This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

Other items in this volume

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

นิคหะ ที่ ๑

Text only · no interpretationข้อ ๑–๕พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์5 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

อภิธมฺมปิฏเก กถาวตฺถุ -------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปุคฺคลกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น มหาวรรค ปุคคลกถา นิคหะ ๘ นิคหะ ที่ ๘ อนุโลมปัญจกะ

Item Commentary

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ- ปรมฏฺเฐนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ {๑.๑} อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ- ปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา {๑.๒} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา ฯ อนุโลมปญฺจกํ ฯ

สกวาที ท่านหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ท่านหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตาม สภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ หากว่า ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุ นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่ง @ สัจฉิกัตถะ สภาวะที่จริงแท้ ปรมัตถะ อรรถอันยิ่ง อันอุดม อันไม่ต้องยึดถือด้วยอาการมีการฟังตาม @กันมาเป็นต้น ทั้งนี้หมายถึงสภาวธรรมที่จำแนกเป็นขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ รวม ๕๗ อย่าง @ นิคหะ การข่ม การปราบปราม เห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด แต่ถ้าไม่พึงกล่าว ว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดย สัจฉิกัตถปรมัตถ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวใน ปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถ- *ปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด อนุโลมปัญจกะ จบ ----------------------------------------------------- ปฏิกัมมจตุกกะ

Item

ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ {๒.๑} อาชานาหิ ปฏิกมฺมํ หญฺจิ ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา {๒.๒} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา ฯ ปฏิกมฺมจตุกฺกํ

ป. ท่านไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ท่านไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้น ตาม สภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ป. ท่านจงรับรู้ปฏิกรรม. หากว่า ท่านไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่ง เห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ ว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถ- @ ปฏิกรรม การกระทำคืนคือ ปัดไม่รับนิคหกรรม *ปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถ- *ปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล นั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด ปฏิกัมมจตุกกะ จบ ----------------------------------------------------- นิคคหจตุกกะ

Item

ตฺวญฺเจ ปน มญฺญสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ เตน ตฺวํ ตตฺถ เหตาย ปฏิญฺญาย เหวํ ปฏิชานนฺตํ เหวํ นิคฺคเหตพฺเพ อถ ตํ นิคฺคณฺหาม สุนิคฺคหิโตว โหสิ หญฺจิ ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา {๓.๑} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล นูปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ อิทํ เต มิจฺฉา ฯ นิคฺคหจตุกฺกํ

ป. ก็ถ้าท่านยังจะยืนยันว่า กล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถ- *ปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล นั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ไซร้ ด้วยเหตุนั้น ท่านเมื่อยังปฏิญาณอยู่ข้าง ปฏิเสธบุคคลอย่างนี้ ด้วยปฏิญญานี้ ก็ต้องนิคหะอย่างนี้ ดังนั้น เราจึงนิคหะท่าน ท่านถูกนิคหะ ชอบแล้วเทียว. หากท่านไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง กล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะ นั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่ หยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็น สัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าไม่หยั่งเห็นบุคคลนั้นตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ นี้เป็นความผิดของท่าน นิคคหจตุกกะ จบ ----------------------------------------------------- อุปนยนจตุกกะ

Item

เอเส เจ ทุนฺนิคฺคหิเต เหวเมว ตตฺถ ทกฺข วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน จ มยํ ตยา ตตฺถ เหตาย ปฏิญฺญาย เหวํ ปฏิชานนฺตา เหวํ นิคฺคเหตพฺพา อถ มํ นิคฺคณฺหาสิ ทุนฺนิคฺคหิตาว โหม {๔.๑} หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา {๔.๒} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ อิทํ เต มิจฺฉา ฯ อุปนยนจตุกฺกํ

ป. หากนิคหะที่เราทำแก่ท่านนี้ เป็นนิคหะชั่วไซร้ ท่านจงเห็นอย่างเดียวกัน นั่นแหละในนิคหะที่ท่านได้ทำแก่เรา ในกรณีว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดย สัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็น บุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ก็เราผู้ปฏิญาณอยู่ข้างรับรองบุคคลอย่างนี้ ด้วย ปฏิญญานี้ อันท่านไม่พึงนิคหะอย่างนี้ ดังนั้น ท่านนิคหะเรา เราจึงถูกนิคหะชั่วเทียว คือนิคหะ ว่า หากว่า ท่านหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สภาวะ ใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถ- *ปรมัตถ์ ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตาม สภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ก็ต้องไม่กล่าว ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า ข้าพเจ้าหยั่ง เห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ นี้เป็นความผิดของท่าน อุปนยนจตุกกะ จบ ----------------------------------------------------- นิคมจตุกกะ

Item

น เหวํ นิคฺคเหตพฺเพ เตน หิ ยํ นิคฺคณฺหาสิ หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ- ปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มิจฺฉา {๕.๑} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ อิทํ เต มิจฺฉา เตน หิ เย กเต นิคฺคเห เส นิคฺคเห ทุกฺกเฏ สุกเต ปฏิกมฺเม สุกตา ปฏิปาทนาติ ฯ นิคฺคมจตุกฺกํ ฯ ปฐโม นิคฺคโห ฯ

ป. เราไม่พึงถูกนิคหะอย่างนี้ ด้วยเหตุนั้นแหละ ที่ท่านนิคหะเราว่า "หากว่า ท่านหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สภาวะใด เป็น สัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่ พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะ นั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็น ปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด ดังนี้ จึงกลับเป็นความผิดของท่าน ด้วยเหตุนั้นแหละ นิคหะที่ท่านทำแล้วจึงทำไม่ชอบ ปฏิกรรม ข้าพเจ้าได้ทำชอบแล้ว การดำเนินความข้าพเจ้าได้ทำชอบแล้วแล นิคมจตุกกะ จบ นิคหะที่ ๑ จบ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย