตฺเถเก สโต สตฺตสฺส ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญาเปนฺติ ฯ {๙๙๐.๒} ตมญฺโญ เอวมาห อตฺถิ โข โภ เอโส อตฺตา ยํ ตฺวํ วเทสิ เนโส นตฺถีติ วทามิ โน จ โข โภ อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหติ ตํ กิสฺส เหตุ ยเทว ตตฺถ สุขํ เจตโส อาโภโค เอเตน เอตํ โอฬาริกํ อกฺขายติ ยโต โข โภ อยํ อตฺตา สุขสฺส จ ปหานา ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตีติ อิตฺเถเก สโต สตฺตสฺส ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญาเปนฺติ ฯ อิเม ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา ฯ ปญฺจกํ ฯ

ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ ๕ เป็นไฉน ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ ๕ คือ ๑. สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เมื่อใดแล อัตตานี้เพียบพร้อม พรั่งพร้อม บำรุงบำเรอ ด้วยกาม- *คุณ ๕ อยู่ ท่านผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงชื่อว่า ได้บรรลุทิฏฐ- *ธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติทิฏฐธัมม- *นิพพานอันยอดเยี่ยมของสัตว์ผู้ปรากฏมีอยู่ ด้วยประการอย่างนี้ ๒. สมณะหรือพราหมณ์อื่น กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์นั้นว่า ท่าน ผู้เจริญ ท่านกล่าวอัตตาใด อัตตานี้มีอยู่แล เราจะได้กล่าวว่า อัตตานั้นไม่มีก็หา มิได้ ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้จะชื่อว่าได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม ด้วย เหตุเพียงเท่านี้ก็หามิได้ ข้อนั้นมีอะไรเป็นเหตุ ท่านผู้เจริญ เพราะกามทั้งหลาย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ความเศร้าโศก ความร่ำไห้ ความทุกข์ ความโทมนัส ความคับแค้นใจ ย่อมเกิดขึ้น เพราะกามเหล่านั้น แปรปรวนเป็นอย่างอื่น ท่านผู้เจริญ เมื่อใดแล อัตตานี้สงัดจากกาม สงัดจาก อกุศลธรรมแล้ว บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ อยู่ ท่านผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงชื่อว่า ได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม สมณะหรือพราหมณ์ พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยมของสัตว์ผู้ปรากฏมีอยู่ ด้วย ประการอย่างนี้ ๓. สมณะหรือพราหมณ์อื่น กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์นั้นว่า ท่าน ผู้เจริญ ท่านกล่าวอัตตาใด อัตตานี้มีอยู่แล เราจะได้กล่าวว่า อัตตานั้นไม่มีก็หา มิได้ ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้จะชื่อว่าได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม ด้วย เหตุเพียงเท่านี้ก็หามิได้ ข้อนั้นมีอะไรเป็นเหตุ วิตก วิจารใด มีอยู่ในปฐมฌาน นั้น ปฐมฌานนี้ย่อมปรากฏเป็นของหยาบเพราะวิตกและวิจารนั้น ท่านผู้เจริญ เมื่อใดแล อัตตานี้บรรลุทุติยฌาน อันเป็นธรรมชาติผ่องใส เพราะวิตกวิจาร สงบ ฯลฯ อยู่ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงชื่อว่า ได้บรรลุทิฏฐธัมม- *นิพพานอันยอดเยี่ยม สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติทิฏฐธัมม- *นิพพานอันยอดเยี่ยม ของสัตว์ผู้ปรากฏมีอยู่ ด้วยประการอย่างนี้ ๔. สมณะหรือพราหมณ์อื่น กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์นั้นว่า ท่าน ผู้เจริญ ท่านกล่าวอัตตาใด อัตตานี้มีอยู่แล เราจะได้กล่าวว่า อัตตานั้นไม่มีก็หา มิได้ ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้จะชื่อว่าได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยมด้วย เหตุเพียงเท่านี้ก็หามิได้ ข้อนั้นมีอะไรเป็นเหตุ ปีติ ความลำพองใจใด มีอยู่ใน ทุติยฌานนั้น ทุติยฌานนี้ย่อมปรากฏเป็นของหยาบเพราะปีติและความลำพองใจนั้น ท่านผู้เจริญ เมื่อใดแล เพราะคลายปีติได้อีกด้วย อัตตานี้บรรลุตติยฌาน ฯลฯ อยู่ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงชื่อว่าได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยมของสัตว์ ผู้ปรากฏมีอยู่ ด้วยประการอย่างนี้ ๕. สมณะหรือพราหมณ์อื่น กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์นั้นว่า ท่าน ผู้เจริญ ท่านกล่าวอัตตาใด อัตตานี้มีอยู่แล เราจะได้กล่าวว่า อัตตานั้นไม่มีก็ มิได้ ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้ชื่อว่าได้บรรลุทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม ด้วย เหตุเพียงเท่านี้ก็หามิได้ ข้อนี้มีอะไรเป็นเหตุ สุขและความนึกคิดทางใจใด มีอยู่ ในตติยฌานนั้น ตติยฌานนี้ ย่อมปรากฏเป็นของหยาบเพราะสุขและความนึกคิด ทางใจนั้น เมื่อใดแล อัตตานี้บรรลุจตุตถฌาน อันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะ ละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ อยู่ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงชื่อว่าได้บรรลุ ทิฏฐธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยม สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติทิฏฐ- *ธัมมนิพพานอันยอดเยี่ยมของสัตว์ผู้ปรากฏมีอยู่ ด้วยประการอย่างนี้ เหล่านี้เรียกว่า ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ ๕

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย